‘สวัสดี ( :’
“สวัสดีครับบบ”
‘โห โคตรแมน’
“เราแมนมาก”
‘เราชื่อส้มนะ’
“เรารู้ นะบอกแล้ว”
“เราชื่อไลลานะ”
‘เกิดวันที่13 ราศีกุมภ์’
“แหนะมีบอกวันเกิดด้วย”
‘งั้นลืมๆวันเกิดไปก่อน’
“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ย้อนหลัง”
“ขอให้ร่างกายแข็งแรง”
‘เราไม่ค่อยแข็งแรงอ่ะดิ’
“ป่วยหรอ เป็อะไรมากไหม”
‘เป็เม็น เืออกเยอะไปหน่อย”
“เดี๋ยวๆนั่นเราต้องเป็”
บทสนทนาธรรมดาตอนเวลาสามทุ่ม ผมมั่นใจว่ามันเป็บทสนทนาธรรมดาๆจริงๆไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมถึงบอกชื่อตัวเองกับเธอไป ทั้งๆที่ปกติถ้าไม่มีคนถามก็คงไม่เคยบอกแน่ๆ ผมคิดว่าชื่อของตัวเองไม่สำคัญนักสักเท่าไหร่ชื่อทั่วๆไปที่ใครๆเขาก็ตั้งให้ลูกในยุคนั้น แดง ดำ ฟ้า ส้มชื่อเหล่านี้เกิดขึ้นตามความชอบ อาจเป็สีที่อยู่ในความทรงจำของผู้ตั้งมันอย่างน้อยๆคงไม่มีใครตั้งชื่อไม่ดีให้กับลูกตัวเองหรอก ผมคิดว่านะ
ผมเลิกกับแฟนคนที่เคยคิดว่าเรารักเขามากที่สุดมาหลายปีแล้วบางคนคงจำได้เฉพาะวันที่เริ่มคบกัน ส่วนผมเลือกจะจำวันที่ต้องจากกัน
เธอคนนี้คงไม่ต่างจากคนก่อนๆเท่าไหร่ทักทาย พูดคุย ทำความรู้จัก สุดท้ายก็ต่างคนต่างไปบางคนใช้ความทรงจำร่วมกันจนคิดว่าคนนี้ล่ะที่จะอยู่กับเราไปจวบจนวันสุดท้ายของชีวิต แต่ในวัยยี่สิบกว่าๆ ถึงดูเหมือนไม่นานแต่มันก็ทำให้ผมเริ่มเข้าใจว่า ไม่มีใครที่จะอยู่กับเรานานขนาดนั้น
คนเราเกิดมา ใช้ชีวิต ล้มหาย และตายจากความทรงจำความสัมพันธ์ต่างๆที่เคยเกิดขึ้น เราสามารถจำมันได้ในเวลาที่เรายังอยู่เท่านั้นเมื่อสิ้นสุดลมหายใจสุดท้ายของร่างกาย ทุกสิ่งทุกอย่างจะจากเราไป
เมื่อใครก็ตามคิดถึงในเื่เหล่านี้เขาคนนั้นเริ่มท้อแท้ หมดหวัง ไร้ซึ่งความหมายในการคงอยู่คิดซ้ำไปซ้ำมาในหัวว่าเราควรเกิดมาจริงหรือ
ถามถึงสิ่งไม่มีตัวตนว่าคนเราเกิดมาทำไมในเมื่อสุดท้ายแล้วที่เหลืออยู่ก็มีแต่เพียงความว่างเปล่าความว่างเปล่าที่ััไม่ได้
ตัวตนที่เคยมีอยู่หล่นหายไปในซอกหลืบหลุมดำของจักรวาล
ไม่มีมีวันได้กลับมา