ซูเมี่ยวจินเลือกชุดชั้นในเพียงสองชุด เธอรอไปซื้อเพิ่มตอนเข้ามณฑลจะดีกว่า เพราะคุณภาพของในสหกรณ์คงสู้ห้างในมณฑลไม่ได้ เท่าที่เธอรู้ ปีนี้ประเทศเปิดการค้าเสรีแล้ว ร้านค้าที่มณฑลน่าจะมีให้เลือกมากกว่า
“20 หยวนค่ะคุณลูกค้า” พนักงานร้านนำชุดชั้นในใส่ถุงกระดาษให้และบอกราคา
“นี่ครับเงิน” ฉางเล่ยหยิบเงินในกระเป๋าซึ่งมีแต่แบงค์ร้อยหยวนให้พนักงาน
“เงินทอนค่ะคุณลูกค้า ขอบคุณที่มาอุดหนุนนะคะ” พนักงานไม่คิดว่าคนที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่าขาดสองคนนี้จะมีเงินหนึ่งร้อยหยวนติดตัว แต่ด้วยหน้าที่ของเธอ เธอจึงไม่เคยดูถูกลูกค้าที่เข้าร้านมาแม้สักครั้งเดียว
ฉางเล่ยรับเงินทอนมาแล้วชวนซูเมี่ยวจินไปยังร้านขายยาที่เขารู้จักเพียงแห่งเดียวในอำเภอนี้
“ชุดชั้นในแค่สองชุดทำไมราคาแพงจัง” ซูเมี่ยวจินบ่น คุณภาพของชุดก็ไม่ดี เธอจึงนึกเสียดายเงินขึ้นมา แต่ของพวกนี้เธอจำเป็ต้องใช้
“ผมก็ไม่รู้ราคาของพวกนี้เหมือนกัน คุณอย่าคิดมากเลยนะ พรุ่งนี้ผมจะพาไปดูที่ห้างในมณฑลดีไหม วันนี้ใกล้ค่ำแล้ว” ฉางเล่ยเอ่ยปลอบคนตัวเล็ก
“อืม… กลับบ้านเมื่อไหร่ คุณอย่าลืมบอกพ่อกับแม่ด้วยล่ะ เผื่อท่านจะให้เราซื้อของเตรียมงานแต่งงานด้วย ไม่อย่างนั้นคงไปเสียเที่ยว” ซูเมี่ยวจินพยักหน้ารับคำเขา
“ตกลงครับ ผมนึกว่าคุณอยากรอให้พ่อกับแม่หาฤกษ์ดีแล้วค่อยแต่งเสียอีก”
“เื่นั้นไม่จำเป็หรอก คุณลืมไปแล้วเหรอว่าพวกคนในหมู่บ้านนินทาเราว่าอะไรน่ะ ฉันไม่อยากทำให้ครอบครัวคุณต้องลำบากหรอกนะ”
“ผมไม่สนใจเสียงนกเสียงกาหรอกนะครับ เป็ห่วงก็แต่ความรู้สึกของคุณ”
“ฉันก็ไม่อยากสนใจนักหรอก เพียงแต่พ่อกับแม่ดูจะไม่ค่อยสบายใจ ฉันเลยอยากรีบจัดการเื่แต่งงานของเราให้เสร็จเร็ว ๆ”
“ตกลงครับ ทำตามที่คุณว่าเถอะ ผมยังไงก็ได้” ฉางเล่ยดีใจที่ซูเมี่ยวจินคิดถึงความรู้สึกของพ่อกับแม่เขา เธอช่างดีจริง ๆ
ฉางเล่ยพาซูเมี่ยวจินมาถึงหน้าร้านขายยาตอนที่ร้านกำลังจะปิดพอดี เขารีบเรียกเ้าของร้านเอาไว้ได้ทัน
“พวกคุณมาซื้อยาเหรอครับ” เ้าของร้านมองสองคนที่แต่งตัวมอซอตรงหน้า
“เปล่าค่ะ เราเอาสมุนไพรมาขาย ไม่ทราบเ้าของร้านรับซื้อหรือเปล่า” ซูเมี่ยวจินเห็นสายตาดูถูกของเ้าของร้าน เธอจึงเอ่ยสวนขึ้นมา แทนที่จะรอให้ฉางเล่ยพูด
“ร้านผมรับซื้อสมุนไพรดี ๆ เท่านั้น คุณบอกมาก่อนว่ามีอะไรมาขาย”
“โสม 200 ปี คุณจะให้ราคาเท่าไหร่” ซูเมี่ยวจินเห็นเ้าของร้านไร้มารยาท เธอจึงไม่ต้องทำตัวมีมารยาทกับเขาเช่นกัน
“ฮะ! คุณพูดเล่นหรือเปล่า โสม 200 ปีไม่ใช่หัวผักกาดนะจะได้หาง่าย ๆ”
“ถ้าคุณไม่ซื้อฉันจะได้กลับบ้าน ไปกันเถอะฉางเล่ย รอไปขายในมณฑลดีกว่า”
ซูเมี่ยวจินจับมือฉางเล่ยหันหลังเตรียมเดินออกจากร้านอย่างไม่สนใจเ้าของร้านที่ตอนนี้อ้าปากหวออย่างคาดไม่ถึง ผู้หญิงคนนั้นบอกจะไปก็ไปเสียอย่างนั้น ถ้าเธอมีโสมจริง เขาต้องขาดทุนกำไรเป็แน่
“เดี๋ยว ๆ คุณผู้หญิง เชิญเข้ามาคุยกันข้างในก่อนครับ ผมไม่ได้บอกว่าจะไม่ซื้อ!”
ซูเมี่ยวจินหันมองหน้าฉางเล่ย เธอเห็นเขาพยักหน้าว่าให้เข้าไปคุย ทั้งที่จริงแล้วซูเมี่ยวจินไม่อยากขายให้เ้าของร้านคนนี้แล้วแท้ ๆ แต่เพราะไม่อยากทำให้ฉางเล่ยลำบากใจ เธอจึงยอมหันหลังกลับและเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในร้านโดยไม่พูดอะไร
“เอ่อ… ผมขอดูโสมที่คุณบอกก่อนได้ไหมครับ จะได้ตีราคาได้” เ้าของร้านไม่กล้าดูถูกผู้หญิงสวยดุตรงหน้าอีก เขากลัวว่าจะไม่มีโสมดี ๆ ขายให้พวกคนรวย
ซูเมี่ยวจินยังคงเงียบอยู่ เพียงแต่เธอวางตะกร้าสะพายหลังลงและหยิบห่อใบไม้ส่งให้กับเ้าของร้านด้วยสีหน้าบึ้งตึง
เ้าของร้านรู้ว่าเธอไม่พอใจเขานัก หากว่าโสมนี่เป็ของจริง เขาต้องให้ราคาดี ๆ กับเธอ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ยอมขายให้เขาแน่ เ้าของร้านหยิบใบไม้ขึ้นมาแกะดูจนกระทั่งเห็นโสมขนาดสองนิ้ว และยังเป็โสมป่าธรรมชาติที่หายากด้วย อายุของโสมนี้ไม่ต่างจากที่เธอบอกจริง ๆ เขายิ้มกว้างอย่างดีใจ
“ไม่ทราบคุณผู้หญิงอยากขายราคาเท่าไหร่ครับ” เขาถามขึ้นมาก่อนเพื่อต่อรองราคา
“คุณคิดว่าโสม 200 ปี ราคาเท่าไหร่ล่ะ ถ้าราคาที่คุณบอกเหมาะสม ฉันจะขายให้”
“เอ่อ… สองพันหยวนได้หรือเปล่าครับ” เ้าของร้านถามอย่างหวาด ๆ นี่เป็ราคาที่เขาให้ได้สูงสุดแล้ว
“คุณคิดว่ายังไงฉางเล่ย ราคานี้ถูกไปหรือเปล่า” ซูเมี่ยวจินหันไปถาม
“ผมคิดว่าราคานี้ก็เหมาะสมแล้วนะคุณ” ฉางเล่ยพอจะรู้บ้างว่าโสมราคาแพงแค่ไหน
“ตกลง สองพันก็สองพัน ฉันจะขายให้คุณ” ซูเมี่ยวจินี้เีเื่มาก
“พวกคุณรอสักครู่นะครับ ผมจะไปหยิบเงินให้” เ้าของร้านกุลีกุจอนำโสมใส่กล่องผ้าอย่างดีและวางเอาไว้บนโต๊ะต่อหน้าพวกเขา ก่อนจะเดินกลับเข้าหลังร้านไปนำเงินออกมา
“คุณไปเจอโสมนี่ได้ยังไงกันครับ” ฉางเล่ยหันไปกระซิบถามซูเมี่ยวจิน
“ฉันเจอมันก่อนจะพบเสือตัวนั้นน่ะค่ะ ถือว่าฉันโชคดีก็แล้วกัน” ซูเมี่ยวจินบอกไม่ได้ว่าระบบเป็คนบอกเธอ อีกทั้งตอนนี้เ้าระบบนั่นยังกำลังพูดอวดโอ่ว่าตัวเองมีความสามารถมากแค่ไหนในการช่วยเธอหาเงิน ทำเอาซูเมี่ยวจินรำคาญไม่น้อย
“คุณโชคดีมากจริง ๆ นะครับ ผมขึ้นเขามาหลายปียังไม่เคยพบเลยสักต้น”
ก่อนที่ซูเมี่ยวจินจะคุยกับเขาต่อ เ้าของร้านก็ออกมาพร้อมเงินในถุงกระดาษสีทึบใบหนึ่ง เขายื่นถุงกระดาษให้ซูเมี่ยวจินนับเงินว่าครบหรือไม่
“อืม… เงินครบถ้วน ขอบคุณเ้าของร้านมากที่รับซื้อ” ซูเมี่ยวจินยังคงสีหน้าเรียบนิ่ง
“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณผู้หญิงที่นำโสมดี ๆ มาขายให้ ครั้งหน้าถ้ามีสมุนไพรดี ๆ อีกก็มาขายที่ร้านผมได้ตลอดนะครับ รับรองว่าผมจะให้ราคายุติธรรม”
“ตกลง พวกเราขอตัวก่อน” ซูเมี่ยวจินพยักหน้าให้เ้าของร้านก่อนจะหันหลังเดินจูงมือฉางเล่ยออกไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้พระอาทิตย์คล้อยต่ำจนฟ้าจะมืดแล้ว พวกเขายังไม่ออกจากอำเภอเลย เธอกลัวว่าคนที่บ้านจะเป็ห่วง
ฉางเล่ยอมยิ้มที่สาวสวยอย่างซูเมี่ยวจินเป็คนจูงมือเขาเอง ถ้าให้เขาเป็คนเริ่มความใกล้ชิดก่อน ฉางเล่ยคงไม่กล้าแม้แต่จะคิด
ระหว่างทางกลับบ้าน ซูเมี่ยวจินเอ่ยถามฉางเล่ยเป็ระยะ ๆ ว่าที่เมืองมณฑลเป็อย่างไรบ้าง เธอเคยรู้ประวัติศาสตร์มาบ้างเล็กน้อย แต่ไม่รู้ว่าความจริงในปีนี้นั้นบ้านเมืองเป็อย่างไร
ฉางเล่ยตอบตามที่เขารู้มาเช่นกัน เขาเองยังไม่เคยเข้าไปในมณฑลมาก่อน เพราะความยากจนและไม่กล้าสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ไปให้คนอื่นดูถูก เขาจึงไม่เคยไป ที่เขารู้ว่าที่นั่นเจริญมากกว่าอำเภอเจิ้งไห่ เื่พวกนี้เป็ผู้ใหญ่บ้านเคยเล่าให้ฟังทั้งนั้น ฉางเล่ยกับซูเมี่ยวจินเดินไปคุยไปจนฟ้ามืด ดีที่ทั้งสองสายตาดีจึงไม่มีปัญหาในการเดินทางกลับหมู่บ้านเติ้งในเวลาค่ำมืดเช่นนี้ อีกทั้งพวกเขายังเห็นมีคนในหมู่บ้านที่เข้าไปทำงานในอำเภอเดินอยู่ประปราย จึงไม่นับว่าถนนที่ไปยังหมู่บ้านจะเงียบเหงาเกินไปนัก
พวกเขาเดินทางถึงบ้านตระกูลฉางตอนหนึ่งทุ่มเกือบครึ่ง พ่อ แม่และเซียงจูต่างพากันนั่งรอพวกเขาที่แคร่ไม้หน้าบ้านอย่างเป็ห่วง พอเห็นสองคนเดินจูงมือกันเข้ามาในรั้วบ้าน ทุกคนค่อยพรูลมหายใจอย่างโล่งอกได้เสียที
“ทำไมกลับค่ำกันจังลูก พวกเราเป็ห่วงแย่แล้ว” หลิวเอ้อหลิงพูดขึ้น
“เราเข้าไปขายสัตว์ป่าในอำเภอมาครับแม่ ขอโทษที่ไม่ได้แวะบอกก่อนนะครับ”
“ไม่เป็ไร ๆ เข้าบ้านไปกินข้าวกันก่อนเถอะ” ฉางชิงหยูลุกขึ้นบอกทุกคนเข้าบ้าน เขาไม่อยากให้ชาวบ้านจอมสอดรู้สอดเห็นได้ยินว่าพวกเขาคุยอะไรกัน
ฉางเซียงจูรีบพุ่งเข้าไปแย่งแขนอีกข้างของซูเมี่ยวจินมาเกาะเอาไว้พร้อมรอยยิ้มล้อเลียนส่งให้พี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้ พวกเขาสองคนลืมที่จะปล่อยมือออกจากกันจนกระทั่งเห็นสีหน้าน้องสาว ต่างคนจึงต่างรีบปล่อยมือออกด้วยความขัดเขิน