เมื่อราชินิเซเลสเต้ได้หลอมรวมเข้ากับหนังสือคิงดูลสำเร็จ เธอแทบจะกลายเป็แม่มดที่ไม่มีใครทัดเทียมได้อีกต่อไป
ยิ่งพลังของเธอเพิ่มขึ้น ความปรารถนาอันดำมืดของเธอก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ภายใต้การปกครอง อาณาจักรที่เคยรุ่งเรืองได้จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งแห่งความสิ้นหวัง ความกระหายในอำนาจและการครอบครองที่ไม่รู้จักพอได้กลายเป็ต้นเหตุของเื่ราวอันเลวร้ายทั้งหมด ส่งผลต่อหลายๆ ด้านของอาณาจักรอย่างชัดเจน
ด้วยความฉลาดของราชินีเซเลสเต้ เธอไม่้าให้มีการรวมตัวของประชาชน เธอได้สร้างความหวาดระแวงและความกลัวด้วยการสร้างตำรวจนอกเครื่องแบบและประกาศสู่สาธารณะ เมื่อความกังวลและหวาดระแวงเริ่มแพร่หลาย ทุกคนต่างกลัวว่าจะถูกรายงานในข้อหาประทุษร้ายต่อเชื้อพระวงศ์ มิตรภาพสลายไปภายใต้ระบอบการปกครองของเธอ
ภายใต้ส่วนลึกของปราสาท ซ่อนตัวจากสายตาที่ชอบสอดรู้สอดเห็น มีห้องทรมานเฉพาะภายในคุก -- สถานที่อันน่ากลัวและเสียงร้องอันเ็ปของผู้ถูกทรมานสะท้อนดังกึกก้อง ห้องนี้ตรงกันข้ามกับความสงบสุขและความรื่นรมย์้าอย่างสิ้นเชิง ที่แห่งนี้ประกอบด้วยกำแพงหินขรุขระเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสกปรกและขี้เถ้า โซ่ห้อยลงมาจากเพดาน ข้อต่อที่เป็สนิมของพวกมันส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเมื่อแกว่งไปมาในอากาศ คบไฟกะพริบฉายเงาอันน่าขนลุกไปทั่วพื้นที่
สถานที่ดั่งนรกแห่งนี้ ทหารผู้ภักดีของราชินีจำนวนมากกำลังทำตามคำสั่งของเธอ
เมื่อหลายวันก่อนเธอพึ่งจับกลุ่มฏจำนวนมากได้ และตอนนี้กำลังใช้วิธีการอันแสนโหดร้าย เพื่อทำให้พวกฏเ็ปทุกข์ทรมานถึงที่สุดทั้งกายและใจ นักโทษจะถูกถอนฟันทุกซี่ จับทรมานเรียงคิวและอัดจนสะบักสะบอมฟกช้ำดำเขียว นอนฟุบอยู่กับพื้น ร่างกายของพวกเขาแต่ละคนมีร่องรอยของการทรมาน
ใบหน้าของพวกเขาซึ่งเคยเต็มไปด้วยความหวังและความมีชีวิตชีวา ตอนนี้กลายเป็ร่างกายที่มีแต่ความเ็ป าแลึกทำให้หลายคนเสียเลือดแต่ไม่ถึงกับชีวิต ราชินีทรมานพวกเขาอย่างช้าๆ เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาจะได้รับบทเรียนจนถึงที่สุด
ร่างกายมีรอยแดง ซึ่งเป็ข้อพิสูจน์ถึงการเฆี่ยนตีอยู่ทุกวัน รอยสีม่วงเข้มเป็จุดๆ ทั่วลำตัวและร่างกายที่เกิดจากการถูกชกและเครื่องมือประเภททุบที่เคยฟาดลงมา แขนขาสั่นด้วยความอ่อนล้าซึ่งพยายามรับน้ำหนักของโซ่ตรวนที่กำลังพันธนาการ
จนกระทั่งในที่สุดเมื่อความอ่อนล้าและความเ็ปทั้งกายใจถึงขีดสุด ความหวังที่ทำให้พวกเขาอดทนต่อสิ่งเหล่านี้ก็ได้พ่นออกมา " ฉันจะบอก -- ฉันจะบอกทุกอย่าง " เสียงของเขาราวเสียงกระซิบ ผู้ลงทัณฑ์ทรมานรีบมาพาเขาไปยังอีกสถานที่
" สถานที่ตั้งพวกฏอยู่ไหน " คนของราชินีถามด้วยเสียงที่ไร้ความปราณี
" สถานที่ตั้งฏถูกเก็บเป็นความลับ ฉันเองก็ไม่รู้ " น้ำเสียงของเขาสั่นคลอน " แต่ฉันรู้ว่าใครรู้ -- เขาชื่อ ออก้า ออเทก้า เชฟร้านแมคแอนด์ชีส เขาอยู่ที่เมืองเขตชายแดนระหว่างอาณาจักรซิลเวอร์เมาท์กับอาณาจักรอมรา "
จิติญญาของเขาแตกสลายจากการถูกทรมาน คำพูดของเขาอิดโรยและเหนื่อยล้า
คนของราชินีจับเขาออกมาและปล่อยให้พัก และรีบขึ้นไปรายงานความคืบหน้าแก่ราชินีเซเลสเต้
ในลานกลางแจ้งของปราสาท ราชินีกำลังฝึกการใช้ดาบกับทหารที่มีฝีมือ เธอมองว่าการที่เธอชำนาญด้านการใช้พลังเวทย์ ไม่ได้แปลว่าเธอจะสามารถจัดการทุกคนด้วยพลังเวทย์ อาจจะมีกรณีต้องสู้ระยะประชิด ดังนั้นเธอจึงฝึกการใช้ดาบเอาไว้
ระหว่างการฝึก ทหารผู้หนึ่งซึ่งสวมชุดเกราะมีตรามงกุฏเดินเข้ามาและคุกเข่า
ราชินีเซเลสเต้สังเกตเห็นจึงหยุดการฝึกและซับเหงื่อด้วยผ้าสีขาว
" มีอะไร "
" ฝ่าา ข้าขอแจ้งข่าวสำคัญยิ่งต่อพระองค์ -- ฏยังคงยืนยันว่าไม่รู้ที่ตั้ง แต่พวกมันสารภาพว่าเชฟออก้า จากร้านแมคแอนด์ชีสรู้ที่อยู่ของพวกฏ และเราตรวจสอบแล้วว่าทั้งร้านและเชฟมีตัวตนอยู่จริง เขาไม่ได้โกหก"
การจ้องมองของราชินีรุนแรงมากขึ้น เธอจะไม่ใส่ใจพวกฏมากเท่าไหร่หากพ่อมดแม่มดไม่ได้ไปอาศัยอยู่กับพวกนั้น รอยยิ้มของเธอเผยขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น
(เซเลสเต้) ในที่สุด พลังของพวกมันก็ต้องเป็ของฉัน
" ทำได้ดีมาก " เธอเริ่มใช้มนต์อันยิ่งใหญ่ของเธอซึ่งรวมเข้ากับหนังสือคิงดูลเรียบร้อยแล้ว ใช้คาถาโบราณที่ส่งเสียงดังก้องไปทั่วอากาศ เมฆและท้องฟ้าดูเหมือนจะตอบสนอง ราวกับสั่นะเืด้วยอำนาจที่ทรงพลัง
วงกลมสีม่วงพร้อมด้วยอักษรโบราณได้เกิดขึ้นพร้อมกัน 10 วงลอยเหลือพื้น 10 เิเ สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีตัวตนบนโลกนี้ได้ออกมาจากมัน 10 ตัว ร่างกายเหมือนมนุษย์แต่ตัวใหญ่สูง 3 เมตร หัวโล้นคอสั้น ตาเหมือนรอยเฉือนของมีดขนาดใหญ่ ทั้งตัวมีสีม่วงโทนดำทั้งตัว ดวงตาที่เร่าร้อนและร่างกายที่กำยำ พวกมันเปล่งออร่าและความแข็งแกร่งที่ไม่มีใครเทียบได้
" เอาล่ะ -- พาเ้าพวกนี้ไป ข้าให้อำนาจเ้าในการตามจับออก้าและพาเขามาที่นี่ ที่เหลือฆ่าให้หมด -- แต่ต้องระวังอย่าใช้มันภายใต้แสงอาทิตย์เด็ดขาด "
ทหารรับใช้ตอบสนองต่อคำสั่งด้วยการก้มหัว สิ่งมีชีวิตคำรามกึกก้องไปทั่วลาน กระตือรือร้นที่จะทำตามคำสั่งของเธอให้สำเร็จ
" อสูรพรายดำของข้า ตามหาผู้ก่อการฏทุกคน จัดการคนที่ต่อต้าน อย่าให้ใครหนีไปได้
ปลดปล่อยโทสะจนกว่าพวกมันจะเหลือแต่ขี้เถ้า "
ด้วยการโบกมือครั้งสุดท้าย อสูรพรายดำได้มุดเข้าไปในเงาของนายทหารคนนั้น ทหารยืนขึ้นด้วยความกลัว ทั้งคนรับใช้และข้าราชบริพารทุกคนต่างมีสีหน้าผสมด้วยความกลัวและหมดกำลังใจที่จะต่อต้านเธอ
เมื่อนายทหารเดินออกไปอย่างเก้ๆ กังๆ เซเลสเต้เริ่มพึมพำกับตัวเองในใจและหยิบดาบขึ้นมา
(เซเลสเต้) พวกฏไร้สาระ พวกแกมันไม่มีอนาคตแต่แรกแล้ว
(เซเลสเต้) จะต้องไม่มีใครสามารถต่อต้านฉันและรอดไปได้ บทสรุปของเื่บ้าๆ นี้ใกล้เข้ามาแล้ว
ความคิดของราชินีลอยไปในอากาศ ทหารที่ฝึกกับเธอััได้
มันเป็การเตือนถึงหายนะที่ใกล้เข้ามาซึ่งรอพวกฏอยู่ มนต์ดำจากหนังสือคิงดูลไม่ใช่มีแค่นี้ สิ่งมีชีวิตประหลาดอันน่าเกรงขามที่ออกมาจากวงเวทย์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพลังที่น่าสะพรึง
เหล่าทหารที่จงรักต่อราชินีอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น เมื่อรู้ว่าความตายและความกลัวกำลังถูกปลดปล่อยใส่พวกฏ
เมื่อใดที่ดวงตาของราชินีจับจ้องไปที่พวกฏเมื่อใด ความพินาศจะกลายเป็สิ่งที่พวกเขาไม่อาจเลี่ยง
====
ใน่เย็นแก่ๆ
ฏกลุ่มหนึ่งกำลังเดินทางผ่านเมือง เสียงฝีเท้าม้าอันอ่อนล้าได้พาพวกเขามาถึงจัตุรัสของเมืองที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนและร้านค้าจำนวนมาก ในบรรดาร้านค้าต่างๆ มีร้านหนึ่งที่พวกเขารู้จักดี " แมคแอนด์ชีส " สถานที่ที่รู้กันดีในกลุ่มฏว่ายินดีทำอาหารให้แก่กลุ่มฏที่เดินทางผ่าน
กลุ่มฏเอาม้าไปไว้ในคอกของร้าน ให้อาหารและน้ำเป็ที่เรียบร้อยและเดินเข้าไปด้านใน สายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่เจ้าของร้าน เชฟออก้ากำลังดูการทำงานของคนในร้าน
ชายที่เป็หัวหน้าของฏกลุ่มนี้คือ เอ็นชานเทีย ลินกอ ชายวัย 40 ปี หัวหน้าฏกลุ่ม 8 เขาเข้าไปกล่าวกับออก้า ในขณะที่คนอื่นไปหาโต๊ะว่างๆ เพื่อนั่ง
" สวัดดีออก้า ไม่ได้เจอกันนาน พวกเราคือกลุ่มพังพอนที่ 8 "
" อา " เสียงของออก้าอุทาน " คุณคงเป็หัวหน้ากลุ่ม ยินดีต้อนรับ -- เป็ไงมาไงล่ะนี่ "
" บังเอิญเดินทางผ่านก็เลยแวะพัก เรากำลังมุ่งหน้าไปเขต9 -- ไม่ได้กินของดีๆ มานานแล้ว ช่วยจัดชุดใหญ่ให้หน่อยได้ไหม "
" โอ้ แน่นอน -- ให้ทุกคนสั่งเมนูได้เลย ทุกอย่างฟรี "
เอ็นชานเทียรู้สึกขอบคุณที่มีพันธมิตรอันแข็งแกร่งและคอยสนับสนุนเื่เสบียงอย่างออก้า ทำให้พวกเขาไม่ต้องลำบากเรื่องการหาอาหารมากนัก
" ระหว่างที่รอ--มีอะไรเพิ่มเติมบ้างไหม " ออก้าทำเสียงกระซิบ พวกเขากำลังยืนคุยกันที่ผนังด้านหนึ่ง
" มีอยู่ -- ฉันได้ยินว่างูกำลังสั่งอาวุธจากอีกฝากของทะเล ศัตรูของเรากำลังเพิ่มกำลังรบทางการทหาร " เอ็นชานเทียพูดด้วยสีหน้าบูดบึ้ง เขาโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงของเขาแ่เบาแต่เต็มไปด้วยความกังวล " ไม่รู้ว่ากลุ่ม 5 ของเราจะจัดการมันได้ไหม ศัตรูของเรามีกำลังค่อนข้างเยอะ ทางฉันเองก็ตึงมือเหมือนกัน "
ดวงตาของออก้าสะท้อนถึงความรับผิดชอบในส่วนของตัวเองที่มีเหมือนกัน " ฉันเข้าใจ ทุกคนต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด -- จริงสิ ฉันเจอเด็กคนหนึ่ง เขาอาจเป็คนที่มายืนแทนฉันในฝูงพังพอนเข้าสักวัน "
ดวงตาของเอ็นชานเทียเบิกกว้าง การผสมผสานระหว่างความประหลาดใจและความหวังทำให้เขาดูกระตือรือร้นที่จะรู้เพิ่มเติม
" ใครกันที่จะมายืนแทนคุณ คุณทำอาหารเก่งที่สุดในฝูงและสนับสนุนด้านเสบียงอย่างยอดเยี่ยมเหมือนคาลอส แอนเดอร์สัน "
" เด็กคนนั้นคือลูกของคาลอส เขามีฝีมือการทำอาหารที่หาตัวจับยาก ฉันบอกเลย เขาเก่งพอๆ กับฉันในตอนนี้ -- การทำอาหารที่ทำให้คนกินเหมือนไปอยู่อีกโลก มันกระตุ้นอารมณ์อย่างเหลือเชื่อ อย่างกับว่า์กำหนดให้เขากลายเป็ผู้มีชื่อเสียงด้านการทำอาหารในอนาคต
ถ้าเขาได้เจอกับพ่อมดขาวและได้รับส่วนผสมพิเศษ ศิลปะการทำอาหารของเขาคงแซงหน้าฉันไปไกล "
เอ็นชานเทียพยักหน้า ความไม่เชื่อแสดงออกผ่านดวงตาของเขาขณะที่เขาสบสายตาที่แน่วแน่ของออก้าที่มั่นใจว่าทุกอย่างจะเป็อย่างที่เขาคิด
" ผมเองก็หวังให้เป็แบบนั้น เอาล่ะ ผมไปหาอะไรทานก่อนนะ "
ความตั้งใจของออก้ามั่นคงขึ้นทุกวันที่นึกถึงเกรย์ แอนเดอร์สัน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ขณะที่ทั้งพูดคุยกันเสร็จไม่นาน บรรยากาศของการพบเจอกันระหว่างพันธมิตรก็ถูกทำลายโดยทหารของราชินีในชุดเครื่องแบบเต็มยศ เสียงรองเท้าบู๊ตขัดเงาของเขาดังกึกก้อง สีหน้าเขาดูเคร่งขรึมและดูจองหอง
" คุณคือเชฟออก้า ใช่ไหม "
ออก้าตกตะลึง พยายามรักษาความสงบให้คงอยู่บนใบหน้า เขาแลกเปลี่ยนสายตากับเอ็นชานเทียอย่างรวดเร็ว โดยพวกเขารู้กันว่าเวลานี้ต้องสงบสติอารมณ์และร่างกายให้มากที่สุด
" ใช่ คุณมีอะไรรึเปล่าครับ "
" ฉันคือทหารของราชินีชื่อเรย์โนลด์ " หลังจากแนะนำตัวเขาก็ก้มตัวลงไปพูดด้วยเสียงกระซิบข้างหูออก้า เขาทำแบบนี้เพื่อรักษาบรรยากาศในร้าน " เราได้ยินว่าคุณคือสมาชิกของกลุ่มฏ "
หัวใจของออก้าเต้นรัว สมองของเขาเริ่มเดินเครื่องอย่างรวดเร็วเพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่ซับซ้อน
เขารู้ว่าราชินีเป็คนเช่นไร การคาดการณ์ของราชินีไม่เคยผิดพลาด เพราะแม้ต่อให้เธอจับตัวผิด เธอก็จะบังคับให้คนเหล่านั้นสารภาพตามที่เธอ้าอยู่ดี
แต่ครั้งนี้ดูเหมือนการคาดการณ์ของราชินีจะแม่นยำ ความซวยมาลงที่เขา
สิ่งที่เขาต้องทำคือต้องหลุดจากสถานการณ์นี้ให้ได้ หากถูกจับตัวไปเขาคงไม่รอดแน่
" อาา " เขาถอนหายใจ " คุณเรย์โนลด์ ฉันว่าคุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันเป็แค่เชฟ -- เชฟเป็มิตรกับทุกคน ฉันทำอาหารและอยู่ภายใต้กฏหมาย คำกล่าวหาเ่าั้ไม่เป็นความจริง "
" อ่า แต่ฉันมีแหล่งข้อมูลจากที่หนึ่ง เขาบอกว่าคุณคือหนึ่งในพวกฏ -- ดูเหมือนพวกพ้องของคุณจะรักคุณน่าดูเลยนะ "
ออก้าพยายามรักษาความสงบ และเบี่ยงเบนความสนใจไปจากตัวเอง
" คุณเรย์โนลด์ ผมว่าคุณต้องหาหลักฐานมาให้ได้ก่อนนะ จนกว่าจะถึงเวลานั้น อย่าพึ่งด่วนสรุปเพียงคำพูดของคนๆ หนึ่ง "
เรย์โนลด์ยิ้มเยาะ ก้มหน้าและหัวเราะพลางส่ายหัว เขามีความไม่สบายใจเกิดขึ้น น้ำเสียงของเขาแ่เบา
" หลักฐานเราจะหาหลังจากที่คุณกลับไปกับเรา หากว่าคุณบริสุทธิ์จริงแล้วยังต้องเกรงกลัวอะไรอีกล่ะ -- ประสงค์ของราชินีคือกฏหมาย และความยุติธรรมไม่มีสำหรับพวกฏเช่นคุณ "
เอ็นชานเทียตระหนักถึงสถานการณ์ที่อึมครึมระหว่างการสนทนาของทหารกับออก้า เขาไม่ได้ยินว่าทั้งสองคุยอะไรกัน แต่มันต้องไม่ใช่เื่ดีแน่
เขากำลังจะลุกมาช่วยอธิบาย แต่ออก้าให้สัญญาณว่าไม่
" ถ้าคุณจับผมไปโดยไม่มีเหตุผล มันอาจทำให้เกิดความขัดแย้งมากกว่าเดิม -- คุณไม่คิดแบบนั้นเหรอ "
เรย์โนลด์ไม่พูดใดๆ เขาเดินไปที่ประตูและะโว่า " รอเดี๋ยว " กับเหล่าทหารจำนวนมากที่รออยู่ด้านนอก เหตุการณ์นี้สร้างบรรยากาศที่ไม่สบายใจกับกลุ่มของเอ็นชานเทียเป็อย่างมาก
เขาเดินมาหาออก้าอีกครั้ง ทำเอาหัวใจของเขาจมดิ่งลงโดยรู้ตัวว่าตนไม่รอดแน่ เหล่าทหารเหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยความภักดีต่อราชินี คำสั่งอาจเป็ให้พาเขาไป แม้เขาจะให้เหตุผลใดๆ มันคงไร้ซึ่งประโยชน์
ทางที่ดีเขาควรออกไปก่อนที่พวกทหารจะรู้ว่าในร้านมีฏหลายสิบคนและพาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ลำบาก
ดวงตาของออก้าแข็งกร้าวด้วยความมุ่งมั่น
" ได้ๆ ฉันจะไปกับพวกคุณ แต่ฉันขอไปจัดการงานก่อนได้ไหม "
" ตามสะดวก " เรย์โนลด์อนุญาต เขายืนรอตรงนั้น เอามือทั้งสองข้างกุมไว้ที่ด้านหน้าและกวาดสายตามองรอบๆ
เขาจำได้ดี ราชินีเคยบอกวิธีสังเกตระหว่างฏกับคนธรรมดาทั่วไป
ฏจะพกดาบและอาวุธ พวกเขาต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลาสำหรับการต่อสู้
เรย์โนลด์มองรอบๆ ไม่เห็นใครเลยที่พกดาบหรืออาวุธอันตราย ถือเป็ความโชคดีของกลุ่มเอ็นชานเทีย เพราะหลังจากที่พ่อมดและแม่มดหนีมาจากราชินีได้สำเร็จ พวกเขาได้เข้าร่วมกับกลุ่มฏ
พ่อมดน้ำเงิน ผู้เห็นอนาคตได้บอกกับกลุ่มฏว่าในอนาคตจะมีการแบ่งแยกระหว่างฏกับคนทั่วไปด้วยการพกอาวุธ แม้แต่ขวานก็ไม่เว้น ทำให้กลุ่มของเอ็นชานเทียเก็บซ่อนดาบไว้ในที่หนึ่งก่อนจะเดินทางเข้าเมือง
หลังจากที่ออก้าเดินเข้าไปในครัว เขาเขียนจดหมายและฝากให้พนักงานเอาไปส่งที่โต๊ะของหัวหน้ากลุ่มฏ
เอ็นชานเทียอ่านและเข้าใจสถานการณ์ เขาพยักหน้าให้ลูกน้อง เป็อันรู้กันดีว่าถึงเวลาไปแล้ว จากนั้นก็เริ่มออกเดินทางไปดักโจมตีพวกเรย์โนลด์เพื่อชิงตัวออก้า
แผนการคือการโจมตีใน่หัวค่ำ เพื่อความได้เปรียบด้านพื้นที่
เมื่อออก้าออกเดินทางกับกลุ่มของเรย์โนลด์ พร้อมด้วยทหารกว่าสิบนาย พวกเขาถูกซุ่มโจมตีทีเผลอระหว่างเดินทางผ่านูเา
โดยกลุ่มของเอ็นชานเทียแกล้งเป็นขบวนสินค้าเล็กๆ เดินสวนทางกัน และโจมตีทีเผลอ
เกิดการต่อสู้กันชุลมุน กลุ่มของทหารราชินีเสียหายหนักเพราะเสียเปรียบเื่จำนวน
ขณะที่เหตุการณ์เริ่มสิ้นหวัง เสียงของเรย์โนลด์สั่นคลอนด้วยความหงุดหงิด
" พวกแกกำลังดูิ่ราชวงศ์! ฉันเรย์โนลด์ ขออุทิศชีวิตเพื่อปกป้องราชินี! "
เรย์โนลด์ยินดีสู้จนตัวตาย ไม่นานต่อมา อสูรพรายดำสิบตนก็ได้ออกมาจากเงาของเขา เริ่มอาละวาดและฆ่าศัตรูทุกคนเว้นทหารและตัวออก้า
ในชั่ววินาทีนั้นออก้ารู้สึกเหมือนตนเองฝันไป อสูรพรายดำเป็สิ่งมีชีวิตประหลาดเหมือนฝันร้าย พวกมันกัดกิน ทุบตีพวกฏราวกับของเล่น
อาวุธใดๆ ไร้ซึ่งประโยชน์ทันที ไม่ว่าคมดาบหรือธนูก็ยิงมันไม่เข้า
ชั่วพริบตา การต่อสู้ก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ พวกเอ็นชานเทียไม่อาจตอบโต้ อสูรพรายดำชนะขาดลอยและไร้ซึ่งาแใดๆ
ด้วยการจัดการที่รวดเร็วและทรงพลัง พวกฏถูกจัดการอย่างรวดเร็ว
เอ็นชานเทียซึ่งเต็มไปด้วยความโกรธและความสิ้นหวังทำได้เพียงเฝ้าดูสหายของเขาถูกฆ่าคนแล้วคนเล่า
ภาพเบื้องหน้าแสดงให้เห็นถึงความอยุติธรรมที่ได้รับพลังและอำนาจ แต่ความเป็ธรรมกลับถูกกดขี่ข่มเหงและรังแก
เอ็นชานเทียสู้กับอสูรพรายดำอย่างสิ้นหวังและตายในการต่อสู้อย่างไร้หนทางชนะ สหายฏที่แฝงตัวอยู่กับออก้าที่ร้าน ไม่ลืมที่จะส่งข่าวการตายของเอ็นชานเทีย หัวหน้ากลุ่ม 8 และการถูกลักพาตัวไปของออก้าสู่กำมือของราชินี