ผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล

    EP-115 เริ่มการประลอง

    “พี่สือ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ยังดูแข็งแรงดีนะเนี่ย” อี้ฉางชุนกล่าวทักทาย

    “ฮ่าฮ่า แน่นอนอยู่แล้ว พวกเราที่มีอายุ 70 กว่าปีร่างกายกระดูกดระเดี้ยวสึกกร่อน ต้องตุ๋นยาจีนดีๆ กิน นอกจากนั้นยังต้องฝึกหมัดหวิงชุนทุกเช้า ฉันถึงได้สุขภาพแข็งแรงไง ไม่เหมือนใครแถวนี้หรอก ที่ต้องให้หลานคอยประคองไม่งั้นก็คงล้ม” สือก้วนผิงแม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่อี้ฉางชุนก็รู้ว่าเขาหมายถึงใคร

    ซ่งซือเจียงขบเคี้ยวเขี้ยวฟัน “พวกนายยังหัวเราะได้ก็ตอนนี้เท่านั้น ถ้าหากเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณหลินมา พวกนายจะต้องรีบหุบปากสนิท ไม่งั้นมีเพียงความตายเท่านั้นที่รอพวกนาย!”

    สือก้วนผิงและผู้นำสกุลอี้หัวเราะขัน

    “โฮ่ๆ มั่นใจจังนะนายเนี่ย ยังคงเชื่อมั่นในคนของตัวเองไม่เปลี่ยน แต่ว่าไหนละคนที่นายพูดถึง ขอฉันพบหน้าหน่อยได้ไหม ถ้าหากมีฝีมืออย่างที่คุยโม้จริงๆ จะให้มาทำงานในสือกรุ๊ปฯ เป็นผู้ควบคุมทีม เป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของฉัน!” สือก้วนผิงเหน็บแนม ก่อนจะมองไปรอบๆ

    “นั่นสินั่นสิ ใครกันที่ทำให้นายมั่นใจขนาดนั้น หรือว่าจะเป็นแฟนของคุณหนูซ่ง...ซ่งเฉินหยู” อี้ฉางชุนไม่คิดจะยกเรื่องของซ่งจื่อจิงขึ้นมาพูด ไม่ว่าอย่างไรผู้หญิงคนนั้นก็เป็นแค่ไม้ประดับ ไม่ได้อยู่ในสายตาเขาเหมือนกับคุณหนูซ่งคนนี้

    ซ่งเฉินหยูยิ้มตอบ “นี่ไม่ใช่คนที่คุณปู่กำลังพูดถึงหรอกค่ะ แต่เชื่อเถอะว่าเขาแข็งแกร่งกว่าคนที่คุณปู่พูด และวันนี้เฉินฟู่ซานก็จะลงแข่งในนามของตระกูลซ่ง หวังว่าเจ้าบ้านทั้งสองจะอนุญาตให้หนูได้แสดงฝีมือ”

    สือก้วนผิงเอามือลูบคลำจมูก มองเฉินฟู่ซานครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเสียงดัง

    “มีอะไรน่าขำเหรอครับ...” เฉินฟู่ซานถาม ใบหน้าคล้ายกับกำลังโกรธ

    สือก้วนผิงโบกมือ “เปล่าๆ ไม่ได้มีอะไร ก็แค่รู้สึกว่านายตัวเล็ก ผอมแห้งขนาดนี้ จะไปมีแรงสู้กับคนของเราสองคนได้ยังไง แบบนี้ก็เหมือนกับผู้ใหญ่รังแกเด็ก ว่างั้นไหมซ่งซือเจียง”

    “โฮ่ ดูถูกกันเกินไปแล้ว แบบนี้รีบต่อสู้กันเถอะ จะได้ไม่ต้องขายหน้าไปมากกว่านี้!” เฉินฟู่ซานเชิดหน้า ทำให้ทั้งสองเจ้าบ้านไม่สบอารมณ์

    ซ่งซือเจียงไม่ค่อยชอบหมอนี่ก็จริง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคำพูดของเขาทำได้ค่อนข้างน่าพอใจ อย่างน้อยผู้นำสกุลอี้และสือก็เงียบปากลงได้

    พวกเขาเริ่มแยกย้ายกันไปนั่งตรงมุมที่มีเก้าอี้ โต๊ะและน้ำชาถูกจัดเตรียมไว้

    เมื่อนั่งลงซ่งซือเจียงเรียกให้สะใภ้เฉียนเข้ามา “นี่ ลูกของเธอได้บอกคุณหลินแล้วใช่ไหม ว่าพวกเราจะนัดประลองกันวันนี้”

    นางเฉียนที่อยู่ในชุดหรูหรากล่าวตอบ “บอกแล้วค่ะ เรื่องนี้คุณพ่อไม่ต้องกังวล คุณหลินกำลังเดินทางมาที่นี่ รับรองว่าตระกูลซ่งเราจะต้องชนะ”

    นายผู้เฒ่าซ่งมีสีหน้าพึงพอใจ “งั้นก็ดี ตราบใดที่มีคุณหลิน ชัยชนะครั้งนี้ก็จะตกเป็นของตระกูลซ่งเรา”

    สะใภ้เฉียนพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะกลับไปนั่งที่ของตัวเอง แล้วเหลือบมองสะใภ้ฉีก่อนจะยกมุมปากกว้าง

    แม่ของซ่งเฉินหยูเกลียดแม่จื่อจิงมาก ดังนั้นจึงไม่อยากมองหน้า ทำได้เพียงหันไปพูดคุยกับคนอื่น อีกทั้งยังภาวนาให้คนที่คุณปู่คุยนักคุยหนา พูดถึงเช้าสายบ่ายเย็น ถึงขั้นยกหลานสาวให้เป็นเมีย อยากให้พ่ายแพ้ในสนามประลอง!

    จะได้รู้ว่าท้ายที่สุดแล้วการเลือกเขาเป็นสิ่งที่ผิด ส่วนลูกสาวเธอถูก

    ดูสิเฉินฟู่ซานเก่งกล้าสามารถ เขาจะต้องเป็นคนที่ชนะครั้งนี้แน่นอน!

    “อย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย เริ่มการประลองเถอะ” ซ่งซือเจียงลุกขึ้น ในมือถือน้ำชา “วันนี้พวกเราสามตระกูลมาสู้กันให้หมดแรงไปข้าง ใครสู้ไม่ไหวก็ถอยกลับไป ยอมรับความพ่ายแพ้แล้วอยู่อย่างสุนัขหดหัว!”

    สือก้วนผิงเองก็ถือถ้วยชา “ฮ่าฮ่า สู้กันให้หมดแรงไปข้าง ส่วนคนแพ้จะไม่เหลืออะไรเลย ก็ไม่ต่างจากขอทานล่ะนะ”

    อี้ฉางชุนเผยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “มาๆ พวกเรามาดื่ม เปิดงานประลองกันเถอะ”

    ผู้นำสามตระกูลเริ่มดื่มชาร้อน จากนั้นกลองศึกอันเก่าแก่ที่ถูกยกมาข้างๆ เวทีก็เริ่มถูกตี เสียงกลองดังลั่น มีชายสามคนเดินขึ้นไปบนเวที หนึ่งในคืนอี้ฟานผู้คุ้มกันตระกูลซ่ง ซึ่งมีความสามารถอันล้นหลาม ส่วนอีกสองคนมาจากสองตระกูลใหญ่

    มันไม่ใช่การต่อสู้แบบตัวต่อตัว เนื่องจากทั้งสามต้องปะทะกันเอง โดยจะสู้จนกว่าจะหมดตัวแทนเท่านั้นคนที่อยู่รอดคนสุดท้ายบนเวทีจะเป็นฝ่ายชนะ และจะแข่งทั้งหมด 5 รอบ

    การต่อสู้เริ่มขึ้นแล้ว!

    อี้ฟานเป็นทหารเก่าปลดประจำการ แต่ลีลาท่วงท่ายังว่องไว หมัดมวยหวิงชุนเขาใช้ออกไปได้ดีกว่าเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ทุกครั้งที่ขยับหมัดจะโจมตีเข้าจุดตาย

    ใช้เวลาราว 5 นาที อี้ฟานสามารถชนะคู่ต่อสู้จาก 2 ตระกูลใหญ่ เหลือรอดบนเวทีเป็นคนสุดท้าย

    “โฮ่ โฮ่ วันนี้ดูเหมือนว่าชัยชนะจะเป็นของตระกูลซ่ง ฮ่าฮ่า เอาเถอะๆ ไม่ต้องรีบร้อน พวกนายค่อยๆ ส่งตัวแทนลงมาแล้วกัน ยังไงซะการต่อสู้ก็ยังเหลืออีก 4 รอบนี่นา แต่ถ้าหากไม่ชนะเลยสักรอบนั่นก็...ถือว่าแพ้” ซ่งซือเจียงค่อนข้างมีความสุข ตอนนี้อาศัยอี้ฟาน 1 คนก็ชนะรอบแรก ดูเหมือนว่าถ้าหากอี้ฟานแพ้แต้มต่อก็จะยังเป็นของเขา

    ด้านหลังของซ่งซือเจียงยังมียอดฝีมือหวิงชุนอีกสองคน นอกจากนั้นยังมีคุณหลินที่กำลังเดินทางมา แล้วแบบนี้เขาจะต้องกลัวอะไร

    ส่วนคนของหลานเฉินหยู นายผู้เฒ่าไม่ได้ใส่ใจนัก

    “อย่าได้ใจ” สือก้วนผิงโบกมือ ชายร่างสูงใหญ่ก็เดินขึ้นไปบนเวที ส่วนเจ้าบ้านสกุลอี้ก็ไม่ต่างกัน พวกเขาเริ่มเอาจริง ดูจากร่างกายบึกบึนแข็งแกร่งนั่นที่ขึ้นไปบนเวที อี้ฟานเทียบไม่ได้เลย

    “อี้ฟานกลับมานี่”

    “ครับ นายท่าน”

    ซ่งซือเจียงไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่าตอนนี้ต้องส่งม้าที่ยังคึกออกไปสู้ อี้ฟานแก่แล้วต้องการพักผ่อน ที่ชนะได้ก็นับว่าเป็นกำไร

    ชายหนวดเคราเฟิ้มเดินออกจากที่นั่งฝั่งตระกูลซ่ง เขามีร่างกายสูงใหญ่ สวมชุดดำโบราณ หลังจากที่ทั้ง 3 คารวะกันเสร็จ การต่อสู้ในรอบสองก็เริ่มขึ้น

    คราวนี้โชคไม่เข้าข้างตระกูลซ่ง เนื่องจากคนจากสองตระกูลหลักซึ่งเป็นคู่แข่ง คล้ายกับบรรลุข้อตกลงบางอย่าง พวกเขาเอาชนะชายชุดดำของซ่งซือเจียงด้วยการรุมกระทืบ ก่อนจะมาตัดสินแพ้ชนะในรอบสองกันเอง สุดท้ายฝ่ายที่ชนะครั้งนี้คือสกุลสือ

    “ฮ่าฮ่า อ่อนไปนะ ไม่เห็นจะเก่งเลย” สือก้วนผิงหัวเราะเยาะเมื่อมองสภาพยับเยินของชายชุดดำ

    ซ่งซือเจียงขบกรามจนเป็นสันนูน รอบ 2 เขาแพ้ และถ้าหากรอบถัดไปยังแพ้ละก็ โอกาสชนะมันแทบจะไม่มี

    “คุณปู่คะ ให้เฉินฟู่ซานลงสนามเถอะค่ะ เขามีความแข็งแกร่งมาก รับรองว่าคุณปู่ต้องไม่ผิดหวัง” ซ่งเฉินหยูรู้ว่าจังหวะไหนควรเข้ามา ตอนนี้คุณปุ่กำลังเสียขวัญ ปล่อยให้เฉินฟู่ซานลงสนามตอนนี้นี่แหละจะมีโอกาสให้เขาได้แสดงฝีมือ ว่าสุดท้ายแล้วการตัดสินใจเชื่อเธอก็ถือเป็นเรื่องถูกต้อง

    นายผู้เฒ่าซ่งเหลือบตามองหลานสาวครู่หนึ่ง “แน่ใจนะ ถ้าหากไม่ชนะละก็...”

    “แน่ใจค่ะ แต่ถ้าหากคนของหนูไม่สามารถชนะได้จริงๆ หนูจะโอนหุ้นในบริษัท 5 เปอร์เซ็นต์ให้จื่อจิง แบบนี้ดีไหมคะ” ซ่งเฉินหยูยิ้มตอบ

    นายผู้เฒ่าขมวดคิ้วมุ่น หลานคนนี้ฉลาดมาก รู้จักการต่อรองไม่เหมือนกับจื่อจิง แต่เอาเถอะยังไงเสียให้เธอลองก็ไม่เป็นอะไร ยังไงซะคนที่ชนะการประลองนี้ก็ต้องเป็นเขา

    เฉินฟู่ซานลงสนามประลองในรอบที่ 3 หากเทียบขนาดร่างกายแล้วเขาค่อนข้างตัวเล็ก สูงเพียง 170 ซม. ไม่ได้ครึ่งคู่ต่อสู้อีกฝั่งเลย

    “เห้อ ดูท่าแล้วแฟนของเฉินหยูจะแพ้นะเนี่ย ถึงจะไม่ค่อยรู้รายละเอียดแต่ก็เคยดูมวย แค่วัดจากขนาดตัวก็เห็นอยู่โต้งๆ ว่าไม่มีอะไรดี คนแบบนี้จะชนะได้ยังไง” สะใภ้เฉียนแกะเม็ดถั่วโยนเข้าปากพลางหัวเราะขัน

    สะใภ้ฉีทำได้เพียงข่มความโกรธ และภาวนาให้ลูกสาวเป็นฝ่ายกำชัยชนะ

    การต่อสู้รอบที่ 3 เริ่มขึ้น

    ครั้งนี้สกุลอี้เปลี่ยนคู่ต่อสู้ลง สือก้วนผิงเองก็เช่นกัน

    คราวแรกซ่งซือเจียงคิดว่าคนของอี้ฉางชุนจะหันไปเล่นงานสกุลสือ แต่ผิดคาด ทั้งสองยังคงร่วมมือกันเป็นปึกแผ่น สู้กับเฉินฟู่ซานราวกับสุนัขบ้า

    “พวกมันต้องมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรกันแน่ๆ หรือว่าอี้ฉางชุนจะได้ประโยชน์หากตระกูลสือชนะครั้งนี้” นายผู้เฒ่าซ่งเริ่มคาดเดาถึงข้อตกลงลับๆ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าอี้ฉางชุนได้สิ่งใดตอบแทนหากสือก้วนผิงเป็นฝ่ายชนะ

    เฉินฟู่ซานออกหมัดออกเท้า ร่างกายปราดเปลี่ยว เข้าไปสะกัดการโจมตีได้ไม่ยาก แต่เพราะคู่ต่อสู้ร่วมมือกัน สุดท้ายเขาจึงถูกกดดัน ต้องถอยร่นมาถึงขอบเวที

    กติกาคือยอมแพ้ หมดสติ หรือไม่ก็ตกเวทีจึงจะถูกตัดสินว่าแพ้ ดังนั้นเฉินฟู่ซานจึงมีแต่ต้องก้าวเท้าย่ำเข้าหาคู่ต่อสู้ ไม่งั้นเขาคงถูกดันจนตกเวที

    หมัดมวยที่ถูกส่งออกไปจากช่วงแขนอาศัยแรงเหวี่ยงจากช่วงลำตัว สะโพก สุดท้ายขาที่เหมือนกับเสาหลัก เฉินฟู่ซานทุ่มสุดตัวบุกรั้งไปข้างหน้า ต่อให้ตายก็ต้องชนะ เพื่อเงินรางวัลที่ได้ตกลงกับซ่งเฉินหยูไปรักษาพี่สาวที่กำลังป่วยเป็นมะเร็ง

    ชายสองคนเมื่อเห็นว่าอยู่ๆ เฉินฟู่ซานก็มีกำลังกล้าแข็งจึงเว้นระยะห่าง ทำให้หมัดนั้นพลาดเป้า เสียแรงไปโดยเปล่าประโยชน์ เฉินฟู่ซานหอบหายใจหนักๆ ยังไม่ทันได้สวนหมัดก็ถูกเตะเข้าที่ชายโครงกระอักเลือดมาหนึ่งคำ จากนั้นเขาก็ล้มลงไปบนพื้น ในสภาพถูกซ้อมคาตีน

    ซ่งเฉินหยูทนเห็นสภาพนั้นไม่ได้ เช่นเดียวกับซ่งซือเจียง

    “ตาเฒ่าซ่ง คนของนายหมดสภาพแล้ว ไหนล่ะคนเก่ง ชื่อหลินอะไรนั่น รีบๆ บอกให้ลงมาบนเวทีสิ ไม่งั้นนายแพ้แน่!” สือก้วนผิงมองด้วยสายตาดูถูก คล้ายกับว่าการต่อสู้ในวันนี้ตัดสินผลแพ้ชนะไว้แล้ว

    นายผู้เฒ่าซ่งต้องจนด้วยเกล้า การแข่งขันครั้งนี้หากแพ้ขึ้นมา ตระกูลซ่งถือว่าขาดทุนย่อยยับ แล้วแบบนี้จะทำยังไงดี อี้ฟานก็ไม่ไหว ผู้เชี่ยวชาญหวิงชุนที่นำมาก็เหลือ 1 คน แต่ถ้าหากแพ้อีกละ

    “'มด'นี่มันน่ารำคาญจริงๆ นี่มันงานวันรวมตัวของ'มด'หรือไง”

    คล้ายกับเรื่องผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล ที่คุณอ่าน