บริเวณด้านนอกอาคารทหารรับจ้าง หลังจากซิ่วอิงจัดการทุกคนลงไปนอนหมดแล้ว เธอจ้องไปที่รองหัวหน้า4 หน้าบาก และคนที่เหลือด้วยท่าทางเรียบเฉย ก่อนที่จะยิ้มเย็นออกมาแล้วกล่าว
" ท่านรองหัวหน้า4.. ข้าเข้าไปได้รึยัง หรือต้องให้ข้าฆ่าคนเสียก่อน.."
" พะ.. พอ.. ยะ หยุด หยุดก่อน.. ข้ามีอะไรจะบอกเ้า.. "
รองหัวหน้า 4 ร้องบอกออกไปเสียงสั่นๆ ในตอนนี้ท่าทางของเขาไม่ได้ตกตะลึงแล้ว แต่กลับแทนที่ด้วยความหวาดกลัวจับใจ เพราะหากนางทำอย่างที่พูด พวกเขาต้องตายอย่างแน่นอน ถึงแม้จะไม่รู้ระดับพลังของนาง แต่บอกได้คำเดียวว่า เหนือกว่าพวกมันอย่างไม่ต้องสงสัย
" ถ้าเช่นก็บอกมา.. หัวหน้าของพวกเ้าเอาบิดาข้าไปไว้ที่ไหน ? "
ซิ่วอิงถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆเช่นเดิม ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ รองหัวหน้า4 ทำได้อย่างเดียว นั่นคือทำตามที่นาง้า
" อยู่ด้านใน.. บิดาเ้าอยู่กับหัวหน้าและรองหัวหน้าทุกคนที่ห้องประชุม "
สิ้นคำกล่าวของหัวหน้า4 ซิ่วอิงไม่พูดอะไรอีก สาวเท้าก้าวเข้าไปในตัวอาคารทันที แต่ละก้าวที่ซิ่วอิงย่างเดินใกล้เข้าไป ทำให้ทุกคนในนั้นแหวกทางหลบออกไปอย่างหวาดกลัว ก่อนที่ซิ่วอิงจะหยุดที่ชายคนนึง แล้วเอ่ยถามออกมา
" ข้าถามเ้า.. หัวหน้าของพวกเ้าอยู่ที่ใด "
" หัวหน้าอยู่ในห้องประชุม ด้านนั้นขอรับ.."
ชายหนุ่มคนนั้นเขาตอบอย่างไม่ลังเล พร้อมทั้งชี้เส้นทางให้เสร็จสรรพ
" อืม.. "
ซิ่วอิงพยักหน้าให้อย่างเยือกเย็น
‘ วู๊สส..’
ขณะที่ซิ่วอิงกำลังจะก้าวเดิน พลันความรู้สึกของเธอก็เตือนถึงอันตราย เมื่อมีปราณอันหนาแน่นกดทับเข้ามา หันไปดูก็เห็นชายคนนึง แทงหอกสั้นเข้ามาที่ตนเองอย่างรวดเร็ว ซิ่วอิงรีบควบแน่นปราณปฐีของตน จนปรากฎดาบปราณขึ้นมาที่มือขวา ก่อนจะฟันเข้าไปปะทะกับหอกสั้นที่พุ่งเข้ามาเสียงดังสนั่น
‘ ปังงงงง'
‘ ตู้มมม’
เสียงดังสนั่นขึ้นมาในอากาศ ในขณะที่อาวุธทั้งสองปะทะกัน คลื่นกระแทกขนาดใหญ่กระจายออกไปทุกทิศทาง จนคนระดับปราณที่ต่ำกว่าถึงกับถูกกระแทกถอยหลังไปหลายก้าว สิ่งของต่างๆในอาคารปลิวว่อนเพราะคลื่นกระแทก
ปราณดาบปะทะกับหอกแล้วเลือนหายไป ในขณะที่ชายเ้าของหอกยังตกตะลึงอยู่ ทันใดนั้นเอง แสงสีขาวพลันสว่างขึ้นมาในมือซิ่วอิงอีกครั้ง ก่อนจะพุ่งวาบออกไปที่คอของชายคนนั้นทันที
‘ ฟิ้วววว ’
เป็กระบวนท่าฝ่ามือไร้ลักษณ์ของซิ่วอิง ที่ปรากฏขึ้นมาอย่างรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ ก่อนที่ชายผู้นั้นจะได้ทันตั้งตัว ปราณรูปฝ่ามือก็ห่างจากคอของเขาไม่ถึงศอกแล้ว แต่จากประสบการณ์หลายปีในการต่อสู้ของเขา ภายใต้ความกดดันเขาเบี่ยงตัวออกไปด้านข้าง พร้อมกับหอกในมือดีดกลับไป ป้องกันการโจมตีของซิ่วอิงได้ทันเวลา
‘ฟึ่บบ’
ถึงแม้เขาจะเอาหอกออกมาปัองกันได้ทัน แต่พลังปราณมหาศาลกลับฟันผ่านหอกไปบางส่วน จนปะทะเข้ากับร่างของชายคนนั้น ทำให้เขาถอยโซเซไปหลายก้าว แม้ว่าจะไม่ใช่การาเ็ถึงตาย แต่ตัวของเขาก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ในขณะที่หน้าก็ซีดไปด้วยความใ
' นี่นางเพียงแค่ควบแน่นปราณเป็อาวุธเข้าโจมตี.. ข้าเกือบจะต้านรับไม่ได้แล้ว ช่างเป็ปราณที่ว่องไวและรุนแรงอะไรเช่นนี้ '
แม้ว่าชายผู้นี้จะอยู่ในระดับยอดยุทธขั้นสูง แต่เทียบกับซิ่วอิงที่อยู่ในระดับปฐีขั้นกลางแล้ว ความแข็งแกร่งของเขาเป็รองอย่างเห็นได้ชัด หากไม่ใช่นางไม่มีเจตนาฆ่าผู้ใด เมื่อสักครู่เขาโจมตีโดยไม่ให้รู้ตัวก่อน คงถูกนางสังหารไปแล้วเป็แน่
ในขณะที่ชายผู้นั้นกำลังครุ่นคิดกับตัวเอง ได้ยินซิ่วอิงเอ่ยขึ้นมาอย่างเ็าว่า
" ท่านเป็ใคร.. เหตุใดถึงลอบโจมตีข้า หรือ้าให้ข้าสังหารพวกท่านจริงๆ.."
คำพูดที่เต็มไปด้วยอารมณ์ของซิ่วอิง ทำให้ใบหน้าของชายคนนั้นตื่นตระหนกทันที ในขณะที่เขาพยายามที่จะถอยกลับไป ทันใดนั้นดาบปราณพลันปรากฎขึ้นจ่อที่คอเขาอีกครั้ง
" ท่านยังไม่ตอบคำถามข้า.."
" ข้าถงหวง รองหัวหน้าคนที่ 2 "
ขณะเดียวกัน เมื่อผู้คนที่อยู่ในห้องประชุม เห็นว่าถงหวงรองหัวหน้าคนที่ 2 ยังไม่อาจรับมือซิ่วอิงได้ ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความงุนงง ในทักษะและพลังปราณที่ซิ่วอิงแสดงออกมา
การต่อสู้ทั้งสองครั้งที่ผ่านมานั้น พวกเขารู้อยู่เต็มอกว่าซิ่วอิงยังไม่ได้เอาจริง หรือต่อสู้อย่างสุดกำลังเลยด้วยเสียซ้ำ เพราะซิ่วอิงยังไม่ได้ใช้อาวุธใดๆ ใช้เพียงแค่ลมปราณแปรสภาพเป็อาวุธเท่านั้น แต่ทำให้พวกเขาเกือบร้อยคนพ่ายแพ้ไปอย่างง่ายดาย ทำให้ทุกคนรู้ว่าซิ่วอิงนั้นแข็งแกร่งมาก
ในตอนนี้หัวหน้าเว่ยและรองหัวหน้าที่เหลือรวมถึงจ้าวเว่ย พากันเดินออกมาจากห้องประชุม ตรงเข้าไปหาซิ่วอิงที่ยืนเด่นอยู่กลางห้องโถง รอบข้างเต็มไปด้วยเศษสิ่งของแตกกระจายทั่วไปหมด
เว่ยฉางโจว ชายร่างใหญ่บึกบึนวัย 50 กว่าๆ ผู้ซึ่งเป็หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแห่งนึ้ เขามองไปที่ร่างเด็กสาวในชุดดำรู้สึกตกตลึงเต็มไปด้วยความแปลกใจ จ้าวซิ่วอิงคนนี้อายุไม่เกิน 15 ปีไปได้ แต่กลับมีความแข็งแกร่งที่เหนืออายุไปมาก จากประสบการณ์ที่เขาสั่งสมมาหลายปี เขาสามารถคาดเดาได้เลยว่า นางนั้นต้องมีอาจารย์ที่ยิ่งใหญ่หนุนหลัง และมีความลับอยู่กับตัวอย่างแน่นอน
ซิ่วอิงเมื่อกลุ่มคนที่มีพลังปราณระดับสูงเดินออกมา เธอรู้ได้ทันทีว่าคงเป็กลุ่มหัวหน้าและรองหัวหน้า เมื่อมองไปด้านหลังของกลุ่มคนเห็นบิดาเดินออกมา ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วเอ่ยถามขึ้น
" ท่านพ่อ.. ท่านได้รับาเ็หรือไม่"
" ไม่ต้องกังวล พ่อไม่เป็ไร"
เว่ยฉางโจวหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้าง ส่งสายตามองซิ่วอิงนิ่งๆอยู่ชั่วครู่ แล้วกล่าวขึ้นมา
" ข้าคือเว่ยฉางโจว.. หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬ.. ข้าอยากจะบอกเ้าว่า เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เป็เื่เข้าใจผิด "
ซิ่วอิงละสายตาจากบิดา หันไปมองประสานสายตากับชายร่างใหญ่ ที่เป็หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้าง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง
" ไม่ว่าเื่นี้จะเป็ความเข้าใจผิดหรือไม่ ในใจของท่านนั้นรู้ดีอยู่.. ข้าจะไม่พูดถึงเื่อดีต แต่ในวันนี้ข้าต้องได้คำตอบจากท่าน"
แม้นเสียงของซิ่วอิงจะราบเรียบ แต่น้ำเสียงของเธอก็แสดงถึงพลังอำนาจตามธรรมชาติ ซิ่วอิงรีบตรวจระดับปราณหัวหน้าเว่ยคนนี้ เมื่อรับรู้ว่าเขาอยู่ในระดับปฐีขั้นสูง ใบหน้างดงามหาได้แสดงอาการหวาดเกรงออกมา
ขณะที่หัวหน้าเว่ยและทุกคนได้ยินคำของซิ่วอิง ท่าทางของพวกเขามืดมนไปมากกว่าเดิม บรรยากาศรอบๆ พวกเขา เต็มไปด้วยจิตสังหารที่ตึงเครียด
แม้ว่าบรรยากาศจะตึงเครียด แต่ท่าทีเ็าของซิ่วอิงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย ใบหน้าของหัวหน้าเว่ยมืดมนขึ้นเช่นกัน แต่กระนั้นเขาจ้องกลับไปที่ซิ่วอิง แล้วกล่าวว่า
" เ้าพูดเกินไปแล้ว.. ข้ายอมรับว่าเ้านั้นแข็งแกร่งมาก แต่การที่เ้า้าให้พวกข้าไปเป็คนของเ้า.. เ้าคิดจริงๆหรือว่า พวกข้าอ่อนแอราวกับดินโคลนเช่นนั้น.. "
" หัวหน้าเว่ยท่านเข้าใจผิดแล้ว..”
ซิ่วอิงรีบกล่าวออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของหัวหน้าเว่ย
“ ข้าเข้าใจผิดอย่างไร.. ”
“ หากพวกท่านอ่อนแอ.. ท่านพ่อของข้าคงไม่มาหาพวกท่านหรอก.. จริงหรือไม่"
น้ำเสียงของซิ่วอิงเ็าก็จริง แต่ในขณะเดียวกันสายตาที่เธอมองพวกเขา กลับเป็ประกายเต็มไปด้วยความนับถือจากใจจริง หัวหน้าเว่ยเมื่อเห็นสายตาของซิ่วอิง สีหน้าทมึนของเขาคลายลงไปเล็กน้อย แล้วเอ่ยขึ้นว่า
" ได้.. ในเมื่อเ้าอยากจะได้พวกข้าเป็คนของเ้า ถ้าเช่นนั้นพวกเรามาดูกันว่า.. เ้ามีความสามารถพอหรือไม่"
แต่แล้ว.. ในขณะที่ซิ่วอิงกับหัวหน้าเว่ยกำลังจะลงมือต่อสู้กัน
“ ช้าก่อน.. "
พลันเสียงทรงอำนาจดังขึ้นมาจากด้านนอก ทุกคนหันไปดูเห็นชายวัยกลางคนผู้นึง สวมใส่ชุดเกราะทหารเต็มยศ เดินนำกลุ่มทหารอีกหลายนายเข้ามาทางด้านหน้า ก่อนจะหยุดอยู่ระหว่างซิ่วอิงและหัวหน้าเว่ย
ชายผู้นั้นยิ้มให้ซิ่วอิงเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า
" คุณหนูจ้าว.. ข้าคือผู้บัญชาการหลู่ ขึ้นตรงกับเ้าเมืองัฟ้า.. ท่านเ้าเมืองกับฮูหยินทราบข่าวว่า ท่านมาช่วยบิดาที่สมาคมทหารรับจ้างแห่งนี้ ทำให้เกิดการต่อสู้กันขึ้น.. จึงให้ข้านำกำลังมาช่วย.."
ซิ่วอิงเมื่อรู้ว่าเขามาจากจวนเ้าเมือง จึงประสานมือคารวะ
" คารวะผู้บัญชาการหลู่.. ฝากขอบคุณท่านลุงชินและท่านป้าด้วยที่เป็ห่วงข้า.. แต่ว่า.. ข้ายังมีเื่ต้องสะสางกับพวกเขา "
" คุณหนูจ้าว.. เป็ไปได้ไหมว่าความแค้นระหว่างพวกท่าน จะแก้ปัญหาได้ด้วยพูดคุยกัน ?"
ผู้บัญชาการหลู่พยายามเจรจา
" คารวะผู้บัญชาการหลู่.. ข้ากับคุณหนูจ้าวไม่มีปัญหาใดที่แก้ไม่ได้ เพียงแต่.. "
หัวหน้าเว่ยพูดได้แค่นั้นพลันหยุดลง หันไปมองซิ่วอิงนิดนึงแล้วสะบัดหนี
" หัวหน้าเว่ย.. พวกท่านทั้งสองคนมีปัญหาใดกัน หากข้าช่วยแก้ไขให้ได้ข้าเต็มใจช่วย"
ผู้บัญชาการหลู่กล่าวออกมา เพราะเขากับหัวหน้าเว่ยนั้นรู้จักกันมาหลายปี
" หึ.. ข้าบอกท่านก็ได้.. นางให้บิดามาติดต่อที่กลุ่มทหารรับจ้างของข้า ้าให้ทำงานและเป็คนของนาง.. พวกข้าไม่พอใจเลยจะต่อสู้กัน เพื่อตัดสินว่านางมีคุณสมบัติพอหรือไม่.."
สิ้นคำกล่าวของหัวหน้าเว่ย ผู้บัญชาการหลู่และทหารทุกคนที่ตั้งใจมาช่วยซิ่วอิง ต่างมองหน้ากันเหรอหรา นี่นางมาบังคับให้คนอื่นเป็คนของนางเช่นนั้นหรือ ทุกคนมองหน้าของซิ่วอิงเหมือนไม่อยากจะเชื่อ
ซิ่วอิงมองสีหน้าผู้บัญชาการหลู่และทหารทุกคน รู้สึกเขินอายเล็กน้อยแต่ยังเอ่ยเสียงแข็งขึ้นว่า
" หัวหน้าเว่ย.. หากท่านไม่ยินยอมเพียงปล่อยผ่านไป แต่นี่ท่านคุมตัวท่านพ่อของข้าไว้ ข้าจึงต้องมาทวงคนคืน”
“ หึ.. ทวงคนของเ้า แต่กลับทำร้ายลูกน้องข้าาเ็มากมาย”
หัวหน้าเว่ยเอ่ยวาจาสีหน้าไม่พอใจ
“ เอ่อ.. คนของท่านขัดขวางข้า อีกทั้งข้าเพียงทุบตีพวกเขานิดหน่อยเอง ไม่มีใคราเ็หนักสักหน่อย.. ”
คำพูดของซิ่วอิงและหัวหน้าเว่ย ทำให้ผู้บัญชาการหลู่และพวก ต้องประเมินซิ่วอิงเสียใหม่ เป็ไปได้อย่างไรกัน นางคนเดียวกลับทุบตีกลุ่มทหารรับจ้างทั้งกลุ่ม แต่จะไม่เชื่อก็ไม่ได้ในเมื่อเห็นหลักฐานที่สะบักสะบอมอยู่เต็มตา
“ ท่านผู้บัญชาการหลู่.. เนื่องจากข้ามีเป้าหมายจะทำการค้ามากมาย ้ากำลังคนเป็จำนวนมาก จึงให้ท่านพ่อไปติดต่อคนที่เคยรู้จัก ส่วนเื่อื่นนั้นท่านล้วนทราบหมดแล้ว.. ท่านโปรดถอยไปก่อน นี่เป็เื่ระหว่างข้าและพวกเขา และข้าไม่อยากให้ท่านมาเกี่ยวข้องด้วย "
ซิ่วอิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ เฮ้อ.. เอาเถอะ.. ถ้าพวกเ้า้าเช่นนั้นข้าก็ไม่ขอยุ่งเกี่ยว.. อ้อ.. ฮูหยินฝากมาบอกว่า หากท่านมีเวลาให้ไปทานข้าวเป็เพื่อนนางบ้าง.. ข้าขอตัวก่อน”
ผู้บัญชาการหลู่กล่าวจบ นำกำลังทหารออกไปอย่างรวดเร็ว มุ่งตรงไปยังที่อยู่จวนเ้าเมือง เพื่อรายงานเหตุการณ์และที่มาของเื่ที่เกิดขึ้น
‘ลานฝึกที่ทำการกลุ่มจิ้งจอกทมิฬ’
บริเวณลานกว้างด้านข้างอาคารที่ทำการ กลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬ ซึ่งหัวหน้าเว่ย้ามาประลองกันที่นี่ ด้านข้างของอาคารเป็ที่ฝึกซ้อมของพวกเขา โดยที่คนนอกไม่อาจเห็นการต่อสู้ได้
กลางลานกว้าง ซิ่วอิงกับหัวหน้าเว่ยยืนประจันหน้า กำลังจะต่อสู้ตัดสินความแข็งแกร่งกัน หัวหน้าเว่ยเป็ทหารรับจ้างมาหลายสิบปี จนไต่เต้ามาถึงระดับปฐีขั้นสูงในตอนอายุ 50 ปี จึงได้เป็หัวหน้ากลุ่ม ดังนั้นใน่ชีวิตที่ผ่านมา เขาจึงเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งที่ประมาทไม่ได้
‘ฟึ๊บบบ’
“ รับมือ.. ”
ซิ่วอิงไม่พูดพล่ามทำเพลงเปิดฉากโจมตีก่อนทันที ปราณดาบในมือของเธอพุ่งไปทางหัวหน้าเว่ยอย่างรวดเร็ว นี่เป็ครั้งแรกในการต่อสู้ที่ซิ่วอิงเป็ผู้ชิงลงมือก่อน เธอยังใช้วิชาเดิมเพื่อหลอกให้คู่ต่อสู้ประมาท
หัวหน้าเว่ยถึงจะรู้เห็นวิชานี้ของซิ่วอิงมาหลายครั้ง แต่การเคลื่อนที่ของดาบปราณอันรวดเร็ว ยังทำให้เขาตกตลึงเล็กน้อย กับความเร็วและความแข็งแกร่งในทักษะของซิ่วอิง แต่ด้วยปราณปฐีขั้นสูงและประสบการณ์ต่อสู้อันโชกโชน เขาจึงยกดาบขึ้นป้องกันอย่างทันท่วงที
‘ปังงง’
ในขณะที่ดาบปราณและดาบจริงปะทะกัน พลังจากการปะทะทำให้หัวหน้าเว่ยถอยไปหลังไปเล็กน้อย ซิ่วอิงไม่ปล่อยให้หัวหน้าเว่ยมีเวลาตั้งตัว เธอรีบนำดาบทะลายฟ้าออกมาจากแหวนมิติ แล้วเคลื่อนตัวเข้าหาหัวหน้าเว่ยทันที ด้วยทักษะมายาเร้นเงา
‘วู้บบ’
พลันร่างของซิ่วอิงและดาบใหญ่หายวับไปจากสายตา แล้วก่อนที่หัวหน้าเว่ยจะทันรู้ตัว ร่างของซิ่วอิงพลันพุ่งเข้าหาเขาจากด้านข้างอย่างรวดเร็ว ซิ่วอิงโคจรพลังปราณปฐีใส่ในตัวดาบ และฟาดฟันใส่ร่างหัวหน้าเว่ยอย่างแรง
‘ปังงง'
หัวหน้าเว่ยโดนดาบใหญ่โจมตีใส่อย่างต่อเนื่อง ได้แต่ยกดาบตนเองรับอย่างลนลาน ถึงเขาจะมีพลังปราณระดับปฐีขั้นสูง แต่หาได้มีทักษะหรือกระบวนท่าต่อสู้ขั้นสูงเช่นซิ่วอิง อีกทั้งด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการชิงโจมตีก่อนของซิ่วอิง เขาจึงตกเป็รองั้แ่เริ่มต้น
ซิ่วอิงในมือถือดาบทะลายฟ้า ใบดาบของมันใหญ่เกือบจะเท่ากับตัวเธอเอง สายตาของผู้คนที่ดูอยู่รอบด้านแทบจะหลุดออกมานอกเบ้า เด็กสาวร่างเพรียวบางถึงกับใช้อาวุธคู่กายเช่นนี้ มองแล้วเหมือนนางฟ้าถือดาบซาตานไม่มีผิด
เมื่อรู้ว่าตนเองกำลังเป็ฝ่ายได้เปรียบ ซิ่วอิงจึง้าจบการต่อสู้ให้ไวที่สุด จึงทะยานลอยตัวขึ้นกลางอากาศ แล้วฟาดฟันดาบทะลายฟ้า อันอัดแน่นด้วยพลังปราณเข้าใส่หัวหน้าเว่ย ที่ทำได้เพียงเกร็งพลังใส่ดาบตนเอง ตั้งรับการโจมตีอย่างเดียว
‘ ปังงง ’
‘ ปังงง’
ซิ่วอิงไม่เปิดโอกาสให้หัวหน้าเว่ยได้ตั้งตัว ฟันดาบเข้าใส่หัวหน้าเว่ยอย่างแรงและเร็ว ..อีกครั้ง.. และอีกครั้ง ซึ่งการโจมตีของเธอนั้น มาจากกระบวนท่าที่ลอยตัวบนอากาศทั้งสิ้น แต่แทนที่จะช้าลงกลับเร็วขึ้นทุกครั้ง
จนครั้งสุดท้าย ซิ่วอิงใช้กระบวนท่าอันรุนแรงเพื่อเผด็จศึก
‘ทะลายฟ้าาา’
‘ ปังงงง!’
‘เพล้งงง’
ในที่สุด ดาบของหัวหน้าเว่ยไม่สามารถทนรับพลังของดาบใหญ่ และการโจมตีอันรุนแรงไม่ได้อีกต่อไป มันแตกหักออกมาเป็เศษเล็กเศษน้อย หัวหน้าเว่ยเซถอยไปหลายก้าว ท่ามกลางความตกตลึงของทุกคนโดยรอบ
แล้วในตอนนั้นเอง.. ขณะที่หัวหน้าเว่ยยืนนิ่งตาเบิกกว้างด้วยความใ ดาบของซิ่วอิงกลับฟาดฟันลงมาอีกครั้ง เป้าหมายอยู่ที่ต้นคอของหัวหน้าเว่ย เสียงคมดาบแหวกอากาศดังแ่เบาราวสายลม
‘ พรึ่บบบ’
………………………………………