นางออกจากมิติห่างจากจุดเดิมมาราวครึ่งหลี่และสถานการณ์ตอนนี้ก็คับขัน (อีกแล้ว) ถิงถิงมาโผล่บนกิ่งไม้สูง (เหมือนเดิม) นางพบว่าด้านล่างมีทหารอยู่กลุ่มใหญ่ กำลังล้อมเ้าจุกอยู่ และบรรดาครอบครัวสกุลเหอก็กำลังคุกเข่าอยู่ข้างๆ คนผู้หนึ่งซึ่งอยู่บนหลังม้าอยู่
“ท่านแม่ทัพน้อยช่วยพวกเราด้วยขอรับเ้าเสือตัวนี้ฆ่ามารดาของข้าน้อยตาย” เหอกุ้ยที่เมื่อครู่ไม่ได้มีบทบาทออกหน้าใดๆ แต่ตอนนี้กลับแสดงละครได้คล่องมาก
ดูเหมือนเหอเทาก็รู้ว่าเื่นี้ต้องให้น้องชายของเขาออกหน้าถึงยืนอยู่เฉย ๆ เท่านั้นปล่อยให้เหอกุ้ยทำหน้าที่ร้องขอความเมตตากับบุรุษที่นั่งบนหลังม้าโดยไม่ขัดขวางใดๆ
เหอกุ้ยฉลาดกว่าคนอื่นเขาเคยได้เรียนหนังสือ เพียงแต่ความสามารถมีน้อย ต่อให้อ่านเขียนออกแต่ก็ไม่อาจจะสอบผ่านอะไร อีกอย่างเขาเป็คนเกียจคร้าน ไม่ชอบเรียนหนังสือจึงออกมาให้ที่บ้านเลี้ยงไปวัน ๆ จะไปทำงานบ้างหากมีเพื่อนตามไป
เหอกุ้ยคิดว่าตนเองโชคดียิ่งนักที่ในระหว่างวิ่งหนีเสือมาเจอกับแม่ทัพน้อยมู่เฉิน ถามว่าเหอกุ้ยอาศัยอะไรที่มาเสนอหน้าตรงนี้ก็อาศัยว่าเขาเคยช่วยชีวิตรุ่ยอ๋องไว้น่ะสิ...
เมื่อประมาณสองเดือนก่อนเหอกุ้ยเคยเข้าไปทำงานก่อสร้างเรือนใหม่ในจวนรุ่ยอ๋องวันหนึ่งตอนที่พวกเขาเลิกงานออกมาจากจวน ก็พบเหตุการณ์ลอบสังหารเข้าปกติแล้วรุ่ยอ๋องจะเข้าทางประตูด้านหน้า พวกเขาจะออกทางประตูด้านหลังไม่มีทางจะมาเจอกันได้
ทว่าวันนั้นไม่รู้เพราะเหตุใดรุ่ยอ๋องถึงมาจอดรถม้าเข้าทางประตูหลัง แล้วเหตุการณ์ลอบสังหารก็เกิดขึ้นพวกของเหอกุ้ยเป็เพียงชาวบ้านทั่วไป พบเจอเื่เช่นนี้ก็พากันหวาดกลัววิ่งหนีตายกันไปคนละทิศละทาง เดิมทีเื่นี้เหอกุ้ยไม่ได้กล้าหาญอะไรเพียงแต่เขาโดนเพื่อนผลักเพราะเคลื่อนไหวช้า แรงผลักของสหายทำให้เหอกุ้ยเซไปทางรุ่ยอ๋อง กลายเป็ว่าเขาเข้ารับลูกดอกแทนรุ่ยอ๋องโชคดีกลายเป็ผู้ช่วยชีวิตของรุ่ยอ๋อง...
เื่ก็เป็เช่นนี้ดีที่หลังจากมีการต่อสู้ไม่กี่อึดใจ แม่ทัพน้อยมู่เฉินก็ปรากฏตัวในเวลาไม่นานก็จัดการควบคุมสถานการณ์และจับกุมตัวคนร้ายสิบกว่าคนได้ทั้งที่มีเพียงเขากับทหารคนสนิทสองคนเท่านั้นนั่นคือความร้ายกาจของบุคคลที่เหอกุ้ยพยายามขอความช่วยเหลืออยู่ในขณะนี้
จวนอ๋องขอบคุณเขาและให้เงินมาหนึ่งร้อยตำลึง เป็ค่าตอบแทนที่ช่วยเหลือรุ่ยอ๋องวันนั้นแม่ทัพน้อยมู่เฉินอยู่ด้วย เหอกุ้ยแน่ใจว่าบุรุษผู้นี้ต้องจำเขาได้แน่เขาอาศัยบุญคุณอันนี้ เสนอหน้ามาขอความช่วยเหลือ
“พวกข้าเป็เพียงชาวบ้านที่หนีภัยาเท่านั้นเดิมทีก็ลำบาก อดอยากมากอยู่แล้ว แต่ยังต้องเจอเื่เช่นนี้อีกข้าขอความเมตตา...”
ถิงถิงเอานิ้วก้อยแคะหูนางรู้สึกรำคาญเหอกุ้ยมาก ๆ เื่เ้าจุกนางไม่ค่อยห่วงนักเพราะสิ่งที่พวกทหารมีก็คือดาบ ดูจากพลังและหนังหนา ๆ นั่นเ้าจุกคงไม่เป็อันตรายอะไรมากสิ่งสำคัญในตอนนี้ก็คือนางต้องหาทางเก็บเ้าจุกกลับมา แล้วรีบเผ่นไปเท่านั้น
ซึ่งเพียงแค่ต้องหาทางให้หนีออกมาจากวงล้อมให้ได้นางจะได้เอาตัวเ้าจุกเข้ามิติพิเศษ เพราะจู่ ๆ จะให้เสือขาวตัวใหญ่ั์ขนาดนี้หายไปกลางอากาศต่อหน้าทุกคนคงไม่ดีเท่าไหร่ อาจจะทำให้คนอื่นตกอกใแต่ว่าเื่เหนือธรรมชาติเช่นนี้ ปล่อยให้เป็ความลับยิ่งนานเท่าไหร่ยิ่งดี...
เหอกุ้ยยังไม่หยุดฟูมฟายถิงถิงเบ้ปากนางหายเข้าไปในมิติพิเศษอีกครั้ง กดซื้อดอกไม้ไฟงานวัด ประทัดรถถัง หม้อไฟแม่นาคต้องมาเด็กน้อยโผล่อีกทีด้านหลังต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกล พร้อมไฟแช็กนางคิดในใจพยายามสื่อสารทางจิตกับเ้าจุก
“จุกพี่จะโยนประทัดเข้าไปหาทางหนีออกมาก่อน ไม่ต้องไปยุ่งกับพวกเขา”
“รับแซ่บ”เสียงเล็ก ๆ ของเ้าจุกตอบกลับมาทางกระแสจิต
ตอนนั้นเองที่บุรุษซึ่งโดนล้อมด้วยคนสกุลเหอหันมาแล้วบังคับม้าพุ่งมาทางถิงถิงน้อยโดยที่นางไม่ทันตั้งตัวเด็กหญิงผงะล้มก้นจ้ำเบ้า นางมองคนที่อยู่บนหลังม้าด้วยความตื่นตะลึงทันทีที่สบตาสีดำสนิทนั่น นางก็รู้สึกขนลุกซู่
คนที่อยู่ตรงหน้านางเมื่อครู่นี้ได้ยินเหอกุ้ยเรียกเขาว่าแม่ทัพน้อยทีแรกถิงถิงคิดว่าเขาจะเป็บุรุษที่โตเต็มวัยแล้วไม่คาดคิดว่าจะเป็หนุ่มน้อยที่ดูอายุแล้ว น่าจะไม่เกินสิบสี่สิบห้าเช่นนี้ถึงแม้ใบหน้าจะมีเค้าของความอ่อนเยาว์ให้เห็น ทว่าบรรยากาศที่แผ่ออกมาจากตัวของเขากลับสวนทางกัน
สิ่งหนึ่งที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนลมหายใจถูกดูดกลืนไปเช่นนี้คงจะเป็รูปโฉมอันงดงามที่เรียกได้ว่าเป็หนึ่งในใต้หล้าก็ “รูปลักษณ์หล่อเหลาหน้าตาเ็า”คงเป็คำจำกัดความของคนผู้นี้ได้กระมัง
...คนผู้นี้ไม่น่าเข้าใกล้อายุเพียงแค่นี้กลับมีกลิ่นอายฆ่าฟัน และนางก็เห็นว่าเื้ัของเขามีความโเี้ เืเย็นแฝงอยู่...
“ท่านแม่ทัพน้อยขอรับนางคนนี้แหละ หลานสาวอกตัญญูที่ชักพาภัยร้ายมาสู่พวกเราขอให้ท่านแม่ทัพได้โปรดให้ความเป็ธรรมด้วยขอรับ” เหอกุ้ยรีบพูดปรักปรำถิงถิงเขาเหลือบเมืองเ้าเสือขาวที่เมื่อครู่ยังไล่ตามพวกเขาท่าทางเหมือนอยากจะขย้ำเหยื่อตลอด
ทว่าตอนนี้กลับนิ่งเฉยจะว่ามันกลัวทหารก็ไม่ใช่ แต่เพราะว่าความที่มันมีขนาดใหญ่มากกว่าเสือปกติมากพวกทหารก็ยังไม่กล้าผลีผลามเหมือนกัน เหอกุ้ยแค้นใจนักเขาอยากจะให้ทหารรีบจัดการซะ ฆ่าทั้งเสือขาวและนังถิงถิงไปได้ยิ่งดีถ้าเื่เรียบร้อย เขาจะได้อาศัยที่ตนเคยมีบุญคุณต่อจวนรุ่ยอ๋องขอติดตามท่านแม่ทัพหรือไม่ก็...
เหอกุ้ยเหลือบมองบุตรสาวทั้งสองของพี่ชายแม้ว่าจะไม่ได้มีหน้าตาโดดเด่นเหมือนผิงอันและถิงถิง แต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่อันใดเขาได้ยินว่าแม่ทัพน้อยปีนี้อายุย่างเข้าสิบห้าปีแล้วยังไม่มีแม้แต่สาวใช้อุ่นเตียงสักคน หากมีโอกาสให้บุตรสาวของเหอเทาปีนป่ายได้สักคนเพียงเท่านี้พวกเขาก็จะได้สุขสบายไปทั้งชาติแล้ว
ระหว่างความคิดที่น่ารังเกียจของเหอกุ้ยเซี่ยโหวมู่เฉินมองดูร่างเล็ก ๆ ของถิงถิงมีแววประหลาดใจในตาของเขาวูบหนึ่งเท่านั้น เขาส่งสายตาจดจ้องสิ่งของที่มือนาง
ถิงถิง “....”
...บัดซบข้าจะเก็บเป็ความลับ เ้าเป็ใครกันถึงมารู้ความลับของข้า...นางคิดอย่างพาล ๆกลอกตาไปมา ในใจก็ส่งกระแสจิตไปให้เ้าจุก
“คำราม...คำรามดังๆ”
เ้าจุกเชื่อฟังมากคำรามด้วยเสียงอันน่าเกรงขามของเสือขาว จังหวะนั้นเองที่ทุกคนถูกดึงความสนใจถิงถิงรีบจุดหม้อแม่นาค[1] แล้วก็ดอกไม้ไฟที่เหลือทั้งหมดเสียงที่เกิดขึ้นดึงดูดความสนใจของคนทั้งหมดแต่ถิงถิงไม่คิดว่าจะมีคนผู้หนึ่งที่ไม่สนใจเสียงคำราม หรือดอกไม้ไฟที่นางโยนออกไปกว่าจะรู้ตัวว่าโดนจับตามองอยู่ตลอดเวลา ก็เมื่อร่างเล็ก ๆ พยายามวิ่งหนีนั่นแหละ
ถิงถิงน้อยวิ่งได้สองก้าวคนอื่น ๆ ต่างพากันหลบเสือขาว ทหารเองก็แตกฮือ มีเพียงเซี่ยโหวมู่เฉินหรือแม่ทัพน้อยเซี่ยเท่านั้น ที่ขยับม้าตามเ้าก้อนแป้งตัวน้อย จู่ ๆ ถิงถิงที่เพิ่งบอกให้เ้าเสือวิ่งมาหานางก็โดนคนคว้าคอเสื้อแล้วยกขึ้นหลังม้า
ถิงถิง “...”
เด็กน้อยหันไปทางคนที่ใบหน้าแทบไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อยถึงแม้จะได้ยินเสือคำราม หรือแม้แต่กระทั่งเห็นดอกไม้ไฟที่จู่ ๆ ก็โผล่ขึ้นดวงตาดำที่แฝงแววเ็านั้น จ้องนางอย่างจับผิด เขาไม่พูดอะไรสักคำเอาแต่จ้องไฟแช็คในมือนาง
...แย่แล้ว...ในหัวของถิงถิงคิดประมวลผลเร็วรี่ตอนที่กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดี เ้าจุกตัวดีที่แสนจะเชื่อฟังก็ะโวิ่งมาทางนาง
ถิงถิง “...”
...มารดามันเถอะผิดแผนไปหมดเลย!...
ในตอนที่เ้าจุกในร่างเสือขาวั์วิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาท่าทางมันไร้เดียงสาประหนึ่งเดียวกับเ้าจุกที่ทำความดีความชอบสักอย่างแล้ววิ่งมาขอขนมกับนางในชาติก่อนก็ไม่ปานเวลานั้นเองที่ถิงถิงเห็นว่าบุรุษที่วางนางบนหลังม้าคนนั้นคว้าทวนที่พาดอยู่ด้านหลังม้ามาตลอดขึ้นทวนนี้มีลักษณะพิเศษคือสามารถปรับความยาวได้เพราะความพิเศษนี้ทำให้ถิงถิงไม่สังเกตเห็นมันแต่แรก
[1] “โอ่ง” หรือ “หม้อดิน” ดอกไม้ไฟจุดไฟแล้วจะมีประกายสะเก็ดไฟพุ่งสูงขึ้น