“อือ..”
รุ่นพี่สาวปี 4 โยนกระดาษแผ่นหนึ่งไปให้ กลวัชร หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า “ชล” ชายหนุ่มหน้าตาน่ารัก ผิวพรรณดีที่โดดเด่นเป็เอกลักษณ์ ด้วยความที่เขามาจากบ้านเกิดในเมืองเหนือ
ความอ่อนโยนและความสุภาพแบบคนท้องถิ่นติดตัวมาด้วย แต่เขาก็ปรับตัวได้ดีในเมืองกรุง
ตอนนี้ชลกำลังเรียนอยู่ปีสอง ด้วยความมุ่งมั่นที่หวังจะมีอนาคตที่สดใสและประสบความสำเร็จในชีวิต ขณะที่กระดาษถูกโยนลงมาตรงหน้า ชลก็ยิ้มรับเล็กๆ แต่ในใจเริ่มสงสัยว่าภายในนั้นจะมีข้อความอะไรซ่อนอยู่
“อะไรเหรอครับ?”
บูมเพื่อนรักของชล พวกเขาสนิทกันั้แ่ เข้าเรียนที่ เขาส่งเสียงถามด้วยความสงสัย
แม้ตัวเขาเองจะเป็คนแนะนำ และพาชลมาหางานกับรุ่นพี่สาวที่ดูเหมือนจะมีเส้นสายดีในวงการ แต่เื้ัของเธอคือเอเจนซี่ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน
รุ่นพี่คนนี้มีชื่อเสียงในแวดวงการจัดหาเด็กให้กับเสี่ยที่มีอิทธิพล บ้านของเธอทำธุรกิจโรงแรมบังหน้า แต่ความจริงแล้วกิจการหลักกลับเป็อาบอบนวด และการจัดหาเด็กให้กับผู้มีอำนาจ
ชลที่เข้ามาโดยไม่รู้เท่าทันเงื่อนงำเหล่านี้ เริ่มถูกดึงเข้าไปในวังวนของโลกที่เขาไม่เคยคิดว่าจะเข้ามาเกี่ยวข้อง
“กฎและค่าตัว ถ้ายอมรับได้ก็โทรไปหาพี่สาวฉันก่อน 4โมงเย็น”
“คะ..ครับ”
ชลยกมือสั่นเทาจับกระดาษ กวาดสายตามองรุ่นพี่สาว ด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะกลืนกินน้ำลายเหนียวลงคอ และรีบเดินออกไป ด้วยหัวใจที่เต้นสั่นระรัว
“ไอ้ชล..ไอ้ชลรอด้วย”
บูมรีบวิ่งตามหลังเพื่อนรักด้วยความเป็ห่วง ก่อนที่ชลจะทิ้งตัวนั่งลง โต๊ะหินอ่อนหน้าตึกคณะที่เขาเรียน แล้วร้องไห้ให้กับชีวิตที่ต้องเจอในเวลานี้ อย่างสุดแรงอดกลั้น
“ฮื้อ~..ฮื้อ..”
ชลนั่งร้องไห้ ด้วยความทุกข์ใจที่มีอยู่เต็มล้น ขณะที่บูมวิ่งตามมา เขาได้แต่ยืนมองเพื่อนรักที่สนิทกันมาสองปี ด้วยความเข้าใจ นี่เป็ครั้งแรกที่ชลร้องไห้ให้เขาเห็น
“ฮื้อ..ฮื้อ..เราต้องทำยังไงดีบูม ฮื้อ..”
ชลหันหน้ามองไปที่บูม เพื่อนรักที่ยืนนิ่งอยู่ห่างๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล แม้บูมจะไม่ได้พูดอะไร แต่ชลก็รับรู้ได้ถึงความเป็ห่วงจากสายตา
เขาจึงตัดสินใจถามออกไป ด้วยน้ำเสียงสั่น เพราะความสับสน ในขณะที่บูมรู้ดีว่าปัญหาที่ชลกำลังเผชิญ มันหนักหนาเกินกว่าที่เด็กวัย 20 ปีอย่างพวกเขาจะรับมือได้ง่ายๆ
ทั้งเื่การเงิน และการไปทำงานกับรุ่นพี่เอเจนซี่ งานที่ไม่คุ้นเคยและไม่เคยคิดที่จะทำมาก่อน ทุกอย่างดูเหมือนจะถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน บูมเองก็อยากจะช่วย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน
“ไม่เป็ไรนะแก..ค่อยๆ คิด..บางทีอาจมีทางอื่น”
บูมยกมือลูบไล้แผ่นหนังคนร้องไห้ แม้ใจอยากจะช่วย แต่ก็สุดปัญหา เพราะเหตุที่เพื่อนของเขาต้องตัดสินใจ มาหาหารุ่นพี่นายหน้าค้ากามในครั้งนี้
ก็เพราะครอบครัวของชล กำลังเผชิญกับความอยากลำบาก แม่เข้าโรงพยาบาลต้องผ่าตัดเส้นเืตีบ
ขณะที่พี่ชายก็ประสบปัญหา หลังจากเดินออกจากโรงพยาบาล ด้วยความอ่อนล้าที่เฝ้าดูอาการแม่ทั้งคืน จากเผลอหลับในในขณะขับรถ จนพุ่งชนคนได้รับาเ็
ส่วนน้องสาวคนเล็กก็ยังเรียนมัธยม ทำให้ชลไม่เงินเรียนต่อ เท่านั้นยังไม่พอ ยังต้องเร่งหาเงินด่วน เพื่อไปจ่ายค่ารักษาแม่
เพราะเงินที่พี่ชายเตรียมเอาไว้ก่อนหน้า กลับต้องไปจ่ายค่ารักษาให้กับคนที่พี่ชายขับรถชน ซ้ำร้ายยังต้องจ่ายค่าทำขวัญ จนพี่สะใภ้ต้องไปกู้ยืมเงินนอกระบบ เพราะไม่อยากให้พี่ชายโดนคดี
“ฮื้อ..”
ชลร้องไห้กอดกับบูมอยู่ครู่ใหญ่ จนความทุกข์ตกผลึก ถึงเวลาต้องหาทางออก มือที่จับกระดาษ ขยับยกขึ้นมา แล้วค่อยๆ อ่าน แม้ดวงตาจะพร่ามัวเพราะม่านน้ำตา
“เราขอดูหน่อยสิ” บูมรีบแย่งกระดาษในมือชล มาอ่านด้วยความอยากรู้
“ถ้าเจอเสี่ยเลี้ยงก็ดีสินะ..ปัญหาจะได้จบ”
“ถ้ามันโชคดีแบบนั้นก็ดีสิวะ!แต่กลัวว่าจะต้องนอนกับใครไปเรื่อยๆ”
ชลพูดด้วยเสียงสั่น น้ำเสียงของเขาสะท้อนถึงความทุกข์ และท้อแท้ที่สะสมอยู่ในใจ หัวใจของเขาเต้นแรงไม่เป็จังหวะ ความผิดหวังแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
“เราไม่คิดเลยว่าชีวิตจะต้องมาถึงจุดที่ต้องเลือกทำงานแบบนี้...”
ชลน้ำตาคลอเบ้า ความฝันและความหวัง ในวันที่เขาเดินทางจากบ้านเกิด มาไกลหลายร้อยกิโลเมตรยังชัดเจนอยู่ในใจ เขาเดินทางมาเพื่อการศึกษา หวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้น และเพื่อสร้างอนาคตที่สดใส
แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับดูเหมือนห่างไกลออกไป ยิ่งเขาพยายามดิ้นรน ทุกอย่างกลับยิ่งสับสน และไม่เป็ไปตามที่ฝัน เพราะเวลานี้ เขากำลังจะขายตัว เพื่อแลกกับเงินไปรักษาแม่ และส่งให้ตัวเองเรียนต่อให้จบอย่างที่ตั้งใจ
“มันอาจไม่แย่ขนาดนั้นก็ได้นะชล”
“แกดูไอ้เปรมเด็กสื่อสารสิ หน้าตาอย่างนั้นมันยังมีคนเลี้ยงเลย ไม่แน่นะ..เพื่อนเราอาจเจอเสี่ยติดใจ ส่งเสียในครั้งแรกก็ได้ ใครจะไปรู้”
บูมพยายามปลอบใจชล ด้วยการยกตัวอย่างเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัยที่เลือกเส้นทางนี้ บางคนมีคนอุปถัมภ์หรือที่เรียกกันติดปากว่า “เสี่ยเลี้ยง”
หรือ “คนเลี้ยง” ซึ่งมันเป็เื่ที่พบเห็นได้ทั่วไป ในกลุ่มนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเรียน
..........................................