แผนกรักษาความปลอดภัยของกลุ่มบริษัทซินอ้าวตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของชั้น 78 ในตึกเอ็มไพร์สเตท อยู่ห่างจากแผนกการตลาดที่เต็มไปด้วยสาวสวยเพียงกำแพงกั้น และมันยังเป็กำแพงกระจกอัตโนมัติ ทันทีที่มีคนเข้าใกล้ กำแพงกระจกจะแยกออกจากกันโดยเลื่อนไปทางด้านซ้ายและด้านขวา ให้ความรู้สึกของเทคโนโลยีอย่างเต็มเปี่ยม
เซียวเจิ้งก้าวเข้าไปใกล้สองก้าว กำลังจะข้ามผ่านกระจกอันเลวร้ายที่ขัดขวางการพัฒนามิตรภาพระหว่างแผนก แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นคำเตือนบนประตู ‘ผู้หญิงและสุนัขห้ามเข้า’
“นี่มันอะไรกันเนี่ย?”
เซียวเจิ้งมีสีหน้าสับสน แล้วกล่าวด้วยความประหลาดใจ
“พนักงานทุกคนอยู่ในบริษัทเดียวกัน ถูกจัดให้ทำงานอยู่บนชั้นเดียวกัน มันก็ถือว่าเป็วาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว แต่ทำไมแผนกรักษาความปลอดภัยถึงได้เอาแต่ใจ ห้ามไม่ให้สาว ๆ จากแผนกการตลาดผ่านเข้าประตูมาเริ่มต้นโครงการพัฒนาสุขภาพทางกายและใจนอกเวลางานแบบนี้ล่ะ? ฉันชักจะเริ่มตั้งข้อสงสัยกับงานนี้แล้วนะ”
เซียวเจิ้งส่ายหน้าแล้วเดินเข้าไปในสำนักงาน แต่เขากลับพบว่าที่นี่ไม่มีใครอยู่เลย ดูว่างเปล่าอย่างผิดปกติ
“ทุกคนหายไปไหนกันหมด? ทนายเติ้งแจ้งไปยังแผนกรักษาความปลอดภัยแล้วไม่ใช่เหรอ? ฉันคิดว่าเพื่อนร่วมงานจะจัดงานต้อนรับให้ฉันอย่างกระตือรือร้นซะอีก”
เซียวเจิ้งสูบบุหรี่ แล้วเดินลึกเข้าไปในแผนกรักษาความปลอดภัย
การกระทำนำไปก่อนความคิด เซียวเจิ้งเปิดประตูเข้าไปในห้องประชุม ห้องพักดื่มกาแฟ รวมไปถึงห้องควบคุมที่มีบทบาทสำคัญเป็อย่างมาก แต่ทุกห้องก็ไม่มีใครอยู่เหมือนกันหมด ด้วยความสับสน เซียวเจิ้งได้มุ่งหน้าไปยังห้องทำงานที่มีสัญลักษณ์ของหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัย พลางบ่นอย่างอดไม่ได้ว่า
“ดูท่าทางชื่อของทนายเติ้งจะไม่ได้มีอิทธิพลอย่างที่คิด”
ก๊อก ๆ
เมื่อเดินมาถึงหน้าประตู เซียวเจิ้งก็ยกมือขึ้นเคาะประตู แล่วเอ่ยถามอย่างมีมารยาท
“มีใครอยู่ไหมครับ?”
“เข้ามา!”
เสียงทุ้มต่ำของผู้หญิงดังขึ้นมาจากด้านในประตูอย่างลึกลับ แม้ระดับเสียงจะไม่ดังมาก แต่ก็ทำให้คนฟังอกสั่นขวัญแขวนราวกับว่าเธอเป็คนไม่ดี พาให้รู้สึกระวังตัวไปด้วย
แกร๊ก
เซียวเจิ้งบิดลูกบิด เปิดประตูเข้าไป แต่แล้วก็ต้องผงะไปกับภาพที่เห็นภายในห้อง
หัวหน้าก็คือหัวหน้า ห้องทำงานแห่งนี้มีขนาดใหญ่กว่าห้องทำงานมาตรฐานสำหรับสี่คนของเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั่วไปหลายเท่า หน้าต่างบานใหญ่ที่สูงจากพื้นจรดเพดานทำให้ห้องยิ่งดูกว้างขวางสว่างไสว
และในตอนนี้ มีเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเกือบ 20 คนกำลังสแตนด์บายอยู่ในห้องทำงาน กางขาทั้งสองข้าง เอามือไพล่หลัง ตั้งแถวเป็สองแถว หันหน้าเข้าหากัน สร้างบรรยากาศดูจริงจังน่าเกรงขาม
สุดแถวของเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสองฝั่ง มีหญิงสาวผมสั้นคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ ยกขาอวบเรียวยาวขึ้นมาพาดบนโต๊ะทำงาน มือทั้งสองข้างกอดอก ดวงตาคมจับจ้องไปยังเซียวเจิ้งที่กำลังเดินเข้ามา
ผิวพรรณของผู้หญิงคนนี้เป็สีข้าวสาลี ดูแตกต่างไปจากสาว ๆ สายแฟชั่นหรือสาวหวานในแผนกการตลาด
ชุดเครื่องแบบของเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถูกสวมใส่ลงไปบนเรือนร่างที่มีส่วนเว้าส่วนโค้ง เธอแต่งกายในสไตล์ทหาร ใบหน้าจัดว่างดงามมีเสน่ห์ เผยจิติญญาแห่งความกล้าหาญอย่างที่ไม่ค่อยมีให้เห็นในผู้หญิงสมัยใหม่ เพียงแต่ว่าดวงตาที่ดุดันโหดร้ายใต้คิ้วเข้มนั้น ได้ลดทอนความน่ามองลงไปอย่างมหาศาล
เซียวเจิ้งจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย มองเพียงปราดเดียวก็รู้แล้วว่าหญิงสาวคนนี้คือหัวหน้าของแผนกรักษาความปลอดภัย เขายิ้มกว้างแล้วพูดขึ้นมาว่า
“ผมเป็เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนใหม่ หลังจากนี้ต่อไปคงต้องให้พี่สาวช่วยดูแล”
“ใครคือพี่สาวของนายไม่ทราบ!?”
ไป๋อวี้เจียววางสะโพกลง ขาเก้าอี้แตะกับพื้นจนเกิดเสียงดังก้อง แล้วกล่าวด้วยใบหน้าบึ้งตึง คิ้วที่ขมวดมุ่นว่า
“หยุดปั้นหน้ายิ้มพยายามจะตีสนิทได้แล้ว!”
สีหน้าของเซียวเจิ้งพลันชะงักไป ในขณะที่เขากำลังจะแก้ตัว เขาก็เห็นไป๋อวี้เจียวลุกขึ้นยืน วางฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ แล้วพูดขึ้นว่า
“นายรู้ตัวไหมว่ามาสายไปครึ่งชั่วโมง?”
“หา?”
เซียวเจิ้งอ้าปากค้างด้วยความเหลือเชื่อ
“ผมยังไม่ได้เข้ามาทำงานอย่างเป็ทางการเลยนะ.......”
“เติ้งเจี้ยนโทรมาหาฉันเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว บอกว่านายกำลังจะเข้ามา แต่สุดท้ายนายก็มาสายไปครึ่งชั่วโมง!”
ไป๋อวี้เจียวตบโต๊ะ ะโดังลั่น
“อย่าคิดว่านายมีเส้นสายแล้วฉันจะไม่กล้าไล่นายออก! ในแผนกรักษาความปลอดภัย คนที่กล้าล่วงเกินไป๋อวี้เจียวมีชะตากรรมเดียวเท่านั้น บอกเขาไปว่ามันคืออะไร!”
“ไสหัวออกไป!”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเกือบ 20 คนพูดออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
เซียวเจิ้งใไปกับเสียงะโที่ดังก้องไปถึงท้องฟ้า มุมปากของเขาเริ่มเหยียดตรงและกระตุก
นี่คือแผนกรักษาความปลอดภัยของกลุ่มบริษัทซินอ้าว หรือว่าองค์กรแชร์ลูกโซ่กันแน่? ทำไมแต่ละคนถึงได้ถูกล้างสมองกันหมด? เซียวเจิ้งนึกสงสัยแล้วว่าเขามาผิดที่
แต่เมื่อคิดว่านี่คืองานอันมีเกียรติที่เขาเสียตัวเพื่อให้ได้มันมา คนที่ไม่มีวุฒิการศึกษา ไม่มีประสบการณ์ในการทำงานอย่างเซียวเจิ้งจึงตัดสินใจกัดฟัน กล้ำกลืนมันลงไป ไม่ไปต่อล้อต่อเถียงกับหญิงสาวที่มีฮอร์โมนผิดปกติคนนี้ เขาพยักหน้าแล้วพูดออกมาว่า
“ถึงผมจะกินหัวใจหมีดีเสือมา ผมก็ไม่กล้าล่วงเกินผู้จัดการไป๋หรอกครับ”
“เรียกฉันว่าหัวหน้าไป๋!”
ไป๋อวี้เจียวแก้คำพูดให้ถูกต้อง
“ครับ หัวหน้าไป๋”
เซียวเจิ้งยืดตัวตรงแล้วตอบกลับไป เมื่อพบว่าตัวเองถูกล้างสมอง ยอมประจบประแจงอย่างไม่รู้สึกละอายง่าย ๆ เช่นนี้ กล้ามเนื้อที่ยืดตึงก็คลายตัวลงอย่างช้า ๆ เข้าสู่สภาวะผ่อนคลาย
“นี่เป็ครั้งแรกที่นายมาสาย และฉันหวังว่ามันจะเป็ครั้งสุดท้าย เข้าใจไหม?”
ไป๋อวี้เจียวกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“เข้าใจครับ”
เซียวเจิ้งรับปาก
“พูดดัง ๆ! ฉันไม่ได้ยิน!”
ไป๋อวี้เจียวตบฝ่ามือลงบนโต๊ะอีกครั้ง ทำเอาเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนที่เพิ่งจะเข้าทำงานมาใหม่ขาสั่น เหงื่อแตกพลั่ก
“เข้าใจครับ!”
เซียวเจิ้งกระทืบเท้า และเกือบจะทำวันทยาหัตถ์ให้ไป๋อวี้เจียวอยู่แล้ว
“ดีมาก!”
ไป๋อวี้เจียวค่อนข้างพอใจกับท่าทางที่ถูกต้องของเซียวเจิ้ง เธอกลับมาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้แล้วพูดกับหัวหน้ากลุ่มทางด้านซ้ายมือ
“ถังิ พาเขาไปรับชุดเครื่องแบบ ระหว่างทางก็สอนกฏระเบียบของแผนกรักษาความปลอดภัยให้เขาด้วย”
“ครับ!”
ถังิะโเสียงดัง ดูเหมือนว่าจะได้รับการปลูกฝังพฤติกรรมที่ดีแบบนี้มานานแล้ว
“ทั้งหมดแยกย้าย! กลับไปประจำตำแหน่งของพวกนายได้แล้ว!”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนอื่น ๆ พากันเดินออกไปจากห้องทำงานของหัวหน้าด้วยความโล่งใจ ส่วนเซียวเจิ้งเดินตามถังิไปยังห้องล็อกเกอร์
“น้องชาย นายมีความสัมพันธ์ยังไงกับทนายเติ้ง?”
ระหว่างทาง ถังิได้เอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ
“พวกเราเป็เพื่อนบ้านกัน เขาเห็นฉันเอ้อระเหยลอยชายไปวัน ๆ ก็เลยหางานให้ฉันทำ” เซียวเจิ้งกล่าว
“นายกับเขาไม่ได้มีความแค้นต่อกันหรอกเหรอ?” ถังิเอ่ยถาม
“ไม่มีอยู่แล้ว”
เซียวเจิ้งเอ่ยถามบ้าง
“ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ?”
“นายไม่เห็นหรือไง?”
ถังิจุดบุหรี่ แล้วกล่าวพึมพำออกมาว่า
“แผนกรักษาความปลอดภัยของพวกเราเข้ากันได้ที่ไหน? มีกฎระเบียบตั้งมากมาย ไม่ต้องไปพูดถึงเื่อื่นหรอก เอาแค่ในบรรดางานที่นายเคยหามา มีที่ไหนบ้างที่เหมือนกับแผนกรักษาความปลอดภัยของซินอ้าว? เข้ามาครั้งแรกก็แสดงอำนาจใส่แล้ว ฉันจะบอกอะไรให้ เดือนที่แล้วมีสหายคนหนึ่งเพิ่งเข้ามาเป็วันแรกก็ถูกหัวหน้าไป๋แผลงฤทธิ์ใส่จนร้องไห้ พอถึงวันรุ่งขึ้นเขาก็ลาออกไปเลย”
เซียวเจิ้งสูบบุหรี่ พลางกล่าวอย่างติดตลกว่า
“ฉันคงไม่ถึงขั้นถูกสาวน้อยตวาดใส่จนร้องไห้หรอก”
สาวน้อย?
ถังิรู้สึกชาวาบไปถึงหนังศีรษะ เขาถอนหายใจแล้วพูดออกมาว่า
“น้องชาย ต่อไปห้ามพูดจาแบบนี้ลับหลังหัวหน้าไป๋อีกนะ ถ้าเธอมาได้ยินเข้า นายได้โดนจับไปทรมานจนอยู่ไม่สู้ตายแน่”
“ขนาดนั้นเชียวเหรอ? ฉันเห็นว่าเธอเพิ่งจะอายุแค่ 20 ปีเองนะ เธอจะมีความสามารถขนาดนั้นเลยเหรอ? บางทีเธออาจจะโดนแฟนทิ้ง แล้วใช้พวกเราเป็ที่ระบายความเศร้าในใจก็ได้”
เซียวเจิ้งพ่นควันบุหรี่ออกมา แล้วกล่าวอย่างไม่จริงจัง
“นายคงจะไม่รู้อดีตของหัวหน้าไป๋ล่ะสิ”
ถังิส่ายหน้า แล้วกล่าวด้วยความอิจฉา
“อดีตอะไร?”
เซียวเจิ้งเอ่ยถาม
ถังิหันหน้ามองรอบด้านราวกับโจร พอแน่ใจว่ารอบ ๆ ไม่มีใครอยู่ กำแพงไม่ได้แยกออกจากกัน เขาก็กระซิบเสียงเบาว่า
“ชื่อจริงของหัวหน้าไป๋คือไป๋อวี้เจียว เธอเป็ทหารหญิงปลดประจำการ ว่ากันว่าเธอมีโอกาสเป็หน่วยรบพิเศษหญิงคนแรกของประเทศจีน แต่เพราะถูกที่บ้านคัดค้านอย่างหนักเลยถูกบังคับให้ออกจากกองทัพ ต่อมาเธอก็เลยผันตัวมาเป็ตำรวจอาชญากรรม แต่เป็เพราะการปราบปรามที่รุนแรงเกินไปในระหว่างปฏิบัติงาน เธออัดพวกอันธพาลบนถนนจนสมองกระทบกระเทือน เลยโดนไล่ออกจากการเป็ตำรวจ หลังจากนั้นเธอก็กลายมาเป็หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยในซินอ้าวของพวกเราอย่างที่เห็น นายอย่ามองแค่ว่าหัวหน้าไป๋มีอายุ 23 ปีเชียว เธอคือแชมป์เปี้ยนหญิงเพียงคนเดียวในการแข่งขันคิกบอกซิ่งในเมืองิจู แม้แต่ผู้ชายตัวใหญ่ ๆ 7 – 8 คนก็ยังเข้าใกล้เธอไม่ได้”
“เธอเป็เทพีาหรือไง!”
เซียวเจิ้งแสร้งทำเป็ใ
“ไม่ใช่หรอก และที่เธอเกลียดที่สุดก็คือพวกที่มีเส้นสายอย่างพวกเรา ถ้ามีโอกาส เธอจะต้องหาทางเตะพวกเราออกไปจากแผนกรักษาความปลอดภัยแน่นอน มันก็เหมือนสำนวนโบราณที่ว่า อย่าให้ปลาเน่าตัวเดียวทำเหม็นไปทั้งข้อง”
ถังิพูดอย่างจนปัญญา
“นายก็มีเส้นสายเหมือนกันเหรอ?”
เซียวเจิ้งยิ้มกว้าง แล้วกล่าวหยอกเย้า
“เสียมารยาทด้วยแล้ว เสียมารยาทด้วยแล้ว”
“น้องชายนี่ไม่ไหวเลย ผู้จัดการเฉียนจากแผนกบุคคลเป็น้าของฉันเอง” ถังิคลี่ยิ้ม
“เส้นใหญ่กว่าฉันอีก คราวหน้าฉันต้องพึ่งพานายแล้ว”
เซียวเจิ้งยื่นบุหรี่ให้อีกฝ่ายด้วยความสุภาพ
ถังิรับบุหรี่มาอย่างว่องไว
“ฉันจะบอกกฏของแผนกรักษาความปลอดภัยให้นายรู้”
เขาหยุดไปพักหนึ่ง แล้วพูดต่อไปว่า
“กฏข้อแรกคือกฏที่สำคัญที่สุด ห้ามพูดคุยกับพนักงานหญิงในบริษัทเป็อันขาด นายเห็นสโลแกนที่ติดอยู่ในแผนกรักษาความปลอดภัยของเราไหม? ผู้หญิงกับสุนัขห้ามเข้า”
เมื่อทราบข่าวร้ายนี้ เซียวเจิ้งก็ผิดหวังเป็อย่างมาก ถึงเพื่อนร่วมงานในแผนกรักษาความปลอดภัยจะอดทนอดกลั้นกันได้ก็เถอะ แต่ไม่คิดถึงความรู้สึกของสาวๆ ที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์บ้างเลยหรือไง? ที่นี่คืออาณาจักรของผู้หญิงที่ไหน? นี่มันกุฏิของแม่ชีชัด ๆ!
ยิ่งไปกว่านั้น แม่ชีเ้าสำนักก็อยู่ในแผนกรักษาความปลอดภัยด้วย ชื่อของเธอคือไป๋อวี้เจียว!