บทที่42 ความรู้สึก
อีกหนึ่งวันได้ผ่านพ้นไป หลังจากหมิงหลงออกมาจากประตูมิติและได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และเป็นวันอีกวันในเมืองดูเนืองแน่นไปด้วยผู้คนเป็นพิเศษหมิงหลงได้เคลื่อนไหวผ่านผู้คนที่คับคั่ง เส้นทางที่ตรงไปมีจุดมุ่งหมายคือ หอประมูลจันทราโลหิต หลังจากเด็กหนุ่มได้มาเยือนครั่งล่าสุด มันก็ครบกำหนดสามวันเริ่มการประมูล ลูกแก้วทักษะทั่งสามของเขาณ ทางเข้าประตูหอประมูลจันทราโลหิต ปรากฏผู้คนมีอำนาจใหญ่โตมากมาย บนร่างกายสวมใส่เสื้อผ้าเครื่องอาภรณ์หรูหรา และมีพลังฝึกตนระดับสูง กำลังเเตรียมตัวเข้างานประมูลที่จะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่ช้า เด็กหนุ่มเดินตรงไปด้วยรูปลักษณ์เช่นเคย ชุดสีดำ หน้ากากอสูร ดูลึกลับและมีตราสีเขียสยกที่เอวอย่างเด่นชัด ผู้คุมต่างเปิดทางให้เขาเข้าไปอย่างง่ายดายพร้อมทำความเคารพอย่างนอบน้อมผู้คนรอบข้างต่างมองไปที่เขาด้วยความสงสัย“ผู้ใดกัน สามารถเข้าไปได้โดยไม่จ่ายค่าเข้าหอประมูล” “นั้นมัน!! ดูข้างเอวของเขาสิ” ทุกคนรอบข้างต่างให้ความสนใจ“ตรามรกตหอประมูลจันทราโลหิต!!” มีเสียงตื่นตนกดังขึ้น เพราะบุคคลที่คลอบคลองมันส่วนมากเป็นสมาชิกตระกูลหลี่ระดับสูง “เขาคือผู้ใดในตระกูลหลี่กัน ผัมผัสไม่สามารถรับรู้ได้ถึงตัวตนของเขาแม้แต่น้อย” “ขอบเขตปราณของเขาต้องอยู่ระดับราชันขึ้นไปอย่างแน่นอน ตัวข้าที่อยู่ปราณนภาขั้นกลาง ยังไม่สามารถรับรู้ได้ถึงพลังปราณของคนผู้นี้” เมื่อฝูงชนได้ยินก็พากันเกิดความชื่นชมต่อชายปริศนา โลกยุทธภพเคารพผู้แข็งแกร่งเสมอ เพราะเป็นหอกเป็นดาบให้เผ่าพันธุ์มนุษย์เมื่อเกิดภัยพิบัติจากปีศาจลุกลาน“เช่นนั้น ตัวตนจักรพรรดิจะถือกำเนิดในตระกูลหลี่ อีกในไม่ช้าสิ” แม้จะมีผู้คนบางส่วนยินดี แต่อีกความหมายนึงก็คือ การมีขั้วอำนาจใหม่ได้ทยานขึ้นมา ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่ายินดีสำหรับบางกลุ่มตระกูลใหญ่ทั้งหลายต่างส่งสัญญาณ สอดแนมบุคคลปริศนาผู้นี้ทันทีเมื่อเขาได้เข้ามาด้านใน ถิงถิง ได้มารอต้อนรับเขา และนำเขาไปนั่งที่ห้องกระจกชั้นบน ซึ่งเป็นห้องส่วนตัวสำหรับรับแขกระดับ ชนชั้นผู้นำแคว้น ตระกูลระดับสูง ตัวตนจักรพรรดิ เป็นต้น“นายท่าน ต้องการสิ่งใดให้ข้ารับใช้หรือไม่เจ้าค่ะ” ถิงถิงยกยิ้มด้วยรอยยิ้มหยาดเยิ้มเช่นเคย เมื่อเด็กหนุ่มได้ยินเช่นนั้นหัวใจดันกระตุกวาบ“จ…เจ้ามานั้งตักข้า ข้าขอสั่ง” เด็กหนุ่มที่นั้งอยู่บนเก้าอี้หรูหราได้เอ่ยขึ้น อยู่ชั้นบนซึ่งมีกระจกขวางกัน ด้านนอกไม่สามารถมองเห็นได้“นายท่านนี้ลามกจังนะค่ะ ข้าต้องไปรับแขกในงานอีกนะ แต่ในเมื่อท่านต้องการข้าจะไปสั่งลูกน้องก่อน” นางได้พูดขึ้นด้วยท่าทีราวกับไม่ใช่คนที่ถูกสะกดหมิงหลงพลันตะลึงงัน ในใจมีแต่ความสับสน ‘เหตุใดถึงดูไม่เหมือนโดนสะกด หรือว่านางหลุดจากวิชาสะกดหุ่นเชิด?’หมิงหลงใช้จิตสอดส่องไปที่ด้านหลังของนางที่กำลังเดินออกไป ‘พลังสะกดก็ยังคงอยู่ หรือว่ามนุษย์มีสติปัญญาที่สูงล้ำกว่าปีศาจ?’ มีคำถามในใจเด็กหนุ่มมากมาย ยังคงครุ่นคิดไม่ตกหมิงหลงได้เพ่งมองไปยังถิงถิงอีกครั้งอย่างจริงจัง ไม่นานก็เห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างภายในดวงจิตของนาง‘พลังสีม่วงหายไป…ไม่ มันยังคงอยู่ พลังจิตของข้า กับ พลังสีม่วงได้หลอมรวมเข้าด้วยกัน จนมันไร้สี?’ ‘แบบนี้ หากไม่มีผู้ใดเข้าไปตรวจดูพลังสะกดด้วยห้วงลึกที่5ก็ไม่มีทางสัมผัสได้ถึงมัน ต้องใช้จิตสัมผัสจิตเท่านั้น’‘นี้สิน่ะ คือเหตุผลที่นางดูราวกับ ไร้การถูกสะกด’ หมิงหลงพลันโล่งใจและดีใจ ผลลัพธ์ของพลังนั้นเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นความคิดบางอย่างเกิดขึ้นเขาจะตั้งกลุ่มออกพจญภัย ด้วยทักษะสะกดหุ่นเชิด!!ไม่นานถิงถิงก็วิ่งกลับมาด้วยท่าทีดีใจ เสียงปิดประตูดังปัง!! ล็อคประตูดังคลิ้ก!!ร่างกายที่ผอมเพียวหน้าใจอันมหึมาได้กระโจนมาที่เขาอย่างรุนแรง ราวกับใบหน้าของเขาถูกบดบี้ด้วยสัตว์อสูรเย็ลลี่ตุบบบ!!นางได้กระโดดมานั้งตักหมิงหลง พร้อมมือทั่งสองกอดรัดหัวของเขาจนเกลือบจะขาดอากาศหายใจเฮือกกก!เด็กหนุ่มหายใจแทบไม่ทัน แต่ก็รู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างมาก มือทั้งสองได้โอบกอดเอวนางพร้อมกล่าว“ถิงถิง ไปออกผจญภัยกับข้าหรือไม่?” เด็กหนุ่มถามความต้องการ“หืม! ไปที่ใดกันค่ะ ข้าไม่สามารถไปไหนได้ ข้ามีหน้าที่ดูแลกิจการหอประมูล หากข้าหนีละก็ ต้องถูกไล่ล่าแน่” นางตอบความจริงออกมาอย่างตรงไปตรงมา“ตระกูลเจ้า กับ ข้า เจ้าจะเลือกใคร?” หมิงหลงถามคำถามวัดความสามารถของพลังหุ้นเชิด ว่าอยู่ในขอบเขตไหน“นายท่านแน่นอนค่ะ” นางตอบ พลังวิญญาณไม่บ่งบอกถึงการโบ้ปดแต่อย่างใด“ข้าจะจัดการตระกูลเจ้าเอง ตระกูลเจ้าเป็นผู้ทรยศต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ ต้องถูกกำจัดออกไปจากทวีปเท่านั้น เจ้าจะช่วยข้าหรือไม่” หมิงหลงได้พูดล้วงลึกไปอีกระดับเพื่อวัดใจ แต่สิ่งที่เขาพูดนั้นคือเรื่องจริงทั้งหมด“ข้าจะช่วยท่าน แต่ช่วยละเว้นท่านพ่อของข้าด้วย นายท่าน” นางพูดด้วยท่าทีสลดเล็กน้อย แต่นางยังคงพูดความจริงจากใจนาง“ข้ารับปากเจ้า” หมิงหลงตอบรับด้วยความหนักแน่น แม้ว่าภารกิจนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ซึ่งเขาได้ตัดสินใจไปตั้งแต่เค้นความลับจากนางก่อนหน้านี้แล้ว มือที่โอบกอดนางถูกกระชับแน่นขึ้น จนใบหน้านั้นไกล้ชิดกัน ห่างเพียงไม่กี่คืบหน้าของทั้งสองเริ่มเข้าไกล้ขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศรอบๆพลันเงียบสงัด สายตาต่างจับจ้องกันราวจะกลืนกินมืออันเล็กเรียวได้ยื่นขึ้นมา นิ้วชี้ได้แตะไปที่ริมฝีปากของหมิงหลง สติจึงตื่นจากอาการล่องลอย“นายท่าน งานประมูลได้เริ่มขึ้นแล้วค่ะ” เสียงใสๆได้เตือนสติเด็กหนุ่มอีกครั้งหมิงหลงได้จับจ้องไปที่นาง พร้อมครุ่นคิด ‘นิสัยของนางเปลี่ยนไป จนไม่อาจหักห้ามใจไม่ให้หลงใหลในตัวนางได้เลย’ตลอดชีวิตของหมิงหลงไม่เคยได้รับความรักจากใครมาก่อน ไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ตาม แม้รู้เต็มอกว่านางโดนทักษะสะกดแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความอบอุ่นที่ได้รับจากนางได้ โดยที่หัวใจของเขานั้นโหยหามาตลอดหมิงหลงจ้องไปที่ใบหน้าอันงดงามของนาง ที่ดูเป็นผู้ใหญ่ ดูมีเสน่ไปอีกแบบ“แน่นอน เรามาดูว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง” หมิงหลงพูดขึ้นขณะรอยยิ้มอ่อนๆปรากฏอยู่บนใบหน้า