ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 116 : กองกำลัง แม่บ้าน และ ผู้พิทักษ์สีขาว

    "...และนี่ก็เป็นเพราะเซี่ยซีหาน ได้นำกลุ่มช่างอัญมณีเข้ามาอยู่ในป้อมปราการของพวกเรา พวกเขาชำนาญในด้านนี้จริงๆ" บนโต๊ะอาหารถางเทียนเจี๋ยชื่นชมเซี่ยซีหานไม่หยุดปาก


    ได้ยินดังนี้ นายป้อมถางอี้ก็ถามอย่างสงสัย "ลูกพ่อและช่วงนี้รายรับรายจ่ายของพวกเราเป็นอย่างไร"


    ถางเทียนเจี๋ยตอนนี้ยิ้มกว้างรับรู้ความกังวลของผู้เป็นพ่อ "รายได้ของพวกเราแต่ละเดือนมากกว่าเดิมถึง 5 เท่า ในส่วนต้นทุนเพิ่มขึ้นจากเดิมเพียงครึ่งเดียว ข้ารู้ว่าท่านพ่อเป็นห่วงที่ในป้อมปราการของเรามีเด็กและสตรีเพิ่มขึ้นมากมาย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ปัญหาแม้แต่น้อย ในคลังของเราตอนนี้มีเงินสำรองมากกว่า 200,000 บูลนี่"


    "!200,000 บูลนี่" ตอนนี้ถางอี้และอาวุโสเหอหมิ่นตกตะลึงในเงินจำนวนมากมายในคลัง


    นั่นเพราะในการเดินทางไปต่างอาณาจักร จำนวนเงินบูลนี่ที่นายป้อมถางอี้นำติดตัวไป ก็นับว่าเกินครึ่งหนึ่งของทั้งหมดของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวแล้ว ซึ่งมันเป็นจำนวนเงินเพียง 50,000 บูลนี่เท่านั้น และอย่าลืมว่าเงินจำนวนนี้คือการสะสมตลอดหลายสิบปีของที่แห่งนี้


    ในภาพรวมเงินบูลนี่รวมถึงเงินเหรียญเหล็กของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว มีสะสมอยู่ที่มูลค่าเพียงราว 100,000 บูลนี่ แต่ตอนนี้ถางเทียนเจี๋ยกลับบอกว่า เงินคงคลังทั้งหมดของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวมีถึง 200,000 บูลนี่ นี่ไม่เท่ากับว่า พวกเขามีเงินมากมายจนสามารถสร้างได้แม้แต่ผู้วิเศษแท้จริงเลยเหรอ โดยจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นมากมายขนาดนี้ มันเพิ่มขึ้นโดยใช้เวลาไม่ถึง 1 ปี นี่มันบ้ามากๆ


    ...


    วันใหม่ของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวแต่เช้าตรู่ เสียงระเบิดดังเบาๆ บนยอดเขาเช่นเดิม นายป้อมถางอี้เขาปรับตัวได้เรียบร้อยแล้ว


    โดยในวันนี้นายป้อมถางอี้เขาได้ถือโอกาสเดินสำรวจป้อมปราการขาวแห่งนี้ของเขาอีกครั้ง ร่วมกับอาวุโสเหอหมิ่นและถางเทียนเจี๋ยลูกชายของเขา ก่อนที่จะกำหนดแนวโน้มการพัฒนาในอนาคตของป้อมปราการแห่งนี้ ว่าจะไปในทิศทางใด


    แต่ในขณะที่เขาเดินสำรวจ ตัวนายป้อมถางอี้เขาจำต้องขมวดคิ้วและหรี่สายตา ภาพหญิงสาวที่ดูเยาว์วัยในชุดเกราะอ่อนชั้นดีช่างดูแปลกตา พวกนางเป็นใคร?


    ถางเทียนเจี๋ยเห็นสายตาประหลาดใจของท่านพ่อของตัวเขา เขาจึงเร่งอธิบาย


    "ท่านพ่อขอรับ นั่นคือกองกำลัง 'แม่บ้าน' ที่พึ่งถูกจัดตั้งได้ไม่นานของเราขอรับ พวกนางคือหญิงสาวที่น่าสงสาร ที่เคยถูกข่มเหงที่ข้าได้เล่าให้ท่านฟัง ในจำนวนนี้มีหญิงสาวจำนวนหนึ่ง พวกนางต้องการลุกขึ้นสู้กับโชคชะตาของตัวเอง นำโดยหญิงสาวที่ชื่อ 'อีฝาน' พวกนางตัดสินใจที่จะเดินบนเส้นทางนักรบ ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าของนาง และการเห็นชอบของข้าและเจ้าเด็กน้อยเซี่ยซีหาน พวกเราสองคนฝากให้ท่านลุงเจียตัวช่วยฝึกฝนพวกนาง... และปัจจุบันพวกนางก็เป็นดังที่พวกท่านเห็น เหล่าหญิงสาวดูแข็งแกร่ง"


    พูดถึงตรงนี้นายป้อมถางอี้และอาวุโสเหอหมิ่นก็ดูประหลาดใจมากขึ้น


    ทั้งสองไม่คิดว่าหญิงสาวเหล่านี้ ที่อยู่ในชุดเกราะอ่อนที่กล้าหาญ คืออดีตหญิงสาวที่ถูกข่มเหงที่ดูน่าจะต้องเป็นหญิงสาวที่อ่อนแอ


    นั่นเพราะลมหายใจของแต่ละคนที่หลั่งไหลออกมา ในฐานะที่ทั้งถางอี้และอาวุโสเหอหมิ่น พวกเขาทั้งสองต่างเดินบนเส้นทางแห่งนักรบ


    ทั้งสองสัมผัสได้ว่า หญิงสาวแทบจะทั้งหมด มีลมหายใจของผู้ฝึกปราณพลัง ในระดับที่เข้มข้นเป็นพิเศษ


    ความเข้มข้นของลมหมายใจนี้ทำให้ทั้งสองสรุปว่า หญิงสาวทั้งหมดต่างเป็นผู้ฝึกปราณพลังขอบเขตก่อร่างขั้นกลางเป็นอย่างน้อย


    แต่ในหญิงสาวที่ดูร่างใหญ่โตที่สุด นายป้อมถางอี้และอาวุโสเหอหมิ่น พวกเขาพบว่าลมหายใจของหญิงสาวผู้นั้น แสดงออกว่าระดับปราณพลังของนางอยู่ในขั้นสูงของการก่อร่างแล้ว


    และนี่จะบอกว่า พวกนางฝึกฝนกันเพียงสี่เดือนได้ยังไง พวกนางต่างเป็นอัจฉริยะในการฝึกศิลปะการต่อสู้ทั้งหมดเลยเหรอ โลกใบนี้ อยู่ๆ ก็ให้กำเนิดหญิงแกร่งจำนวนมากง่ายๆ พร้อมกันแบบนี้ได้เหรอ


    ใบหน้าอื้ออึงของชายรุ่นใหญ่ทั้งสอง ทำให้ถางเทียนเจี๋ยอยากหัวเราะ ยังมีเรื่องราวอีกมากที่เขายังไม่ได้อธิบายให้ทั้งสองฟังเมื่อวาน


    มือของถางเทียนเจี๋ยยกขึ้น ก่อนเขาจะเอามือนั้นเข้าปากโดยการสอดนิ้วโป้งและนิ้วชี้ จากนั้นก็เป่าปากเกิดเป็นเสียงหวีดแหลม เป็นจังหวะ วีด วีด วีด สามครั้ง


    คนกลุ่มหนึ่งวิ่งมาหาถางเทียนเจี๋ยอย่างรวดเร็ว นำโดย 'เจิ้นหั่ว' ชายหนุ่มผู้เคยเป็นคนที่แสนธรรมดาของป้อมปราการแห่งนี้ ตัวละครเล็กๆ ที่คล้ายจะไม่มีใครสนใจ


    แต่ตอนนี้ทั้งนายป้อมถางอี้และอาวุโสเหอหมิ่น ต่างมองเขาด้วยสายตาแปลกประหลาด เพราะทั้งสองจำชายคนนี้ได้ เขาพึ่งเข้ามาเป็นทหารให้ป้อมปราการแห่งนี้ได้ไม่นาน ในอดีตเขาถูกฝึกฝนโดยอาวุโสเหอหมิ่น และพึ่งเข้าสู่ขอบเขตการก่อร่างขั้นต่ำสุดเท่านั้น แต่ตอนนี้ชายผู้นี้กลับ


    "เจิ้นหั่วนี่เจ้ากลายเป็นผู้ฝึกปราณพลังขอบเขต 'สร้างปราณ' แล้วยังงั้นเหรอ มันเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า เจ้าเป็นอัจฉริยะในการฝึกปราณพลังตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมข้าไม่เคยเห็นพรสวรรค์นี้ของเจ้าเลย"


    เจิ้นหั่วยิ้มๆ เขาไม่ได้พบอาวุโสเหอหมิ่นนานมาก ชายคนนี้คืออาจารย์ที่เขานับถือ และพาเขาเข้าสู่ป้อมปราการแห่งนี้ อาวุโสเหอหมิ่นเหมือนพ่อคนที่สองของเจิ้นหั่ว ชายที่ครอบครัวแตกสลายจากเหตุการณ์ 'ความตายที่กลับมีชีวิต' เขาเข้ามาอยู่ที่แห่งนี้พร้อมน้องชายที่เยาว์วัย ด้วยการช่วยเหลือของอาวุโสเหอหมิ่น และเขาได้รับหน้าที่เล็กๆ อย่างยามลาดตระเวน


    แต่ตอนนี้ดูเหมือนเจิ้นหั่วจะไม่ใช่ยามลาดตระเวนอีกต่อไป ร่างกายเขาสมชาย เขาดูอหังการและสง่างามมากขึ้น เฉกเช่นนักรบทั้งหลาย กลิ่นอายปราณพลังจากร่างระบุชัดว่า เขาอยู่ในขอบเขตสร้างปราณ


    เจิ้นหั่วเป็นอัจฉริยะเช่นนั้นเหรอ เขาจึงพัฒนามากขนาดนี้ในระยะเวลาสั้นๆ คำตอบย่อมไม่


    เจิ้นหั่วเขินอายที่จะพูด เขาทำมือชี้ไปที่คุณชายถางเทียนเจี๋ย ที่มอบโอกาสดีๆ เช่นนี้ให้เขา


    ถางเทียนเจี๋ยยิ้มก่อนจะอธิบายให้ทั้งสองเข้าใจ "ท่านพ่อ ท่านอาวุโสเหอหมิ่น สิ่งที่ท่านเห็น นี่ก็ไม่ต่างจากหญิงสาวกองกำลังแม่บ้านของพวกเรา และเจิ้นหั่วก็ไม่ใช่อัจฉริยะในการฝึกปราณ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ เกิดจากสองเหตุผลใหญ่ แต่ทั้งสองเหตุผลมาจากชายคนเดียวเช่นเดิม"


    "เจ้าอย่าบอกนะว่า... เพราะเจ้าเด็กเซี่ยซีหานอีกแล้ว" อาวุโสเหอหมิ่นพูดน้ำเสียงประหลาดใจ


    "เป็นเขานั่นแหละ ปัจจุบันเจ้าเด็กนั้นกลายเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับสี่ขวดยาแล้ว พวกเราใช้เงินจำนวนมากไปกับการซื้อสมุนไพรให้เขาได้ฝึกฝนทักษะการเล่นแร่แปรธาตุตลอดหลายเดือน"


    "ยาวิเศษที่เจ้านั่นศึกษา ส่วนใหญ่เป็นตัวยาที่ช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้ฝึกปราณ ข้าไม่ได้ขายมันออกไป จึงมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับคนหนุ่มสาวที่มีศักยภาพของเรา ซึ่งก็คือกองกำลังแม่บ้าน และกลุ่มนักรบกลุ่มใหม่ที่ข้าให้ชื่อพวกเขาว่า 'ผู้พิทักษ์สีขาว' ทั้งสองกำลังนี้ต่อไปจะเป็นอนาคตของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวของเรา โดยเหล่า 'แม่บ้าน' เจ้าเด็กตัวแสบ อยากให้พวกนางเป็นกองกำลังที่ดูแลเหล่าเด็กๆ และหญิงสาวในป้อมปราการ"


    "แน่ละท่านพ่อและท่านลุงเหอหมิ่น ท่านคงรู้ดี ในป้อมปราการแห่งนี้ เหล่าชายฉกรรจ์ที่แสนกักขฬะของพวกเรา การที่พวกเขาไม่ได้ทำชั่ว ส่วนหนึ่งก็เพราะพวกเขาแค่ไม่มีโอกาสที่จะทำ"


    "หลายๆ คนกะเลวกะลาดมากพอที่จะขายพี่น้อง และขืนใจหญิงสาวหากพวกเขามีโอกาส โดยลืมไปว่าพวกเรามีบทลงโทษที่เด็ดขาด และกล้าที่จะฆ่าพวกเขาจริงๆ"


    "ดังนั้นการมีกองกำลังแม่บ้าน จะทำให้เด็กๆ ที่พวกเรารับเลี้ยงไว้ได้เติบโตขึ้น โดยที่พวกเขาจะไม่ต้องพบความชั่วร้ายของคนทราม เด็กหญิงสามารถพูดกับพวกนางเพื่อร้องข้อความช่วยเหลือได้อย่าวางใจ หากพวกนางพบคนไม่ดี"


    "เพราะแบบนี้รึเปล่า ข้าจึงไม่เห็นโรงชำเราของนางโสเภณีเมื่อมาถึง" นายป้อมถางอี้ถาม


    "มันก็เป็นส่วนหนึ่งขอรับ แต่โรงชำเราของพวกเราไม่ได้หายไป เพียงแต่ตอนนี้มันจะเปิดปิดเป็นเวลา มีแต่ช่วงย่ำค่ำเท่านั้นที่โรงชำเราจะเปิด การดื่มสุรายังอนุญาตเช่นเดิม แต่การขายสุราถูกนำไปไว้ใกล้ๆ เหมืองขุดแทน ให้เหล่านายช่างและคนขุดเหมือนไปดื่มด่ำสุรากันที่นั่น เจ้าเด็กเซี่ยซีหานมาข้อร้องข้า เขาอยากให้เด็กๆ เติบโตในสภาวะแวดล้อมที่ดีที่สุด ข้าขบคิด สุดท้ายก็เห็นด้วย เจ้าเด็กนี่ หัวใจของมันราวกับนักบวชศักดิ์สิทธิ์  ในใจของเขามีทั้งความกล้าหาญและบริสุทธิ์ยิ่งนัก ท่านพ่อข้าไม่เคยเห็นใครคิดเพื่อคนอื่นแบบนี้มาก่อน"


    ถ้าเซี่ยซีหานได้ยินสิ่งที่ถางเทียนเจี๋ยพูด เขาจะยิ้มและพูดในใจว่า 'พี่ชายท่านถูกหลอกแล้ว'