ไออุ่นร้อนระอุและลมหายใจหอบถี่สม่ำเสมอของคิรินเป่ารดรินอยู่ตรงข้างแก้มและซอกคอขาวระหงของฉันอย่างคุกคาม แผ่นหลังบางแนบชิดติดผนังกระจกนิรภัยชั้น 45 ที่สั่นะเืตามแรงอารมณ์บีบคั้น ร่างกายของฉันสั่นเทาอย่างรุนแรงไม่ใช่เพียงแค่เพราะความเสียวซ่านสยิวลึกที่เริ่มตื่นตัวในช่องท้องกึ่งกลางกายเท่านั้น แต่ความทรงจำแสนโหดร้ายที่พวกนักเลงลูกหนี้นอกระบบบุกถล่มพังห้องเช่าของฉันเมื่อวันก่อนยังคงตามมาหลอกหลอนลึก ๆ ก่อเกิดเป็ความหวาดกลัวดั่งเชลยศึกที่กลัวว่าจะโดนใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายป่าเถื่อน
*กริ๊ก... กริ๊ก...* เสียงในหัวของฉันเต้นกระหน่ำรัวราวมือกลองวงร็อกหวดกลองไม่ยั้ง แผ่นอกแกร่งของคิรินกว้างใหญ่ปานแผ่นคอนกรีตเสริมเหล็กทาบทับลงมาบดเบียดเนินอกอวบอิ่มชูชันของฉันจนแทบหายใจไม่ออก แผ่นหลังของฉันัักับผิวกระจกที่เย็นเฉียบด้านหลังเมื่อมองทะลุกระจกลงไปเห็นตึกรามบ้านช่องด้านล่างมีขนาดเล็กจิ๋วเท่ามดแดง ยิ่งเพิ่มดีกรีความน่าหวาดเสียวพุ่งจู่โจมสมองจนเสียวสะท้านไปถึงปลายเท้า
คิรินจ้องมองใบหน้าหวานที่ซีดเผือด น้ำตาเม็ดโตใสไหลคลอรอบดวงตาสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกใจริง ๆ ั์ตาคู่คมกริบสีดำมืดมิดประดุจพญาเหยี่ยวของเขาพลันวูบไหวสั่นสะท้าน ความโกรธเคืองและไฟหึงหวงกระชากใจพลันลดระนาบความแข็งกร้าวลงแปรเปลี่ยนเป็ความอบอุ่นร้อนระอุในพริบตา คิรินผ่อนแรงบีบที่ข้อมือบางลงแ่เบา สองท่อนแขนแกร่งขยับตวัดโอบเอวรั้งร่างบางของฉันเข้ามากระชับกอดรัดแแ่ อ้อมกอดของเขาช่างกว้างใหญ่ หนา แน่นแฟ้น ราวกับจะโอบล้อมกักขังและปลอบประโลมความกังวลของฉันออกไปจนหมดสิ้น นิ้วหัวแม่มือหนาแกร่งของเขาค่อย ๆ ไล้เช็ดหยาดน้ำตาที่ข้างแก้มของฉันอย่างแ่เบา ััอุ่นชื้นลูบไล้แ่เบาแสนโยนขัดกับหน้าตามาเฟียหน้าดุและดิบเถื่อนอย่างเหลือเชื่อ
"เด็กโง่... คิดว่าผมจะตีคุณหรือทำร้ายร่างกายคุณรึไง? หืม?" คิรินกระซิบถามเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล อบอุ่นผิดกับมาดดุร้ายปานสัตว์ป่าเมื่อครู่ ลิ้นร้อนของเขาแตะไล้จูบซับน้ำตาที่ไหลหยดตรงข้างแก้มฉันแ่เบาแสนโยน "ผมไม่ได้จะทำร้ายคุณ... แต่คุณมันดื้อรั้นเองเกลิตา ชอบทำให้ผมควบคุมตัวเองไม่อยู่ตลอดเวลา"
*เดี๋ยวนะคะคุณบอส! โหมดขู่เสร็จปุ๊บตัดเข้าโหมดเตาผิงไฟฟ้าอบอุ่นแผ่รังสีอินฟราเรดปลอบขวัญทันทีเลยเหรอคะ?! อารมณ์แปรปรวนเป็พายุดีเปรสชันขนาดั์พัดผ่านแบบนี้ ฉันต้องไปร้านขายยาซื้อพาราเซตามอลมากินดักไว้สักกี่แผงดีเนี่ย? แล้วแผงอกอุ่น ๆ ของเขามันจะเบียดแน่นไปไหน หัวใจเต้นตูมตามปานจะะเิออกมาเป็ข้าวโพดคั่วอยู่แล้วฮะ!* เสียงในหัวของฉันคิดฮาประชดความอ่อนไหวของร่างกายตัวเองที่กอดซุกแนบอกแกร่งกว้างของเขาอย่างจำยอมและสมยอมราบคาบ
"ฉัน... ฉันไม่ได้ดื้อซะหน่อย..." ฉันพึมพำตอบเสียงอ้อมแอ้มสั่นเครือ สะอื้นเบา ๆ ในอ้อมอกอุ่นของเขา
"ไม่ดื้อแต่ยิ้มหวานหัวเราะคิกคักให้ผู้ชายอื่นในบริษัทเนี่ยนะ?" คิรินเอ่ยดุเสียงพร่า แววตาคมกริบจ้องสบตาหวานของฉันฉายประกายดิบ ๆ เขาช้อนปลายคางของฉันขึ้นมาบดเบียดจูบลงบนริมฝีปากบางของฉันอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่จูบลงโทษที่รุนแรงป่าเถื่อน แต่เป็จูบแสนร้อนแรง ดูดดื่ม และลึกซึ้งเกี่ยวกระหวัดลิ้นตักตวงน้ำหวานฉ่ำกลิ่นกาแฟเอสเพรสโซคละคลุ้งจนตัวของฉันเบลอหมุนคว้าง อารมณ์เสน่หาปะทุเดือดสู้ศึกกางกรงรักเลขาฯ
คิรินไม่ยอมเสียเวลาชั่วอึดใจ เขาช้อนอุ้มร่างบางของฉันปลิวลอยขึ้นมาในอ้อมแขนแกร่ง วางตัวฉันลงไปนั่งบนโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีตัวใหญ่หรูหรากึ่งกลางห้องทำงานส่วนตัวทันที!
*เฮ้ย! เดี๋ยวก่อนค่ะพ่อคุณบอสข๋า! คีย์บอร์ดไร้สายและแผ่นเมาส์ราคาแพงระยับพวกนั้นมันกำลังจะลื่นไถลหล่นขอบโต๊ะแล้วนะฮะ! แฟ้มเอกสารกฎหมายโอนหนี้กระจัดกระจายหลุดลุ่ยหมดแล้ว! ยิ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์จอโค้งนั่นยังเปิดหน้าต่างกระดานหุ้นเด่นประจำวันอยู่เต็มตาสว่างโล่เลยนะ! นี่มันห้องทำงานออฟฟิศเวลาราชการนะฮะ! ถึงแม้กระจกหน้าห้องมันจะเป็กระจกทึบวันเวย์ที่คนภายนอกมองเข้ามาไม่เห็น แต่บอดี้การ์ดและพนักงานคนอื่นเดินผ่านไปผ่านมาหน้าห้องตลอดเวลาเลยนะคุณ! จิตใจทำด้วยอะไรกันเนี่ย?! หน้าจอคอมพิวเตอร์ราคาตั้งห้าหมื่นบาทถ้าสะโพกมนของฉันไปปัดมันร่วงลงพื้นจนหน้าจอแตกละเอียดคามือ ยอดหนี้สินของฉันมันจะไม่ทะยานไปเป็ห้าล้านสี่แสนห้าหมื่นบาทหรอกเหรอฮะคุณบอสข๋า?!* เสียงในหัวของฉันกรีดร้องใแกมฮาสะเด็ดน้ำกับความบ้าระห่ำของบอสมาเฟียเงินกู้จอมเผด็จการคนนี้
คิรินไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้โวยวายหรือกู้คีย์บอร์ดที่จวนเจียนจะตก สองมือหนาขยับดึงถลกกระโปรงทรงสอบสีดำเข้ารูปของฉันขึ้นมาเหนือกองสะโพกมน จับขาเรียวทั้งสองข้างของฉันแยกออกกว้างพาดไหล่หนาและเอวแกร่งของเขา มือหนาขยับดึงรั้งกางเกงชั้นในผ้าลูกไม้สีดำตัวบางรูดลงพ้นเรียวขาทิ้งลงพื้นห้องอย่างไม่ใยดี เนื้อตัวใต้ผ้ากึ่งกลางกายอุ่นชื้นและร่องรักเปียกชื้นฉ่ำน้ำหวานหวานจ่อชิดประชิดผิวโต๊ะไม้ขัดเงาเย็นเฉียบ
ความเย็นะเืของผิวไม้ขัดโต๊ะทำงานกระทบก้นมนชวนให้ฉันสะท้านสั่น สลับกับความร้อนระอุฉ่าดั่งไฟป่าของฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ขึ้นมาตามหน้าขาอ่อนเรียวขยับแตะต้องเนื้อกลีบกุหลาบหวานอุ่นจนร่างกายขยับสั่นเทา
"อ๊ะ... คุณคิริน... ตรงนี้มันออฟฟิศนะคะ... เสียว..." ฉันร้องครางกระเส่าสั่นเครือบิดตัวหลบ สองมือจิกขอบโต๊ะไม้มะฮอกกานีแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว
"ตรงไหนก็เหมือนกันเกล... ในเมื่อคุณอวดดีดื้อรั้นอยากไปยิ้มแย้มให้ชายอื่นดีนัก ก็ต้องโดนทำโทษให้จำคาโต๊ะตัวนี้" คิรินเอ่ยเสียงต่ำแหบพร่าลึกซึ้ง
เขาขยับถอดรูดซิบกางเกงสูทของตัวเองออก ปล่อยแก่นกายความเป็ชายยามบ่ายที่ตื่นตัวใหญ่โตตึงแน่นเปรี๊ยะปูดโปนร้อนระอุจ่อประชิดทางรักอุ่นหวานที่พร้อมต้อนรับ คิรินประคองสะโพกมนของฉันไว้แ่าแกร่งก่อนจะกดแทรกลำเอ็นร้อนระอุสวมทับบดอัดยัดเยียดเข้ามาในร่องรักคับแน่นรวดเดียวลึกซึ้งจนสุดปลายทางยาวสะท้านทรวง!
"อ๊าาา! อื้อออ..."
ฉันกรีดร้องครางเสียงสั่นระรัวเบิกตากว้าง ความคับแน่นแน่นขนัดบวกความร้อนสยิวพุ่งปะทะจู่โจมสมองจนขาวโพลนไปหมด ร่องรักตอดขมิบรัดแก่นกายร้อนของเขาแน่นถี่ระรัวะเิอารมณ์รัก คิรินขยับสะโพกสอบกระแทกกระทั้นซอยยัดแก่นกายเข้าออกร่องรักเป็จังหวะรวดเร็ว ดุดัน ร้อนแรง และหนักหน่วงเน้นย้ำความหึงหวงบ้าคลั่งคาโต๊ะหรู
*พั่บ... พั่บ... พั่บ...*
เสียงเนื้อกายกระทบกันถี่ยิบลั่นสะท้อนห้องทำงานกว้างขวางสลับเสียงแผ่นกระดาษเอกสารและแป้นเมาส์ที่ไหวระริกสั่นคลอนโยกย้ายตามแรงส่ง คิรินตอกยัดแก่นกายสวมทับลึกซึ้งชนจุดกระสันเสียวซ่านลึกจนเกลแอ่นเนินหน้าอกอวบอิ่มรับ สองมือเรียวขยับขึ้นกอดคอเขาจิกเล็บลงบนไหล่สูทหนาแร่งจนเสื้อยับย่น คราญเสียวสั่นระริกลั่นห้อง
"อ๊า... ฮะ... คุณคิริน... ลึกไป... เสียวจะตายอยู่แล้ว... อ๊า..." ฉันครางกระเส่าสั่นสะท้านน้ำตาแห่งความหฤหรรษ์ซึมแก้ม บิดสะโพกสู้รับจังหวะซอยยัดยิบสะท้านใจ
"ตอดแน่นขนาดนี้... แสดงว่าชอบชอบให้ผมทำโทษดุ ๆ คาโต๊ะทำงานใช่ไหมเกล..." คิรินกระซิบพร่าข้างหู ซุกไซ้ขบเม้มสร้อยคอสร้างรอยสีกุหลาบช้ำใหม่ประทับทับรอยเก่าแ่า แสดงความเป็เ้าของเด็ดขาดสะโพกหนากระแทกเน้นย้ำจังหวะถี่กระชั้นรวดเร็วจนร่องรักขมิบตอดรัดลำเอ็นร้อนะเิอารมณ์สุขสมปลดปล่อยเสร็จเสร็จสมไปพร้อมกันคาโต๊ะทำงานหรู
คิรินคำรามต่ำในลำคอกดสะโพกตอกยัดแก่นกายซอยจังหวะลึกเน้นน้ำหนักย้ำลึกครั้งสุดท้ายสุดแรง ฉีดพุ่งหยาดน้ำรักอุ่นร้อนสีขาวขุ่นจำนวนมหาศาลทะลักล้นเข้าไปก้นบึ้งร่องรักอุ่นร้อนจนวาบท้องน้อยทะลักนองเต็มโต๊ะและขาอ่อนเรียว เขาก้มลงซุกกอดกอดรัดฉันแน่นหอบเหนื่อยฟุบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นท่ามกลางแสงสายตาคมแดดผ่านหน้าต่าง
ฉันนอนหอบหายใจโรยรินปวดสะโพกเนื้อระบมปวกเปียกคาอกกว้างตึงแน่นของเขา คิรินขยับตัวลุกขึ้นดึงกระโปรงฉันลงปิดทับเรือนร่างลวก ๆ แววตาสีดำคมจ้องมองใบหน้าหวานแดงเยิ้มและคอระหงที่มีรอยรักแดงชัดเจนของเขาก่อนจะเอ่ยคำพูดปากแข็งเผด็จการทิ้งท้ายเน้นย้ำสิทธิ์มาเฟีย
"จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย... แล้วกลับไปนั่งทำงานต่อซะ หวังว่าบทลงโทษคาโต๊ะทำงานตัวนี้จะทำให้สมองคุณจดจำได้นะว่ารอยยิ้มและตัวของคุณมันเป็สิทธิ์ของผมคนเดียวเท่านั้นเกลิตา"
คิรินเอ่ยขู่ขวัญเสียงเรียบขรึมเ็าขัดมาดคนดี แต่ก้มลงปัดซับเส้นผมเปียกเหงื่อหน้าผากฉันอย่างแ่เบาอ่อนโยน ก่อนจะลุกเดินกลับไปจัดแต่งกางเกงสูทเนี๊ยบกริบทำงานต่อ ทิ้งให้ฉันนอนกะพริบตาปริบ ๆ ในใจบ่นประชดฮา ๆ ถึงชะตากรรมโรคสต็อกโฮล์มซินโดรมกรงทองมาเฟียที่แสนสยิวร้อนและบ้าคลั่งนี้ไปจนหมดสิ้นชะตากรรม... สายตาที่เขาจ้องมองดูน่ากลัวและคุกคามความรู้สึกสุดขีด แต่มันกลับทำให้ร่างกายกึ่งกลางกายของฉันชาวูบเต้นตึกตักตอบสนองอย่างน่าอาย... บ้าจริงยัยเกล! นี่ฉันกำลังติดเชื้อไวรัสสต็อกโฮล์มซินโดรมเข้าให้แล้วรึยังไงกันแน่?! วันจันทร์วันแรกของการเริ่มต้นทำงานในฐานะเลขาฯ เพิ่งเริ่มต้นขึ้น แต่ชีวิตของฉันบัดนี้ปะทะทางตันและแผดเผาไปด้วยไฟหึงหวงดุเดือดและเผด็จการของเขาเข้าให้แล้วอย่างไม่มีวันเลี่ยงพ้นชัวร์ ๆ...