รุ่งเช้าหลังเหตุการณ์ปีศาจบุก
วังหลวงเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบที่ดังไปทั่ว
แต่สิ่งที่ดังที่สุดคือ—
“ซูอินคือผู้ถูกเลือก”
“ขนนกทองของ์ตกลงบนตัวนาง!”
“องค์ชายถึงขั้นอุ้มนางปกป้องต่อหน้าปีศาจ!”
ไม่ว่าใครจะอยู่ตรงไหน
บทสนทนามีเพียงชื่อนางเอกคนเดียว
จนซูอินเดินผ่านตรงไหน
ทุกคนก็ก้มศีรษะ…ด้วยความกลัวปนศรัทธา
เธอเกาหูเบา ๆ
“นี่ข้ากลายเป็ดาราในวังแล้วหรือไง…”
แต่นางกำนัลเซียวลี่เดินตามมาติด ๆ รีบพูดกระซิบ
“ไม่ใช่ดาราค่ะคุณหนู… ท่านเหมือนเทพธิดาต่างหาก!”
“เทพธิดาตรงไหน ข้ายังง่วงไม่หายเลย…”
ซูอินบ่น พลางเดินเข้าโถงใหญ่
แต่ทันทีที่เธอเข้าไป—
เสียงทุกคนเงียบลงทันทีเหมือนโดนตัดฉับ
สายตาทั้งวังจ้องเธอ
ซูอินยิ้มเก้อ
“เอิ่ม… สวัสดีทุกคน…”
แล้วเธอก็สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงคนหนึ่งดังขึ้น
“นางนี่ล่ะ…ผู้ที่ปีศาจชี้ว่าเป็จุดเริ่มต้นแห่งความพินาศ”
เป็เสียงของสนมหลี่อัน
สตรีงามที่มีอำนาจในวังหลัง
และไม่ชอบซูอินั้แ่วันแรกที่นางเหยียบวัง
ทุกคนหันไปมองเธอ
บรรยากาศเหมือนจะมีคนตายในทันที
องค์ชายฉีอวิ้นเข้ามาพอดี
เดินตรงเข้ามาหาซูอินด้วยท่าทีปกป้องชัดเจน
ทุกคนยิ่งใ
บางคนถึงกับอ้าปาก
องค์ชายพูดเสียงเย็น
เย็นพอให้สั่นทั้งกระดูก
“คำพูดของปีศาจ
ไม่ใช่สิ่งที่เ้าจะนำมาโจมตีคนที่ข้าปกป้องได้”
สนมหลี่อันหน้าเหยียด
แต่น้ำเสียงยังมั่นคง
“เพคะ… ทรงรักนางก็เื่หนึ่ง
แต่กระหม่อมเพียงเตือน—
ปีศาจไม่เคยพูดผิดเื่ชะตาผู้คน”
องค์ชายกำมือแน่น
กำลังจะตอบโต้
แต่แล้ว…
เสียงของแม่ทัพหลงฟงก็ดังขึ้น
“กระหม่อมเห็นด้วยกับสนมหลี่อันครับ”
ทั้งโถงเงียบ…ฉับพลัน
ซูอินนิ่ง
หันมองแม่ทัพชายร่างสูงที่เคยสนับสนุนเธอเสมอ
“ท่านแม่ทัพ…?”
หลงฟงคุกเข่าลง
น้ำเสียงหนักแน่น
“เมื่อคืนปีศาจพูดชัดเจนว่า
ผู้หญิงในห้องขององค์ชาย
คือจุดเริ่มต้นแห่งความพินาศ”
ซูอินอ้าปาก
องค์ชายหันขวับ
คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างอันตราย
“หลงฟง เ้าไม่เชื่อข้า…?”
แม่ทัพหลบสายตา
“กระหม่อม…เชื่อองค์ชาย
แต่ในฐานะผู้ปกป้องวังหลวง
กระหม่อมไม่อาจนิ่งเฉย—
จนกว่าจะพิสูจน์ทุกอย่างได้”
นี่แหละ—
ทางสามแพร่งแห่งความไว้ใจ
► องค์ชายเชื่อซูอินหมดใจ
► แม่ทัพเชื่อความปลอดภัยของวังมากกว่า
► สนมหลี่อันเชื่อว่าต้องกำจัดซูอิน
► และวังทั้งวัง…ยังลังเลว่าควรเชื่อใคร
ซูอินยืนนิ่งงัน
เหมือนโลกทั้งใบแยกเป็สามเส้น
เธอยิ้มบาง ๆ
ยกมือขึ้นบอกให้ทุกคนเงียบ
“หากพวกท่านสงสัยข้า
ข้าก็จะตอบทุกอย่าง”
องค์ชายรีบพูด
เสียงจริงจังชัดเจน
“ซูอิน เ้าไม่จำเป็—”
“แต่ข้าต้องทำค่ะ
เพราะข้าไม่อยากให้ท่านเผชิญสงสัยแทนข้า”
แววตาองค์ชายสั่นไหว
ครั้งแรกในชีวิตของเขา
เขาพูดอะไรไม่ออก
ซูอินหันไปหาสนมหลี่อัน
“ได้ค่ะ
ท่านอยากถามอะไร—จงถามมา
ถ้าข้าตอบไม่ได้
ข้าจะยอมถูกตรวจสอบทุกวิธีที่วัง้า”
เสียงฮือฮาดังทันที
กล้าขนาดนี้…!?
แม่ทัพหลงฟงก็ชะงัก
คล้ายรู้สึกผิด
องค์ชายฉีอวิ้นมองเธอ
อย่างคนที่หัวใจถูกกระแทกแรงจนแทบหยุดเต้น
นาง…กล้าหาญ
และพยายามปกป้องเขามากเกินไป
จนเขาอยากกอดเธอต่อหน้าทุกคนเสียเดี๋ยวนี้
สนมหลี่อันถามอย่างเฉียบคม
“เมื่อคืนปีศาจพูด
ว่าท่านเป็ ‘ต้นเหตุความพินาศ’
ท่านคิดว่าทำไม?”
ซูอินนิ่ง
ก่อนตอบตรงไปตรงมาเหมือนคนยุคใหม่
“เพราะข้า…
น่าจะมาจากที่ที่ปีศาจไม่ควรไปยุ่งค่ะ”
ทั้งวังชะงัก
เสียงกระซิบดังระงม
“นางสารภาพเอง?”
“นางพูดอะไร…”
“มาจากที่ไหนกันแน่!?”
องค์ชายก้าวมาขวางทันที
จับไหล่ซูอินไว้แน่น
“พอแค่นี้—นางไม่ต้องตอบอะไรแล้ว”
ซูอินมองเขา
หัวใจอ่อนยวบ
แต่เธอส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่ค่ะท่าน…
ข้าอยากจะพูดเอง”
องค์ชายกัดฟัน
ไม่ชอบเลยที่เห็นเธอยอมทุกอย่างเพื่อเขา
ซูอินสูดลมหายใจ
ก่อนประกาศเสียงดัง
“ข้ามีสิ่งที่ปีศาจอยากได้
แต่วังหลวงก็้าเช่นกัน
เพราะฉะนั้น…ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้
มันจะเริ่มจากตัวข้าแน่นอนค่ะ”
ทุกคนเงียบกริบ
ซูอินพูดต่อ
“สิ่งนั้นคือ—ตราดาวเจ็ดแฉกที่อยู่บนแขนข้า”
นางดึงแขนเสื้อขึ้น
เผยลายทองเรืองแสงเบาบาง
ที่ขยับเหมือนมีชีวิต
เสียงของทุกคนดังขึ้นพร้อมกัน
“ตรา์…!”
องค์ชายรีบเข้ามาปิดแขนเธอ
กอดเธอแนบอก
เหมือนกลัวใครจะมองอีก
“อย่าให้ใครเห็นมัน
อย่าแม้แต่แตะมันด้วยซ้ำ…”
ซูอินกระซิบตอบ
“ข้าเชื่อท่านที่สุดเพคะ…
แต่ตอนนี้ทั้งวังก็ต้องรู้ความจริงบ้างแล้ว”
องค์ชายหลับตาลง
เหมือนกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างในใจ
แม่ทัพหลงฟงลุกขึ้น
“ตราดาวเจ็ดแฉก… หากเป็ของ์จริง
นางก็ต้องถูกปกป้องอย่างเข้มงวดสูงสุด”
สนมหลี่อันพูดสวนทันที
“หรือถูกควบคุมไว้ก่อนที่มันจะเต้นแรงจนปลุกบางอย่างในอดีตขึ้นมาอีกครั้ง!”
ทหารหลายคนลังเล
บางคนจับดาบ
บางคนมององค์ชาย
บางคนก้มนิ่งไม่กล้าพูด
ทุกคนอยู่คนละขั้ว
ไม่มีใครแน่ใจว่าจะเชื่อใคร
ซูอินหันมามององค์ชายฉีอวิ้น
แววตาเธอมั่นคงกว่าทุกครั้ง
“ตอนนี้…เราต้องตัดสินใจแล้วค่ะ
ว่าเราจะไว้ใจกัน หรือหวาดกลัวกันเอง”
องค์ชายมองเธอ
เหมือนโลกทั้งใบเหลือเพียงนางคนเดียว
เขาก้าวเข้ามา
จับหน้าของเธอเบา ๆ
นิ้วโป้งลูบแก้มเธอโดยไม่รู้ตัว
“ข้าวางใจเ้า…
ทุกลมหายใจ”
ซูอินหน้าแดง
หัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมา
องค์ชายกระซิบข้างหูเธอ
เสียงทุ้มต่ำ…อบอุ่น
จนสติแทบปลิว
“คืนนี้…เ้านอนคนเดียวอีกไม่ได้แล้ว
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
ซูอินเบิกตากว้าง
หน้าแดงวาบ
“มะ…หมายความว่า…?”
องค์ชายยิ้ม
ไม่ตอบ
แต่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้
จนลมหายใจแตะริมฝีปากเธออีกครั้ง
เกือบจะเป็จูบจริง—
แต่เขาหยุดห่างไปหนึ่งเส้นผม
“ข้ากลัวเ้าโดนทำร้าย
มากกว่ากลัวคำครหาใด ๆ”
ซูอินใจเต้นสั่นทั้งตัว
ต้องจับอกตัวเองเพื่อไม่ให้ลงไปกองบนพื้น
สนมหลี่อันกัดฟัน
แม่ทัพหลงฟงก้มหน้าอย่างเข้าใจ
ทหารทั้งหลายกะพริบตาไม่ทันว่า “อะไรเพิ่งเกิดขึ้น”
นี่คือทางสามแพร่งของความไว้ใจ
และองค์ชาย…เลือกซูอินเต็มหัวใจแล้ว
— จบบทที่ 25 —