การหลอมปราณครั้งแรกของทุกคนผ่านไปได้ด้วยดี สีหน้าเด็กทุกคนแสดงออกซึ่งความยินดี
หลงซินหลอมปราณขั้นแรกสำเร็จไปแล้วดังนั้นการหลอมปราณครั้งนี้จึงเพียงแค่ขยับเข้าใกล้ความสำเร็จระดับสองเท่านั้น หาก้าหลอมปราณขั้นที่สองยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง
ผู้เฒ่าเฉินซื่อส่งสายตาให้กับเด็ก ๆ แล้วเดินออกไป ผ่างอี้จื่อกล่าวถูกต้อง เด็กเหล่านี้ต้องเรียนรู้เวทต่อสู้และทักษะยุทธ์ หลี่ซุนดึงแขนสมปองที่ยังตลึงกับความสำเร็จไม่หาย
ทุกคนเดินตรงไปยังวิหารกลางหมู่บ้าน แทนที่จะเข้าไปในวิหาร สมปองเห็นผู้เฒ่าเฉินเดินเลียบไปด้านข้างวิหาร อาคารเก่าทรุดโทรมหลังใหญ่ที่ไม่ค่อยมีใครสังเกตก็ปรากฏขึ้น
ประตูถูกเปิดออกด้วยการดีดนิ้วของผู้เฒ่า ในอาคารเก่าแก่นี้สุมรวมด้วยอาวุธชนิดต่าง ๆ วางไว้ลวก ๆ หลายกอง อาวุธเหล่านี้บิดาของอาซือเป็ผู้รวบรวมมาจากทั่วแผ่นดิน สีหน้าอาซือดูภาคภูมิใจ เขาถึงกับยืดใส่บรรดาเด็ก ๆ คนอื่น
“เลือกอาวุธที่พวกเ้าพอใจ” ผู้เฒ่าเฉินสั่ง
หลี่ซุนเจอกระบี่ขนาดเหมาะมืออย่างรวดเร็ว เขากำลังเปรียบเทียบกับกระบี่สองคมลักษณะแคบยาวคล้ายดาบซามูไรญี่ปุ่น เยว่ิหยิบแส้เส้นหนึ่งมาทดลองสะบัด ท่วงท่าแคล่วคล่องสวยงาม สมปองเห็นแล้วทึ่ง จังหวะหวด ฟาด สะบัด พัน ม้วน ดูรวดเร็วมีพลัง พิศดารกว่าพี่น้องสะบัดแส้ที่เคยดูในรายการซุปเปอร์เท็น
เสียงหลี่ซุนรำพึงตัดสินใจขั้นเด็ดขาด “ข้าเอาเล่มนี้แหละ” เขาดึงกระบี่ยาวออกจากฝัก พินิจพิเคราะห์จนพึงพอใจก่อนสอดกระบี่กลับเข้าฝัก หลายคนเลือกอาวุธเสร็จแล้ว สมปองยังไม่เห็นสิ่งใดถูกใจ เขาเริ่มหยิบอาวุธต่าง ๆ ขึ้นพิจารณาทีละชิ้น จนเจอดาบสั้นเล่มหนึ่ง ขณะที่ถือดาบสั้นก็เห็นหอกสั้นยาววาเดียวปลายหอกแหลมคมทั้งสองด้านแต่ด้านท้ายของหอกตีเป็รูปจงอยปากนกจึงหยิบขึ้นมาควงเล่นกับดาบสั้นดูเข้าคู่กันดีจึงหยิบขึ้นมาทั้งสองชิ้น
ด้วยความบังเอิญ เขาเห็นรอยบากที่หอกสั้นจึงลองเอาส่วนท้ายของดาบสั้นเสียบลงไป ดูเหมือนจะลงไปพอดีเสียงดังกริบ ไม่เพียงเท่านั้น จู่ ๆ ด้ามหอกก็เปิดออกมีกลไกยื่นออกมายึดกับรูกลม ๆ บนสันดาบ คล้ายกับดาบสั้นเป็ส่วนประกอบของหอกสั้น สร้างความประหลาดใจให้กับสมปอง
เขารู้ในทันทีว่าอาวุธชิ้นนี้ไม่ธรรมดาจึงตัดสินใจใช้เป็อาวุธคู่มือไปก่อน ตู้เหวินเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ร้องขึ้น “ท่านตา พวกเราสามารถเลือกได้มากกว่าหนึ่งชิ้นหรือไม่?”
“ใคร?”
“ข้าเห็นเข่อเจี้ยนเลือกอาวุธสองอย่างมาประกอบกัน ข้าอยากได้บ้าง”
“ข้าหมายถึงใครกำหนดว่าเลือกได้ชิ้นเดียว แต่ไหนแต่ไรไม่เคยมีกฎข้อนี้ หากเ้าอยากได้ก็เลือกเอาเอง” กล่าวจบผู้เฒ่าก็หมุนตัวออกไป
ตู้เหวินมองสมปองด้วยความอิจฉา จึงพยายามหยิบอาวุธขึ้นมาประกอบกันแต่ไม่สำเร็จก็โยนทิ้ง ทำอย่างนี้เป็เวลาหนึ่งชั่วยามจึงหมดเรี่ยวแรงยอมแพ้ ในที่สุดก็หันกลับไปที่ขวานสองด้านที่เลือกในตอนแรก
“พวกเ้าเลือกเสร็จแล้วรีบตามมา”
ผู้เฒ่าเฉินร้องบอกก่อนเดินออกไปนอกอาคาร ทุกคนออกมายังลานหน้าโรงเก็บอาวุธ ผู้เฒ่าเฉินมองอาวุธของแต่ละคนแล้วโยนคัมภีร์ทักษะยุทธ์ให้แต่ละคนตามอาวุธที่ถือ
สมปองกางคัมภีร์ออก น่าแปลกเขายังไม่ทันอ่านตัวหนังสือเหมือนจะลอยออกมาแล้วหาดวงตาของเขา ตัวหนังสือพุ่งเร็วจนกระพริบตาไม่ทัน ในห้วงสมองเกิดเป็ภาพวิธีการใช้งาน และท่วงท่าต่อสู้ด้วยหอกสั้นแบบต่าง ๆ
สมปองยืนกระพริบตาอย่างนั้นอยู่หลายครั้ง เนื้อหาในคัมภีร์ก็เข้าสู่สมองเขาครบถ้วนไม่ตกหล่น “สุดยอด” เขาอึ้ง
“อย่ารอช้า ทำความเข้าใจท่วงท่าต่าง ๆ เดี๋ยวนี้”
เด็ก ๆ ได้ยินคำสั่งก็สำแดงท่วงท่าของอาวุธที่ตนเองเลือกออกมา เวลาผ่านไปอีกสองชั่วยาม จึงร่ายรำออกมาหมดสิ้น สมปองถึงกับเหนื่อยอ่อน การฝึกวันนี้ช่างยาวนานเสียจริง ๆ
วันรุ่งขึ้น สมปองตื่นแต่เช้า เขาทบทวนการใช้อาวุธหลายรอบก่อนเดินไปลานบ่มเพาะกับหลี่ซุน
“ผู้เฒ่าเฉินจะให้เราฝึกเวทย์อะไร พี่หลี่ท่านทราบหรือไม่”
“ข้าก็เพิ่งเริ่มฝึกพร้อมกันกับเ้า จะไปรู้ได้อย่างไร” หลี่ซุนส่ายศีรษะ “รอไปถึงก็รู้เอง”
“คนอื่น ๆ ยังดูตื่นเต้นยิ่งกว่าเ้าอีกเข่อเจี้ยน ดูนั่นซิ ทุกคนมากันครบแล้ว”
สมปองมองเด็กคนอื่น ๆ บนลานบ่มเพาะ พวกเขากลับเป็คนสุดท้ายที่มาถึง ผู้เฒ่าเฉินให้ทุกคนนั่งลง เวทแรกเป็เวทระดับพื้นฐาน การสร้างลูกบอลพลังงานด้วยปราณซึ่งเป็เวทต่อสู้ที่ง่ายที่สุด คือ สร้างลูกบอลปราณแล้วซัดใส่เป้าหมาย
แม้จะเป็เวทที่ง่ายแต่ระดับความยากอยู่ที่การควบแน่นลูกปราณให้มีพลังทำลายรุ่นแรงต้องอาศัยปริมาณปราณจำนวนมาก มีเพียงสมปองที่สามารถะเิลูกท้อให้แหลกละเอียดได้ ส่วนคนอื่น ๆ แค่ช้ำหรือแตกแค่นั้น
เวทผลักและดึงดูด เป็เวทขั้นพื้นฐานลำดับต่อไป แน่นอนแรงผลักแรงดึงดูดก็ขึ้นอยู่กับปริมาณปราณที่สามารถใช้ได้เหมือนลูกบอลปราณ
เวทสุดท้ายของวันนี้คือเวทป้องกัน เวทนี้มีการใช้งานสองรูปแบบ แบบแรกเป็การสร้างวงเวทขึ้นป้องกันเฉพาะจุด เวทนี้ใช้ร่วมกับการต่อสู้ด้วยอาวุธ สามารถสร้างโล่ห์เวทด้วยมือข้างเดียว เวทป้องกันอีกรูปแบบเป็การสร้างเกราะเวทคลุมกาย เด็ก ๆ มีปราณอยู่จำกัด ส่วนใหญ่สร้างเวทคลุมกายได้แค่อึดใจเดียวก็สลายไป
การฝึกเวทจบลงก่อนตะวันตกดิน เป็เช่นนี้อยู่หนึ่งสัปดาห์ ผู้เฒ่าเฉินตัดสินใจยกระดับการฝึกให้ยากขึ้น เช้าวันต่อมา เมื่อเด็ก ๆ มาถึงลานบ่มเพาะครบ ผู้เฒ่าเฉินจึงยกสองมือขึ้นวาดไปมากลางอากาศ
หมอกควันสีขาวฟุ้งอยู่กลางอากาศหมุนวนจนจางลงกลายเป็วงเวทล้อมรอบนหมอกสีดำตรงกลาง หมอกสีดำบิดเป็เกลียวก้นหอย ผู้เฒ่าเฉินร้องบอก “พวกเ้ารีบตามเข้ามา” กล่าวจบก็ก้าวเท้าหายเข้าไปในวงเวท
“เช็ดเข้ วงเวท” สมปองที่เคยอ่านนิยายมาย่อมรู้สึกตื่นเต้นกว่าใคร เวทแบบนี้เรียกว่าเวทเคลื่อนย้าย ไม่ทราบผู้เฒ่าเฉินจะพาไปที่ไหน