Chapter 3
เธอสวย...แต่เธอแปลก
ณ บ้านสวนของคุณตาบีน่า
รถคันหรูขับมาจอดภายในบ้านสวนที่ค่อนข้างเก่าและทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เป็บ้านไม้สองชั้นเก่าๆ ซึ่งก็ดูไม่ได้โดดเด่นและแปลกอะไร
“นี่เธอเดินทางไปมายังไงเนี่ย ถึงจะอยู่ในตัวเมืองแต่มันก็ค่อนข้างลึกอยู่นะ”
แอชตันมองไปบริเวณรอบๆ ที่แทบจะไม่มีเพื่อนบ้านเลย มันทั้งมืดและเงียบสงัด
“ก็อยู่แบบนี้แหละค่ะ ตอนกลางวันฉันก็นั่งเล่นอ่านหนังสือ”
ถ้าเบื่อมากๆ ก็คิดว่าจะให้เ้าบอดี้การ์ดทั้งเจ็ดพาไปเที่ยว อันนี้คิดในใจแต่ไม่ได้ตอบไป
“หึ แล้วเธอออกไปทำงานยังไงล่ะ?”
“ปกติถ้าจะไปข้างนอกก็เรียกรถค่ะ เดี๋ยวนี้มีแอพเดลิเวอรี่แล้วนี่นาไม่เห็นจะต้องกังวลเลย”
“ก็จริง..” ยิ่งเธอตอบแบบอ้อมไปอ้อมมาก็ยิ่งทำให้แอชตันรู้สึกสนใจในตัวของผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้านข้างตอนนี้
“เข้าไปในบ้านกันเถอะนะคะ...ถ้าคุณไม่รังเกียจนะ”
ใบหน้าสวยจิ้มลิ้มสดใสหันมายิ้มสดชื่นให้กับคนที่นั่งอยู่เบาะคนขับ แอชตันเห็นอย่างนั้นก็คลี่ยิ้มออกมา...เธอสวยมากจริงๆ
“ใครจะไปรังเกียจ ไปสิเข้าไปกัน”
ไม่ได้สนใจเื่สภาพแวดล้อมเพราะสิ่งที่อชิรวิชญ์โฟกัสในตอนนี้คือเรือนร่างสวยที่อยู่ภายในชุดเฉิ่มเชยที่แสนจะเรียบร้อยนั้น
บีน่าเชิญเขาเข้ามาภายในบ้าน คนตัวสูงกว่ามองไปรอบๆ บ้าน ก็พบว่ามีรูปเธอในวัยเด็กติดอยู่ที่ฝาผนังด้วย
“นั่นรูปคุณตอนเด็ก?” อดที่จะถามขึ้นมาไม่ได้จริงๆ เพราะเด็กที่ใส่ชุดกระโปรงสีชมพูลายดอกไม้ระบายดูน่ารักยิ้มแฉ่งถักเปียสองข้าง เส้นผมมีสีน้ำตาลแดงยืนอยู่กับคุณตาคุณยายแก่ๆ ดูยังไงก็คือเธอคนนี้ชัดๆ
“ใช่ค่ะ นั่นรูปฉันเอง...เป็รูปของคุณตาคุณยายที่ถ่ายกับฉันในสมัยเด็ก” บีน่ามองแล้วก็คลี่ยิ้มบางบาง ที่จริงมีรูปของลูกพี่ลูกน้องเธออีกคนด้วยแต่ไม่รู้ว่าคุณตาคุณยายเอาไปเก็บไว้ที่ไหน เพราะก่อนพวกท่านจะเสียครอบครัวพากันกลับมาที่ไทยแล้วนั่งดูรูปครอบครัวกัน
“เธออยู่กับคุณตาคุณยายเหรอ...” แอชตันมองหญิงสาวที่ยืนดูรูปอยู่ตรงหน้า...เธอดูน่าสงสาร
“ใช่ค่ะ” บีน่าตอบ... เธออยู่กับคุณตาคุณยายจริงๆ ในรูปนั้น
“พวกท่านเสียไปแล้ว งั้นเธอก็อยู่ที่นี่คนเดียว?”
” ใช่ค่ะฉันอยู่ที่นี่คนเดียว”
ก็เพิ่งมาถึงก็คงต้องอยู่คนเดียวแหละ ส่วนเ้าบอดี้การ์ดทั้งเจ็ดคนเธอก็ไล่ให้ไปอยู่บ้านเช่าหลังอื่นแทนแล้วแล้วก็ห้ามโผล่หน้ามาในคืนนี้เพราะเธอบอกว่าจะพักผ่อนแต่ที่จริงแอบหนีเที่ยว
ได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งรู้สึกสนใจหญิงสาวคนนี้มากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก สงสัยว่าเธอจะไม่มีพ่อแม่เพราะอาศัยอยู่กับตายาย
รู้สึกสงสัยว่าพวกท่านเป็อะไรถึงเสียชีวิตทำให้เด็กสาวตัวเล็กๆ คนนี้ต้องมาอยู่กับตากับยาย แต่แอชตันเองก็มีมารยาทมากพอที่จะไม่ถามต่อ
“ถ้าไม่อยากเหงา ก็ไปที่ผับบ่อยๆ สิ”
“ถ้าฉันต้องไปที่นั่นทุกวันก็คงลำบากหน่อยค่ะ”
ร่างเล็กคลี่ยิ้มบางบางให้กับคนตรงหน้า ก็ต้องลำบากสิเพราะเธอต้องแอบหนีพวกเจสันออกไป ขืนรู้ว่าเธอหนีไปเที่ยวผับคงได้ฟ้องพ่อและพ่อก็จะมาลากตัวเธอกลับนิวยอร์กอย่างแน่นอน
“ไม่เป็ไร... เธอมาบ่อยๆ ได้ตาม้า ที่นั่นเป็ผับของฉันเองเื่ค่าใช้จ่ายผมจัดการให้ได้”
ดูจากสภาพสถานที่อยู่ทรุดโทรมมากเธอคงจะไม่ค่อยมีเงิน แอชตันรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อยอาจจะเป็เพราะว่าสงสาร เขาไม่เคยมีความรู้สึกอย่างนี้กับใครเลย อยู่กับเมมายามาตั้งนานก็ไม่มี แต่เมมายาก็ไม่ได้น่าสงสารอะไรนี่เธอเป็ลูกนักการเมืองท้องถิ่นมีเงินมาเที่ยวผับของเขาทุกคืนจนล่อเขาเข้าถ้ำเสือของเธอได้ หรือจะเรียกว่าเขาล่อเธอดีล่ะ?
“ขอบคุณสำหรับคำเชิญนะคะ เชิญคุณนั่งก่อนสิ”
บีน่าผายมือให้เขานั่งลงที่โซฟาไม้ซึ่งเชื่อเลยว่าเป็โซฟาที่แทบจะมีทุกบ้านในเมืองไทย
“ขอบคุณ”
แอชตันนั่งลงตามคำเชื้อเชิญแต่กลับไม่ใช่โซฟาไม้อีกด้านนึงแต่เป็ข้างๆ ของบีน่าเลย
“เอ๊ะ ใกล้ไปหรือเปล่าคะ?”
คนตัวเล็กเอ่ยถาม ไม่รู้ว่าจะใกล้ชิดกันไปหน่อยหรือเปล่าสำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกันวันแรก
“ก็ไม่นี่~” หน้าหล่อของหนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษยิ้มเ้าเล่ห์ การที่หญิงสาวชวนเขาเข้ามาในบ้านสองต่อสองอย่างนี้ก็ควรจะรู้อยู่แล้วป่ะว่า้าอะไร นั่นคือสิ่งที่เขาคิด
แม้จะยังไม่เคยต้องมือชายใดแต่ก็โตในเมืองนิวยอร์กซึ่งเซ็กส์เป็เื่ปกติสำหรับที่นั่น เธอเองก็ไม่ได้ว่าอะไรปล่อยเลยตามเลยไปอย่างนั้น
“รับน้ำสักแก้วไหมคะ?”
ถามไปตามมารยาท พอจะรู้อยู่หรอกว่าสิ่งที่เขา้าในบ้านหลังนี้คงไม่ใช่น้ำดื่ม รู้ทุกอย่างแต่ก็ยังจะชวนเขามา
ดวงตาคู่สวยจ้องมองหน้าของแอชตันั้แ่หัวจรดเท้า เขาเองก็หล่อใช่เล่นสเป็คเธอเลยล่ะ หล่อกว่าเอเดนแฟนเก่าเธอซะอีก... การที่ได้มาเจอผู้ชายหล่อ ตัวสูงใหญ่กว่า 185 เิเ ผิวขาวกับผมสีน้ำตาลหยักศกเล็กน้อยนั้นแล้วไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเจอเขาคนนี้ในต่างจังหวัด ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ หล่อโดดเด่นกว่าผู้ชายทั่วไป
“ไม่ล่ะ เมื่อกี้ก็เพิ่งดื่มเหล้ากันมาไง”
“แต่ฉันอยากดื่มต่อค่ะ”
เธอจ้องมองหน้าของแอชตันอย่างหลงใหล แม้จะเจอกันได้เพียงแป๊บเดียวแต่ใจดวงน้อยก็แอบสั่นไหวเมื่อได้อยู่ใกล้กันแบบนี้ เธอมีลูกพี่ลูกน้องผู้ชายอยู่หลายคน แต่พออยู่กับผู้ชายที่ไม่ใช่ญาติตัวเองกลับใจสั่นอย่างไม่น่าเชื่อ...ไม่แปลกเลยที่เธอจะโดนเอเดนหลอกได้อย่างง่ายดาย อ่อนประสบการณ์มากจริงๆ ในเื่ของเพศตรงข้าม
“ดื่มต่อ? ที่บ้านเธอมีเหล้าเหรอ?”
คนตัวสูงที่นั่งอยู่ใกล้เธอมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นร่องรอยของแก้วหรือว่าขวดเหล้าอยู่เลย มีเพียงตู้เย็นเก่าๆ ที่ถูกเสียบปลั๊กเอาไว้อยู่ภายในครัว
“ไม่มีหรอกค่ะ...” แต่ฉันคิดว่าคุณมี เหล้าในปากคุณไงคะ กลิ่นมันคละคลุ้งออกมาจนฉันอยากจะลิ้มลอง บีน่าคิดในใจแล้วจ้องมองริมฝีปากสวยได้รูปนั้นก่อนจะจู่โจมเข้าในทันที
“หืม? อ อุ๊บ”
แอชตันเบิกตาโพลงโตด้วยความใเมื่อจู่ๆ หญิงสาวก็พุ่งตัวเข้าหาเขาแล้วประกบปากจูบเข้าที่ริมฝีปากหนาโดยที่เขาเองก็ไม่ได้ทันตั้งตัว
ดวงปากเล็กประกบปากจูบเขาอย่างไม่รู้ประสีประสา พยายามสอดลิ้นเล็กเข้าไปตักตวงเอาความหวานจากอุ้งปากของคนตัวใหญ่...แอชตันรู้สึกใจสั่น สั่นอย่างบอกไม่ถูก ไม่เคยเป็อย่างนี้กับใครมาก่อน
ไม่ใช่ว่าไม่เคยโดนผู้หญิงจู่โจมจูบก่อน แต่แค่เธอคนนี้มันแปลก แปลกเกินไป
“ด เดี๋ยวสิ”
พยายามผลักเธอออก ไม่ใช่ว่าเขาไม่้าแต่แค่งงเพราะทุกอย่างมันดูปุบปับไปหมด แถมสาวเ้าก็ดูไม่ค่อยประสีประสาไม่รู้เื่ไม่มีจังหวะเอาซะเลย
“ทำไมคะ? คุณจะปฏิเสธเหรอ ที่มาที่นี่ก็เพราะ้าแบบนี้ไม่ใช่รึไง?”
สำหรับบีน่าแล้วผู้ชายทุกคนก็้าเื่อย่างว่ากันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่เอเดน คำนั้นมันยังฝังลึกลงอยู่ภายในใจของเธอ
‘ก็เพราะเธอเื่มาก คบมาตั้งนานทำแบบที่แฟนทำกันก็ไม่ได้ ลูกคุณหนูอย่างเธอน่ะมันน่าเบื่อเกินไป ไม่เร้าใจ!’
น่าเบื่องั้นเหรอ หน็อย! ไอ้กระจอก ไอ้ผู้ชายทุเรศ ไอ้ผู้ชายเ้าชู้ บีน่าเมื่อคิดไปถึงเหตุการณ์นั้นก็โมโหอดเบ้หน้าขึ้นมาไม่ได้ ชาตินี้ชาติไหนขออย่าให้เจอผู้ชายอย่างนั้นอีกเลย
“มันก็ไม่ใช่หรอก...” เขาไม่ได้คิดจะปฏิเสธ
เขายกมือขึ้นเกาค้างแล้วมองหน้าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ เธอสวย แต่เธอแปลก ดูไม่ค่อยมีจริตจะก้านแบบผู้หญิงคนอื่นเลยถ้าเทียบกับเมมายานี่แพ้ราบคราบ แม้ความสวยจะชนะเกินร้อยก็เถอะ แต่จริตมารยาหญิงไม่มีมันก็เท่านั้น ทื่อชะมัด
จะว่าอ่อยเหรอก็ไม่ จะว่ายั่วยวนเขาเหรอก็ไม่เชิง เธอสวยแต่...แปลก
“ฮึก ฮืออ! บ้า บ้าที่สุด!คุณเองก็มองว่าฉันน่าเบื่อใช่มั้ยล่ะ!”
เห็นท่าทีของชายตรงหน้าแล้วก็ทำให้บีน่าคิดไปถึงเอเดนที่นอกใจเธอเพราะบอกว่าเธอน่าเบื่อ หน้าของแอชตันดูแปลกใจมากตอนที่จ้องหน้าเธอทำให้บีน่ารู้สึกใจสั่นและไม่มั่นใจขึ้นมา...บางทีเธออาจจะไม่เหมาะกับการมีแฟน
“ยังไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย”
เขาใที่จู่ๆ หญิงสาวตรงหน้าก็ร้องไห้โฮออกมา เธอคงมีอดีตที่เ็ป
ทั้งคู่นั่งเงียบอย่างนั้นกันอยู่สักพักโดยมีบีน่าสะอึกสะอื้นยกมือเช็ดน้ำหูน้ำตา ส่วนแอชตันเองก็นั่งอยู่ที่โซฟาตัวเดียวกับเธอแต่มีระยะห่างอยู่ประมาณหนึ่งคืบ เกิดมาก็เพิ่งจะเคยมาอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้แหละ
อะไรวะเนี่ย กะจะมาฟันเล่นๆ แต่จู่ๆ ยัยนี่ก็กระชากเข้าไปจูบ จูบเสร็จก็มานั่งร้องไห้ แล้วกูควรจะรู้สึกยังไงดีวะ?
“ร้องไห้ทำไม?”
หลังจากหญิงสาวร้องไห้จนพอใจเริ่มจะมีสติมากยิ่งขึ้นแอชตันก็เอ่ยถามเสียงเรียบ ไม่เคยเจอผู้หญิงที่ร้องไห้เพราะจูบเขามาก่อน จะร้องไห้อย่างมากก็เพราะโดนฟันแล้วทิ้งหรือไม่ก็ไปหักอกเธอ แต่นี่เขายังยังไม่ทันทำอะไรเลยนั่งนิ่งๆ ก็โดนร้องไห้ใส่ซะแล้ว
“ฉันก็แค่เศร้านิดหน่อย...ขอโทษนะที่มาทำตัวอย่างนี้ใส่คุณ ฉันไม่ควรทำอย่างนี้กับคนที่เจอกันแค่เพียงครั้งแรกเลย”
เมื่อตั้งสติได้และตื่นจากภวังค์ความเศร้านั้นก็รู้สึกผิดกับเขา เขาเป็แขกที่เธออุตส่าห์เชิญมาแท้ๆ แต่กลับมาฟูมฟายใส่ คนที่เธอควรจะโวยวายใส่คือเอเดนไม่ใช่ผู้ชายคนนี้
“ฉันไม่ถือสาหรอกนะ มีอะไรเล่าให้ฟังได้ ฉันพร้อมจะรับฟัง”
แค่รู้สึกว่าเธอแปลกเลยอยากจะรู้จักให้มากขึ้น
มันน่าสนใจซะยิ่งกว่าผู้หญิงที่เขาเคยหลับนอนด้วยง่ายๆ คนอื่นเสียอีก ดูท้าทายกว่าเมมายาด้วยซ้ำ
“ฉันก็แค่ไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงเวลาอยู่กับผู้ชาย”
เพราะตอนที่ฉันอยู่กับเอเดนต่อหน้าเขาก็ดูมีความสุขดี ใครจะคิดว่าลับหลังเขาจะมีเื่มากมายในใจจนถึงขั้นต้องแอบนอกใจมานอนกับเพื่อนสนิทของตัวฉันเอง ใครจะไปเล่าเื่อย่างนี้ให้ฟังได้ล่ะน่าอายจะตาย บีน่าคิดในใจแต่ก็ไม่พูดออกไป
“ทำไมล่ะ? หรือว่าเพราะอยู่แต่กับตายายก็เลยไม่ค่อยมีเพื่อนผู้ชายอย่างนั้นเหรอ”
“ที่จริงก็มีญาติๆ ผู้ชายค่ะ เราสนิทกันดีแต่เวลาอยู่กับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ญาติฉันมักจะทำตัวไม่ถูกอย่างนี้เสมอ ขอโทษคุณด้วยนะที่ทำให้ใ”
“ไม่เป็ไร ก็ไม่ได้ใอะไรหรอก”
โกหกคำโต ที่จริงแอชตันไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนก็ค่อนข้างใอยู่ จู่โจมเข้ามาจูบก็ควรจะเป็จูบที่เย้ายวนและเซ็กซี่อย่างหญิงอื่นที่เคยเจอมา แต่นี่เธอจู่โจมเข้ามาจูบโดยที่ไม่ได้มีความยั่วยวนเลย...ดูเป็การฝืนตัวเองซะมากกว่า
แต่ก็ต่างจากที่คิดตอนแรก บุคลิกในตอนแรกที่เจอที่ผับคิดว่าเธอจะเป็ผู้หญิงง่ายซะอีก แต่ที่ไหนได้...เป็ผู้หญิงแปลกนี่หว่า
“ฉันว่าเดี๋ยวฉันเดินออกไปส่งคุณดีกว่า คุณคงไม่อยากอยู่ที่นี่นานนัก”
บีน่าหลบตาไม่กล้าสบตา เธอซ่อนความเศร้าเอาไว้ภายใน เขาคงจะนึกรังเกียจและคิดว่าเธอแปลกมากสินะ...บางทีควรจะจัดการที่ตัวเองไม่ควรเอาใครเข้ามารองรับอารมณ์ของเธอเลยยัยบีน่าเอ้ย ตำหนิตัวเองในใจ
“แต่คืนนี้ฉันอยากค้างที่นี่”
“อ เอ๋?”
เงยหน้าสบตามองเขา ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนกล้าพูดอย่างนี้กับเธอมาก่อนแม้แต่เอเดนที่เป็แฟนยังไม่กล้าเลย แค่เห็นหน้าบอดี้การ์ดทั้งเจ็ดยืนเฝ้าก็กลัวจนหัวหมดแล้ว
“ฉันพร้อมจะรับฟังและสอนเธอทุกอย่างนะ”
ไม่รู้ว่าทำไมแต่รู้สึกใจสั่นเวลาที่อยู่กับเธอคนนี้ มันต้องไม่ใช่ดิ มันต้องไม่ใช่ความรู้สึกหวั่นไหวแต่เป็เพียงความท้าทายกับของแปลกที่อยากจะลิ้มลอง แอชตันบอกตัวเอง
“คุณจะสอนฉันอย่างนั้นเหรอคะ? สอนว่าควรวางตัวยังไงเวลาอยู่กับผู้ชายคนอื่นใช่ไหม มันจะทำให้ฉันเข้ากับผู้ชายได้ดีขึ้นใช่มั้ยคะ?”
“ทุกอย่างที่เธอ้าฉันมอบมันให้ได้” ใช่ ทำให้เธอเข้ากันได้ดี แต่เข้ากับเขานะไม่ใช่คนอื่น...
รวมไปถึงเื่บนเตียงด้วย ใบหน้าหล่อร้ายของหนุ่มลูกครึ่งเหยียดยิ้ม ไม่ว่าสาวคนไหนเจอเขาก็ต้องหลงเสน่ห์กันทุกราย
“ถ้างั้น...คืนนี้ค้างที่นี่นะคะ”
น้ำเสียงออดอ้อนเอ่ยออกไปพร้อมกับมองหน้าเขาด้วยแววตาหวานหยาดเยิ้ม บางทีการมาไทยครั้งนี้ก็มีสิ่งที่น่าสนุกรออยู่...