สามวันผ่านไป......
เด็กหนุ่มที่ยังคงนั่งสมาธิอยู่ก็ได้ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับหยิบหลอดที่บรรจุน้ำทิพย์แห่งภูตที่เหลือเพียง3หยดขึ้นมา
เจ็ดวันที่ผ่านมานี้ข้าได้เข้าสู่ ระดับหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์! แล้วทะเลลมปราณก็เสถียรดีแล้ว
เหลือแค่เพียงบีบอัดทะเลลมปราณเพื่อที่จะสร้างแกนศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา
ข้าก็จะได้ทะลวงเข้าสู่ ระดับกำเนิดแก่นแท้เสียที เด็กหนุ่มหยิบหลอดที่บรรจุน้ำทิพย์แห่งภูตเทเข้าทั้งหมด
พร้อมหลับตาทำสมาธิ โคจรวิชาจักรวาลรวมศูนย์! ภายในทะเลลมปราณ ที่เป็ของเหลวค่อยๆรวมตัวกันช้าๆ
ครึ่งชั่วยามผ่านไป....
จากทะเลลมปราณ ที่เป็ของเหลวบัดนี่ได้กลายเป็แท่งสี่เหลี่ยมสีดำสนิทที่ขนาดพอๆกับนิ้วโป้ง
แกนศักดิ์สิทธิ์อันนี้ล้วนเต็มไปด้วยลวดลายอักขระที่ซับซ้อนอย่างยิ่งแม่แต่ชายหนุ่มเองยังไม่อาจเข้าได้
วิชาจักรวาลรวมศูนย์! ช่างน่าพิศวงอย่างยิ่ง
แกนศักดิ์สิทธิ์ยังคงดูดซับพลังธรรมชาติอย่างต่อเนื่องอักขระยังคงส่องแสงสีดำที่ให้ความรู้สึกหนาวเย็นชวนขนลุก
ห้านาทีต่อมา..
แกนศักดิ์สิทธิ์ได้ดูดซับพลังพลังธรรมชาติ จนถึงจุดอิ่มตัว พร้อมกันเสียงพลังลมปราณที่ระเปิดออกมายังรุนแรงดัง
"ตู้ม!"
ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่1!
พลังลมปราณที่ะเิออกมาคราวนี้รุนแรงเป็อย่างมาก ปริมาณพลังลมปราณทั้งหมดในแกนศักดิ์สิทธิ์ มากกว่าของคนทั่วไปถึงสิบเท่า ซึ่งนี่เกินความคาดหมายของเด็กหนุ่มไปอย่างยิ่ง
รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม พร้อมกับเท้าที่เก้าไปข้างหน้า
เด็กหนุ่มก้าวขาออกไปเพียงหนึ่งก้าว แต่กับไปโพล่ข้างหน้าถึง2เมตร
"เคล็ดวิชาก้าวย่างมิติ!"
"ร้ายกาจยิ่งนักนี่มันไม่ใช่ความเร็วทั่วไปแต่มันคือการบิดเบือนมิติเพื่อเคลื่อนย้ายภายในพริบตา!"
"พรวด!"
เด็กหนุ่มพลันกระอักเืออกมา พร้อมส่ายหน้ายังจนใจ ตอนนี้ข้ายังอ่อนแอเกินไป ปราณคุ้มกายยังไม่สามารถทนแรงบีบอัดของมิติได้ ถึงยังใช้อย่างต่อเนื่องไม่ได้มาก ก็พอที่จะใช้จู่โจมอย่างฉับพลัน หรือหลบหลีกจากอันตรายได้
ไป๋ลี่เป็ยังไงบ้างนะ เด็กหนุ่มเดินออกจากห้องเก็บสมบัติ กลับมาที่ห้องฝึกวิชา มองไปที่เตียงกาลเวลา
ก็เห็นภูตน้อยที่ยังคงหลับพร้อมปากที่ยังคงชยับอยู่
"งั้ม..งั้ม.งั้ม"
เด็กหนุ่มเดินขึ้นไปบนเตียง พร้อมดีดนิ้วหน้าผากของภูตน้อยจนไถลร่วงจากเตียงแล้วพูดว่า
"ตื่นได้แล้วเ้าตัวตะกละ"
"โอ้ย? บัดซบใครขว้างหินใส่หัวข้า"
ภูตน้อยพลันรู้สึกตัวลแล้วค่อยๆบินเข้ามาหาเด็กหนุ่มพร้อมข้างหนึ่งที่จับหน้าผากอยู่ แล้วพูดว่า
"เฟยอวี่.นี่เ้าฝึกเสร็จแล้วหรือ?"
เด็กหนุ่มพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า
"เร็วกว่าที่ข้าคำนวณไว้ วิชาจักรวาลรวมศูนย์! นี่วิเศษกว่าที่ข้าคิดไว้อย่างมาก ระดับของมันเกินกว่าวิชาระดับเทพไปมากเลยทีเดียว! ว่าแต่เ้าละไป๋ลี่ เอาแต่นอนหลับฝันหวานอยู่ตลอดทะลวงระดับ3ได้หรือยัง?"
ภูตน้อยยิ้มอย่างเย่อหยิ่งแล้วเอ่ย
"ดูด้วยตาเ้าเองเถอะ"
"วิชาภูตจำแลง!"
"วิ้ง..วิ้ง..วิ้ง...วิ้ง...วิ้ง...."
ร่างเล็กๆของภูตน้อยค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นพร้อมกับปีกข้างหลังค่อยๆจางหายไป จนกลายเป็เด็กผู้หญิงที่ดูไปแล้วอายุประมาณ4-5ขวบ ที่หน้าตาแสนจะรักอย่างยิ่งดวงตาที่กลมโตทั้งสองข้างพร้อมแก้มที่ชวนให้เข้าไปหยิกอย่างยิ่ง
เด็กหนุ่มเห็นแบบนี้แล้วก็เอ่ยออกมาว่า
"นานแค่ไหนกันนะที่ข้าไม่ได้เห็นร่างนี้ของเ้า ั้แ่ที่เราพบกันใหม่ๆละมั้ง?"
เด็กหญิงเอ่ยตอบ
"นี่และร่างจริงของข้าในรูบแบบมนุษย์เ้าก็รู้ถ้าข้าใช้ร่างนี้ในแดนศักดิ์สิทธิ์ ผู้ไดจะยำเกรงข้ากัน ข้าได้แต่ใช้ร่างหญิงสาวงดงามที่เ้าบอกว่าเห็นแล้วเจริญหูเจริญตา แต่มันทำให้ข้ารู้สึกว่ามันเก้งก้างอย่างยิ่ง เวลาเดินไปไหนมาไหนต้องใช้สมาธิในการเดินข้าละเบื่อจะแย่ ร่างนี้สิค่อยทำอะไรสะดวกหน่อย ถึงข้าจะยังจำอดีดของตัวเองไม่ได้ แต่อายุไขของภูตพันปีก็ถือว่ายังเป็เด็กอยู่"
เด็กหนุ่มที่กำลังยิ้มก็เอ่ยขึ้นมาว่า
"ไปเก็บรวบรวมของที่หน้าจะพอขายเป็เงินได้แล้วออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกกันดีกว่า ที่ดินแดนแห่งนี้ก็หน้าจะใช้หินิญญาในการแลกเปลี่ยนสิ่งของ ตอนที่ข้ามาสำรวจในตอนแรกที่นี่นั้นอุดมสมบูรณ์เป็อย่างมาก มีสายแร่มากมายหลายร้อยแบบ สมุนไพรนับล้านชนิด เพียงแต่ว่าที่ดินแดนนี้ไม่มีมนุษย์อยู่เลยแม่แต่คนเดียว มีแต่เพียงสัตว์อสูรที่ปกครองอยู่ สัญญาสงบศึกสองหมื่นปีที่ข้าทำไว้กับราชันอสูรทั้งหลาย ป่านนี้ก็หมดไปนานแล้วไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกผู้คนที่อพยพมากันบ้าง"
เด็กหนุ่มพูดไปเดินไปจนในที่สุดก็กลับมาถึงห้องเก็บสมบัติ แล้วก็เดินไปยังที่เก็บอาวุธทันที
มีอาวุทวางเรียงกันอยู่บนชั้นเก็บอาวุธมากมาย รวมกันกว่าสองพันเล่ม คละกันไปแต่ละชนิดเยอะที่สุดก็คือ
กระบี่..ดาบ..มีด..หอก..และธนู ทุกชิ้นมีระดับ ั้แ่6จนถึง9 สภาพผุพังอย่างเห็นได้ชัด
เด็กหนุ่มกวาดทุกอย่างลงแหวนมิติ ด้วยสีหน้าหนื่อยใจ อย่างน้อยก็ยังพอนำไปขาย ให้ช่างทำอาวุธใช้เป็วัตถุดิบเสริม ในการสร้างอาวุธขึ้นมาใหม่ได้
เด็กหญิงที่ยืนอยู่ข้างๆก็เอ่ยขึ้นมาว่า
"ขยะแบบนี้ยังจะเอาไปทำอะไรได้อีกหรือ?"
เด็กหนุ่มยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า
"อย่างน้อยพอเอาไปแลกอาหารให้จะกละอย่างเ้าได้ละกัน!"
เด็กหญิงตัวน้อยที่ได้ยินคำตอบจากเด็กหนุ่มทำหน้ามุ่ยทันที
"ไปที่ห้องควบคุมกันเถอะจะได้รู้ว่าเมืองที่อยู่ไกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน หวังพลังงานจะเหลือพอที่พาเราขึ้นไปบนพื้นดินได้" เด็กหนุ่มพูดจบก็พากันเดินไปที่ห้องควบคุม
.........
ณ ทางเข้าสู่ห้องควบคุม
ประตูที่ดูไม่ต่างจากกำแพงทั่วไป
เด็กหนุ่มทาบฝ่ามือลงที่กลางกำแพงแล้วโคจรลมปราณส่งพลังลมปราณเข้าไปกำแพงค่อยๆแยกตัวออกช้าๆ
"ครืน..ครืน....!"
เด็กหนุ่มและเด็กหญิงตัวน้อยเดินผ่านเข้าไป
ภายในห้องควบเด็กหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ ของทุกอย่างในห้องนี้ล้วนเป็สีดำสนิทแสดงให้เห็นว่าพลังงานทั้งหมดไม่เหลือแม้เพียงเศษเสี้ยว คงต้องเหนื่อยกันหน่อยละทีนี้
เด็กหนุ่มเดินไปที่แท่นศิลาสีดำสนิทแล้วทาบฝ่ามือลงไป
พร้อมกับท่ายเทพลังลมปราณลงไปแท่นที่เคยเป็สีดำสนิทค่อยเปลี่ยนเป็สีทอง จิตใจของเด็กหนุ่มได้หลอมรวมกับพระราชวังแห่งนี้
จิตััค่อยๆแพร่ขยายออกไปเรื่อยๆ พร้อมเอ่ยเรียกเด็กหญิงตัวน้อย
"ไป๋ลี่มาช่วยข้าส่งพลังให้กับพระราชวังพิศวงหน่อย"
เด็กหญิงตัวน้อยได้เดินเข้ามาแล้วทาบฝ่ามือลงข้างๆฝ่ามือของเด็กหนุ่ม เด็กหนุ่มยังคงหลับตาทำสมาธิ
เหงื่อค่อยๆเริ่มไหลลงจากหน้าผากมาสู่คางแล้วหยดลงที่พื้น พร้อมด้วยเด็กหญิงตัวน้อย ที่สีหน้าค่อยข้าซีดลงเรื่อยๆ
"ติ๋ง!"
"ติ๋ง!"
"ติ๋ง!"
"ติ๋ง!"
5ลมหายใจผ่านไป..
เด็กหนุ่มก็ดึงมือออกจาแท่นศิลา พร้อมเสียงถอนหายใจที่โลงอก
"เฮอ! ยังดีที่มีเมืองอยู่ภายในรัศมี100ลี้ ไม่งั้นคงได้เดินสุ่มไปทั่วป่านี้แหงๆ"
เด็กหนุ่ม และเด็กหญิงตัวน้อย ต่างนั่งลงทำสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังที่เสียไป
เวลาค่อยๆผ่านไป.....
1ชั่วยาม!
2ชั่วยาม!
3ชั่วยาม!
เด็กหนุ่มก็ได้ลืมตาและลุกขึ้นยืน ในขณะที่เด็กหญิงตัวน้อยยังคงฟื้นฟูพลังไม่เสร็จ
เด็กหนุ่มได้หันไปหน้าไปที่แท่นศิลาอีกครั้งและถ่ายเทพลังอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพื่อสำรวจแต่เป็การบังคับให้พระราชวังพิศวงแห่งนี้ กลับขึ้นไปสู่พื้นดิน
พระราชวังพิศวงแห่งนี้ นอกจากจะเป็มิติส่วนตัวสิ่งยังเป็นาวาปราณชั้นเลิศอีกด้วย
พระราชวังพิศวงค่อยๆลอยขึ้นทะลุผ่านดินขึ้นมาเรื่อยๆ
500เมตร!
1500เมตร!
2500เมตร!
6500เมตร!
พุบ!
พระราชวังพิศวงโผล่ขึ้นเหนือผืนดิน ซึ่งยังคงเป็เวลากลางคืนอยู่
เด็กหนุ่มนั่งลงเพื่อฟื้นฟูพลังอีกครั้ง ครึ่งชั่วยามต่อมาเด็กหนุ่มพูดกับเด็กหญิงตัวน้อยที่ฟื้นฟูพลังเสร็จเรียบร้อยแล้วว่า
"ไป๋ลี่ไปพักผ่อนเถอะรอสว่างแล้วค่อยค่อยออกเดินทาง ในรอบรัศมี100ลี้ มีสัตว์อสูรระดับสูงสุดที่ระดับ5 ซึ่งส่วนใหญ่จำศีลอยู่ ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลระว่างทางยังมีสัตว์อสูรระดับ2-3ให้เ้าพอเล่นสนุกอยู่มากมาย"
เด็กหญิงตัวน้อยก็ยิ้มที่ดูออกจะโรคจิตนิดๆ พร้อมน้ำลายที่ไหลออกมาที่มุมปากต่างจากหน้าตาที่น่ารักบ้องแบ้วของเด็กหญิงอย่างยิ่ง พร้อมเสียงหัวเราะ
"หึ.หึ..ฮาฮาฮาฮ่าฮ่า!"
เวลาค่อยๆผ่านไป.....
กลางคืนที่มืดมิดก็ค่อยๆสว่างขึ้นทีละนิด....