เงินรางวัล ช่วยให้หลี่เฉิงเฉียนมีอาหารการกินที่ดีขึ้น ห้องครัวของตำหนักอุดมไปด้วยเครื่องปรุงนานาชนิด ไม่เว้นแม้แต่เนื้อสัตว์ บางครั้งเขายังได้ลิ้มรส ฤดูหนาวของต้าถัง สามารถหาได้แค่ เนื้อไก่ เนื้อแกะ และ เนื้อหมู
เนื้อแกะมีราคาแพงเป็เนื้อสำหรับชนชั้นสูง ชาวบ้านตาดำๆ หนึ่งปีอาจจะได้ลิ้มรสเนื้อไก่สักครั้ง บางบ้านแม้แต่กลิ่นของไก่ก็ไม่มีโอกาสได้ัั เนื้อหมูไม่เป็ที่นิยมเพราะมีกลิ่นสาบรุนแรง ชนชั้นสูงมองว่ามันสกปรก คนส่วนใหญ่ถ้ามีเงินพอซื้อเนื้อเขาจะมองเนื้อหมูเป็สิ่งสุดท้ายที่เขาจะซื้อ
ระหว่างที่ก้มหน้าก้มตา ดูแลแปลงผักของตนอยู่นั้น
“ โครกคราก ..!!! ”
เสียงประท้วงขอความเป็ธรรม ของกระเพาะอาหารกำลังยื่นฟ้องต่อหลี่เฉิงเฉียนข้อหาทารุณกรรม ทำให้เขาต้องหยุดงานในมือ อาหารของขันทีเกายังคงเป็ของเดิมๆ ข้าวต้มผักดอง หลี่เฉิงเฉียนอยากกินเนื้อหมู ในโลกที่เขาจากมา เนื้อหมูคือเนื้อ์อันโอชาสำหรับเขา หมูตุ๋นยาจีนเมนูโปรด กลิ่นหอมรัญจวน เนื้อนุ่มๆ มันเยิ้ม ๆ ละลายในปาก ยิ่งคิดยิ่งโหยหา
“ ขันทีเกาพรุ่งนี้เ้าหา เนื้อหมูให้ข้า 2 ชั่ง เต้าหู้เหลือง และสมุนไพรมาให้ข้าได้หรือไม่ ? ”
“ เนื้อหมูหรือขอรับ ? ” ขันทีเกาทวนรายการด้วยความประหลาดใจ เนื้อหมูไม่ค่อยมีคนทานกันนะขอรับ กลิ่นสาบมันแรงมากขอรับ
“ เอาเถอะน่าข้ามีวิธีทำให้มันอร่อยได้แน่ ๆ ” หลี่เฉิงเฉียน กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
เช้าวันรุ่งขึ้น ขันทีเการีบมาหาหลี่เฉิงเฉียนั้แ่ยามเฉิน เขากำลังนั่งเพลิดเพลินกับเวลาน้ำชายามเช้า กลิ่นชวนอ้วกลอยมาเตะจมูก หลี่เฉิงเฉียนเห็นขันทีเกาเดินมาแต่ไกล ตัวมาไม่ถึง แต่ส่งกลิ่นมาทักทายเขาก่อนแล้ว ตลอดทางเดินมาตำหนักตงกง ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ขันทีเกาเลยสักคน กลิ่นสาบอันเป็เอกลักษณ์แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วว่าขันทีเกาถืออะไรมา
“ คารวะคุณชาย เนื้อหมูและของที่สั่งไว้ข้าน้อยนำมาให้แล้วขอรับ ” ขันทีเกาทำความเคารพก่อนจะวางของทั้งหมดไว้บนโต๊ะ หลี่เฉิงเฉียนตกอยู่ในภวังค์เหมือนหยุดหายใจไปชั่วขณะ
“ ความอยากรู้ฆ่าแมว.!! ” ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ปีคำคำนี้ก็ยังคงใช้ได้อยู่เสมอ เพราะความอยากรู้อยากลองของเขาทำให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ แต่เขาอาจจะสามารถทำให้กลิ่นสาบของหมูหายไปก็ได้ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่ากลิ่นสาบของหมู เกิดจากอะไร หากไม่แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ก็ไม่สามารถขจัดปัญหาให้หมดไปได้
อาจารย์สอนวิทยาศาสตร์ จากศตวรรษที่ 20 อย่างเขายังไงก็ต้องทำให้ได้ ว่าแล้วไฟในกายให้ลุกโชน เขานำหมูที่ได้มาล้างด้วยเหล้าและเกลือ ก่อนจะรีดน้ำให้ออกมาจากเนื้อหมูให้ได้มากที่สุด ทำซ้ำๆ อยู่หลายรอบ เขาใช้ไม้ทุบให้หมูนุ่ม หมักด้วย ขิง เกลือ พริกไทย น้ำมันงา และสมุนไพรหลากชนิด หมักทิ้งไว้นาน 1 ชั่วยาม
“ ฉ่าาาาา ” เสียงหมูทอดบนกระทะร้อนๆ น้ำมันแตกฟองเดือดปุดๆ ควันลอยฟุ้งเหนือกระทะ หลี่เฉิงเฉียนทอดหมูอยู่ 1 เค่อ เมื่อหมูสุกได้ที่จึงตักน้ำมันออก ใส่น้ำลงไปใส่สมุนไพรจีนลงไปเพิ่ม ก่อนจะปิดฝาตุ๋นต่อให้เปื่อย
1 ชั่วยามผ่านไป ควันจากกระทะลอยละล่อง ดั่งเต้นระบำเคล้าคลอสายลม กลิ่นสมุนไพรหอมรัญจวนชวนให้ใหลหลงคล้ายต้องมนต์สะกด
“ ปุด ปุด ๆ ” เสียงน้ำตุ๋นยาจีนกำลังขับร้องประสานเสียง ขับกล่อมจรรโลงใจผู้เฝ้ารอทั้งสอง เมื่อหลี่เฉิงเฉียนเปิดฝากระทะออก ควันดั่งหมานหมอกมายายามรุ่งอรุณ ค่อยๆ ลอยจางหายไป กลิ่นหอมสมุนไพรขจรขจายทั่วตำหนัก จากกลิ่นสาบไม่พึงประสงค์อวตารเป็สุคนธรสเลิศล้ำเหนือสิ่งอื่นใด เนื้อหมูตุ๋นสมุนไพรมันแวววาววิบวับอวดโฉมต่อหน้าคนทั้งสอง หลี่เฉิงเฉียนอดรนทนไม่ไหว รีบคีบหมูตุ๋นขึ้นมาหนึ่งชิ้นสูดดมหากลิ่นแปลกปลอม เมื่อไม่พบจึงนำเข้าปากเคี่ยวไปเป่าปากไป ชิ้นเนื้อที่ยังร้อน มิอาจทัดทานความกระหายของหลี่เฉิงเฉียนได้
“ อึก ” ขันทีเกาจ้องมองที่ปากของหลี่เฉิงเฉียน ตอนนี้กำลังละเมียดละไมเสพสุขจากหมูตุ๋นสมุนไพรจีน เขากลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว ใจจดจ่อรอคอยการบรรยายถึงความอร่อย หลี่เฉิงเฉียนคีบหมูให้ขันทีเกาลองชิมหนึ่งชิ้น ขันทีเการับมาชิมโดยไม่สนใจควันที่ลอยออกมาจากหมูชิ้นนั้น ดั่งต้องมนต์สะกด ความอร่อยของหมูตุ๋นสมุนไพรจีนกระแทกิญญาของขันทีเกาหลุดออกจากร่าง เคี่ยวไปเป่าปากไป อาการไม่ต่างจากหลี่เฉียงเฉียน ทั้งสองดั่งสหายร่วมเป็ร่วมตายอิ่มหนำกับหมูตุ๋นสมุนไพรีนมื้อนี้ หลี่เฉิงเฉียนยังไม่ลืมแสดงความกตัญญูต่อมารดาแบ่งหมูตุ๋นไว้ให้ฮองเฮาจานใหญ่
ยามอู่ หลี่เฉิงเฉียนให้ขันทีเกา นำหมูตุ๋นสมุนไพรจีน ผัดเต้าหู้ถั่วงอก ชาดอกเก๊กฮวย และถั่วงอกสด ไปส่งที่ตำหนักคุณหนิง ขันทีเการีบเดินทางให้ทันก่อนมื้อเที่ยงของฮองเฮา
“ ขันทีเผิงเ้าคะ มีขันทีน้อยจากตำหนักตงกงมาขอพบ เ้าค่ะ ” นางกำนัลรีบมารายงานขันทีาุโ
“ เชิญเขาเข้ามา ” ขันทีเผิงออกคำสั่ง ไม่นานขันทีเกาก็เดินถือปิ่นโตและของพลุงพลังเข้ามาพร้อมกับทำความเคารพ ขันทีเกานำชาดอกเก๊กฮวยมาส่ง พร้อมกับนำอาหารและถั่วงอกมาถวายฮองเฮาโดยไม่ลืมอธิบายถึงอาหารทั้งสองชนิดว่า หลี่เฉิงเฉียน้าแสดงความกตัญญูต่อมารดา กลัวว่าหน้าหนาวมารดาจะได้กินแต่ผักดองไม่ได้กินผักสด จึงส่งถั่วงอกสดมาให้ ขันทีเผิงมีสีหน้าไม่พอใจ เมื่อรู้ว่าหนึ่งในอาหารมีจานที่ทำจากเนื้อหมู
“ เ้าจะให้ฮองเฮาเสวยเนื้อชั้นต่ำเช่นนั้น รึ ” ขันทีเผิงตวาดเสียงดัง ขันทีเกาสะดุ้งโหยง รีบคุกเข่าโขกศีรษะซ้ำ
“ ข้าน้อยมิกล้า ”
“ ข้าน้อยมิกล้า ”
“ ข้าน้อยมิกล้า ”
“ เกิดอะไรขึ้น ” เสียงสตรีสูงศักดิ์เอ่ยถาม เมื่อขันทีเผิงได้ยินึงรีบเข้าไปกราบทูลฮองเฮา เื่ที่คนตำหนักตงกง ส่งชาดอกเก๊กฮวยมาให้ และมีอาหารมาถวาย พร้อมผักสด เมื่อฮองเฮาได้ยินว่ามีผักสด ด้วยความแปลกใจ จึงให้ขันทีน้อยเข้าเฝ้า
“ ถวายพระพรฮองเฮา พ่ะย่ะค่ะ ” ขันทีเการีบทำความเคารพด้วยอาการตัวสั่นเทา ขันทีเการีบอธิบายถึงเหตุที่มาเยือน เรียนฮองเฮาข้าน้อยนำชาดอกเก๊กฮวยมาส่งพ่ะย่ะค่ะ คุณชายเป็ห่วงพระองค์ หน้าหนาวต้าถังไม่มีผักสดกินได้แต่กินผักดอง คุณชายจึงเพาะถั่วงอก เป็ผักสดมาถวายพ่ะย่ะค่ะ และยังทำผัดเต้าหู้ถัวงอก และ หมูตุ๋นสมุนไพรจีน ถวายฮองเฮาเพื่อแสดงถึงความกตัญญูที่มีต่อฮองเฮาพ่ะค่ะย่ะ
เมื่อฮองเฮาได้ฟังจนจบ จึงมีรับสั่งให้ตั้งโต๊ะและเอาอาหารทั้งสองรายการขึ้นโต๊ะด้วย ฮองเฮาคีบเต้าหู้ผัดถั่วงอกขึ้นมาชิม รู้สึกพอพระทัยยิ่งนัก หลายวันแล้วที่ไม่ได้ลิ้มรสผักสด ก่อนคีบเนื้อหมูตุ๋นยาจีนขึ้นมาพิจารณา ั้แ่อาหารจานนี้วางไว้บนโต๊ะฮองเฮาไม่ได้กลิ่นสาบของหมูเลย มีแต่กลิ่นหอมสมุนไพร ฮองเฮาค่อยๆ ละเมียดละไมหมูตุ๋นตรงหน้า เมื่อลิ้นััเนื้อหมู รสชาติแปลกใหม่ ละมุนน่มลึก ทำให้ฮองเฮาตกอยู่ในภวังค์ชั่วคราว รสชาติดียิ่งนัก หากได้นำขึ้นถวายฝ่าาต้องเป็ที่พอพระทัยยิ่งนัก หากสามารถทำให้เนื้อหมูเป็แพร่หลายในหมู่ราษฎรได้ จะช่วยให้ราษฎรมีชีวิตการกินที่ดีขึ้น เพราะเนื้อหมูราคาถูก เราขอขอบใจมากที่ยังมีใจคิดถึงเปิ่นกง อีกหนึ่งเดือนครึ่งจะถึงวันปีใหม่ เปิ่นกงอยากให้เ้าส่งถั่วงอกให้ตำหนักคุนหนิงที่เหลือเปิ่นกงจะให้คนของเปิ่่นกงจัดการให้เรียบร้อย ก่อนจากฮองเอาพระราชทานเงินให้หนึ่งถุง ขันทีเกาออกมาจากตำหนักคุนหนิง รีบเดินกันไปหาหลี่เฉิงเฉียนที่ตำหนักตงกง