#วันจันทร์สีชมพู 16
“มันเดย์นั่งเลย ๆ ” เธิร์สกวักมือเรียกให้ฉันนั่งลงที่เก้าอี้ แต่ฉันเลือกที่จะนั่งฝั่งตรงข้ามก็บนโต๊ะอาหารมีกระทะย่างหมูแบบไฟฟ้าวางอยู่รวมถึงหม้อสุกี้
“เพิ่งอาบน้ำมาเนี่ย” ฉันบ่นน้องเบา ๆ แต่อีกฝ่ายหาได้สนใจ
“เอาน่าเดี๋ยวค่อยอาบใหม่ พี่สวัสดีครับ นั่งเลยผมน่ะหาเพื่อนทานนานแล้ว” เธิร์สหันไปชวนคุณหมอ คุณหมอนั่งลงข้าง ๆ ฉัน ถัดไปตรงหัวโต๊ะเป็ป๊าที่นั่งอยู่ ส่วนม๊านั่งข้าง ๆ เธิร์ส ถัดจากเธิร์สไปเป็ผู้หญิงหน้าหวานคนหนึ่งตัวเล็กตาโตผมยาวน่าหวานมาก ๆ เห็นแล้วก็อดที่จะเอ่ยแซวน้องชายไม่ได้
“แหม พาแฟนมาด้วย อย่าคิดว่ารู้ไม่ทันนะ”
“ทีตัวเองยังพาแฟนมาเลย”
“อ้าว ก็พี่เขามาส่ง ตัวน่ะยังไง”
“ก็อยากพามาบ้าน ทั้งเฮียไชน์เฮียซันเอาแต่บอกว่าให้พามา นี่เขาว่างพอดีเลยพามา” ปากอธิบายงุ้งงิ้ง มือก็พลิกเนื้อหมูบนเตาไปใส่จานให้แฟน
“หนูกรีน ม๊าทำขนมแบบใหม่ด้วยนะ เดี๋ยวทานเสร็จม๊าเอามาให้ชิม”
“ขอบคุณค่ะม๊า เธิร์สพอแล้วทานเองบ้างพี่คีบเองได้นะ” พี่กรีนแฟนของเธิร์สจำได้ว่าอายุมากกว่าเธิร์สเกือบห้าปีเลยนะแต่ที่บ้านเราไม่ได้คิดมากเื่นี้อยู่แล้วเลยไม่มีปัญหาอะไร ม๊าน่ะชอบมากที่มีสะใภ้มาช่วยชิมขนม ทั้งซ้อเอม ทั้งซ้อฟาง มาทีไรถูกม๊าจับขุนด้วยขนมแสนอร่อยทุกที แต่หนุ่ม ๆ บ้านนี้หาแฟนได้เหมือนม๊ามาก น่ารักน่าทะนุถนอมทุกคนเลย
“ขอเบคอนอีกได้ไหม” ฉันเงยหน้ามองน้อง เธิร์สพยักหน้าเดินไปเปิดตู้เย็นแล้วกลับมาพร้อมกับเบคอนในชามใบเล็ก นอกจากนี้ยังมีชีสอีกด้วย
“ทานได้ไหมคะ?” ฉันหันกลับมาถามคนข้าง ๆ เสียงเบา มือก็ย่างหมูมาใส่จานเขา ส่วนเขาเองก็ย่างมาใส่จานฉันคืนให้
“ได้ครับ หนูทานแค่อิ่มพอนะ เดี๋ยวปวดท้อง”
“รับทราบค่ะ”
“พิงค์ ป๊าว่าจะถามหน่อย...” ป๊าชวนคุณหมอคุยโดยที่ป๊าเองก็ไม่ลืมที่จะดูแลม๊า ระหว่างทานฉันก็คุยกับน้องพบ้างพี่กรีนบ้างไปเรื่อยเปื่อย ป๊ากับม๊าขอตัวขึ้นไปพักก่อน ตอนนี้ในห้องครัวเลยเหลือแค่เราสี่คน ตอนนี้จะสามทุ่มแล้วด้วย แต่เรายังทานกันได้เรื่อย ๆ พี่กรีนนั่งทานขนมกับผลไม้แล้วล่ะ คุณหมอเองก็ย่างหมูแล้วเอามาใส่จานให้เรื่อย ตอนนี้เลยกลายเป็ว่าเหลือเราสองพี่น้องที่ยังทานกันอยู่
“ปีนี้ยังว่างไม่ตรงกันเลยอ่ะ” เธิร์สว่าอย่างเสียดาย
“จริง งานเยอะมาก”
“อยากไปเที่ยวด้วยกันอีก ไปครบทุกคนเลย”
“คุยอะไรกันหน้าเครียดเชียว” เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นที่ประตูห้องอาหารตามด้วยร่างของพี่ซันเดย์และพี่ฟาง
“มาช้าเขาจะอิ่มกันแล้วเนี่ย” เธิร์สโวยวายไม่จริงจัง
“ก็มีงานนิดหน่อย มาแล้วนี่ไง ซื้อส้มตำมาด้วยอยากกินแบบเผ็ด ๆ ”
“แพ้ท้องแทนเมียไง? ร้อยวันฟันปีไม่เห็นกิน”
“ก็จริง น่าจะแพ้ท้องแทนนั่นแหละ” ซันเดย์ตอบกลับ พรางเหล่มามองภรรยาตัวเอง พี่ฟางเดินเข้าห้องครัวเพื่อเตรียมจานช้อนอะไรมาเทกับข้าว ส่วนพี่ขายฉันน่ะเหรอนั่งจวกหมูแข่งกับเธิร์สอยู่เนี่ย
“พี่ฟางทานข้าวมาหรือยังคะ มีกับข้าวนะ”
“พี่ทานมาแล้วล่ะ พี่ชายเราไม่ยอมทานบอกจะกลับมาทานกับน้อง ๆ ”
“ที่รักอย่ามาเผากันแบบนี้สิครับ”
“ไม่ต้องอ้อนค่ะมีความผิดอยู่”
“ขอโทษครับ” หงอไปเลยพี่ชายฉัน กลัวเมียกันทุกคนเลย
“ไปทำอะไรให้พี่ฟางโกรธล่ะนั่น”
“ทำกุญแจบ้านหาย”
“เจริญละพี่ชาย” เธิร์สหัวเราะลั่นกับคำตอบที่ได้
“ดีนะพี่สะใภ้ไม่ไล่ออกจากบ้านอ่ะ” ฉันหัวเราะอย่างสะใจ
“อย่านะ อย่ามาหัวเราะพี่นะ มันลืมที่วางจริง ๆ นี่นา” ซันเดย์บอกเสียงอุบอิบทั้งยังมองพี่ฟางอ้อน ๆ อีกด้วย
“มีตาลลอยแก้วนะคะ พี่เอาไหม” ฉันหันกลับมาสนใจคนข้าง ๆ ท่อนแขนยาวยกโอบเอวฉันไว้หลวม ๆ เราที่นั่งอิงแอบกันความใกล้ชิดทำให้เราไม่ต้องคุยกันเสียงดังก็ได้ยิน
“ไม่เป็ไรครับ พี่อิ่มแล้ว หนูอยากทานหรือเปล่า”
“ตอนนี้ยังค่ะ รอทานของคาวก่อน”
“พี่ชายนั่งอยู่ตรงนี้ครับ เกรงใจกันบ้างครับ!” ซันเดย์เอ่ยแทรกเมื่อเห็นฉันกับคุณหมอคุยกัน อาการหวงน้องสาวกำเริบอีกแล้ว ขนาดฉันยังไม่หวงพี่ชายเลยนะ หวงมาก ๆ แบบนี้ฉันจะขายออกไหมถามหน่อยค่ะพี่ชาย!!
“ชุดโป๊จัง” คนที่นั่งอยู่ปลายเตียงเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ฉันที่นั่งแต่งหน้าอยู่โต๊ะกระจกถึงกับหลุดขำ เพราะเขาบ่นประโยคนี้มาสามรอบแล้ว และฉันก็ไม่คิดว่าเขาจะบ่นรอบที่สี่
“หนูคะ ชุดมันโป๊จริง ๆ นะ” เขาว่าอย่างไม่เข้าใจ
“พี่ไปเลือกชุดในตู้มาเลยก็ได้ค่ะ ถ้าหนูยังใส่แบบนี้พี่คงความดันขึ้น” ฉันบอกคุณหมอ มือก็แต่งหน้าต่อ ฉันน่ะยังไงก็ได้ ไม่ได้อยากแต่งตัวโป๊อยู่แล้ว แต่ว่าเพราะเป็ห่วงความรู้สึกเขาเลยไม่อยากแต่งโป๊ ให้เขาได้เลือกชุดให้เองเขาคงจะสบายใจกว่า
“ไม่เป็ไรครับ หนูใส่ชุดนี้ก็ได้ แต่พี่ขอนั่งด้วยนะ”
“ได้ค่ะ” ถามว่าตอนนี้อยู่ไหน บอกได้เลยค่ะว่าอยู่ที่บ้านฉัน เพราะทั้งป๊าและเฮียสั่งห้ามไม่ให้ฉันไปที่คอนโด ลำบากถึงคุณหมอที่งอแงให้ฉันไปค้างด้วย แต่วันนี้เขาขออนุญาตป๊ากับม๊าแล้วว่าจะไปรับไปส่งฉันและขออนุญาตให้ฉันค้างกับเขา ตอนขออนุญาต ฉันกับม๊าหัวเราะลั่นห้องรับแขกป๊าบอกเหมือนจะวูบตอนได้ยินคุณหมอบอกแบบนั้น แต่ท้ายที่สุดก็ยอม ป๊าบอกว่ายังดีที่กล้ามาขอ ไม่ใช่ลับหลังไปทำอะไรจนฉันเสียหายแบบนั้นน่ะ ป๊ากับม๊าน่ะวัยรุ่นที่สุดแล้ว เื่แบบนี้เข้าใจแต่ก็หวงก็ห่วงนั่นแหละ
“เอาชุดไปด้วยนะครับ เดี๋ยวพี่เก็บใส่กระเป๋าให้”
“เอาถุงผ้าสีน้ำเงินไปด้วยนะคะ หนูเตรียมไว้แล้ว”
“ได้ครับ”
คนตัวโตหอบหิ้วกระเป๋าไปเก็บไว้ที่รถก่อนจะเดินขึ้นมารับฉันถึงบนห้องนอนอีกครั้งตอนที่จะออจากบ้านป๊ากับม๊าก็เข้าห้องนอนแล้วส่วนพี่ชายก็ไม่ได้กลับบ้าน น้องชายไม่ต้องพูดถึงนู่นน่ะอยู่กับแฟนนู่น เมื่อขึ้นรถมาได้สักพัก คุณหมอก็ยื่นมือมาลูบผมฉันเบาๆ เราถึงร้านตรงเวลาที่ฉันกับเพื่อนนัดมาพอดี เมื่อไปถึงโต๊ะก็เจอกับเพื่อนทั้งสองคนนั่งอยู่ ข้าง ๆ เพื่อนนั้นมีแฟนของเพื่อนนั่งอยู่ด้วย แฟนของขนุนฉันเองก็พอจะคุ้นหน้าแต่แฟนของโมเมนี่มายังไง ไปแอบมีแฟนไม่บอกกันเลยนะเพื่อนฉันเนี่ย
“แกมาช้ามันเดย์” ขนุนเทเครื่องดื่มใส่แก้วและยื่นมาให้ฉัน รวมถึงเทเครื่องดื่มให้คุณหมอด้วย
“นิดหน่อยเองน่า พวกแกนั่นแหละมาเร็ว” ฉันนั่งลงเก้าอี้ที่ว่าง โดยมีคุณหมอนั่งข้าง ๆ จะว่าเบียดเลยก็ได้ เขานั่งชิดกับฉันทั้งยังยกท่อนแขนโอบรอบเอวฉันไว้ด้วย
“ฉันจะแต่งงานเดือนหน้านะ ไปให้ได้ด้วย อยากให้ไป” ขนุนบอก ฉันยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้นเมื่อได้ยินว่าเพื่อนจะแต่งงาน
“ดีใจด้วยนะ อย่างนี้ต้องฉลอง!”
“หาเื่เมาน่ะสิแกน่ะ”
“อย่ามารู้ทันกันเลยน่า” ฉันหัวเราะเมื่อถูกเพื่อนจับทางได้ คุณหมอนั่งอยู่ข้าง ๆ ก็คอยเทเครื่องดื่มให้บ้าง เขาจะไม่ค่อยดื่มหรอกเพราะเขาบอกว่าต้องขับรถเลยเลี่ยงที่จะดื่ม เพื่อนฉันก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรมากคงเกรงใจคุณหมอด้วยนั่นแหละ
“จะไปไหนครับ” ?” คนที่นั่งข้าง ๆ จับมือฉันไว้เมื่อฉันขยับลุกขึ้นยืน เขาเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัยทันที
“ไปเข้าห้องน้ำค่ะ”
“เดี๋ยวพี่ไปด้วยครับ” คุณหมอจับมือไว้แน่นก่อนจะพาเดินไปส่งถึงหน้าห้องน้ำโซนผู้หญิง มีสาว ๆ รอคิวเข้าห้องน้ำกันเยอะพอสมควรทำให้ฉันได้เข้าห้องน้ำช้า ระหว่างรอคิวก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นรอ
“ขอโทษนะคะ”
“คะ?” ฉันขานรับด้วยความสงสัยเมื่อมีคนมาสะกิดด้านหลัง แต่พอหันไปก็เจอกับร่างสวยที่อยู่ในชุดเซ็กซี่ เธอกำลังยืนยิ้มให้ฉัน ด้วยรอยยิ้มที่แปลกไป
“คุณน่ารักจังเลย”
“อะ เอ่อ ขอบคุณค่ะ” ใครกัน เมาหรือเปล่าจู่ ๆ ก็มาชมคนที่เพิ่งเจอ เมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามาใกล้ฉัน ฉันรีบถอยหลังห่าง
“มีแฟนหรือยังคะ?” เธอคนนั้นยังถามต่อ เสียงประกาศวงดนตรีวงใหญ่ที่จะขึ้นแสดงทำให้สาว ๆ ที่เข้าห้องน้ำเสร็จเริ่มออกจากห้องน้ำ คนต่อคิวก็ไม่มีแล้ว คนในห้องน้ำก็ยังไม่ออกมา ให้ตายเถอะ ฉันรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลยที่เป็แบบนี้
“ว่าไงคะมีแฟนหรือยัง”
“มีแล้วค่ะ”
“งั้นเหรอ? ทำไมไม่เห็นแฟนคุณเลยล่ะคะ”
“แฟนรออยู่ข้างนอกค่ะ” จังหวะที่มีคนออกมาจากห้องน้ำฉันก็รีบเดินเข้าไปทันที ฉันรีบทำธุระในห้องน้ำจนเสร็จ มือก็กดส่งข้อความหาพี่พิงค์ ฉันถามว่าเขายังรออยู่ไหม เขาก็บอกว่ารอ เห็นข้อความแบบนั้นก็รีบออกจากห้องน้ำ แต่มิวายถูกกระชากแขนให้หันกลับไปมองคนที่ดักรอที่หน้าห้องน้ำ
“ปล่อยด้วยค่ะ”
“เราชอบเธอนะ อยากไปต่อกับเราไหม”
“ไม่ค่ะ!” ฉันตอบเสียงดัง มือก็สลัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของคนตรงหน้า แต่เหมือนกันจะยากเพราะอีกฝ่ายก็จับแน่น ทั้งที่รูปร่างก็น่าจะพอ ๆ กันแต่ไม่รู้ทำไมฉันถึงสู้แรงผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้เลย ระหว่างที่คิดหาทางหนี ประตูห้องน้ำข้าง ๆ นั้นก็เปิดออกมา ผู้หญิงคนนั้นหันไปมองฉันจึงอาศัยจังหวะนั้นสลัดแขนตัวเองจนหลุดจากการเกาะกุมรีบวิ่งออกจากห้องน้ำ เห็นร่างสูงที่ยืนรออยู่ตรงหน้าฉันก็รีบเข้าไปกอดเขาไว้แน่น พี่พิงค์ที่ยืนรออยู่ถึงกับผงะใที่เห็นฉันมีท่าทีกลัวแบบนี้
“เป็อะไรครับ” พี่พิงค์ก้มกระซิบถามที่หู แขนก็ยกโอบรอบเอวฉันให้ชิดกับร่างเขามากขึ้น
“มีใครไม่รู้มาบอกว่าชอบอ่ะ แล้วก็ชวนไปต่อ จับแขนด้วย”
“เจ็บตรงไหนไหม?” เขารีบถามอย่างเป็ห่วงทั้งยังผละออกห่างเล็กน้อยสำรวจร่างกายฉันไปด้วย
“ไม่เจ็บค่ะ แค่กลัวนิดหน่อย”
“ไม่เป็ไรแล้วนะ พี่อยู่นี่แล้วนะครับ” พี่พิงค์กอดฉันไว้แน่น เรายืนอยู่สักพักก่อนที่ฉันจะชวนเขาเดินกลับไปที่โต๊ะกลัวว่าเพื่อนจะสงสัยว่าทำไมถึงได้เดินหายมานานขนาดนี้ พี่พิงค์ไม่ได้ดื่มต่อแล้วล่ะมีเพียงฉันและเพื่อนสนิทสองคนเท่านั้นที่ดื่ม หนุ่ม ๆ ตอนนี้นั่งเฝ้าพวกฉันแทนแล้วล่ะ
“ดื่มเยอะเดี๋ยวปวดหัวนะ”
“ลางานแล้ว พรุ่งนี้หนูไม่เข้า” ฉันบอกอีกฝ่ายอ้อน ๆ ช้อนตาขึ้นมองก็พบว่าเขามองอยู่ก่อนแล้ว พี่พิงค์โน้มใบหน้าต่ำลงมากระทั่งปลายจมูกเราแตะกันเบา ๆ ถ้าไม่ติดว่าแสงไฟตรงนี้มันมืดเขาคงเห็นว่าฉันเขินเขามาขนาดไหนที่จู่ ๆ ก็ถูกเขาสกินชิพใส่แบบนี้
“ดื้อจังเลยนะ” เขายิ้มบาง ๆ รวบฉันเข้าไปกอด จากนั้นก็ปล่อยให้ฉันได้ดื่มและพูดคุยกับเพื่อนตลอดทั้งคืน ตีสามฉันแยกกับเพื่อนกลับบ้าน คุณหมอไม่ได้พากลับบ้านฉัน ไม่ได้พากลับไปที่คอนโดเราแต่เขาพาฉันไปที่บ้านหลังหนึ่งที่อยู่ในโครงการเดียวกับบ้านซันเดย์ ที่สำคัญอยู่ซอยเดียวกันด้วย พอมาถึงบ้านเขาก็เปิดบ้านและพาเข้าบ้านทันที บ้านดูใหม่และสะอาดราวกับมีคนมาทำความสะอาดอยู่ตลอด
“ขึ้นไปชั้นบนกันครับ ดึกแล้วจะได้อาบน้ำนอนพัก”
“บ้านพี่เหรอ?”
“ใช่ครับ บ้านพี่เอง ซื้อมาสักพักแล้วล่ะแต่ยังไม่ได้ย้ายเข้ามา ผ้าเช็ดตัวครับ” มือหนายื่นผ้าเช็ดตีผืนใหม่มาให้ ฉันรับมาก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ เพื่ออาบน้ำ แต่หลายคนคงจะเคยเป็ทีแรกก็ไม่เมาไม่อยากอาเจียนหรอก พอได้อาบน้ำและเริ่มจะนอนพักอาการเ่าั้มันก็จะมาทีละนิด ๆ อย่างที่ฉันเป็ตอนนี้นี่แหละ คงไม่ต้องเดาว่าฉันทำยังไง ก็ให้ตัวเองอาเจียนออกมาก่อนนอนยังไงล่ะ เอาเป็ว่า ฉันเมาเหมือนหมาเลยค่ะทุกคน ไม่มีองมีอายพี่พิงค์แล้ว
“มันเดย์ หนูไหวไหมเนี่ย” เสียงพี่พิงค์ถามเมื่อฉันเดินออกจากห้องน้ำมึน ๆ ทั้งยังทิ้งตัวนอนบนเตียงนอนนุ่มนั่นอีกด้วย ผ้าเย็น ๆ แตะลงที่ใบหน้า ฉันเอียงหน้าหลบก่อนจะหลับไป ไม่ได้เอ่ยตอบเ้าของตำถามนั้นเลย
==========
ฝากคอมเม้นด้วยนะคะ พยายามปั่นสุดชีวิตแล้ว ^_^ เจอกันตอนหน้านะคะ