“เฮ้ คนสวย”
“ไงนาธาน”
“ฉันได้ยินว่าเธอได้รอบวันหยุดยาว”
“อืม ใช่แล้วล่ะ”
“วางแผนจะไปเที่ยวไหนเหรอ”
“กำลังคิดอยู่เลย”
“อย่างไรก็แล้วแต่อย่าลืมถ่ายภาพสวยๆ อัปโหลดขึ้นโซเชียลให้ฉันดูด้วยนะเดซี” โจนาธานร้องบอกหญิงสาวตอนถือเอกสารเดินผ่านเดจิยิ้มพลางพยักหน้าให้เขา ทั้งสองคุยหยอกล้อกันเล็กน้อยขณะเก็บของและเธอคิดว่าก็คงเป็แบบนั้นอย่างน้อยต้องมีสักสิบรูปให้อวดบนโซเชียล
“ไม่อยากเชื่อว่างานที่ฉันทำจะมีโอกาสได้พักร้อนหลายวัน อา ดีจังอีกแค่ไม่กี่วันแล้วสินะ”
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกก่อนผ่อนออกเมื่อยืนอยู่นอกอาคารสำนักงาน เธอชื่อฮิเดกิ เดจิ ส่วนเดซีเป็ชื่อที่เพื่อนๆ ตั้งให้จะได้เรียกง่าย สรุปแล้วพวกเขาก็ช่วยกันตั้งจากชื่อญี่ปุ่นซึ่งมันก็แปลว่าดอกเดซีเหมือนกัน เดจิเป็พนักงานบริษัทไอทีแห่งหนึ่งในแคนาดาอายุยี่สิบแปด เพิ่งมีโอกาสได้พักร้อนยาวจากคิวที่ทางบริษัทจัดไว้ให้หมุนเวียนแต่ละคนทุกปีจะมีบ้างที่ได้พักร้อนตรงกันสองถึงสามคน
เธอตั้งใจว่าหยุดครั้งนี้อยากจะไปเที่ยวให้ไกลที่สุด ความจริงบางทีเธอคิดว่าอยากจะหายไปจากโลกนี้เลยเพราะงานที่ทำมันเครียดจนรู้สึกว่าโลกนี้มีเพียงตนเอง หญิงสาวคิดว่ามันอ้างว้างเกินไปเมื่อต้องเดินลำพัง หยุดยาวครั้งนี้เดจิมีโอกาสได้หยุดพักพร้อมเพื่อนร่วมงานชาวญี่ปุ่นอีกหนึ่งคน เขาชื่อ นากาวะ คิเคียว
ดูจากชื่อสกุลแล้วเธอก็เข้าใจว่าเขาเป็ชาวญี่ปุ่นเหมือนกับตน มีโอกาสได้เข้ามาทำงานในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ แต่ก็มีบ้างที่ไม่เป็มิตรกับคนเอเชียเท่าไหร่ อย่างน้อยก็ในสายตาและความคิดเธอ แต่ทว่าคนเ่าั้ถ้าหัดมองข้ามมันก็แค่เศษเสี้ยว
นากาวะ คิเคียว อายุยี่สิบหกมีบุคลิกและรูปร่างหน้าตาถือว่าดี ตาโตจมูกคมริมฝีปากเป็กระจับปากล่างหนากว่า้าเล็กน้อย ส่วนสูงของเขาเกินมาตรฐานคนญี่ปุ่นทั่วไป เธอคาดว่าคงถึงร้อยแปดสิบห้าฝรั่งบางคนยังตัวเล็กกว่าแม้แต่เดจิเองที่สูงเพียงร้อยห้าสิบห้าเมื่อยืนใกล้เขา เธอดูตัวเล็กไซซ์มินิมอลไปเลย
ในเวลางานทั้งคู่ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่และนอกจากเื่งานแล้วก็ไม่คุยเื่อื่น วันนี้หลังเลิกงานทั้งสองต่างก้าวออกจากบริษัท หันมองหน้ากันก่อนจะหันไปมองท้องฟ้าและสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่ได้พูดกล่าวอะไรเขาเดินไปอีกทางส่วนเดจิไปอีกทางทั้งที่แอบยิ้มเมื่อได้มองใบหน้าและดวงตาคู่นั้น
“พักร้อนครั้งนี้มีเวลาถึงสิบห้าวันจะไปไหนดีล่ะ ไปแบบแบ็คแพ็คหรือจองที่ดีๆ สักที่ เหลือเวลาอีกไม่กี่วันหลังมอบหมายงานต้องหาที่เที่ยวแล้ว เดินทางคนเดียวจะเป็ยังไงบ้างนะ”
.....................
แกร๊ก แกร๊ก
“ถึงห้องพักซะทีสิ เฮ้อ เหนื่อยจริง” มือเล็กวางกระเป๋าลงหน้าโซฟา เธอแทบอยากจะกระโจนลงนอนคุดคู้และฝังตัวอยู่ในนั้นไม่อยากลุกไปไหน ในห้องพักที่สุดแสนจะเงียบเหงาหญิงสาวหย่อนตัวลงนั่งทั้งที่ใจอ้างว้างได้แต่นึกถึงใบหน้าใครบางคนในความเงียบจนเกือบสงัดของห้องและทุกครั้งที่เฝ้าคะนึงถึงใครคนนั้นมันมักเกินขอบเขตเสมอ
‘ห้องที่อยู่คนเดียวนี่มันว้าเหว่เกินไปฉันอยากให้ทุกครั้งหลังเลิกงานมีแต่เสียงครวญครางของฉันกับเขาและเสียงหยอกล้อเวลาตื่นนอน อาจทำรักกันบ้างในเช้าวันหยุดนั่นมันคงจะวิเศษมาก’
เดจิไม่มีเพื่อนร่วมห้องไม่มีใครมาแชร์ห้องพัก เงินเดือนหญิงสาวมันมากพอ พอที่จะจ่ายทุกอย่างคนเดียวได้ ทั้งยังมีเงินเก็บที่ยังเหลือจากการเป็ทหารสี่ปี เธอเคยคิดจะหาเพื่อนร่วมห้องแต่ทว่าเมื่อนึกถึงเขาคนนั้นแล้วก็คิดเพียงว่าเผื่อมีสักวันเผื่อมีโอกาส จึงอยากเก็บห้องนี้ไว้ใช้ร่วมกับเขาเพียงเท่านั้น