ตอนนี้สะใภ้สามก็ทำได้แค่ปากเก่งไปวันๆเท่านั้นแหละ ถ้าแม่ย่ากับสามีเอาจริงขึ้นมา เธอก็คงกลัวจนหัวหด
แม่ย่ากับสามีไม่กลัวว่าเธอจะโกรธจนหนีกลับบ้านเกิดไปง่ายๆอีกแล้ว สะใภ้อย่างสะใภ้สามที่เอาแต่ขู่ว่าจะกลับบ้านเกิดไปวันๆก็ทำได้แค่โวยวายไปอย่างนั้นแหละ
พอเจอแม่ย่าขู่สะใภ้สามก็ยอมจำนนแทบจะทันที "เจี้ยนหมิงรีบไปโรงเรียนซะ ไปถึงโรงเรียนก็ตั้งใจฟังที่ครูสอนนะ"
เมื่อกี้ยังโวยวายว่าจะพาลูกชายกลับบ้านเกิดอยู่เลยตอนนี้กลับเป็นคนเอาเป้ที่แขวนอยู่บนผนังไปสะพายหลังให้หูเจี้ยนหมิงเสียเอง
ถึงแม้หูเจี้ยนหมิงจะไม่อยากไปโรงเรียนแต่เขาก็รู้ดีว่าถ้ายังพิรี้พิไรอยู่แบบนี้จะต้องโดนตีแน่ๆเขาเลยยอมสะพายกระเป๋าไปโรงเรียนแต่โดยดี
ระหว่างทางหูเจี้ยนหมิงก็ยังพิรี้พิไรอยู่ดี เขาจำได้ว่าคาบแรกคือวิชาภาษาศาสตร์
เขาไม่อยากเรียนวิชานี้จริงๆเพราะว่ากลัวการเผชิญหน้ากับหูหลันเยวี่ยมากๆ
จากบ้านไปโรงเรียนก็ไม่ได้ไกลอะไรอยู่แล้วถึงหูเจี้ยนหมิงจะชักช้าแค่ไหน ยังไงก็ไปถึงโรงเรียนอยู่ดี
ตอนที่หูเจี้ยนหมิงไปถึงโรงเรียนก็เริ่มคาบเรียนไปแล้ว
หูเจี้ยนหมิงกะว่าจะหนีไปซ่อนตัวในห้องน้ำหรือไม่ก็ที่ไหนสักแห่งแล้วค่อยกลับเข้าห้องเรียนหลังหมดคาบแรก
บังเอิญว่าที่หน้าประตูโรงเรียนหูเจี้ยนหมิงดันมาเจอกับครูใหญ่เข้า
นี่เป็นครั้งแรกที่หูเจี้ยนหมิงได้อยู่ใกล้ชิดกับครูใหญ่มากขนาดนี้เขาตกใจจนอยากจะม้วนตัวกลับเข้าไปอยู่ในท้องแม่ซะเดี๋ยวนี้เลย
ครูใหญ่ก็แค่เหลือบมองเด็กที่มาสายคนนี้แวบหนึ่งไม่ได้พูดอะไร แล้วก็เดินผ่านหูเจี้ยนหมิงไป
ตอนนี้หูเจี้ยนหมิงไม่กล้าไปหลบอยู่ไหนแล้วเขาจึงจำใจเดินไปที่หน้าห้องเรียนของชั้นประถมสามห้องหนึ่ง
หูหลันเยวี่ยกำลังยืนอยู่บนแท่นบรรยายเพื่ออธิบายบทกวีสี่วรรคเจ็ดอักษรให้เด็กๆฟัง
หูหลันเยวี่ยสอนด้วยภาษาจีนกลางในตอนนี้ที่ชนบทจะมีสักกี่คนที่รู้ว่าภาษาจีนกลางมันคืออะไร?
น้ำเสียงของหูหลันเยวี่ยที่เดิมทีก็อ่อนโยนและไพเราะอยู่แล้วพอมาผสมกับภาษาจีนกลางที่มีเสียงสูงเสียงต่ำ มันช่างน่าฟังอะไรเช่นนี้
บนแท่นบรรยายมีครูสาวที่สวมเสื้อผ้าสวยๆยืนอยู่ แค่นี้ก็เป็นที่เจริญหูเจริญตาสำหรับเด็กๆ ที่มาเรียนแล้วถ้าครูคนสวยยังมีน้ำเสียงที่ไพเราะอีก การมาเรียนก็แทบจะเป็นความสุขอย่างหนึ่งเลย
ถึงแม้หูหลันเยวี่ยจะสอนได้แค่ไม่กี่วันแต่เธอก็สามารถกุมหัวใจของเด็กกลุ่มนี้ไว้ได้อย่างเหนียวแน่นแล้ว
ในขณะที่กำลังสอนอย่างตั้งใจอยู่นั้นหูหลันเยวี่ยก็กวาดสายตาไปที่ประตูโดยบังเอิญแล้วก็เหลือบไปเห็นหูเจี้ยนหมิงที่ยืนคอตกอยู่ตรงนั้น
"นักเรียนหูเจี้ยนหมิง ทำไมเธอถึงมาสาย?" ถึงแม้สีหน้าของหูหลันเยวี่ยจะยังคงอ่อนโยนแต่น้ำเสียงของเธอก็แฝงความเข้มงวดไว้เล็กน้อย
ในเวลานี้เด็กๆที่ตั้งใจเรียนก็ถูกดึงดูดไปยังประตู
เด็กผู้ชายผู้กล้าหาญคนหนึ่งถึงกับอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาว่า"เป็นถึงหัวหน้าห้องแล้วยังมาสาย"
พอได้ยินเพื่อนร่วมห้องบ่นหูเจี้ยนหมิงก็ยิ่งคอตกหนักกว่าเดิม
สำหรับเหตุผลที่หูเจี้ยนหมิงมาสายในความเป็นจริงหูหลันเยวี่ยก็พอจะเดาออกอยู่บ้าง
หลังจากที่หูหลันเยวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พูดออกมาอีกครั้ง"หูเจี้ยนหมิง เห็นแก่ว่าเธอมาสายเป็นครั้งแรกครูจะไม่ลงโทษให้เธอยืนแต่เธอต้องเขียนรายงานมาส่งที่ห้องทำงานของครูก่อนเลิกเรียนตอนบ่าย"
สำหรับเด็กเกเรอย่างหูเจี้ยนหมิงการถูกครูสั่งให้เขียนรายงานไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
หูเจี้ยนหมิงกลับไปที่นั่งของตัวเองอย่างหวาดหวั่นแล้วรีบหยิบหนังสือเรียนออกมาจากกระเป๋า
หลังจากที่หูเจี้ยนหมิงหยิบหนังสือเรียนออกมาแล้วหูหลันเยวี่ยถึงเริ่มสอนต่อ
ในช่วงเวลานี้มีสายตาหลายคู่จับจ้องไปที่หูเจี้ยนหมิง
ก่อนเลิกเรียนตอนบ่ายหูเจี้ยนหมิงก็เอารายงานที่เขียนเสร็จแล้วมาส่งแต่โดยดี
หูหลันเยวี่ยเหลือบมองรายงานที่หูเจี้ยนหมิงส่งมาเล็กน้อยพอเห็นตัวอักษรที่บิดเบี้ยว ขาดๆ เกินๆ เธอก็ไม่อยากจะทนดูต่อ
หลังจากเก็บของเสร็จหูหลันเยวี่ยก็ออกจากห้องทำงานไปพร้อมกับครูคนอื่นๆ
เมื่อเธอก้าวออกจากประตูโรงเรียนหูหลันเยวี่ยก็ค่อยๆ เดินกลับบ้านอย่างไม่รีบร้อน
จากระยะไกลหูหลันเยวี่ยก็เห็นร่างที่คุ้นตายืนอยู่ท่ามกลางแสงตะวัน และมองมาทางเธอจากตรงนั้น
หูหลันเยวี่ยรีบเร่งฝีเท้าเมื่อเข้าไปใกล้คนคนนั้นมากขึ้น เธอก็ถามว่า "หลินซือหย่วนนายกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"คุณครูหูเลิกงานแล้วเหรอ" หลินซือหย่วนยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับหญิงสาว"ฉันกลับมาได้สักพักแล้วล่ะ เป็นครูรู้สึกยังไงบ้าง?"
หูหลันเยวี่ยยิ้มตอบ"ถึงจะยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่ แต่ก็รู้สึกว่ามันสนุกดี"
หลินซือหย่วนส่งเสียงตอบรับในลำคอ"รู้สึกสนุกก็ดีแล้ว ค่อยๆ ปรับตัวไปของที่เธออยากได้ฉันหิ้วมาให้แล้ว ไปเอาที่บ้านฉันสิ"
หูหลันเยวี่ยตอบตกลงแล้วก็เดินตามหลินซือหย่วนไปที่บ้านของเขา
เดิมทีหลินซือหย่วนบอกว่าจะกลับมาภายในหนึ่งสัปดาห์แต่เพื่อนที่ไปกับเขาอยากจะเที่ยวต่ออีกสองสามวัน ไปๆ มาๆก็เลยกินเวลาไปเกือบครึ่งเดือน
หลินซือหย่วนวางกระสอบป่านไว้ตรงหน้าหูหลันเยวี่ย"ของที่เธออยากได้อยู่ในนั้นหมดแล้ว"
หูหลันเยวี่ยรีบเปิดกระสอบออกก็เห็นผ้าสำหรับทำกางเกงยีนส์ที่พับไว้อย่างเรียบร้อย
คุณย่าหลินที่อยู่ข้างๆหยิบผ้าขึ้นมาดูด้วยความอยากรู้ "ทำไมผ้ามันถึงได้หนาขนาดนี้แล้วมันก็แข็งๆ ด้วย ทำเป็นเสื้อผ้าแล้วจะใส่ได้เหรอ?"
หลินซือหย่วนรีบอธิบาย"คุณย่าครับตอนนี้ในเมืองใหญ่พวกวัยรุ่นเขาชอบใส่กางเกงที่ทำจากผ้าแบบนี้กันใส่กางเกงยีนส์ขี่จักรยานล้อ 28 นิ้วเป็นอะไรที่ฮิตมากในหมู่คนหนุ่มสาวในเมืองเลยครับ"
หูหลันเยวี่ยพูดต่อจากหลินซือหย่วน"ย่าใหญ่คะ กางเกงยีนส์ไม่ใช่แค่ใส่แล้วดูทันสมัยนะคะแต่เนื้อผ้าแบบนี้ยังทนทานมากๆ ด้วย เดี๋ยวหนูจะตัดกางเกงยีนส์ให้ย่าใหญ่ใส่สักตัวรับรองว่าย่าใหญ่จะต้องเป็นแม่เฒ่าที่ทันสมัยและสวยที่สุดในละแวกสิบกว่าหมู่บ้านนี้แน่ๆค่ะ"
คุณย่าหลินรีบส่ายหน้า"ฉันไม่ตามแฟชั่นอะไรนั่นหรอกหนูเอาไปตัดชุดให้พี่ซือหย่วนใส่หล่อๆ ซะสิ"
ผ้าในกระสอบป่านมีพอให้ทำกางเกงยีนส์ได้10ตัว
"หลินซือหย่วน ผ้าพวกนี้รวมแล้วราคาเท่าไหร่ฉันอาจจะยังไม่มีเงินจ่ายให้ตอนนี้ ขอเขียนใบกู้ยืมไว้ก่อนนะฉันรับรองว่าภายในสิ้นปีจะเอาเงินมาคืนให้แน่นอน" หูหลันเยวี่ยพูดพลางหยิบกระดาษกับปากกาออกมาจากกระเป๋า
ถึงแม้ที่บ้านจะมีเงินอยู่บ้างแต่นั่นก็เป็นเงินที่เก็บไว้ซื้อจักรเย็บผ้าหูหลันเยวี่ยเลยกะว่าจะยืมเงินค่าผ้าจากหลินซือหย่วนไปก่อน
พอเห็นหูหลันเยวี่ยจะเขียนใบกู้ยืมหลินซือหย่วนก็ขมวดคิ้ว "หลันเยวี่ยเธอถักเสื้อไหมพรมเป็นไหม?"
หูหลันเยวี่ยชะงักไปเล็กน้อย"เป็นสิ ทำไมเหรอ?"
"งั้นก็ถักเสื้อไหมพรมให้ฉันสักตัวสิ" หลินซือหย่วนจ้องมองในดวงตาใสกระจ่างราวกับน้ำในฤดูใบไม้ร่วงของหญิงสาว"ตัดกางเกงยีนส์ให้ฉันใส่ก่อน แล้วค่อยถักเสื้อไหมพรมให้อีกตัวส่วนไหมพรมพวกนั้นก็แล้วแต่เธอจะจัดการเลย"
"หลินซือหย่วน ฉันจะถามนายอีกครั้งว่าผ้ามันราคาเท่าไหร่กันแน่อย่าเปลี่ยนเรื่องสิ" หูหลันเยวี่ยเปลี่ยนหัวข้อกลับไปที่เรื่องเงินค่าผ้าอีกครั้ง
หลินซือหย่วนเอื้อมมือไปดึงด้านหนึ่งของกระสอบป่าน"ถ้าเธอยังพูดมากอีก ฉันจะไม่ให้เอาผ้าพวกนี้ไปแล้วนะ"
ในสายตาของย่าหลินการกระทำของหลินซือหย่วนดูเหมือนเด็กน้อยจริงๆ
"เจ้าหย่วน หลานซื้อของดีๆ ทางใต้มาตั้งเยอะเลยนี่นาทำไมไม่เอาออกมาให้หนูเยวี่ยลองชิมดูล่ะ?"
หลินซือหย่วนรับคำย่าจากนั้นก็วิ่งไปเอาของกินในห้องของตัวเอง