เขาก้าวเดินต่อไปในความเงียบสงัดของหมอกหนาที่คอยห้อมล้อมทุกย่างก้าว ทุ่งหญ้าอ่อนๆ ที่ปกคลุมไปด้วยน้ำค้างบางเบาสะท้อนแสงจากแสงอรุณที่เริ่มส่องผ่านความมืด เหมือนโลกนี้จะไม่มีอะไรเลยนอกจากเสียงลมหายใจของเขาและเสียงฝีเท้าที่แ่เบาบนพื้นดินที่ชื้นแฉะ
ทุกย่างก้าวเหมือนเป็การตัดสินใจครั้งสุดท้าย ที่จะไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีกแล้ว เขาไม่รู้ว่าเขากำลังไปที่ไหน ไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไรในเส้นทางที่ยาวไกลนี้ แต่ความรู้สึกในใจบอกว่า นี่คือการเดินทางที่เขาต้องไปให้ถึง
"มันต้องเป็ที่นี่..." เสียงในหัวของเขาพึมพำอย่างไม่รู้ตัว คำพูดนี้เหมือนจะเป็สิ่งเดียวที่คอยยึดเขาไว้จากการสูญเสียทิศทางในโลกที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาเ่าั้
เขาเดินต่อไป สายตาจับจ้องไปข้างหน้า แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็เพียงหมอกขาวที่ไม่สิ้นสุด บางทีเขาคิดว่าตัวเองอาจจะเดินไปในวงกลม ราวกับว่าหมอกที่คลุมอยู่รอบตัวมันไม่เคยมีวันสิ้นสุด แต่เขารู้... เขาต้องไปข้างหน้า แม้จะไม่รู้ว่ามันจะพาไปสู่ที่ไหนก็ตาม
เมื่อเวลาผ่านไป เขารู้สึกถึงความเหนื่อยล้า แต่ความรู้สึกของการไม่สามารถย้อนกลับไปยังที่เดิมก็ยังคงผลักดันให้เขาก้าวเดินต่อไป กระทั่งเขาเริ่มเห็นแสงบางอย่างลอดออกมาจากหมอก มันไม่ใช่แสงแดด แต่เป็แสงที่มีความอบอุ่นราวกับการรอคอย
เขาหยุดเดินไปครู่หนึ่ง หลับตาลงเพื่อรวบรวมสติ ก่อนจะเปิดตามองแสงนั้นอย่างระมัดระวัง แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดหวัง...
ตรงหน้าของเขาคือ... ช่องทางที่แยกออกไปสองทาง หนึ่งทางดูเหมือนจะเป็ทางที่มืดและขรุขระ ส่วนอีกทางมีแสงสว่างยามเช้ากระจายตัวออกไป เหมือนทางที่ทำให้เขารู้สึกถึงการเริ่มต้นใหม่ แต่มันก็เป็ทางที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
เขายืนอยู่ในจุดที่ต้องเลือก... และในความเงียบงันของหมอกหนา, การเดินทางครั้งนี้ก็เริ่มเข้าสู่ทางเลือกที่เขาต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนเขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองไปยังทางเลือกทั้งสองที่ขนาบข้าง แม้แสงจากทางที่มีแสงสว่างยามเช้าจะดูเย้ายวน แต่มันกลับไม่สามารถลบล้างความรู้สึกบางอย่างในใจของเขาได้ ความรู้สึกที่เหมือนจะมีบางสิ่งที่ยังไม่เสร็จสิ้น หรือบางสิ่งที่ยังค้างคาในใจ หากเขาหันหลังกลับ เขาก็รู้ว่าเส้นทางเดิมจะไม่สามารถพาเขากลับไปยังที่ที่เคยอยู่ได้
ในที่สุดเขาก็ยืดหลังและก้าวไปทางเส้นทางที่มืดและขรุขระ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แม้จะรู้ว่าเส้นทางนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย เขาก็ไม่ลังเล เพราะในความลึกของใจเขารู้ว่า การหลีกหนีไม่ใช่ทางเลือก
หมอกยังคงปกคลุมทุกสิ่ง แต่ในที่มืดนั้นเขาเริ่มเห็นบางอย่างที่ดูคล้ายกับเส้นทางที่เป็รูปเป็ร่างมากขึ้น ทุกก้าวที่เขาก้าวไปเหมือนจะเป็การัักับบางสิ่งที่ไม่เคยััมาก่อน เขารู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในความมืด แม้จะยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็พลังอะไร แต่มันทำให้เขารู้สึกเหมือนมีบางอย่างคอยชี้นำทางไป
เสียงฝีเท้าในความมืดยังคงดังก้อง แต่ไม่นานนัก เขาก็เห็นแสงสว่างจากปลายทางเบื้องหน้า ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุด เขาก็พบว่ามีประตูไม้เก่าๆ ตั้งอยู่ตรงนั้น โดยมีแสงจากด้านในลอดออกมาอย่างอบอุ่น
เขาก้าวเข้าไปใกล้ๆ และมือของเขาก็ไปจับที่ลูกบิดประตู มันเย็นเฉียบเหมือนัักับอะไรที่ยังไม่เคยถูกเปิดเผย เขาหยุดนิ่งอยู่ในขณะที่มือยังคงจับลูกบิด
เขาไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ แต่เขารู้เพียงว่าเมื่อเปิดประตูนี้ไป เขาจะไม่สามารถหวนกลับมาได้อีก และเส้นทางที่รอเขาอยู่ข้างหน้าอาจจะนำเขาไปสู่จุดจบ หรือจุดเริ่มต้นใหม่บางอย่างที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
สุดท้าย เขาตัดสินใจเปิดประตู มันไม่ใช่แค่การเปิดประตู แต่เป็การเปิดตัวเขาเองสู่การเดินทางที่เขาไม่อาจหวนกลับ...