เมื่อธาราหันไปดูคนอื่นๆในกลุ่มก็ต้องขยี้ตา สลัดศีรษะและมองทุกคนใหม่อย่างไม่เชื่อสายตา ทีมลูกหมูกลิ้งอีก 4 คนที่เขารู้จักกลายเป็คนที่เขาไม่รู้จัก ธันยากลายเป็ผู้หญิงวัยกลางคนที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน คุณอาธีระกลายเป็ชายสูงอายุร่างผอมเกร็งที่ดูแข็งแรง ส่วนน้าทอฝันกับพี่วิวัฒน์กลายเป็หนุ่มสาววัยมหาวิทยาลัย ธารายืนชะงักนิ่งทำอะไรไม่ถูกกับเหตุการณ์ในตอนนั้น เขาสงสัยว่าสติสัมปชัญญะของตนเองมีอะไรผิดปรกติไปหรือไม่ หรือนี่คืออาการแสดงความผิดปกติทางจิตที่เคยเกิดกับแม่ของเขา ความป่วยไข้ภายในที่ทำให้หญิงใจดีคนหนึ่งลงมือฆ่าคนที่รักอย่างเืเย็น ความทรงจำในคำคืนนั้นหวนกลับมากระหน่ำกระแทกอารมณ์ความรู้สึกจนร่างเริ่มสั่นเทิ้ม ธารากลัวว่าตัวเองจะกลายเป็คนเสียสติแบบแม่ของเขา
เมื่อผู้ที่กำลังเดินลงมาเข้ามาในระยะใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ธาราก็รู้สึกถึงความรังสีคุกคามบางอย่างที่ยากจะอธิบายกดดันจนหายใจได้ไม่ทั่วท้อง ชายคนนั้นผิวคล้ำโครงหน้าดุดันถมึงทึงแบบคนใต้ ส่วนสูงน่าจะเฉียดๆสองเมตร สวมเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าและกางเกงขาสั้นเผยให้เห็นส่วนแขนและขาที่ใหญ่และอัดแน่นด้วยมัดกล้ามเนื้อ ใบหน้าที่ดุดันของเขาระบายด้วยรอยยิ้มทำให้ดูเหมือนเสือผู้ล่าที่กำลังกระหายเื ซ้ำร้ายบริเวณตามเสื้อยืดยังสังเกตุเห็นรอยด่างวงสีเข้มคล้ำ ดูไปช่างคล้ายรอยเืกระเซ็น!!
ปรกติธาราเป็คนที่เฉื่อยชาต่อแรงกดดัน แต่เพียงการปรากฎตัวพร้อมรอยยิ้มของชายผู้นี้ ร่างของธาราพลันเกร็งเขม็งขึ้นพร้อมจะต่อสู้ ราวกับสัตว์ป่าที่ััความแข็งแกร่งและความอันตรายของอีกฝ่ายได้โดยสัญชาตญาณ ยามนี้ธารารู้สึกว่าตัวเองเหมือนวัวกระทิงที่ต้องปกป้องฝูงแกะเมื่อเห็นว่าเสือร้ายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ทุกสิ่งเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติตามสัญชาตญาณ ไม่มีเหตุผลใดมาอธิบายทั้งสิ้น ชายคนนั้นเดินมาหยุดยืนห่างจากกลุ่มของเขาในระยะมองตากันได้ชัดเจน ชายร่างใหญ่นั้นสบตาธาราไม่วางเว้น ดวงตาสีน้ำตาลของชายหน้าดุนั้นให้ความรู้สึกเหมือนกำลังจ้องตาเสือ ธาราขยับเท้าขวามาข้างหน้า พร้อมปล่อยหมัดเข้าปลายคางอีกฝ่ายหากเข้ามาใกล้อีกแม้แต่นิดเดียว ชายคนนั้นคล้ายรู้สึกได้ ชะงักเท้าหยุดตัวเองอยู่ตรงขอบแดนไร้ตัวตนที่ธาราตีขึ้น แสดงว่าอีกฝ่ายก็มีประสบการณ์การต่อสู้ที่ไม่ธรรมดา
“นักมวยเหรอ” ชายร่างั์แสยะยิ้มหัวเราะหึๆ ฟันเขี้ยวสองข้างดูแหลมและยาวกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย “น่าสนุก”
จากการประเมินสถานการณ์ธาราพบว่าตัวเองเสียเปรียบ ที่ยืนบนนี้แคบเกินไป อีกฝ่ายตัวสูงและหนักกว่าเขามาก (อีกฝ่ายน่าจะไม่ต่ำกว่าร้อยยี่สิบกิโลกรัม แถมมีแต่มวลกล้ามเนื้อ) ดูจากท่ายืนไร้แบบแผนของอีกฝ่ายอาจจะดูไม่เป็มวยหรือศิลปะการต่อสู้ใดๆ แต่กลับมีลักษณะคล้ายสัตว์ป่าที่ผ่านศึกมาโชกโชน นอกสังเวียนจะประมาทคนแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด ธาราไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงคิดล่วงหน้าเื่การสู้ขนาดนี้ ทั้งๆที่เพิ่งเจอหน้ากันแท้ๆ
“อย่าเสียมารยาทสิคะพี่ขาล” เสียงหญิงสาวเย็นเยียบเอ่ยขึ้น มือข้างหนึ่งยื่นมาแตะแขนกำยำข้างนั้น บรรยากาศคุกคามพลันสลายตัวลงเป็ปลิดทิ้ง ร่างของธาราพลันผ่อนคลายตามไปด้วยโดยปริยาย แต่เมื่อคิดได้ก็ต้องตื่นตระหนกกับการปรากฎตัวของหญิงสาวผู้นั้น อายุน่าจะรุ่นราวๆพี่ชาคริต ผมดำหน้าคมออกไปทางลูกครึ่งฝรั่ง สวมชุดสปอร์ตบราสีเทาเอวลอย ผิวขาวผ่องชนิดที่คงเห็นได้แต่ไกล ทรวดทรงองค์เอวจากการปั้นจากในยิมมาอย่างดี
ที่ธาราใหาใช่ความงามและเซ็กซี่ของเธอ แต่แปลกใจที่เขาไม่รู้ว่าเธอมายืนตรงนี้ั้แ่เมื่อไหร่ ทักษะการจับสังเกตุของนักมวยสากลเหรียญทองระดับมัธยมปลายอย่างเขาไม่น่าจะพลาดให้ใครโผล่เข้ามาในระยะใกล้ได้ง่ายๆขนาดนี้
“อลิสา เืพี่กำลังพล่านเลย” ชายร่างั์ชื่อขาลตอบสาวลูกครึ่ง หัวเราะหึๆ สายตายังคงจ้องธารา พลังคุกคามไร้ตัวตนเริ่มก่อเค้าขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ธารากลับมองเห็นคลื่นพลังบางอย่างแผ่ออกมาจากตัวชายชื่อขาล เขาเตือนสติตัวเองว่าเวลาแบบนี้จะมาตาฝาดไม่ได้ แต่แล้วมือของหญิงสาวชื่ออลิสาที่จับแขนขาลอยู่ก่อแผ่คลื่นพลังงานบางอย่างออกมาเช่นกัน สลายคลื่นพลังคุกคามของขาลสูญไปหมดสิ้น
“หนูเตือนพี่ครั้งเดียวนะคะ พี่ต้องรู้จักจัดลำดับความสำคัญสิ ตอนนี้เรากับเขามีศัตรูร่วมกัน” อลิสาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังใส่ชายร่างั์ ให้ความรู้สึกเหมือนหัวหน้ากำลังคุยกับลูกน้อง ทันใดนั้นเขาหรุบตาต่ำลงแล้วเปลี่ยนท่าเป็ยืนสำรวม รังสีความเป็สัตว์ป่าหายไปราวกับเป็คนละคน จากนั้นเธอก็หันมาคุยกับธารา
“ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ เราแค่ทำภารกิจแล้วผ่านทางนี้เฉยๆ”อลิสาหันไปมองข้ามไหล่ธาราไปยังตำแหน่งที่ธันยายืนอยู่แล้วพูดขึ้น “ไม่มีประโยชน์หรอกจ้ะ ตัวตนแฝงหลอกนักแกะรอยแบบพี่ขาลไม่ได้หรอก”
ธาราหันไปมองข้างหลัง ตอนนี้ธันยากลับมาเป็ธันยาคนเดิมแล้ว คนอื่นๆก็ด้วยเช่นกัน ธารางุนงงกับสถานการณ์แต่ก็ได้แต่หันรีหันขวางมองธีระที น้าทอฝันที แต่ละคนยืนทื่อหน้าซีดคล้ายคนเผชิญภาวะตื่นตระหนก โดยเฉพาะพี่วิวัฒน์ที่เหงื่อกาฬเต็มใบหน้าทั้งร่างสั่นเทิ้มแต่พยายามฝืนยืนไว้ อลิสามองดูธาราแล้วยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ก่อนจะพูดว่า “ดูเหมือนจะมีคนนอกหนึ่งคน ขอโทษที่รบกวนอีกครั้งนะคะ พี่ขาล เราไปกันเถอะ”
หญิงสาวชื่ออลิสายิ้มให้อย่างสุภาพก่อนจะเดินผ่านกลุ่มของธาราลงไปในทางที่กลุ่มลูกหมูกลิ้งขึ้นมากัน เมื่อเดินผ่านธาราค่อยสังเกตุว่าส่วนที่เย้ายวนใจของหญิงสาวชื่ออลิสาคือส่วนบั้นท้ายที่ใหญ่และงอนกลมกลึงได้รูป บริเวณหลังด้านล่างมีรอยสักรูปลวดหนามแนวขวางพันด้วยเถาดอกกุหลาบสีแดงสด ชายร่างั์ค้อมศีรษะแล้วยิ้มให้กลุ่มพวกเขาอย่างสุภาพราวกับบริกรในภัตตาคารที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี แทบไม่ใช่คนเดียวกับที่ปรากฎกายในคราวแรก
จากนั้นทั้งสองก็เริ่มวิ่งเหยาะๆลงไปในทางเดียวกับที่กลุ่มของธาราเดินขึ้นมา ธาราแอบคิดในใจว่าทางที่พวกเขาขึ้นมากันถือว่าอันตรายมากหากใช้เป็ทางลง ครั้นจะไปเตือนแต่ลักษณะการวิ่งเหยาะๆลงเขาของอีกฝ่ายก็ดูคล้ายจะชำนาญเส้นทางและการเคลื่อนที่มากกว่ากลุ่มพวกเขาเสียอีก พอหญิงสาวลูกครึ่งกับชายร่างั์หน้าดุลงตามทางไปจนลับสายตา อีกสี่คนที่เหลือก็คล้ายกลับมาหายใจได้ทั่วท้องอีกครั้ง ราวกับปลดภาระไร้ตัวตนอันหนักอึ้งออกจาบ่าไปหมดสิ้น ทว่าพี่วิวัฒน์ดูอาการหนักกว่าเพื่อนถึงกับทรุดฮวบลงกับพื้นจนธีระต้องย่อลงประคองร่างไว้ ชายร่างอ้วนใหญ่หอบหายใจระรัวคล้ายกำลังจะเป็ลม
“ทำใจดีๆ ตั้งสติไว้ หายใจลึกๆ”ธีระแนะนำ พร้อมกับคอยกำกับจังหวะหายใจเข้าลึกๆออกช้าๆให้
“เดี๋ยวก็ดีขึ้นนะ ไม่ต้องห่วง” น้าทอฝันพยายามปลอบอีกฝ่าย แต่น้ำเสียงของตนก็สั่นเครือฟังดูไม่ดีเท่าไหร่
ธาราหันไปมองแฟนสาวของตน พบว่าเธอยืนตัวแข็งปากสั่น ราวกับว่าความสูงที่รายล้อมอยู่ตอนนี้กลายเป็เื่ไร้สาระสำหรับเธอ บางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัวยิ่งกว่ากำลังจู่โจมจิตใจของเธอ ธาราดึงไหล่ธันยามาโอบไว้ พบว่าร่างของธันยาที่ดูคล้ายแข็งทื่อนั่นกลับปวกเปียกมาซุกในอ้อมอกของเขาอย่างง่ายดายจนเกือบล้ม เขาลูบไหล่และศีรษะของอีกฝ่ายเพื่อช่วยปลอบประโลม เพียงชั่วครู่ธันยาคล้ายดึงสติกลับมาได้ ร่างเริ่มสั่นเทิ้มซุกหน้าอยู่ในอ้อมอกของเขา
“เกิดอะไรขึ้น”ธาราพยายามถามแฟนสาว แต่เธอสั่นศีรษะรัวๆไม่ยอมพูดจา ธารารู้ว่ายังไม่ใช่เวลาเหมาะที่จะเซ้าซี้ จึงเก็บความสงสัยไว้ในใจก่อน ธีระกำลังกำหนดลมหายใจร่วมกับพี่วิวัฒน์ ในขณะที่น้าทอฝันพยายามพัดมือให้ลมโกรกมากขึ้นคล้ายปฐมพยาบาลคนจะเป็ลม
พี่วิวัฒน์ทำสัญลักษณ์มือบอกธีระว่าดีขึ้นแล้ว “พี่ครับ ผมอยากลงจากเขาให้เร็วที่สุด ไม่ต้องกลัวผมเหนื่อย อะไรก็ไหวแล้วตอนนี้”
ความรู้สึกอยากหนีอะไรบางอย่างกระตุ้นให้พี่วิวัฒน์ที่น้ำหนักตัวเกินยอมรับความเหนื่อยสาหัสแต่โดยดี ความกลัวเดียวกันกับที่ทุกคนในกลุ่มรู้สึก ยกเว้นธาราที่ยังงงงวยกับสถานการณ์
“ทำใจดีๆไว้ ตอนลงภาคสนามก็จะประมาณนี้แหละ” คุณอาธีระพยายามกล่อม
“เดี๋ยวเธอก็ชินเอง” น้าทอฝันพูดสนับสนุน แต่ไร้นำหนักในคำปราศจากความมั่นใจในน้ำเสียง
“เดี๋ยวก็ชิน!” พี่วิวัฒน์โพล่งร้องออกมา “วันหน้าผมต้องไปฉะกับคนพวกนี้เหรอเนี่ย ผมตายแน่! ผมขอลาออกครับพี่”
“ใจเย็นๆสิ พี่ก็เข้าใจ เมื่อครู่พี่ก็รู้สึก ถึงพี่จะไม่ได้เป็ตัวหลักเหมือนน้องก็เถอะ” ธีระพยายามชักแม่น้ำทั้งห้า ธาราลองคาดเดาความเกี่ยวข้อง อีกฝ่ายน่าจะเป็คู่แข่งของบริษัทหรือองค์กรที่ทำงานอยู่ พี่วิวัฒน์คงกลัวลักษณะดุร้ายและรังสีคุกคามบางอย่างจากชายร่างั์ที่ชื่อขาลคนนั้น
“พี่ก็เห็นนี่ครับ ผู้หญิงคนนั้น…คนที่หน้าตาลูกครึ่งนั่น โอ้!.. ให้ตาย” พี่วิวัฒน์ละล่ำละลักราวกับคนกำลังเพ้อคลั่ง ธาราแอบแปลกใจที่พี่วิวัฒน์ดูกลัวผู้หญิงคนนั้นมากกว่าอีกคนที่ดูเหมือนสัตว์ป่า “ถึงจะได้ยินกิตติศัพท์ของ ราชินีน้ำแข็ง มาบ้าง แต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ ให้ตาย! ปล่อยให้คนแบบ อินทรีขาว สิงห์อมควัน าาเต่า ลุยกันเองเถอะ ผมคงไม่เหมาะกับภาคสนามจริงๆ”
ธาราพยายามคิดตาม ชื่ออินทรีขาว สิงห์อมควัน และาาเต่า ดูคล้ายฉายาที่ตั้งให้ แต่ก็รู้สึกแปลกที่เอามาเรียกกันในที่ทำงานแบบนี้
“อย่าเพิ่งท้อสิจ๊ะ ใหม่ๆก็ไม่มีใครเก่งกันทุกคนหรอก” น้าทอฝันว่า
“ไม่เหมือนกันครับพี่” พี่วิวัฒน์แย้ง “ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้น พอมาเห็นของจริง รู้เลยคนละชั้นมันเป็ยังไง ผมไม่มีวันไปลุยกับคนพวกนั้นไหวหรอกพี่ ผมลาออกแน่ๆครับ!”
“เื่นี้เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกทีนะ ใจเย็นๆไว้ไปคุยกันข้างล่างตอนหายเหนื่อย พอผ่านพ้นวิกฤติ่นี้ไปได้ น้องก็ขอข้างบนโยกย้ายไปทำงานเื้ัเหมือนเดิม อาศัยตำแหน่งคนรู้จักพี่โยกย้ายให้ได้” ธีระพูด
“ที่ผ่านมาผมใฝ่ฝันจะได้ลุยภาคสนามมาตลอด ผมมีอินทรีขาวเป็ไอดอล แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าความใฝ่ฝันผมมันเกินตัวมาก จะบนนี้หรือข้างล่างผมก็ยืนยันคำตอบเดิม ผมลาออกครับ”
น้าทอฝันถอนหายใจ หญิงวัยกลางคนเองก็ยังอดร่างสะท้านไม่ได้เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ธันยาในอ้อมอกของธาราเริ่มสงบลงแล้ว เกิดความเงียบปกคลุมชั่วขณะ ธาราเอ่ยปากถามขึ้น
“นี่มันเื่อะไรกันครับ”
น้าทอฝันมีท่าทีอึกอักคล้ายคิดหาคำตอบที่เหมาะสม หันไปมองหน้าธีระ อีกฝ่ายขยับแว่นตอบแทนด้วยท่าทีขรึมๆ “เป็เื่ภายในของบริษัทที่อาทำงานน่ะ สองคนเมื่อครู่อยู่บริษัทที่ เอ่อ… เป็คู่แข่งกัน”
การอธิบายชะงักขาดตอน ธาราไม่ได้เซ้าซี้เพิ่มเติมแม้จะรู้สึกว่าอีกฝ่ายบอกความจริงไม่หมด
่การเดินลงเขากลายเป็ทริปที่มีแต่ความเงียบ ไม่มีใครพูดแม้แต่คำเดียว
พี่วิวัฒน์แม้จะประสบปัญหาข้อต่อรับภาระหนัก่เดินลง แต่แกก็อาสาเดินนำหน้าจนแทบจะวิ่งคล้ายลงไปจากเขาให้เร็วเท่าไหร่ได้ยิ่งดี
บางจะหวะที่เส้นทางแคบๆเดินเฉียดเหว ธันยาดูไม่ได้สนใจความสูงที่เคยกลัวอีกต่อไป เธอดูเลื่อนลอยไม่พูดจาจนธาราต้องเปลี่ยนตำแหน่งมาคอยดูเธอไม่ให้สะดุดล้มเกิดอุบัติเหตุ
น้าทอฝันกับธีระกระซิบกระซาบกันบางครั้ง ธาราพยายามเงี่ยหูฟังเพื่อจับใจความ แต่ทว่าเสียงคุยเ่าั้กลับผ่านหูไปราวกับคว้ามือจับของเหลว (ทั้งๆที่ธารามั่นใจว่าปรกติระดับเสียงอย่างนี้ควรจะสามารถได้ยินและจับความได้บ้างแล้ว) ราวกับเสียงภาษาไทยที่ทั้งคู่กระซิบกันเป็เสียงภาษาอื่นที่ธาราไม่รู้จักมาก่อน
ธาราคิดว่าผู้หญิงคนที่ชื่ออลิสานั้นพูดถูก ในกลุ่มนี้มีคนนอกอยู่หนึ่งคน ซึ่งก็คือเขาเอง