บ้านของครอบครัวฮุ่ยเหมยอยู่ด้านหลังสุดของหมู่บ้าน ติดูเา ชาวบ้านเวลาจะขึ้นเขาก็จะต้องเดินผ่านหน้าบ้านของเธอบ่อยๆ
เสียงกุกกักอยู่ตรงครัว ทำให้ฮุ่ยเหมยตื่นตัวขึ้นทันที พี่หยุ่นอี้ต้องตื่นแล้วแน่นอน เธอต้องพร้อมรับมือ ต้องทำทุกอย่างที่จะต้องได้ขึ้นเขา ลูกอ้อนของเธอในชาติที่แล้วไม่ธรรมดาเพราะคนที่เจอเธออ้อน ร้อยทั้งร้อย ยอมเธอทุกราย
ตอนนี้เธอจะใช้มันกับพี่ชายในชาตินี้ของเธอ เขาต้องยอมให้เธอขึ้นเขาไปด้วยแน่นอน
“พี่ใหญ่ ตื่นแล้วหรือเ้าค่ะ” ฮุ่ยเหมยทักขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว เพราะตอนนี้เริ่มมีแสงสว่างยามเช้าจางๆ มองเห็นแค่เงาของพี่หยุ่นอี้ตะคุ่มๆ
“เ้าตื่นแล้วเหรอ รู้สึกเป็อย่างไรบ้าง ทำไมรีบตื่น นอนต่ออีกหน่อยเถอะ” พี่ใหญ่พูดรัวเร็ว จนฮุ่ยเหมยต้องหัวเราะออกมาเบาๆ
“พี่ใหญ่ถามเยอะแบบนี้ ข้าจะตอบคำถามไหนก่อนดีเ้าคะ” ฮุ่ยเหมย ตอบพร้อมหยอกเย้าพี่ชาย เพราะปกติพี่ชายคนนี้พูดน้อยทำมาก แต่ตอนนี้กลับพูดหลายประโยคในครั้งเดียว
“ก็ข้าเป็ห่วง ไม่อยากเห็นเ้าป่วยอีกแล้ว เวลาพวกเ้าไม่สบาย ข้าผู้เป็พี่ชายปวดใจยิ่งนักที่ไม่สามารถช่วยพวกเ้าได้” หยุ่นอี้ตอบเสียงเบา
“ตอนนี้ข้าไม่เป็อันใดแล้ว พี่ใหญ่วางใจได้ แล้ววันนี้พี่ใหญ่จะขึ้นเขาตอนไหนเ้าคะ” ฮุ่ยเหมยรีบตอบให้พี่หยุ่นอี้คลายความกังวล พร้อมพูดเบี่ยงประเด็นไปเื่ขึ้นเขา
“อีกสักพัก ข้าล้างหน้าที่หน้าบ้านเสร็จแล้วจะออกไปดูกับดัก เ้าก็นอนต่ออีกหน่อยเถอะ ตอนนี้ฟ้ายังไม่สว่าง อากาศก็เย็นนัก” พี่หยุ่นอี้พูดพร้อมกับหยิบมีดใส่ตะกร้าไม้ไผ่สานเอาขึ้นหลัง เตรียมเดินไปหน้าประตูบ้าน ฮุ่ยเหมยใช้จังหวะนี้ วิ่งไปกอดแขนพี่หยุ่นอี้
“ข้าไปด้วยได้ไหม ข้าป่วยตั้งนานไม่ได้ออกไปไหนเลย นอนแค่บนเตียงเบื่อจะตาย ตอนนี้หายดีแล้วด้วย อีกสักพักฟ้าก็สว่าง อากาศข้างนอกตอนนี้ก็บริสุทธิ์สดชื่น เฮ้อๆ อยากไป พี่ใหญ่ให้ข้าติดตามพี่ใหญ่ไปด้วยนะ ข้ารับรองว่าข้าจะเป็เด็กดี จะตามพี่ใหญ่ต้อยๆ เชื่อฟังทุกอย่าง ให้ข้าไปด้วยนะพี่ใหญ่ นะนะ นะเ้าคะ”
ฮุ่ยเหมยออดอ้อน กอดแขนพี่ชาย เอาหัวทุยๆถูไถบนแขนพี่หยุ่นอี้เหมือนแมวน้อยตัวหนึ่ง พร้อมเสียงออดอ้อนสุดชีวิต คิดในใจว่าพี่ชายของเธอคนนี้ ทั้งซื่อ ทั้งใจดี ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมเธอหรอก ยังไงวันนี้เธอต้องได้ขึ้นเขา พี่ชายน้องชายต้องได้กินผลไม้จากมิติ
“เอ่อ.. อืม ก็ได้” จางหยุ่นอี้ ตอบไปทั้งที่ยังรู้สึกมึนงงกับพฤติกรรมของน้องสาว ปกติน้องสาวคนนี้ไม่ค่อยพูดจากับตนนัก ส่วนใหญ่จะคุยกับเสี่ยวหยางน้องชายคนเล็กของเขามากกว่า
พอน้องสาวพูดจาออดอ้อนเข้าหน่อย ใจพี่ชายคนนี้ก็ละลายไปหมดแล้ว ได้แต่ตอบตกลงแต่โดยดี
“ฮ่าฮ่า ดีจัง งั้นพี่ใหญ่รอข้าสักครู่” ฮุ่ยเหมยวิ่งเข้าไปหยิบเสื้อคลุม ที่ดูยังไงก็คงคลุมไม่อุ่น แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีละนะ ส่วนพี่หยุ่นอี้ตอนนี้นอกจากบนหลังมีตะกร้าไม้ไผ่สานแล้ว ในมือยังถือตะกร้าอีกหนึ่งใบ
ฮุ่ยเหมยเธอแน่ใจว่าใบนี้เป็ของเธอแน่นอน เธอรับมาคล้องไว้บนหลังอย่างคล่องแคล่ว ตอนนี้เป้าหมายของเธอสัมฤทธิ์ผลแล้ว ฮุ่ยเหมยก้มหน้ายิ้มมุมปากพึมพำขอบคุณ
“พี่ใหญ่ข้าจะกรอกน้ำไปกินก่อน” ว่าพลางฮุ่ยเหมยก็เดินไปหยิบกระบอกไม้ไผ่สองกระบอกที่แขวนไว้บริเวณผนังครัว เพื่อเติมน้ำในโอ่งเข้ากระบอกไม้ไผ่จนเต็ม
“เสร็จแล้วก็ไปกันเถอะ” พี่หยุ่นอี้เปิดประตูออกไป รอจนฮุ่ยเหมยเดินพ้นประตูพี่หยุ่นอี้ก็หันมาปิดประตูให้เรียบร้อย เพราะน้องชายเสี่ยวหยางยังนอนหลับอยู่ในบ้าน
สองคนพี่น้องล้างหน้าบ้วนปากเสร็จก็พากันเดินขึ้นเขา เดินได้สักพักฮุ่ยเหมยเริ่มรู้สึกเหนื่อยหอบ ขาเริ่มก้าวช้าลง โอ๊ยปวดขาจะตายอยู่แล้ว ร่างนี้อ่อนแอเหลือเกิน เดินแค่นี้ก็ทำท่าไม่ไหวแล้ว
ฮุ่ยเหมยได้แต่บ่นในใจเท่านั้น ขืนพูดออกมาคิดว่าพี่หยุ่นอี้คงไม่มีวันยอมให้เธอขึ้นเขามาอีกแน่นอน เธอต้องพยายามเดินให้ถึงูเาให้ได้ เฮ้อ…แต่จากที่มองดูแล้วยังต้องเดินอีกไกลเลยถึงจะถึงไหล่เขา