“เ้าเด็กไร้มารยาทนี่มาจากที่ใดกัน!” กู้ตงหลิงกัดฟันกรอดจ้องเขม็งไปยังกู้จิ่งเซวียน!
“หน้าตาก็น่าเกลียด ทั้งเอาแต่ใจเช่นนี้จะมีผูู้ใดสมัครรักใคร่แต่งงานด้วย!คงต้องเป็หญิงชราอยู่โดดเดี่ยวไปตลอดชีวิตแน่!” ปากเล็กๆของเ้าก้อนซาลาเปาขยับไปมา ถ้อยคำที่เอ่ยออกมานั้นช่างเจ็บแสบยิ่งนัก
แต่ในสายตาของกู้ชิงเฉิงแล้ววาจาเหล่านี้ยังห่างไกลจากความเ้าเล่ห์เพทุบายของนางเอก กู้ตงหลิงมากนัก
นางจึงนั่งอยู่ภายในห้องตรวจอย่างสงบไม่ได้ขยับกายไปไหน
นางย้อนเวลามายังโลกของนิยายเล่มนี้จึงจดจำทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างแม่นยำ
เพื่อหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมเช่นเดียวกับเ้าของร่างเดิมที่ต้องตายอย่างอนาถตลอดห้าปีที่ผ่านมา นางไม่เพียงหลีกเลี่ยงผู้คนจากเมืองหลวงเท่านั้นหากยังเฝ้าจับตาดูความเป็ไปของพวกเขาอยู่ตลอดเวลา
หากสู้ไม่ได้ก็ควรจะถอยหนี
ทว่ากู้ตงหลิงกลับพาตนเองเข้ามาถึงที่นี่เมื่ออีกฝ่ายส่งตัวมาถึงหน้าประตูเรือนแล้ว เช่นนั้นนางย่อมไม่ออมมือเป็แน่
“องค์รัชทายาท หม่อมฉันมีเื่สำคัญที่ต้องจัดการคงไม่สามารถอยู่เคียงข้างพระองค์ได้เพคะ” เพื่อรักษาภาพลักษณ์กู้ตงหลิงพยายามระงับโทสะที่อยากจะเข้าไปบีบคอเด็กน้อยไว้แล้วเอ่ยกับโม่อวี้เฉินที่เดินนำหน้า แต่เขากลับไม่หันมามองนางแม้แต่น้อย
ห้าปีแล้วทั้งๆ ที่นางคอยช่วยเหลือเขามาตลอด แต่เขากลับเ็าต่อนางเสมอ
ทว่านางรู้ดีว่าชายผู้นี้จะต้องเป็ของนางในท้ายที่สุดอย่างแน่นอนนางจึงไม่เร่งร้อน เื่เช่นนี้ค่อยเป็ค่อยไปก็ย่อมได้!
นางที่ได้กลับมาเกิดใหม่ย่อมรู้แจ้งเห็นจริงในทุกสิ่งทุกอย่างของโลกใบนี้
“ข้าได้ยินมาว่าหมอกู้แห่งอันหยวนถังผู้นี้สามารถชุบชีวิตผู้ตายและรักษาแม้กระดูกที่แตกหักได้คุณหนูใหญ่ลองให้เขาตรวจดูเถิดขอรับ” กู้ไต้เดินเข้ามาหาพลางกล่าวด้วยสีหน้าเร่งร้อน
ส่วนองค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินซึ่งเดินนำหน้าเมื่อจ้องมองเด็กน้อยที่แสดงท่าทีโอ้อวดไม่เกรงกลัวสิ่งใดก็พลันมีความรู้สึกบางอย่างถูกกระตุ้นขึ้นในใจ
ทว่าเขาเป็คนเ็ามาโดยตลอดสิ่งต่างๆ ในโลกนี้ที่เขาจะสนใจนั้นช่างน้อยนิดนัก จากนั้นไม่นานความรู้สึกนั้นจึงถูกกดทับลงอย่างรวดเร็ว
เขาหันข้างมองไปยังคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้แล้วกล่าวว่า “ไปให้เขาตรวจดูเถิด”
“เพคะ องค์รัชทายาท!” กู้ตงหลิงรู้สึกยินดีในใจ
“เดี๋ยวก่อน!” ซาลาเปาน้อยก้าวขาเล็กๆไปข้างหน้าหนึ่งก้าว “วันนี้เป็วันตรวจรักษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายโปรดไปเข้าแถวด้านหลังด้วยขอรับ”
“เราจะจ่ายค่ารักษา!” กู้ไต้จ้องมองเด็กน้อยที่ก้าวขาเล็กๆมาขวาง คิ้วขมวดแน่น
อันหยวนถังแห่งนี้ช่างแปลกประหลาดนักกลับให้เด็กน้อยผู้นี้ออกมารับหน้า
อีกทั้งเด็กน้อยผู้นี้ดูเหมือนจะมีอายุเพียงสี่ห้าขวบเท่านั้นแต่กลับพูดจาได้ราวกับผู้มีประสบการณ์ในยุทธภพมาอย่างยาวนาน
“จริงหรือ?” ใบหน้าเล็กๆของซาลาเปาน้อยเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
อย่าได้เสียใจทีหลังเชียวล่ะ!
“อย่าพูดมาก! รีบหลีกทางไป!” กู้ตงหลิงรู้สึกเ็ปบนใบหน้าของนางอย่างรุนแรงอีกทั้งยังััได้ถึงความเยือกเย็นจากกายขององค์รัชทายาทที่เดินนำหน้าอยู่ความเ็านั้นทำให้นางสั่นสะท้านไปทั้งตัว
นางไม่อาจชักช้าได้อีกแล้วหากใบหน้าของนางถูกทำลายไป ชาตินี้เกรงว่าคงไม่อาจแย่งชิงชายผู้นี้กลับมาได้อีก
“เหม็นเหลือเกิน!” ซาลาเปาน้อยยกมือเล็กๆอวบอ้วนขึ้นมาบีบจมูกน้อยๆ ของตนเอง
มีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยที่กำลังรายล้อมอยู่ต่างพากันชี้มือชี้ไม้ไปทางคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ในเวลานี้และยังพากันพูดตามคำของเด็กน้อยว่า “เหม็นจริงด้วย!”
แน่นอนว่าพวกเขาย่อมรู้สึกโกรธเคืองอุตส่าห์รอคอยวันตรวจรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่มีเพียงเดือนละครั้งแต่กลับถูกคนพวกนี้มาทำลายเสียหมด
ใบหน้าของหญิงสาวเน่าเปื่อยไปแล้วจนตอนนี้ไม่อาจเห็นความเปลี่ยนแปลงของสีหน้าได้อีก
ทว่าดวงตาของนางกลับมีสีแดงก่ำนางอยากจะบีบคอเด็กตรงหน้าให้ตายเสียเดี๋ยวนั้น
“เป็เพียงเด็กตัวเล็กๆ เหตุใดถึงได้ปากร้ายเช่นนี้” องค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินขมวดคิ้วแน่นทั่วทั้งร่างของเขากลับเยือกเย็นจนหัวใจแทบจะแข็งเป็น้ำแข็งทว่าเขายังคงสติสัมปชัญญะไว้ได้อย่างชัดเจน
ดวงตากลมโตของซาลาเปาน้อยกู้จิ่งเซวียนกลอกไปมาก่อนจะจ้องมองไปยังองค์รัชทายาทโม่อวี้เฉิน แล้วกล่าวว่า“ท่านลุง ถ้าการพูดความจริงคือปากร้ายเช่นนั้นท่านป้าข้างหลังท่านลุงต่างหากที่ปากร้ายยิ่งกว่า!”
เมื่อได้ยินดังนั้นโม่อวี้เฉินถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
เขาผู้เป็ถึงองค์รัชทายาทจะให้มาทะเลาะกับเด็กคนหนึ่งได้อย่างไร ในสายตาของเขาเด็กน้อยผู้นี้ช่างไร้มารยาทเสียจริง
“เซวียนเอ๋อร์ นายหญิงบอกว่าให้ทำตามกฎเดิม” ในเวลานั้นเถ้าแก่ร้านก็ได้เดินออกมาแล้วเอ่ยกับเด็กน้อยด้วยเสียงกระซิบเบาๆ
“ย่อมได้!” กู้จิ่งเซวียนพยักหน้าแล้วหันไปแลบลิ้นปลิ้นตาใส่คุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ ก่อนที่ขาสั้นๆจะวิ่งกลับเข้าไปในห้องตรวจ
กู้ชิงเฉิงหรี่ตาลงเล็กน้อยและจ้องไปยังชายหนึ่งหญิงหนึ่งที่เดินตรงเข้ามา
นางก้มหน้าลงพลางเอ่ยกับกู้จิ่งเซวียนเสียงเบา “เหตุใดระดับฝีมือการปรุงยาของเ้าจึงไม่พัฒนาขึ้นเลยเล่าพักนี้ไปเถลไถลที่ไหนมาอีกแล้วสินะ?”
“ท่านแม่ ลูกไม่ได้ไปที่ไหนเลยนะขอรับความจริงแล้วเป็เพราะหญิงผู้นั้นหน้าด้านหน้าทนเกินไปต่างหาก!” ซาลาเปาน้อยทำหน้าตาใสซื่อ ั์ตาคู่โตฉ่ำคลอไปด้วยหยาดน้ำตาราวกับว่าน้ำตาพวกนั้นสามารถเอ่ยถ้อยคำได้ด้วยตัวมันเอง
ผู้ใดได้เห็นเป็ต้องใจอ่อนไม่อาจตำหนิติเตียนเด็กน้อยได้ลงคอ
แต่นั่นเกือบทำให้ผู้เป็มารดาอย่างกู้ชิงเฉิงกระอักเืออกมานี่มันข้ออ้างอันใดกัน!
แต่ในขณะเดียวกันนางก็รู้สึกว่ามีเหตุผล
คุณหนูใหญ่ตระกูลกู้กู้ตงหลิงยึดครองทุกสิ่งทุกอย่างของกู้ชิงเฉิงไปหมดสิ้นนางช่างเป็สตรีที่หน้าหนาอย่างแท้จริง
ทันใดนั้นกู้ตงหลิงที่ยืนอยู่ด้านนอกก็เริ่มแสดงความไม่พอใจ “จะมัวชักช้าอยู่ไย?ระวังองค์รัชทายาทจะสั่งปิดโรงหมอของเ้า!”
“องค์รัชทายาท...” กู้ชิงเฉิงชะงักไปเล็กน้อยหัวใจพลันปวดหนึบ
นางคาดไม่ถึงว่าชายที่มาพร้อมกับกู้ตงหลิงจะเป็องค์รัชทายาท
ต้องรู้ไว้ว่าเ้าของร่างเดิมผู้นี้หลงรักองค์รัชทายาทผู้นี้อย่างสุดหัวใจ
นางถึงขั้นยอมใช้ตำแหน่งแม่ทัพของท่านตาและอำนาจของท่านลุงทั้งสิบเอ็ดคนที่ประจำการอยู่ชายแดนเพื่อเสนอตัวขึ้นเตียงกับเขาและบีบบังคับให้องค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินรับนางเป็พระชายา
ยิ่งไปกว่านั้นเ้าของร่างเดิมยังใช้ยาเพื่อให้ตนและโม่อวี้เฉินมีสัมพันธ์ทางกายกันอีกด้วย
แม้โม่อวี้เฉินจะรังเกียจสิ่งที่นางทำแต่เมื่อรู้ว่านางตั้งครรภ์ เขาก็ส่งคนมาคุ้มครองนาง
น่าเสียดายที่สุดท้ายแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ถูกคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ กู้ตงหลิงทำลายลงจนหมดสิ้น
ทว่ากู้ชิงเฉิงรู้ดีว่าเ้าของร่างเดิมก็เคยทำเื่โหดร้ายทารุณไว้ไม่น้อยเช่นกัน
หากกู้ตงหลิงไม่ได้กลับชาติมาเกิดนางคงจะเสียชีวิตด้วยน้ำมือของเ้าของร่างเดิมไปนานแล้ว
เ้าของร่างเดิมทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้อภิเษกกับองค์รัชทายาทโม่อวี้เฉิน
ยิ่งไปกว่านั้นท่านตาของนางเป็ถึงแม่ทัพพิทักษ์แคว้นท่านน้าทั้งสิบเอ็ดคนล้วนกุมกำลังทหารสำคัญไว้ในมือส่วนลูกพี่ลูกน้องอีกหลายคนก็ล้วนแต่เป็ผู้กล้าหาญชาญศึกพวกเขาทุกคนล้วนมีอำนาจที่ไม่อาจถูกแทนที่ได้ทั้งในราชสำนักและในกองทัพ
ส่วนมารดาของนางมีบุตรสาวเพียงคนเดียวก็คือนางทำให้ทุกคนต่างทะนุถนอมนางดั่งเป็แก้วตาดวงใจนั่นจึงเป็เื่ปกติที่นางจะถูกตามใจจนเสียคน
ไม่ว่ากู้ชิงเฉิงจะทำผิดพลาดประการใดแม้กระทั่งเื่ที่เลวร้ายจนฟ้าดินพิโรธท่านน้าและลูกพี่ลูกน้องของนางก็สามารถจัดการให้ทุกอย่างราบรื่นได้
ด้วยฐานะเช่นนี้หากจะไม่ให้หลงระเริงในอำนาจ ก็คงยากนัก
“ท่านแม่” เมื่อเห็นกู้ชิงเฉิงที่ยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นเ้าซาลาเปาน้อย กู้จิ่งเซวียนจึงรีบดึงชายเสื้อของนางจากนั้นจึงหันไปพูดกับองค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินและคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ที่อยู่อีกด้านว่า“องค์รัชทายาทจะใช้อำนาจกดขี่รังแกชาวบ้านอย่างนี้ได้อย่างไรขอรับ?แม้แต่เด็กห้าขวบอย่างข้าก็ไม่เว้น ช่างไร้มนุษยธรรมเสียจริง...”
คำพูดของเขาเต็มไปด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสาแต่คำพูดที่เปล่งออกมากลับทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูก
นี่คือคำพูดที่เด็กห้าขวบควรจะพูดออกมาหรือ?
สีหน้าของโม่อวี้เฉินนั้นไม่ต้องเอ่ยก็รู้ว่าบึ้งตึงเพียงใด แต่เมื่อเผชิญกับเพียงเด็กน้อยเขากลับต้องยอมแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“หุบปาก!” ใบหน้าของกู้ตงหลิงปวดร้าวอย่างแสนสาหัสนางได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากตัวนางเอง ทำให้ร้อนรนใจเป็อย่างมาก “หมออยู่ที่ไหน? เหตุใดยังไม่รีบออกมาอีก?”
กระบี่ในมือของนางพร้อมที่จะชักออกมาได้ทุกเมื่อหากทุกคนคิดจะขัดขืน
“ท่านผู้นี้คงจะเป็คุณหนูใหญ่ตระกูลกู้กระมัง!” กู้ชิงเฉิงเอ่ยเสียงเบา“ร่ำลือกันว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้มีทั้งความสามารถและความงดงามเพียบพร้อมด้วยปัญญาและความเฉลียวฉลาด เป็มือขวาที่เก่งกาจขององค์รัชทายาทแต่เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าคำร่ำลือนี้ไม่น่าเชื่อถือเลย? ความเฉลียวฉลาดที่ว่านี้หมายถึงการเปรียบเทียบกับเด็กน้อยอายุห้าขวบหรือ?”
“เ้า...” คุณหนูใหญ่ที่ว่าไม่คาดคิดว่าคนด้านในจะพูดเช่นนี้
โดยปกติแล้วนางเป็คนสุขุมเยือกเย็นและเฉลียวฉลาดเป็อย่างยิ่ง
สิ่งสำคัญคือนางกลับชาติมาเกิด จึงรอบรู้ในหลายสิ่งหลายอย่างย่อมสามารถช่วยเหลือองค์รัชทายาทได้อย่างแน่นอน
แต่ณ ตอนนี้ นางกลับไม่สามารถสงบจิตใจลงได้เลย
ฉับ!
เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดังก้องนางยกกระบี่ชี้ไปที่หน้าต่างบานเล็ก “อย่าพูดมากรีบออกมาตรวจอาการให้องค์รัชทายาทเสีย!”