เนตรมารสะท้านฟ้า
(恶魔的眼睛) - The Eye of Devil
บทนำ
ก่อนฟ้าสาง
ทิวเขาทอดยาวคดเคี้ยวร้อย สายน้ำวกวนลัดเลาะแตกแขนงเส้นสายลายน้ำแผ่ออกจนมิอาจนับคะเน ธรรมชาติของแดนดินแห่งนี้ล้วนอุดมสมบูรณ์ยิ่งภาพความงามของพันภูผาหมื่นนทีเบื้องล่างล้วนหาใดเปรียบหากมันจะคงอยู่ไปอีกนับหมื่นนับล้านปี นั่นย่อมเป็วาสนาของชนรุ่นหลังที่จะได้ชื่นชม
...แต่ความเป็จริงหาได้ง่ายดายเช่นนั้น
ร่างผ่ายผอมของเซียนชราตั้งตรงตระหง่านอยู่เบื้องหน้านักรบนับพันดวงตาแม้หดสั้นลงจนเล็กรี แต่วิสัยทัศน์ความคิดกลับกว้างขวาง "หนิงเอ๋อหนิงฟาง" เสียงอ่อนโยนเอ่ยขาน แววตาอ่อนโยนทอทอดไปยังศิษย์เอกทั้งสอง"เ้าทั้งสองไม่อาจเข้าร่วมการรบครั้งนี้"
"ท่านอาจารย์" ร่างงามงดดุจเทพธิดาจำแลงทั้งสองก้าวล้ำแถวแนวอันเป็ระเบียบออกมาหยุดยืนอยู่ที่เบื้องหน้าชายชราซึ่งทั้งสองเรียกขานเป็อาจารย์
เซียนชราหลับตาพริ้ม มือข้างขวาลูบเคราขาวจากบนลงล่างอย่างแ่ช้า"เ้าทั้งสองแม้เป็สตรี แต่ล้วนมีพร์สูงส่งในรอบหมื่นปีแถมมีดวงธาตุศักดิ์สิทธิ์ในตำนานทั้งคู่ ล้วนเป็วาสนาบารมีของชนเผ่า"เสียงเรียบเอ่ยขึ้นด้วยความรันทดในใจ "หากมีเวลาเพาะบ่ม ข้าเชื่อว่าไม่เกินหนึ่งพันปีเ้าทั้งสองอาจพอจะต่อกรกับจอมมารที่เบื้องหน้าแต่โชคชะตาล้วนกำหนดแล้ว ความสูญเสียใหญ่มิอาจหลบเลี่ยงได้อีก"
"พวกเราทั้งสอง..."เสียงหวานราวกระดิ่งทองใสกังวานชะงักค้าง เมื่อถูกผู้เป็อาจารย์ยกมือขึ้นห้าม แม้ถ้อยคำจุกอยู่ในลำคอแต่ทั้งสองก็มิได้ฝ่าฝืนคำสั่งของเซียนชรา
"ศิษย์ทั้งสองรับคำสั่ง"เสียงเซียนชรากลายเป็เข้มขรึมขึ้นในทันที"พวกเ้าทั้งสองจำต้องรอดชีวิตออกไปจากสมรภูมิในวันนี้ข้าจะมอบของวิเศษเปิดประตูมิติเพื่อให้พวกเ้าหลบหนีไปยังดินแดนไกลโพ้นตราบใดที่ฝีมือยังไม่บรรลุถึงขั้นทลายนภาเวิ้งว้าง...จงอย่ากลับมาที่นี่อีก"คำพูดพอเอ่ยถึงท่อนสุดท้ายเสียงอันเข้มแข็งกลับสั่นเทิ้มด้วยความโศกศัลย์"หากมิอาจบรรลุถึงความสำเร็จ จงอย่ากลับมา และใช้ชีวิตให้มีความสุข"แม้เอ่ยจบจะมีรอยยิ้มจางจากผู้าุโกว่า แต่ความโศกเศร้าที่กัดกินบุคคลทั้งสามนั้นหนาหนักเกินจะทานทนมิต่างกัน
...น้ำตาของหญิงงามทั้งสองหยาดหยดลงอย่างมิอาจข่มกั้นสุ้มเสียงล้วนแหบแห้งจนมิอาจขานรับ ทั้งสองทำได้เพียงพยักหน้าบางเบาก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดปาดน้ำตาที่ยังคงหลั่งริน
เซียนชรายื่นส่งกระจกสีทองบานเท่าฝ่ามือให้แก่หนิงฟางที่อายุมากกว่าพร้อมอธิบายว่ามันคือกระจกเชื่อมฟ้า เมื่อแผ่พุ่งพลังลมปราณเข้าไปมันก็จะทำงานส่วนจุดหมายปลายทาง เซียนชราได้กำหนดเอาไว้แล้วเมื่อการรบเริ่มขึ้นก็ให้ทั้งสองใช้กระจกเชื่อมฟ้าหลบหนีไปก่อนจะกำชับคำสั่ง...ว่าหากไม่อาจบบรรลุวิชาฝีมือจงอย่ากลับมาอีกครั้ง
สาวงามทั้งสองมองหน้ากันด้วยความท้อแท้ พวกหล่อนไม่อยากจากไปทั้งสอง้าต่อสู้เป็ตายกับผู้คนของที่นี่ รวมถึงอาจารย์และศิษย์ร่วมสำนักอีกนับพัน แม้จะรู้ตัวว่าพลังฝีมือในตอนนี้การจะเข้าไปใกล้จอมมารยังเป็เื่ยากลำบากแต่หากได้ร่วมรบและตกตายร่วมกับทุกคนอย่างมีเกรียติล้วนทุกข์ใจน้อยกว่าหลบหนีไปสุดหล้า และใช้ชีวิตแบกรับความคาดหวังที่สูงเทียมฟ้า
...ความคิดมิทันเอ่ยออกมา เสียงกลองสะท้านฟ้า ก็ส่งสัญญาณเปิดฉากการรบในวินาทีนั้น
เซียนชราโบกสะบัดฝ่ามือที่เบื้องหน้าสองคราภาพงดงามที่ปรากฏก็กลับกลายเป็บิดเบี้ยว ไอร้อนปะทุขึ้นมาจากเบื้องล่างในทันทีภูผาซับซ้อน แม่น้ำงดงามล้วนถูกสูบลงไปยังเปลวเพลิงอเวจีที่เบื้องล่างก่อนที่เสียงร้องดังของจอมมารจะแผ่กระแทกขึ้นมาสู่เบื้องบน
"ดี...ดี เ้านับว่ายังมีสัจจะอยู่บ้าง"จอมมารโผล่ทะยานขึ้นมาที่กลางอากาศยืนประจันหน้ากับกองทัพธรรมนับพันของเซียนชราอย่างไม่เกรงกลัว
"เพื่อตอบแทนความบันเทิงที่พวกเ้ามอบให้ข้ารับรองว่าทุกชีวิตจะได้รับความตายอย่างเท่าเทียมกัน"สิ้นเสียงคลื่นลมปราณก็อัดกระแทกออกจากทุกทิศทางราวกับม้าป่าคลั่งกวาดซัดทุกสิ่งในรัศมีร้อยลี้จนราบเป็หน้ากลองแต่ไม่สามารถสั่นคลอนจิติญญาอันเข้มแข็งของเหล่านักรบที่มาในครั้งนี้ได้แม้แต่คนเดียวมีเพียงแค่สองสาวหนิงฟาง และหนิงเอ๋อ ที่ถูกซัดปลิวถอยห่างออกไปแต่ยังคงทรงตัวได้ไม่ล่วงหล่นลงไปยังเบื้องล่าง
เมื่อการโจมตีทางิญญาผ่านพ้นจอมมารก็เปิดฉากจู่โจมต่อเนื่องในทันที ฝ่ายเซียนชราหาได้ตื่นตระหนกเพราะกว่าจะถึงวันนี้ เซียนเฒ่าได้ซุ่มฝึกซ้อมรับมือกับจอมมารผู้นี้มาตลอดสิบปีเหล่านักรบทั้งหลายแผ่ขยายออกเป็วงล้อมโดยมีจอมมารเป็จุดศูนย์กลางแผ่พุ่งลมปราณร้อยรัดเป็ตาข่าย ปกคลุมร่างของจอมมารนับร้อยชั้นทำให้พลังโจมตีที่ดุดันอ่อนโทรมลงก่อนที่จะถึงตัวของเซียนชราแต่แม้ลมปราณทมิฬจะอ่อนโทรมลงมาก ก็ยังคงรุนแรงอย่างยิ่ง
เซียนชราเองก็มิกล้าประมาทมือขาวผ่องที่หดซุกอยู่ในแขนเสื้อหยาบโผล่พรวดออกมาทั้งสองข้างหมุนวนเป็วงจักรผันปัดป่ายเข้ากระแทกกับลมปราณรูปลูกศรของจอมมารจนเกิดเสียงดังสนั่นแม้ไม่ถึงกับเพลี่ยงพล้ำ แต่ฝ่ามือทั้งสองล้วนชาด้านไร้ความรู้สึกพลังลมปราณที่หลงเหลือจากการปะทะลอยออกขึ้นไปยังท้องฟ้ากระทบชั้นเมฆก่อเกิดสายฝนโปรย ท้องฟ้าปรากฏสายฟ้าแลบแปลบปลาบก่อนจะสงบลง
แม้ผลที่ออกมาดูเหมือนจะเสมอกันแต่แท้จริงเหล่านักรบล้วนส่งพลังเข้าสู่ค่ายกลวชิระปราบมารจนสิ้นบวกกับพลังของเซียนชราที่สูงส่งที่สุดยังทำได้เพียงแค่ตั้งรับและไม่อาจจู่โจมสวนกลับ
เซียนชราเองก็รู้ว่าหากต่อสู้ยืดเยื้อ โอกาสชนะยิ่งริบหรี่หากพลังของค่ายกลที่กดดันอ่อนโทรมลงไป แม้แต่ต้านรับการโจมตียังมิอาจกระทำเมื่อไม่อาจตั้งรับ จึงจำต้องเสี่ยงจู่โจม ค่ายกลที่เปลี่ยนแปลงไปตามกันจากวงกลมล้อมรอบ เปลี่ยนเป็รูปลิ่มแหลม ทิ่มตรงไปยังจอมมารโดยมีเซียนชราหยุดยืนอยู่ที่เบื้องหน้าของขบวนรูปลิ่มเซียนชราที่หนุนเสริมด้วยค่ายกลใช้ออกด้วยพลังอ่อนหยุ่นผสานเป็หมัดแกร่งพุ่งเข้าใส่จอมมารที่ด้านหน้าอย่างตรงไปตรงมา
จอมมารไม่หลบเลี่ยง กลับเร่งเร้าความเร็วดุจดาวตกพุ่งเข้าใส่หมัดลมปราณขนาดั์แต่ก่อนที่จะปะทะกันร่างของจอมมารพลันแยกออกเป็สาม
....รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าพร้อมเสียงดัง...ปง...เมื่อร่างแยกที่หยุดยืนอยู่ตรงกลางของจอมมาร กระแทกเข้ากับหมัดอ่อนหยุ่นของเซียนชราหมัดอ่อนหยุ่นกลับไม่ได้อัดแน่นด้วยพลังทำลาย แต่กลับเป็พลังในการสกัดกั้นดึงรั้งทำให้ร่างแยกของจอมมารชะงักค้างอยู่กลางอากาศแต่อีกสองร่างยังคงเคลื่อนไหวต่อไปหนึ่งพุ่งเข้าใส่เซียนชราและหนึ่งในนั้นหาได้สนใจเซียนชรา กลับพุ่งผ่านร่างของเซียนชราไปยังนักรบนับพันที่เื้ั
แม้เซียนชราเป็กังวลว่านักรบที่อยู่เื้ัตนจะไม่อาจรอดพ้นความตายแต่ก็ไม่มีเวลาใคร่ครวญ ฝ่ามือที่ประกบกันเป็รูปดาบของจอมมารฟันฉับจากบนลงล่างรวดเร็วปานสายวิชชุที่ลามเลียสู่เบื้องต่ำเซียนชรายกแขนซ้ายงอศอกตั้งเป็สามเหลี่ยมกระแทกขึ้นบนเพื่อต้านรับแต่เมื่อััถูกพลังที่แผ่ออกมา กลับพบว่าผิดท่า เพราะมันเบาบางเกินไปเสี้ยววินาทีนั้นเหลือบตามองไปยังร่างแยกของจอมมารที่รับหมัดอ่อนหยุ่นกำลังแตกสลายออกจิตใจยิ่งหนักอึ้งแต่ยังดีที่ไพ่ตายของเซียนชรานั้นหาใช่ นักรบทั้งหนึ่งพันแต่เป็สุดยอดฝีมือสิบสองคนเท่านั้นและแน่นอนว่าทั้งสิบสองล้วนยังไม่ได้ออกรบในตอนนี้
เมื่อร่างจริงของจอมมารพุ่งเข้าสู่กลางวงของค่ายกลรูปลิ่มเหล่านักรบก็ฝืนต้านอย่างสุดกำลัง แต่แกะนับร้อยไม่อาจต้านราชสีห์ดุร้ายจอมมารเคลื่อนผ่านไปที่ใด ล้วนหมายถึงชีวิตที่ปลิดปลิวของเหล่านักรบแม้เป็เพียงชั่วเสี้ยวลมหายใจ แต่กลับมีนักรบตกตายนับสิบคน
เซียนชราไม่อาจรั้งรอพุ่งตามติดจอมมารไปด้วยท่าร่างที่รวดเร็วปานสายฟ้าพร้อมสั่งให้ทั้งหมดแยกขยายออก กลับสู่สภาพของค่ายกลปิดล้อมและหลีกเลี่ยงการปะทะหักหาญ แต่ไม่ทันที่ขบวนทัพจะปรับเปลี่ยนเสร็จสิ้นสายตาของเซียนเฒ่าก็เหลือบไปเห็น แสงริบหรี่สุดท้ายของมันที่ไกลออกไปสีหน้านิ่งเฉยมาดมั่นตลอดมา กลับกลายเป็บูดเบี้ยวปั้นยากยิ่งมองตามทิศทางการเคลื่อนที่ของจอมมารหัวใจยิ่งเต้นถี่รัวความเร็วที่ถึงขีดสุดกลับเร่งเร็วขึ้นได้อีก แม้จะปรากฏโลหิตซึมไหลออกมาจากมุมปากแต่กลับฝืนทนมิอาจยินยอมให้สองความหวังสุดท้ายที่หลงเหลือของมันร่วมตกตายในศึกครั้งนี้
"หนิงฟาง หนิงเอ๋อ หนีไปปปปป!!!!"เสียงที่อัดแน่นด้วยลมปราณสะท้านดังไปทั่วทั้งสมรภูมิ
หญิงสาวทั้งสองสั่นสะท้านจากภวังค์หนิงฟางที่สะอึกตื่นขึ้นก่อนพลันทำกระจกวิเศษหลุดจากมือล่วงหล่นลง หนิงเอ๋อที่ฟื้นตื่นขึ้นทีหลัง แต่กลับตั้งสติได้ดีกว่าพลันทะยานร่างพุ่งเฉียงลงต่ำ แต่กว่าจะคว้าฉวยกระจกเชื่อมฟ้ากลับสู่มือร่างงามก็อยู่ต่ำจากจุดเดิมร่วมสิบวา
หนิงฟางที่เพิ่งเรียกสติได้ตระเตรียมจะตามลงไปสมทบกับหนิงเอ๋อแต่แล้วลมปราณร้อนลวกสายหนึ่งกลับพุ่งเข้ามาร้อยรัดหล่อนเอาไว้จนยากเคลื่อนไหว
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เสียงหัวเราะของจอมมารสะท้านก้อง"เ้าเก็บซ่อนธาตุศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ตลอดมา แต่ครานี้กลับนำมาสู่สมรภูมิมีหรือที่ข้าจะยอมปล่อยโอกาสงามเช่นนี้ให้หลุดลอย"
เซียนเฒ่าได้ยิน ก็กระอักโลหิตพรวดออกมา แต่หาใช่เพราะาเ็ภายในแต่เป็การผลาญพลังชีวิตออกเพื่อเร่งเร้าท่าร่างให้ทะลุขีดขั้นของตัวเองจนไล่หลังจอมมารห่างเพียงไม่กี่วา
"สิบสองขุนพล!!!" เสียงตวาดก้องร่างของขุนพลแกร่งทั้งสิบสองคนก็ ทะยานออกจากเจดีย์แปดเหลี่ยม ของวิเศษของเซียนชราไม่ต้องเอ่ยคำสั่งใด ๆ ขุนพลทั้งสิบสองคนก็ทะยานออกไปตามตำแหน่งของตัวเองโดยมีจอมมารเป็จุดกึ่งกลางแต่เพราะท่าร่างของจอมมารนั้นว่องไวเกินกว่าที่ทั้งหมดจะล้อมเอาไว้ได้ทำให้การตั้งขบวนรบไม่ประสบผล แต่กลับกลายเป็กลุ่มคนทั้งสิบสามที่เหาะเหินตามติดอยู่ที่เื้ัจอมมารแทน
แม้หนิงฟางพลังฝึกปรือจะอ่อนด้อยกว่าเหล่าขุนพลของเซียนชราแต่ด้วยความเป็อัจฉริยะ บวกกับมีธาตุศักดิ์สิทธิ์อยู่ในกายยามแตกตื่นกลับไม่ลนลาน ใช้ออกด้วยท่าเต่าจำศีล เร่งเร้าพลังเพื่อคุ้มกายจนเกิดม่านแทรกพลังกดดันของจอมมารนับสิบนับร้อยชั้นหมายถ่วงเวลารอคอยความช่วยเหลือ แต่เพราะระดับฝีมือที่แตกต่างกันเกินไปแม้ทักษะเต่าจำศีลจะแข็งแกร่ง แต่เมื่อเทียบกับพลังทมิฬที่ส่งออกมาของจอมมารเกราะวิเศษก็ไม่ต่างจากเศษกระดาษเปื่อยยุ่ย เพียงฝ่ามือพุ่งผ่านก็ฉีกขาดไม่มีชิ้นดี
หนิงเอ๋อที่อยู่เบื้องล่างเกร็งลมปราณใสสะอาดดุจกระจกแก้วของหล่อนตระเตรียมจะเข้าช่วยเหลือ แต่หนิงฟางกลับตวาดลั่นให้หล่อนเปิดใช้งานกระจกเชื่อมฟ้าและหลบหนีไป สุดท้ายเพราะความลังเลทำให้หนิงเอ๋อชะงักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเปิดใช้งานกระจกเชื่อมฟ้า
แม้จอมมารจะรับรู้ว่าหญิงสาวที่ถือครองธาตุศักดิ์สิทธิ์อีกคนกำลังหลบหนีแต่หาได้ใส่ใจเพราะตอนนี้ในมือของมันมีร่างของธาตุศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว
หนิงฟางที่ถูกมือแกร่งยกบีบลำคอไว้ฝืนส่งเสียงทางลมปราณบอกน้องสาวของตนให้หนีไป แต่จนใจที่ทั้งคู่ผูกพันกันลึกซึ้งจนไม่อาจทอดทิ้งหนิงเอ๋อละทิ้งประตูมิติที่กำลังขยายออกอย่างไม่ใยดี
เซียนชราที่มาช้าไปก้าวหนึ่งเห็นท่าไม่ดีจำต้องหงายไพ่ใบสุดท้ายก่อนที่สถานการณ์จะสุกงอม "ผนึก 108 ภูผา"เมื่อจอมมารจับตัวหนิงฟางได้ก็หยุดท่าร่างลงทำให้ขุนพลทั้งสิบสองสามารถล้อมกรอบมันได้ตามที่ฝึกฝนกันมาเหล่านักรบกว่าพันคนที่เหลืออยู่เื้ั ต่างเคลื่อนตัวเข้าล้อมวงส่งพลังลมปราณทั้งหมดเข้าสู่ใจกลางทักษะลับ
เซียนชราที่อยู่ห่างจอมมารเพียงแค่สองวาแผ่พุ่งพลังทั้งหมดของตนออกมา จนเกิดเป็เสาลมปราณแสงสว่างพวยพุ่งขึ้นจนทะลุชั้นฟ้า ร่างที่เคยชรากลับกลายเป็หนุ่มแน่นใบหน้าชรากลับกลายเป็คมคายหล่อเหลาราวรูปสลัก คิ้วขาวหดสั้นและดำเข้มขึ้นผมขาวกลับกลายเป็ดกดำ ทั้งร่างขาวผ่องโปร่งใส จนแทบจะมองทะลุเห็นเส้นเืที่ระอุเดือดอยู่ภายใน
ภาพเทวรูปพันกรปรากฏที่เื้ัของเซียนเฒ่าที่กลับกลายเป็หนุ่มอีกครั้งฝ่ามือทั้งพันพุ่งพรวดเข้ากดทับจอมมารแรงกดดันมหาศาลราวกับจะป่นดาวทั้งดวงลงให้แหลกลาญในคราเดียวพลังหนาหนักกดทับเข้าใส่จอมมารจากทางด้านข้าง หวังจะให้มันเปลี่ยนกระบวนท่าปล่อยมือจากหนิงฟางเพื่อมารับมือกับตนเอง
"ร้ายกาจนัก" คำพูดหลุดจากปากจอมมาร"ครานี้นับว่าเ้าตระเตรียมมาดียิ่งดีจนทำให้ข้าต้องใช้ทักษะลับเข้าสู้...อาชูร่า!!!"สิ้นคำกล่าวร่างของจอมมารก็เบ่งพองออก แขนอีกสองข้างพลันโผล่ทะลุออกจากกลางหลังไม่เพียงเท่านั้นปรากฏศาตราวิเศษกระชับแน่นอยู่ในมือที่งอกออกมาใหม่ทั้งสองข้าง
หนึ่งกระบี่ หนึ่งดาบประสานกันเป็รูปกากบาทอาบเคลือบด้วยปราณแข็งกร้าว ยกชูขึ้นต้านรับพลังบดขยี้ทั้งพันสายของเซียนเฒ่า การจู่โจมหลักยังไม่ทันปะทะกันก็ปรากฏอากาศหว่างกลางถูกบีบอัดจนเกิดเปลวเพลิงร้อนแรง แต่กลับไม่ปรากฏเสียงใด ๆเล็ดลอดออกมา ทั่วทั้งสมรภูมิมีเพียงความสงบจนชั่วหนึ่งลมหายใจผ่านพ้นแรงสั่นะเืสะท้านขวัญ พลันแตกะเิออกในทุกทิศทางร่างของนักรบที่อยู่ใกล้ แตกะเิออกแทบจะในทันทีส่วนผู้ที่อยู่ไกลออกไปล้วนได้รับาเ็บอบช้ำมากน้อยตามแต่ระยะทางส่วนขุนพลทั้งสิบสองพลังฝีมือสูงส่ง เพียงกระอักโลหิตสีดำคำหนึ่งสีหน้าทุกคนต่างขาวซีด แต่ยังคงรักษาตำแหน่งเดิมของตัวเอาไว้ได้ปากก็ยังคงร่ายมนต์พิธีของผนึกสะกดอยู่ไม่คลาย
เซียนชราตาดวงตาเบิกกว้างเพราะการจู่โจมที่อัดแน่นด้วยพลังฝึกปรือทั้งหมด รวมถึงพลังชีวิตบางส่วนของตัวเองทำได้เพียงแค่ทำลายยอดศาตราหนึ่งดาบ หนึ่งกระบี่รวมถึงแขนทั้งสองที่งอกเงยขึ้นมาใหม่ แม้ร่างจอมมารจะาเ็บอบช้ำภายในพอสมควรแต่หาได้าเ็สาหัสจนมิอาจต่อสู้ ความห่างชั้นของพลังล้วนปรากฏชัด
"ม..ม..มะ...ม่ายยยย"แต่แล้วเซียนเฒ่าะโออกมาทั้งน้ำตาเมื่อเห็นจอมมารบีบอัดร่างของหนิงฟางจดบดบี้เป็ก้อนกลมเืเนื้อและอัดแน่นกลับกลายเป็ธาตุพลังสีขาวใสราวแก้วผลึก มันอยากจะพุ่งเข้าแลกชีวิตกับจอมมารเสียเดี๋ยวนี้แต่เพราะการใช้ออกด้วยทักษะเทวราชพันกร นั้นเกินกำลังของมันแล้วทั้งร่างความจริงควรสั่นเทา และมิอาจยืนหยัดอยู่แต่เพราะต้องสะกดข่มอาการเอาไว้เพื่อถ่วงเวลาให้...ผนึก 108 ภูผา...ลุล่วงเสียก่อน
เอือก...แม้จอมมารจะรู้ว่าการกลืนกินธาตุศักดิ์โดยที่ยังมิได้สกัดกลั่นนั้นจะมีผลเสียทำให้พลังฝีมือตกต่ำลง และสูญเสียพลังของธาตุศักดิ์สิทธิ์ไปมากโขแต่หากต้องรับมือกับเซียนเฒ่ารวมถึงขุนพลทั้งสิบสองทั้งที่ต้องประคองร่างของหนิงฟางเอาไว้ คงเป็การยาก ครั้นจะปล่อยให้หลุดลอยไปก็น่าเสียดายเกินไปทำให้มันตัดสินใจบดร่างของหนิงฟางที่สิ้นสติจนเป็ก้อนพลังงานก่อนจะกลืนกินลงไปแทนส่วนสายตาก็เหลือบลงต่ำ หมายมั่นจะเก็บเกี่ยวธาตุศักดิ์สิทธิ์อีกอันที่เหลืออยู่ซึ่งดูจะล้ำค่ากว่าของที่มันกำลังกลืนกินอยู่ในตอนนี้
"เสร็จรึยัง!!!" เส้นเืปูดโปนออกโดยรอบศีรษะของเซียนเฒ่า ตลอดเวลาหลายพันปีนับแต่มันบรรลุขึ้นเป็เซียนวิเศษไม่มีคราใดที่มันจะเกรี้ยวกราดเช่นนี้มาก่อนการเห็นความหวังแห่งอนาคตของแดนดินต้องดับสูญไปต่อหน้าต่อตาทำร้ายจิตใจของมันเกินกว่าที่จะรับได้อีก
"ขออีกสิบลมหายใจครับ"ครานี้เป็หัวหน้าขุนพลส่งเสียงตอบเซียนชราทางลมปราณ
"หนิงเอ๋อ รีบหนีไป"เซียนชรารีบเอ่ยดักคอเมื่อเห็นความหวังสุดท้ายของมันกำลังเป็แมงเม่าที่วิ่งสู่กองเพลิงอีกคน"หนีไปปป!!!"
"อาจารย์ศิษย์ไม่อาจ..." น้ำตาหลั่งไหลเป็สายกระบี่บางถูกชักออกมากระชับมั่นในมือร่างจำแลงที่งดงามดุจนางฟ้าสลายปีกจากเบื้องล่างพุ่งสูงขึ้นสู่ท้องนภาคมมีดที่จ่อพุ่งยังเบื้องบนกรีดตัดความเวิ้งว้างอย่างบ้าคลั่งคมกระบี่ที่ใช้ออกล้วนผสมปนเปด้วยความคลุ้มคลั่ง และโศกเศร้าจนมิอาจเปรียบ
สายตาทอดอาลัยของเซียนเฒ่าจ้องมองหนิงเอ๋อก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความเสียดาย"เ้าบรรลุเพลงกระบี่ถึงขั้นหลอมรวมเข้ากับเต๋าในห้วงเวลาเช่นนี้"ในใจนึกก่นด่าโชคชะตาทำร้ายอัจฉริยะเช่นหนิงเอ๋อ หากให้เวลาหล่อนอีกสักหน่อยมันเชื่อว่าหญิงสาวต้องเหนือล้ำกว่าตัวมันเองอย่างเทียบไม่ติดและไม่แน่หล่อนอาจจะสังหารจอมมารลงได้ในอนาคต แต่ทุกอย่างกำลังสูญสลายเวลานี้เด็กสาวยังห่างชั้นจากจอมมารอย่างมิอาจเทียบ ต่อให้มีเพลงกระบี่สูงล้ำแต่พลังฝีมือยังไม่อาจเทียบกับขุนพลทั้งสิบสองด้วยซ้ำไป
แม้ในใจคิดคำนึงไปไกล แต่สองมือยังคงจู่โจมไม่หยุดยั้งทุกหมัดล้วนอัดแน่นไปด้วยความคับแค้น ฝั่งจอมมาร ได้รับาเ็บอบช้ำแต่หาได้ร้ายแรง ติดเพียงว่าเพิ่งจะดูดกลืนธาตุศักดิ์สิทธิ์ทำให้พลังทมิฬในร่างถูกใช้เพื่อล้อมกรอบบดขยี้ดวงธาตุที่ดูดกลืนลงไปทำให้ไม่อาจใช้พลังออกได้อย่างสะดวกนักยังดีที่ศัตรูของมันนั้นอ่อนแอกว่าเดิมอย่างมากไม่อาจคุกคามให้มันถอยร่นได้แม้แต่น้อย แต่เมื่อสติของมันชัดเจนขึ้นสองหูได้ยินเสียงสวดของเหล่าขุนพลทั้งสิบสองชัดเจน สีหน้าก็แปรเปลี่ยนกลับกลายมันเหม่อมองดูเซียนชราราวกับจะกินเืกินเนื้อเพราะมันยังจำความรู้สึกที่โดยกักขังอยู่ในดินแดนอเวจีนับสิบปีได้เป็อย่างดีและแน่นอนว่ามันจะไม่ยอมให้ลูกเล่นแบบเดิม ๆ นั้นเกิดขึ้นอีกครั้งแน่
"หนอย พวกแกเ้าเล่ห์ยิ่งนัก คิดจะผนึกข้าเอาไว้อีกครั้งอย่าฝันไปเลย" เอ่ยจบจอมมารก็ไม่เก็บออมพลังอีกเลิกดูดกลืนดวงธาตุพลังของหนิงฟาง หันมาแผ่พุ่งพลังเข้าใส่เซียนเฒ่าจนกระเด็นตีลังกาถอยห่างออกไปร่วมสิบวา
...เวลาเพิ่งผ่านพ้นไปเพียงสี่ลมหายใจเท่านั้นมหาเวทย์ผนึกอาคมยังคง้าเวลาอีกครู่หนึ่ง
...สิบลมหายใจช่างเนินช้ายิ่งนัก
เซียนเฒ่ากัดฟันใช้พลังผลาญชีวิตเผาไหม้ลมปราณแท้จนตันเถียนร้อนลวกราวกับเตาหลอม ฝืนสะกดอาการาเ็ภายในปล่อยออกหนึ่งฝ่ามือเพื่อสกัดไม่ให้จอมมารมุ่งไปยังหนึ่งในสิบสองขุนพลที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่ดูท่าหนึ่งฝ่ามือไม่อาจขวางกั้นจอมมารไม่แม้แต่จะหันกลับมาสนใจ มันเพียงเกร็งพลังปราณจนหนาแน่นราวกับเกราะเม่นกระแทกสะท้อนฝ่ามือของเซียนเฒ่าออกไป แม้ได้รับาเ็เพิ่มเติมแต่พลังของฝ่ามือก็ช่วยส่งร่างของมันให้ถลันขึ้นไปไวกว่าเดิมเช่นกันเซียนเฒ่าที่ถูกแรงปะทะผลักออกจนเสียการทรงตัวพยายามควบคุมร่างของตนให้กลับมาบังคับได้อีกครั้งแต่ดูเหมือนพลังในร่างนั้นแทบจะกลวงว่าง ไม่อาจหยุดยั้งแรงปะทะได้ในเวลาอันสั้นล่วงหล่นลงอย่างไร้ทิศทาง แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นท่าร่างระหงที่ทะยานสวนขึ้นมาของหนิงเอ๋อพุ่งตรงขึ้นไป
คมกระบี่พุ่งตัดเฉือนราวกับคมเขี้ยวของอสูรร้ายพุ่งเข้าใส่จอมมารที่เื้ัเกราะลมปราณที่เพิ่งแตกสลายไม่อาจคงสภาพสมบูรณ์ดุจเดิมอีก เืเนื้อปลิวปลิวเป็เส้นสาย เกิดร่องรอยกระบี่สานกันถี่ยิบบนแผ่นหลัง ถูกความเ็ปแทรกซึมทำร้ายแต่ยังดีที่ร่างของมันนั้นฝึกจนถึงขั้นอยู่หน้าประตูแห่งเทวะแล้วคมกระบี่ของหนิงเอ่อจึงเพียงตัดเฉือนแต่เืเนื้อภายนอก มิอาจทะลวงเข้าสู่ภายในยิ่งมิต้องเอ่ยถึงลมปราณอันอ่อนด้อยของหล่อน นั่นยิ่งมิอาจแทรกซึมทำร้ายจอมมารได้แม้เพียงน้อยการโจมตีที่เกินขีดจำกัดของหญิงสาวจึงทำได้เพียงชะลอความเร็วของจอมมารลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แม้อยากจะทะยานขึ้นให้ห่างแต่เพราะหล่อนเป็ร่างที่บรรจุธาตุศักดิ์สิทธิ์ ทำให้จอมมารลังเลจังหวะหนึ่งก่อนจะใช้ออกด้วยท่าโจมตีทางิญญา เพื่อหยุดยั้งสภาวะของหนิงเอ๋อก่อนและพลังิญญาที่แข็งกร้าว ส่งผลให้หญิงสาวแข็งค้างอยู่ที่กลางอากาศสติเละเลือนไปชั่วขณะ
...อีกเพียงแค่สามลมหายใจ มหาเวทย์ผนึกอาคมก็จะเสร็จสิ้น
แต่ดูเหมือนว่าเวลาของเหล่าขุนพลจะไม่เพียงพอเสียแล้วหมัดของจอมมารกระแทกทำร้ายขุนพลของเซียนเฒ่าที่อยู่ใกล้ที่สุดจนได้ยินเสียงกระดูกแตกละเอียดดังสะท้าน เพราะการฝืนตั้งรับอยู่กับที่ร่างสั่นสะท้านทรุดตัวลงที่จุดเดิม แต่เพราะจิตใจที่กล้าแกร่ง ฝืนทนรับการจู่โจมไม่ยินยอมหลุดออกจากตำแหน่งแม้แต่ก้าวเดียว แม้ว่าเืจะทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ดจนแทบจะประคองสติเอาไว้ไม่อยู่ ทั้งร่างส่ายโงนเงนไปมาไม่หยุดแต่ปากยังคงพยายามพึมพำบทสวดคาถาไม่คลาย แม้จะช้าลงไปบ้างแต่คาถาก็ยังคงไม่แตกสลาย
จอมมารยิ่งมาใบหน้ายิ่งบูดเบี้ยว เตรียมจู่โจมกระแทกอีกครั้งหมายป่นร่างของขุนพลผู้นี้ให้แหลกเละไปต่อหน้า แต่ชั่วจังหวะเดียวกันนั้นร่างของมันก็ชะงักค้าง จู่ ๆ หน้าอกของจอมมารปูดโปนออกแสงสีขาวนวลแผ่พุ่งออกมาจากร่างของจอมมารโดยมีจุดกำเนิดอยู่ที่ตรงกลางหน้าอก
"พี่หนิงฟาง..." หนิงเอ๋อปากสั่นระริกสติกลับคืนมาอีกครั้ง หล่อนรับรู้ได้ถึงจิติญญาของพี่สาวตัวเอง
แม้ร่างแหลกสลาย แต่จิติญญายังคงอยู่ ก่อนที่จะถูกสังหารหนิงฟางบีบอัดจิติญญาของตัวเองแทรกเข้าไปดวงธาตุศักดิ์สิทธิ์หมายจะะเิดวงธาตุให้แตกสลายไปพร้อมกับจอมมาร แต่เมื่อแรกจอมมารหมายจะกลืนกินดวงธาตุในทันทีจึงได้ใช้พลังทมิฬของตัวเองบีบสะกดดวงธาตุเอาไว้ และค่อย ๆย่อยสลายดวงธาตุอย่างช้า ๆ ทำให้จิตสำนึกที่หลงเหลือของหนิงฟางมิอาจทำอย่างไรได้แต่เมื่อจอมมารเลือกที่จะคลายการบีบรัดดวงธาตุศักดิ์สิทธิ์ จิตสำนึกของหนิงฟางก็ค่อยๆ ควบคุมดวงธาตุได้อีกครั้งจนกระทั่งจิตสำนึกของหล่อนทำมันได้อย่างสมบูรณ์ในที่สุด
บรึ้ม บรึ้ม บรึ้ม !!!
เสียงดวงจิตที่แตกะเิเป็ผุยผงของหนิงฟางไปพร้อมกับดวงธาตุศักดิ์จากภายในร่างของจอมมาร ทำให้มันได้รับาเ็สาหัสในทันทีแต่แรงะเิยังคงส่งผลร้ายต่อร่างของขุนพลที่อยู่ใกล้ ซึ่งกำลังจะสิ้นสติให้ล้มลงและขาดใจตายไปพร้อมกัน
ดวงจิตที่ะเิแตกของพี่สาวสุดที่รักของหนิงเอ๋อ จุดประกายความคิดเื่การตกตายดีกว่าอยู่อย่างเ็ปปะทุขึ้นอีกครั้งหล่อนรวมรั้งพลังทั้งหมดที่มีเข้าสู่กระบี่ พุ่งทะยานขึ้นไปเสือกแทงเข้าใส่จอมมารเซียนเฒ่าที่หยุดยั้งร่างของตัวเองได้แล้ว เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างชัดเจนแต่ไม่อาจเรียกร้องให้หนิงเอ๋อหยุดยั้งได้อีก จึงเลือกที่จะผสานเสริมไปกับหล่อนแทนพุ่งร่างตามติดหนิงเอ๋อขึ้นไปแผ่พุ่งลมปราณหลายพันปีส่งให้หญิงสาวอย่างไม่หยุดยั้ง
จอมมารที่ร่างลอยคว้างหลุดล่วงลงมาอย่างมิอาจควบคุมบังคับ เบิกตากลมโตกว้างหมายใช้ออกด้วยท่าลับรักษาชีวิต แต่มิได้คาดคิดว่าหญิงสาวกลับมองจุดตายของมันออกคมกระบี่บีบอัดจนเล็กเรียวเท่าปลายเข็มทิ่มตรงเข้าใส่ดวงตาข้างขวาของจอมมารที่กำลังเบิกอ้าจนสุดรั้ง
ความแหลมคมของกระบี่วิเศษทิ่มแทงเข้าใส่ดวงตา พลันหยุดชะงักกึกราวกับทิ่มเข้าสู่บ่อโคลนแรงทำลายล้วนมลายหายไปแทบสิ้น แต่แล้วเมื่อพลังของเซียนเฒ่าส่งมาถึงหนิงเอ๋อก็ทะลึ่งตัวพรวดขึ้นไปเบื้องบนอีกครั้งคมกระบี่ที่อ่อนโทรมกลับเต็มเปี่ยมด้วยพลังเสียงของเกราะคุ้มกายแตกดังสนั่นดุจเดียวกับเสียงโลหะที่ถูกบีบทำลาย แต่เมื่อตัวกระบี่ััถูกดวงตาของจอมมารกลับเบี่ยงโค้งออก ไม่สามารถทำลายได้ ราวกับกระบี่กลับกลายเป็เหล็กที่อ่อนยวบแต่เพราะพลังที่คมกล้าของหนิงเอ๋อบวกกับลมปราณหลายพันปีของเซียนเฒ่าที่ทุ่มเททุกสิ่งในการจู่โจมครั้งนี้คมกระบี่ที่อ่อนยวบกลับเบี่ยงอ้อมดวงตากว้านลึกเข้าไปในเบ้าตาของจอมมารกระแทกเข้าใส่ภายในศีรษะของมันโดยตรงก่อนที่จะถูกพลังเฮือกสุดท้ายของจอมมารปัดร่างของทั้งคู่กระเด็นออกมาพร้อมดวงตากลมที่หลุดออกมาจากเบ้าตกลงไปยังพื้นเบื้องล่าง
จอมมาระโร้องออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด แต่เพราะร่างกายาเ็บอบช้ำเกินกว่าที่จะจู่โจมเคลื่อนไหวบวกกับมหาเวทย์ผนึกอาคมที่เกือบสมบูรณ์เริ่มจะส่งผลกดทับร่างของมันให้หนักหน่วงราวกับถูกถ่วงด้วยขุนเขานับร้อยลูก
ร่างของหนิงเอ๋อ ที่ฝืนโจมตีเกินกำลังบวกกับต้องเป็ภาชนะทางผ่านพลังอันมหาศาลของเซียนเฒ่าทำให้หล่อนไร้ซึ่งสติหลุดล่วงลงไปยังเบื้องล่าง แต่ยังดีที่เซียนเฒ่ายังมีสติอยู่จึงรับร่างของหล่อนเอาไว้ในอ้อมแขนก่อนที่เซียนเฒ่าจะฝืนใช้ออกด้วยพลังชีวิตเฮือกสุดท้ายทะยานผ่านร่างของจอมมารขึ้นไปยังตำแหน่งของขุนพลที่เสียชีวิตก่อนหน้าแล้วทำการเริ่มร่ายมหาเวทย์ผนึกอาคมที่เหลืออยู่
จอมมารจ้องมองดูร่างของเซียนเฒ่าที่เหินทะยานขึ้นไปเหนือตนด้วยสายตาที่คับแค้นแต่มิอาจทำอย่างไรได้ แม้มันจะมีร่างะ แต่กลับไม่อาจอยู่สู้จนจบแม้มันจะมีพลังมากล้น แต่กลับไม่อาจใช้ออก และตามติดด้วยเหตุผลอีกนานัปการในสมองของจอมมารแต่สุดท้ายบทสรุปกลับไม่เข้าข้างมัน และเป็อีกครั้งที่มันพลาดพลั้ง
.
.
.
แสงสีทองอร่ามเจิดจ้าแผ่ปกคลุมไปทั่วไม่รู้ว่าราตรีกาลผ่านไปเนินนานเท่าใด ก่อนที่แสงสว่างนั้นจะดับมืดลงอีกครั้งความมืดถูกแสงอ่อนรำไรของยามเช้าสาดซัดเข้าใส่ร่างของผู้เสียสละทั้งสิบสองยังหยุดยืนอยู่กลางเวหาเมื่อแสงแรกของวันสาดซัดผ่านกึ่งกลางของค่ายอาคมก็หาได้ปรากฏร่างของจอมมารผู้ยิ่งใหญ่อีกและเมื่อแสงอาทิตย์ลามเลียไปจนถึงร่างของขุนพลคนสุดท้ายร่างของขุนพลที่เหลือทั้งสิบเอ็ดก็ค่อย ๆ แตกสลายกลายเป็ผุยผงปลิวพัดไปตามสายลมเอื้อยที่ไหลลัดเลาะมาตามทิวเขามีเพียงร่างชราหลังงองุ้มที่ยังคงยืนยั้ง อุ้มร่างของหญิงสาวไร้สตินางหนึ่งเอาไว้มั่น
ร่างชราสั่นเทาด้วยกำลังจะสิ้นไร้เรี่ยวแรงการบำเพ็ญเพียรอันยาวนานของมันกำลังจะสิ้นสุดลงแล้วชีวิตะหาใช่การไม่มีวันแตกดับปากที่สั่นเทามองดูใบหน้าของเด็กสาวในอ้อมกอดอย่างมีความสุข มันรู้ว่าตัวมันและเหล่าผู้กล้าทั้งหลายที่ติดตามมาในครั้งนี้ล้วนกำลังจะกลายเป็อดีตในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้าหากแต่เด็กสาวในอ้อมแขนกลับเป็อนาคตของพวกมัน
...ปากบางอันแห้งผาก สั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยคำสุดท้ายของ่ชีวิตอันยาวนาน
..."ฟ้าสางแล้ว"...ร่างของเซียนะผู้ยิ่งใหญ่นานหลายพันปีค่อยๆ แตกสลายเป็ขี้เถ้า และปลิดปลิวไปตามลมเฉกเช่นเดียวกับสหายร่วมรบทั้งหลายปล่อยให้ร่างไร้สติของหญิงสาวตกล่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่างราวกับนางฟ้าที่ล่วงหล่นลงจาก์สู่พื้นดิน
...าต่อสู้กับจอมมารจบลงแล้ว พันภูผาหมื่นนทียังคงอยู่แม้จะเว้าแหว่งไปบ้าง แต่ก็มิได้ถูกทำลายจนสิ้นแม้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งเป็เสาหลักจะโค่นล้ม และพวกเขาอ่อนแอลงแต่ต้นอ่อนทั้งหลายยังคงอยู่และรอวันผลิบานฟื้นคืนขึ้นอีกครั้งบนผืนดินอันสมบูรณ์แห่งนี้
...จบบทนำ...