“หัวหน้าส่วนคิมโน้มน้าวให้ลดค่าใช้จ่ายในการจ้างนายแบบกับนางแบบลงและหันไปทุ่มงบประมาณกับแคมเปญแทน แต่ความจริงแล้ว...ตอนนี้งบประมาณของเราค่อนข้างกระเบียดกระเสียรน่ะครับ”
สมาชิกทีมวิจัยการตลาดต่างก้มหน้าลงพร้อมเพรียงนอกจากงานที่ได้รับมอบหมายจะไม่เป็ไปตามแผนที่วางเอาไว้พวกเขายังจนตรอกขนาดขอให้จงชานที่อยู่ทีมอื่นมาช่วยแก้ปัญหาเื่งบประมาณอีก
“บ้าไปกันใหญ่แล้ว! เฮ้! ทีมวิจัยการตลาดนี่พวกคุณกำลังทำอะไรอยู่ หัวหน้าส่วนคิม คุณจะปล่อยโฆษณาไปแบบนี้จริงๆเหรอ”
“ผมวางแผนไว้แล้วว่าจะแก้ไขตามที่ลูกค้า้าให้ได้มากที่สุดครับ แต่...”
“วางแผนว่าจะแก้ไขงั้นเหรอ”
“งบประมาณยังเท่าเดิม แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ดูเหมือนว่าเราไม่มีเวลาพอที่จะเอากลยุทธ์การตลาดประสาทวิทยามาใช้ทำอะไรได้...”
“แล้วจะทำยังไง พวกเต่าล้านปีของ J Cardไปฟังการตลาดประสาทวิทยามาจากไหน เอาแต่พร่ำเื่นั้นอยู่นั่นแหละอย่างกับร้องเพลง...”
ทันทีที่เห็นว่าจงชานพลิกสถานการณ์กลับมาเป็ต่อแถมยังฉกฉวยเอาทั้งคอนเซปต์โฆษณาและความก้าวหน้าของตัวเองไปอีกสีหน้าของคนในทีมวิจัยการตลาดและทีม IMCก็เริ่มซีดเผือดลงเรื่อยๆ
“คุณซึงฮยอนครับ”
จากที่เคยเคาะนิ้วเหมือนกำลังบรรเลงเปียโนอยู่ๆจงชานกลับหันมาเรียกชื่อซึงฮยอน
“ครับ?”
“คุณซึงฮยอนคิดยังไง”
“...ครับ!?”
“เมื่อกี้คุณดูแผนแล้วบอกว่าไม่น่าสนใจนี่”
ซึงฮยอนอ้าปากค้างด้วยความตระหนกใหากการเข้าร่วมประชุมเป็สิ่งที่คาดไม่ถึงแล้วขอบอกว่าเื่นี้เป็สิ่งที่คาดไม่ถึงยิ่งกว่า
“ใครกัน ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน”
“นี่คือคุณอูซึงฮยอน พนักงานฝึกหัดในส่วนวางแผนสื่อโฆษณาครับ”
“งั้นเหรอ ขนาดพนักงานฝึกหัดก็ยังดูออกว่ามันไม่ค่อยโอเคนี่มันเป็ปัญหาจริงๆ ว่าไง มีไอเดียอะไรบ้างไหม”
แค่ได้เป็ส่วนหนึ่งของการประชุมก็ดีใจและรู้สึกว่าตัวเองสำคัญแล้วใครจะไปคิดอะไรออกล่ะ!
เมื่อซึงฮยอนเอาแต่นั่งตัวแข็งทื่อ จงชานจึงกระซิบเบาๆเตือนให้นึกถึงบทสนทนาก่อนหน้านี้
“คุณซึงฮยอน ทำไมเมื่อกี้คุณถึงบอกว่ามันเฉยๆล่ะ”
เขาลังเลแต่จงชานกลับใช้สายตาพยักพเยิดให้พูดออกมา
ถ้าพูดเหมือนเมื่อกี้จะไม่เป็ไรแน่เหรอ
ซึงฮยอนจึงค่อยๆเอ่ยปากพูดพร้อมกับจ้องจงชาน ไม่กล้าหันไปทาง CMO เลยสักนิด
“วะ...เวลาในการใช้กลยุทธ์การตลาดประสาทวิทยามีน้อยเกินไปครับถ้าอยากให้ผลลัพธ์ออกมาดี จริงๆ ต้องเริ่มใช้มาั้แ่ต้นด้วยซ้ำแถมกลยุทธ์นี้มักใช้ทำคลิปโฆษณาสั้นๆเท่านั้นยังมีโฆษณาอีกหลายตัวทำคล้ายๆกันอยู่...”
“นั่นสิ กลยุทธ์มันล้าหลังไปแล้ว จะตื่นเต้นกับเป๊ปซี่และโค้กไปอีกนานแค่ไหน”
CMO พลิกกระดาษที่พิมพ์ตัวอย่างการผลิตโฆษณาโดยใช้กลยุทธ์การตลาดประสาทวิทยาดูอีกครั้งพอการตอบสนองไม่เลวร้ายอย่างที่คาดไว้ ซึงฮยอนจึงเริ่มมีความกล้ามากขึ้น
“ผมคิดว่าเราควรเข้าถึงผู้บริโภคอย่างตรงไปตรงมาน่าจะดีกว่าครับเปรียบเทียบปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นของผู้บริโภคระหว่างตอนใช้บัตร J กับตอนใช้บัตรอื่นถ้าผู้โฆษณา้าใช้กลยุทธ์การตลาดประสาทวิทยาแค่อย่างเดียวงั้นเราเอาคีย์เวิร์ดนั้นมาใช้เป็คอนเซปต์โฆษณาแทน สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้วิธีนี้น่าจะได้ผลดีกว่า...ผมคิดอย่างนั้นครับผมว่าเราอาจลดต้นทุนได้โดยใช้สื่อโซเชียลมีเดียเข้ามาช่วย...ไม่อาจสิต้องลดได้แน่นอนครับ”
แม้เป็เพียงคำพูดไร้สาระค่อนข้างวกไปวนมา แต่ดูเหมือนเหล่าผู้บริหารจะเข้าใจมันอย่างเป็อย่างดี
“แสดงว่า...เราจะไม่เสี่ยงใช้กลยุทธ์การตลาดประสาทวิทยาแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่แกล้งตบตาให้ผู้โฆษณามองว่ามันคือกลยุทธ์การตลาดประสาทวิทยาแทนสินะ”
“ใช่...มันก็ไม่แย่ซะทีเดียวหรอกครับเปรียบเทียบปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นของผู้บริโภค ระหว่างตอนบริโภคสินค้าของบริษัทอื่นโดยปราศจากการยับยั้งชั่งใจเพราะถูกโฆษณาล่อลวง กับตอนบริโภคสินค้าของ J Cardอย่างมีเหตุมีผล โดยพิจารณาจากสิทธิประโยชน์ที่ได้ ผมว่ามันน่าสนใจดีนะครับ”
“แบบนั้นจะถูกมองว่าเป็การตลาดประสาทวิทยาได้ใช่ไหม”
“อืม...ที่จริงทำให้ผู้โฆษณาคิดแบบนั้นก็ได้นะครับเหมือนแค่จุ่มเท้าลงไปในน้ำเพราะหัวใจสำคัญที่เรา้ามีเพียงปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นของลูกค้าเท่านั้นใช้ประโยชน์ของ J Card มาช่วยดึงความสนใจแค่เพิ่มข้อความว่า ‘มาเลือกบริโภคอย่างชาญฉลาดและมีเหตุมีผลกันเถอะ’ ก็ใช้ได้แล้วครับ”
“มันจะไม่เป็ไรใช่ไหม ไม่มีตัวอย่างคล้ายๆกันบ้างเหรอ”
“ถ้าพูดตามสถานการณ์จริงแล้ว ต่อให้มีตัวอย่างคล้ายหรือใช้วิธีลอกเลียนแบบการแก้ปัญหาอย่างที่หัวหน้าส่วนคิมบอกเมื่อสักครู่ก็ยังได้ผลลัพธ์ดีกว่าในหลายๆด้านครับแต่ถ้าทำตามแผนโฆษณาเดิมเหมือนที่ IMC วางเอาไว้...ผู้โฆษณาเองก็คงให้คอมเมนต์ที่ไม่ดีนักกลับมาครับ”
“โอเค หัวหน้าส่วนคิม คุณจะทำสตอรีบอร์ดอันใหม่เสร็จเมื่อไรภายในศุกร์นี้ทันไหม”
“ทันครับ แต่เพื่อให้งานดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นผมต้องขอความร่วมมือจากทุกส่วน เริ่มจากให้ทีม IMC เขียนแผนงานขึ้นมาใหม่และให้ทีมวิจัยการตลาดเลือกกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภคมาให้หน่อยครับไม่จำเป็ต้องเน้นปริมาณ แค่ไม่ผิดหลักการโฆษณาด้วยรูปภาพหรือโดนร้องเรียนไปยังคณะกรรมการเพื่อการค้าที่เป็ธรรมก็พอแล้วยิ่งช่วยกันงานยิ่งเสร็จเร็วขึ้นครับ”
ซึงฮยอนกะพริบตาปริบๆ
ไม่ใช่แค่เข้าใจคำพูดไร้สาระ แต่ผู้บริหารยังรับฟังความคิดเห็นของลูกน้องปลายแถวอย่างเขาด้วย...CMO เอาแต่พูดว่า “โอเคๆ ดีมาก” พร้อมกับลงมือเขียนขยุกขยิกลงในแฟ้มของตนราวกับโดนผีสิงจนเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วเห็นซึงฮยอนมีสีหน้างุนงง ฝ่ายนั้นก็ปรบมือให้
“จะว่าไปพนักงานฝึกหัดคิดอะไรแบบนี้ได้ยังไงหัวหน้าส่วนคิมเตรียมไว้ล่วงหน้าหรือเปล่า”
“เปล่าครับ ไม่ใช่แบบนั้น”
“งั้นเหรอ จะว่าไปแล้วหัวหน้าส่วนคิมไม่ใช่คนที่ชอบดูแลพนักงานฝึกหัดนี่ถ้างั้น...”
“เอ่อ...ระหว่างเรียนปริญญาโทผมเคยอ่านบทความเกี่ยวกับกลยุทธ์การตลาดประสาทวิทยาครับแต่มันค่อนข้างน่าเบื่อเพราะมียกตัวอย่างแค่กรณีที่คล้ายกันๆเท่านั้นผมเลยลองคิดเล่นๆว่าถ้าลองนำวิธีอื่นมาใช้บ้างจะเป็ยังไงนะบังเอิญที่หัวข้อการประชุมในวันนี้เป็เื่นี้พอดี...”