เซี่ยเสี่ยวหลานยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูหน้าบ้านบานใหญ่นานพอสมควรจนกระทั่งได้ยินเสียงพูดคุยของเพื่อนบ้านจึงได้ดึงตัวเองออกจากภวังค์
“กลับไปที่นั่นเื่ที่เอาสมุนไพรไปขายก็คงทำให้เขาเดือดร้อนแน่ๆ ไม่น่ารีบซื้อรถมอเตอร์ไซค์เลย เสี่ยวินะเสี่ยวินิสัยแบบนี้ช่างเหมือนพ่อของเธอจริงๆ” สิ้นเสียงบ่นปนหวั่นใจก็มีสายลมเย็นสบายสายหนึ่งพัดผ่านร่างของเซี่ยเสี่ยวหลาน ทำเอาคนพูดอยู่กับตัวเองถึงกับหยุดชะงักหันมองไปรอบตัวก็ไม่มีอะไรขยับเพราะวันนี้มันทั้งร้อนทั้งอบอ้าว “ลมเมื่อกี้นี้มันอะไรกันหรือว่าจะเป็พวกเธอสองคน ไม่ต้องห่วงนะฉันจะช่วยดูแลเสี่ยวิเอง”
คราวนี้ไม่มีสายลมหรือความเคลื่อนไหวใดๆแต่เซี่ยเสี่ยวหลานก็เชื่อไปแล้วว่าเป็สหายรักทั้งสองที่มาหาเพื่อสื่ออะไรบางอย่างกับเธอยามนี้น้ำตาจึงไหลออกมาเงียบๆ
จางิกลับมาถึงหมู่บ้านสกุลหลินในตอนบ่ายคล้อยเขาแวะที่ร้านค้าขนาดใหญ่ของหมู่บ้าน ที่มีผู้คนเข้าออกเยอะกว่าสถานที่อื่น
ลงจากรถได้ก็เดินเข้าไปในร้านค้าแล้วก็เลือกสบู่กับยาสีฟันมา ที่ต้องได้แวะซื้อที่นี่ก็เพราะเขาลืมซื้อตอนที่อยู่ในเมืองนั่นเอง
“สามหยวน” เ้าของร้านผู้หญิงวัยสามสิบกว่าเอ่ยออกมาอย่างเฉื่อยชาไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับหนังสือนิตยสารที่กำลังอ่านอยู่แล้วและอีกอย่างจางิคนนี้ก็ไม่ได้น่าสนใจสักเท่าไหร่
“นี่เงินสามหยวนครับ”จางิจ่ายเงินสามหยวนให้อีกฝ่าย แล้วก็เดินออกมานอกร้าน แต่ยังเดินไม่ถึงรถด้วยซ้ำก็มีเสียงร้องถามเขาออกมาเสียก่อน
“เสี่ยวจางนายไปรวยมาจากไหนเหรอถึงได้มีเงินซื้อรถมอเตอร์ไซค์ราคาแพงแบบนี้”ชายหนุ่มอายุยี่สิบกว่าปีเอ่ยถามจางิอย่างสนใจ เด็กไร้ประโยชน์นี่ต้องมีโชคไม่ทางใดก็ทางหนึ่งแน่ๆไม่อย่างนั้นคงไม่มีปัญญาซื้อหรอก ก็รถมันราคาแพงขนาดนั้นนี่
“นั่นน่ะสิจางิอย่าว่าฉันดูถูกเธอเลยนะ ปกติเธอน่ะเดินได้สามก้าวห้าก้าวก็นับว่าดีแล้วพ่อกับแม่ของเธอที่จนกรอบไม่มีปัญญาแม้แต่จะสร้างบ้านใหม่ก็เป็เพราะนำเงินที่หาได้พาเธอไปหาหมอจนหมดตัวนี่แหละพอเหลือแค่เธอแล้วฉันคิดไม่ออกเลยว่าเธอไปเอาเงินจากไหนมาซื้อรถมอเตอร์ไซค์คันนี้และดูเธอตอนนี้สิพอพ่อแม่ตายก็เดินได้คล่องเชียวนะ”แม่เฒ่าคนหนึ่งที่เคยเป็คู่กรณีกับแม่ของจางิเอ่ยออกมาด้วยท่าทางอยากรู้แต่ก็ยังไม่วายที่จะเอ่ยเหน็บแนมถึงเื่ราวแต่หนหลังไปด้วย
จางิมองคนทั้งสองที่จ้องเขาราวกับจะกินเืกินเนื้อทั้งที่อยากจะรู้คำตอบใจแทบขาด มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย “ที่ป้าพูดมาก็ไม่ถูกนะครับพ่อแม่ของผมจากไปสองปีกว่าแล้ว ผมเองก็เพิ่งจะอาการดีขึ้นเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง”
“ก็นั่นไง ฉันพูดผิดตรงไหนเธอนี่มันสำออยั้แ่เกิด ที่จริงก็คงจะหายดีตั้งนานแล้วใช่ไหมถ้าไม่ใช่ว่าใช้เงินจนหมดก็คงจะทำตัวี้เีไม่ยอมออกไปทำงานเหมือนเดิมนั่นแหละ”
จางิมองคนพูดด้วยสีหน้าอึ้งๆนี่เข้าใจที่เขาพูดไปจริงๆใช่ไหม “ถ้าป้าอยากจะเข้าใจแบบนั้นก็ช่างเถอะรอให้ป้าตายไปแล้วลูกชายจอมี้เีของป้าก็คงจะลุกขึ้นมาทำมาหากินเหมือนผม”ว่าแล้วเขาก็เดินไปที่รถ
“เอ๊ะ!นี่ฉันก็พูดกับเธอดีๆแล้วนะจางิ เธอนี่นิสัยเหมือนแม่กับพ่อจริงๆทั้งจองหองทั้งอวดดี!!”
“เอาล่ะๆเลิกเถียงกันได้แล้ว ฉันแค่อยากรู้ว่านายไปทำอะไรมาถึงได้มีเงินซื้อรถมอเตอร์ไซค์ก็แค่ตอบมาไม่ได้เหรอหรือคิดว่ารวยแล้วจะทำตัวยังไงก็ได้ในหมู่บ้านสกุลหลินแห่งนี้”ชายหนุ่มอายุยี่สิบกว่าปีคนเดิมเอ่ยปรามจางิออกมาเสียงเข้มเพราะอยากจะสั่งสอนเ้านี่มานานแล้ว
“ผมไปเจอสมุนไพรบนูเาลูกโน้น”เขาชี้ไปยังูเาที่อยู่ด้านในสุดของป่าให้ทุกคนที่แอบเงี่ยหูฟังได้ยินและได้เห็น“ได้มานิดหน่อยก็เลยเอาไปขายในเมือง แต่ผมก็เอาไปซื้อรถเกือบหมดแล้วล่ะเพราะคิดว่าจะเอาไว้ขับไปทำงานในเมือง”ว่าแล้วเขาก็เดินไปที่รถ จากนั้นก็สตาร์ทรถและขับออกไปทันที
แม้ว่าเขาไม่ได้้าจะกระจายข่าวด้วยวิธีนี้แต่ก็นับว่าได้ผลดีไม่ต่างจากแผนการที่เขาคิดเอาไว้ก่อนหน้าเช่นกัน
หัวค่ำประตูบ้านของจางิก็ถูกเคาะชายหนุ่มเดินออกมาเปิดประตูก็ได้เห็นว่าเป็ลุงหลินที่ช่วยเหลือเขามาตลอด
“ลุงหลินเข้ามาข้างในก่อนครับผมซื้อของจากเมืองมณฑลมาฝากลุงเยอะเลย” พูดพลางเขาก็จูงมือลุงหลินให้เดินเข้าไปในบ้านหลังเล็ก
“อ๊ะ! นะนี่มันอะไรกันเสี่ยวิ ลุงแค่จะเอาหน่อไม้กับปลามาให้เธอเองนะ”ลุงหลินเหมือนจะใอยู่หน่อยๆพอเรียบเรียงคำพูดของจางิแล้วเขาก็ได้ถามกลับไปอย่างเป็ห่วง “ทำไมเธอถึงได้เข้าไปในเมืองมณฑลได้ล่ะแล้วเธอไปเอาเงินมาจากไหนตั้งมากมายขนาดนี้”
“ผมขึ้นเขาไปหาของป่าโชคดีได้สมุนไพรมาเล็กน้อยก็เลยเอาไปขายในเมืองมณฑลครับลุง”เมื่อเข้ามาภายในห้องโถงเขาก็ปล่อยมือลุงหลิน
“ละ แล้วนี่มันอะไรขายได้เยอะถึงกับซื้อรถมอเตอร์ไซค์ได้เลยเหรอเสี่ยวิทำไมเธอไม่เก็บเงินเอาไว้ใช้ล่ะ นี่มันจะทำให้ทั้งหมู่บ้านปั่นป่วนได้เลยนะ”
เปลือกตาของจางิหลุบต่ำ ดูก็รู้ว่าลุงหลินถูกคนที่บ้านใช้มาเพื่อจะได้มาสืบข่าวเื่ของเขาคนเราเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ใจก็ย่อมเปลี่ยนตามไปด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย เอาเถอะเมื่อก่อนลุงหลินคนนี้ก็ช่วยเขาเอาไว้ไม่น้อย“จะปั่นป่วนได้ยังไงครับลุง ถ้าพวกเขาหาสมุนไพรได้เหมือนผม ก็ถือว่าเป็โชคดีของพวกเขาแล้วเอาล่ะ ไม่พูดเื่นี้แล้ว ดูนี่ดีกว่านะครับ”เขาล้วงเอาถุงของฝากออกมาจากตะกร้าไม้ไผ่แล้วยื่นส่งให้ลุงหลิน
“มะ มากเกินไปเสี่ยวิลุงไม่กล้ารับเอาไว้หรอก” ลุงหลินส่งถุงของฝากคืนให้จางิ
“รับเอาไว้เถอะครับลุงนี่เป็แค่ของเล็กน้อยที่ผมสามารถมอบให้ลุงได้ ถ้าเทียบกับสิ่งที่ลุงทำให้ผมเมื่อก่อนมันเทียบกันไม่ได้เลยครับ”พูดออกไปแล้วก็ผลักถุงของฝากคืนกลับไปให้ลุงหลิน
“เฮ้อ!ก็ได้ๆ ลุงจะรับมันเอาไว้ก็แล้วกัน แล้วนี่เธอกินข้าวเย็นหรือยัง”
“กินั้แ่ตอนเย็นแล้วครับผมซื้ออาหารมาจากอำเภอพอมาถึงบ้านก็เอาไปอุ่นกินแล้วล่ะครับ”
“ดีๆๆถ้าอย่างนั้นลุงก็ไม่มีอะไรต้องห่วงเธอแล้วล่ะ คงต้องรีบกลับไปกินข้าวที่บ้านแล้วลุงไปก่อนนะ”
“เดินกลับดีๆนะครับ”
วันต่อมาชาวบ้านเกือบทั้งหมู่บ้าน ก็ขึ้นเขาเพื่อหาสมุนไพรไปขายในเมืองมณฑล
แม้แต่หลินอ้ายถงที่กลับมาอยู่ที่บ้านเพื่อรอรับจดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยก็ยังสะพายตะกร้าขึ้นบ่าเพื่อไปหาสมุนไพรกับพี่ชายน้องชายของเธอด้วยเช่นกันแม้ว่าเธอจะมีสมบัติในแหวนมิติจำนวนหนึ่งและนำไปขายจนมีเงินก้อนใหญ่ให้พ่อแม่และตัวเองเก็บเอาไว้ใช้ไปได้อีกนานแต่การมีเงินมากก็ไม่ใช่เื่ที่ผิดบาปอะไรไม่ใช่เหรอ
ผ่านไปหลายวันจนกลายเป็ครึ่งเดือนทุกคนก็ยังไม่เจอสมุนไพรแม้แต่ต้นเดียว
บางคนก็ถอดใจไม่คิดจะขึ้นเขาไปอีกเพราะนอกจากจะถูกงูกัดแล้วยังต้องหนีสัตว์ป่าที่ดุร้ายอีกด้วยแต่ก็ยังมีบางคนที่ไม่อยากจะยอมแพ้นั่นก็เพราะอยากจะมีเงินมากมายจนสามารถซื้อรถมอเตอร์ไซค์ได้อย่างจางิ
แต่สำหรับหลินอ้ายถงที่ได้รับจดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยในเมืองมณฑลแล้วเธอเลิกสนใจสมุนไพรบนเขาั้แ่วันที่สามแล้ว
เธอที่เฝ้าดูจางิมานานหลายปีอย่างลับๆรู้จักนิสัยของเขาดีกว่าตัวเขาเองเสียอีก
ดังนั้นในยามที่เธอเริ่มสนิทสนมกับคู่หมั้นในระดับหนึ่งแล้วจึงได้นำเื่นี้ไปเล่าให้อีกฝ่ายฟัง และไม่นานเขาก็มอบคนให้เธอมาห้าคน
“พวกเขาเป็ใครเหรออ้ายถง” หลินเหิงอี้ถามน้องสาวด้วยความสงสัยดึกดื่นป่านนี้แล้วเธอเรียกเขาออกมาพบคนกลุ่มนี้ทำไม
“พวกเขาเป็ลูกน้องของอาจงค่ะพี่ใหญ่”
“คนของคู่หมั้นเธออย่างนั้นเหรอก็ไหนเธอเคยพูดไม่ใช่เหรอว่ารอให้ไปเรียนในเมืองมณฑลก่อน เขาถึงจะส่งคนมาคอยดูแลเธอ”
“ช้าหรือเร็วก็ต้องมาดูแลฉันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะฉันเล่าเื่จางิให้เขาฟัง จากนั้นเขาก็ส่งคนมาให้ฉันพี่คิดดูสิคะว่าเขาส่งคนมาให้ฉันทำไม”
หลินเหิงอี้คิดอยู่เพียงอึดใจก็ดีดนิ้วดังเปาะ“อ้อ พี่ใหญ่เข้าใจแล้วอ้ายถง ถ้าอย่างนั้นเื่นี้ให้พี่ใหญ่ร่วมด้วยได้ไหม”
หลินอ้ายถงยกยิ้มสมใจ “ได้สิคะไปตามพี่รองกับน้องเล็กมาด้วยก็ได้นะคะ เื่นี้คนเยอะเท่าไหร่ยิ่งดี”
“ได้!!พวกเขาต้องชอบใจแน่ๆ”
กลางดึกของปลายเดือนเจ็ดจางิที่รู้สึกร้อนจนนอนไม่หลับก็ลุกออกจากเตียงเตาเพื่อออกมาหาน้ำดื่มเพื่อคลายร้อน
“หยุด!! อย่าขยับไม่อย่างนั้นไส้นายทะลักแน่!!” เสียงเหี้ยมเกรียมเอ่ยออกมาพร้อมกับร่างสูงใหญ่โถมเข้าชาร์จร่างสูงโปร่งของจางิอย่างรวดเร็ว
แต่มีหรือที่จางิจะยอมให้อีกฝ่ายได้เข้าถึงตัวชายหนุ่มที่เคยร่ำเรียนศิลปะการต่อสู้จากยุคปัจจุบันมาบ้างก็ขยับตัวและเคลื่อนไหวร่างกายตามที่ร่ำเรียนมาอย่างรวดเร็ว
“พวกแกเป็ใคร!!”
“ฮึ!! จะตายอยู่แล้วยังอยากจะรู้ไปทำไม ลงมือ!!” สิ้นคำขู่ของหัวหน้าชุดชายอีกสองคนก็ล้อมกรอบเข้ามาปิดทางหนีของจางิเอาไว้
จางิที่ไม่มีอาวุธอะไรติดมือเลย ถึงกับหน้าเครียดเพราะคนทั้งสามนั้นเผยความดุดันออกมาอย่างชัดเจน“หลินอ้ายถงส่งพวกแกมาใช่ไหม”เขาลองเสี่ยงถามออกไปเพราะน่าจะมีแค่หลินอ้ายถงเท่านั้นที่จะทำแบบนี้กับเขาได้
คนชุดดำไม่คิดจะเปิดปากพูดอะไรเกินความจำเป็จนกระทั่งมีคนเข้าไปค้นเข้าของในห้องจนกระจุยกระจาย และเดินออกมามือเปล่าก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นมา
แปะ! แปะ! แปะ!
“ฉลาดนี่จางิแต่ก็เพิ่งจะฉลาดเท่านั้นแหละนะ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ตกมาอยู่ในสภาพนี้หรอก”หลินอ้ายถงเดินออกมาจากเงามืด
“เธอ้าอะไรหลินอ้ายถงหรือคิดจะแย่งรถมอเตอร์ไซค์ของฉัน!!”
“ฮึ!ก็แค่รถมอเตอร์ไซค์ราคาถูก สิ่งที่ฉัน้าก็คือสมุนไพรที่เหลือของนายต่างหากล่ะบอกมา! ว่านายเอามันไปซ่อนไว้ที่ไหน!!”หลินอ้ายถงตะคอกถามเสียงดังทั้งยังส่งสัญญาณให้คนที่เหลือกระจายตัวออกค้นให้ทั่วทุกซอกทุกมุม
“เธอคิดว่าเธอรู้จักฉันดีสินะหลินอ้ายถงฮึ! เธอคิดผิดแล้วล่ะสิ่งที่เธอเห็นเป็เพียงภาพลักษณ์ที่ฉัน้าให้เธอเห็นเท่านั้น หึหึ”จางิพูดพลางก็ถอยร่นไปพลาง
หลินอ้ายถงที่มั่นใจว่าตัวเองรู้จักจางิดีก็ไม่หวั่นไหวกับคำพูดล่อหลอกเบี่ยงประเด็นของเขาเธอหันไปถามพี่ชายที่เดินเข้ามา “เจอไหมคะพี่ใหญ่”
“ไม่เจออะไรเลยอ้ายถงแต่เ้ารองกำลังหาทางเปิดห้องเก็บฟืนอยู่ ของน่าจะอยู่ที่นั่น”
จางิถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินที่หลินเหิงอี้พูดกับหลินอ้ายถงแบบนี้
หญิงสาวมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเขาซ่อนของสำคัญเอาไว้ที่นั่น
“พวกเราไปที่นั่นกันค่ะพี่ใหญ่พวกนายอีกสองคนก็ตามมาด้วยนะ เร็วเข้า!!”แล้วเธอก็รีบวิ่งออกไปจากห้องโถงทันที ลูกน้องที่เ้าหน้าที่หยางส่งมาให้คอยดูแลหลินอ้ายถงอีกสองคนก็รีบวิ่งตามไปที่โรงเก็บฟืนเช่นกัน
จางิเองก็รีบไม่ต่างกัน เขาไม่กลัวว่าจะถูกคนพวกนี้ฆ่าตายอีกต่อไปแล้ว
“แกจะไปไหน!!” ผู้ชายหน้าโหดก้าวออกมาขวางจางิเอาไว้ ในมือของเขายังถือมีดปลายแหลมคมกริบเพื่อข่มขู่อีกฝ่าย
จางิไหนเลยจะใส่ใจ เขาผลักชายหน้าโหดออกไปอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อยและนั่นก็ทำให้มือของเขาถูกมีดในมืออีกฝ่ายกรีดเข้าที่ฝ่ามือทั้งสองข้างจนเืไหลรินออกมา
“นะ นี่ แกคิดจะทำอะไร!!”ชายหน้าโหดแค่้าจะขู่คนไม่ได้คิดจะทำให้อีกฝ่ายเืตกยางออกแม้แต่นิดยามนี้เขาเริ่มลนลานกลัวว่าจะมีความผิดเพราะมีดกรีดเข้าฝ่ามือของจางิลึกมาก
“ถอยไป!!” คราวนี้จางิไม่ถูกขวางแล้ว เขาจึงรีบวิ่งออกไปที่โรงเก็บฟืนอย่างไม่คิดชีวิต