“เฌอลัญจ์!ฉันได้บัตรลดราคาของร้านเค้กที่เพิ่งเปิดใหม่มา ไปกินด้วยกันนะ”
เด็กสาวผมยาวสีน้ำตาลอ่อนหันหน้าไปยังกลุ่มเพื่อนที่ะโข้ามมาจากโต๊ะหลังห้องเรียนด้วยแววตาเปล่งประกายริมฝีปากได้รูปขยับจะตอบรับคำชวนอย่างร่าเริง ทว่าในวินาทีถัดมา…
“เอ่อ...ขอโทษที ไว้ครั้งหน้าแล้วกันนะพอดีวันนี้ฉันมีธุระแล้ว”
“วันนี้ไม่มีการบ้านนี่นา”
เพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วย
“ไม่ใช่การบ้านที่โรงเรียนหรอกแต่เป็ของเ้าพี่บ้านั่นต่างหาก” เฌอลัญจ์ทำหน้าบูด
“ฉันต้องทำส่งพี่ไววัลย์คืนนี้เลยต้องไปหาหนังสืออ้างอิงที่ห้องสมุดน่ะ”
“แต่บ้านของเฌอลัญจ์ก็มีหนังสือตั้งเยอะนี่”
“ไม่ใช่แค่เยอะนะ”เพื่อนคนที่เป็แกนนำชวนไปร้านเค้กพูดเสริมขึ้น
“ต้องเรียกว่าห้องสมุดส่วนตัวมากกว่า”
“ใช่ๆ” เพื่อนอีกคนพยักหน้ารับ ที่ผ่านมาเวลามีงานกลุ่มต้องค้นคว้าทีไรห้องสมุดของบ้านเฌอลัญจ์ก็ไม่เคยทำให้พวกเธอผิดหวังสักครั้ง
“ก็พี่ฉันอีกนั่นแหละ” เฌอลัญจ์ถอนหายใจแล้วแกล้งดัดเสียงให้เข้มขึ้น พร้อมกับทำท่าใช้ปลายนิ้วดันแว่นเลียนแบบพี่ชาย
“ความรู้ไม่ได้มีอยู่แค่หนังสือในบ้านถึงจะเป็เื่เดียวกันแต่บางครั้งหนังสือต่างเล่มก็จะทำให้เกิดแง่มุมที่ต่างออกไป”
แค่หลับตาเธอก็นึกถึงสีหน้าและท่าทางของพี่ชายเธอเวลาพูดประโยคพวกนี้ได้อย่างแม่นยำสำหรับเธอภาพลักษณ์ของพี่ชายกลายเป็อะไรที่น่าเบื่อสุดๆ ไปเสียแล้ว
พอคิดอย่างนั้นเธอก็ถอนหายใจออกมายาวไล่ความคิดชวนหงุดหงิดนี้ออกไป
“...เฮ้อ...เื่ก็เป็แบบนี้แหละฉันไปก่อนนะแล้วเจอกันพรุ่งนี้จ้า”
เฌอลัญจ์โบกมือลาเพื่อนๆและรีบออกจากห้องเรียนทันที ถ้าอยู่คุยด้วยนานกว่านี้เธออาจจะแพ้ความอยากแล้วโยนการบ้านที่พี่สั่งให้ทำทิ้งก็ได้
ั้แ่เด็กแล้วที่เธอถูกสั่งให้อ่านหนังสือและทำการบ้านในหัวข้อที่เด็กวัยเดียวกันทั่วๆไปไม่ทำ อย่างเช่น ประมวลกฎหมาย จิตวิทยาอาชญากรตำราสรีรวิทยาและกายวิภาค
แต่เพราะบ้านของเธอไม่ธรรมดา…
ชื่อเต็มๆ ของเธอคือ ‘เฌอลัญจ์ โฮล์มอนุมานสกุล’
คำว่า ‘โฮล์ม’ ที่เป็ชื่อกลางนั้นว่ากันว่าสืบเชื้อสายมาจาก ‘เชอร์ล็อก โฮล์ม’นักสืบชื่อดังในอังกฤษเมื่อหลายร้อยปีก่อนซึ่งเื่นี้เป็สาเหตุให้คนในบ้านเธอประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับตำรวจ นักสืบนักกฎหมาย กันทั้งนั้น ดังเช่นพี่ชายของเธอ
‘ไววัลย์ โฮล์ม อนุมานสกุล’นักสืบผู้ได้ฉายาว่าเป็เชอร์ล็อก โฮล์มแห่งศตวรรษที่ 21 คนคนเดียวกับที่ประกาศจะจับตัวฆาตกรต่อเนื่องอย่างจีระจอมเชือดออกโทรทัศน์
เทียบกับเธอแล้วไม่มีอะไรเหมือนกันสักนิด...
พอคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ไม่ทันไรเฌอลัญจ์ก็มาถึงหอสมุดโดยใช้เวลาไปไม่ถึงยี่สิบนาทีเธอมุ่งตรงไปยังหมวดหนังสือที่รวบรวมหนังสือนานาสาระจากทั่วโลกเอาไว้เด็กสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะใช้ปลายนิ้วไล่ไปตามสันหนังสือบนชั้นอย่างไร้จุดหมาย
“เชอร์ล็อก โฮล์มเก่งคนเดียวหรือมีผู้ช่วยที่เก่งยิ่งกว่า”
เฌอลัญจ์เอียงคออ่านชื่อหนังสือตามสันปกสีฉูดฉาดสะดุดตาความจริงเธอไม่ได้เกลียดการอ่านหนังสือค้นคว้าแค่ยกเว้นอะไรก็ตามที่พี่ชายสั่งให้ทำ
หรือเรียกง่ายๆว่าบังคับน่ะนะ
เด็กสาวนึกก่อนจะหยิบมันออกมาจากชั้นแล้วอ่านคำโปรยที่หน้าปก
“ชื่อที่ถูกลืมของผู้ซึ่งผลักดันให้ ‘เชอร์ล็อกโฮล์ม’ กลายเป็นักสืบที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์”
เฌอลัญจ์พลิกเข้าไปดูเนื้อเื่ในเล่มแม้จะพูดได้ไม่เต็มปากว่าเธอสนใจหนังสือเล่มนี้ก็ตามเพราะด้วยความเอียนในชื่อของเชอร์ล็อก โฮล์มนักสืบผู้มีชื่อเสียงในศตวรรษก่อนซึ่งเธอมักถูกป้อนข้อมูลใส่หัวทั้งทางตรงและทางอ้อมจนแทบคลั่งแต่นี่ถือว่าไม่ใช่เื่ราวของเขาโดยตรง
ก็แค่คู่หูที่คอยช่วยสืบสวนละนะ
“ตามบันทึกเก่าผู้คอยช่วยเหลือโฮล์มในการต่อสู้และจับตัวคนร้าย คือคู่หูคนสนิทนามว่า ‘วัตสัน’เขาคือคนที่ โฮล์มไว้เนื้อเชื่อใจเป็ที่สุดแม้ว่าชื่อนี้จะไม่ค่อยสะดุดหูหรือเป็ที่รู้จักเท่ากับโฮล์ม แต่ในบันทึกบางส่วนได้เล่าถึงความสามารถอันน่าทึ่งของวัตสันเขาถนัดการใช้กำลัง โฮล์มจึงมอบหน้าที่การต่อสู้ให้เขาและน้อยคนนักที่จะรับมือการต่อสู้ของเขาได้ กระทั่งมีการขนานนามว่าวัตสันเป็ ‘ชายผู้เก่งราวกับไม่ใช่คน’”
ตึก!
หนังสือถูกปิดและวางคืนที่เดิม
“หนังสือนี่เขียนโอเวอร์เกินจริงชะมัด”เฌอลัญจ์ว่าพลางส่ายศีรษะ ก่อนจะเลือกหยิบหนังสืออ้างอิงเื่อื่นๆคั่นหน้าที่้าแล้วเดินไปยังเครื่องถ่ายเอกสาร
ระหว่างนั้นเธอก็คิดถึงการบ้านที่เธอต้องทำให้เสร็จหลังจากนี้แล้วก็ถอนหายใจออกมา
ให้ตายเธอคงไม่เป็แบบพี่ชายเธอแน่ๆถึงอยากเป็ก็เป็ไม่ได้หรอก