“เ้าว่าไงนะ”
“มันมีอีกอันนึง คุณเอาบัญชีมาไม่ครบ”
“มีแค่นี้ ข้าและองครักษ์ค้นจนทั่วแล้ว”
“ไม่ใช่ สามม้วนนี้ถ้าแค่ดูเผิน ๆ ก็นึกว่าบัญชีนี้ปกติดี ไม่มีพิรุธอะไร แต่คุณดูตรงนี้นะ”
เฉินฟางเหนียงใช้ปลายพู่กันที่มีรอยฟันแทะ ชี้ไปที่แต่ละจุดในบัญชีทั้งสามม้วน
“ตรงนี้แหละที่บอกว่ามีบัญชีอีกม้วนนึง และถ้าฉันเดาไม่ผิด ซึ่งก็ไม่เคยผิดพลาด บัญชีนั้นไม่ธรรมดา หลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวคนโกงได้ อยู่ในบัญชีม้วนนั้น”
“บัญชีลับงั้นรึ?”
“จะเรียกแบบนั้นก็ได้นะ ตามประสบการณ์ของฉัน บัญชีพวกนี้ถ้าไม่เก็บไว้กับตัว ก็มักจะเอาไปฝากตู้เซฟธนาคาร”
“ตู้อะไรนะ?”
“เอ่อ ก็เหมือนตู้ลับอะไรแบบนี้”
“ตู้ลับ?”
เฉินฟางเหนียงเดินไปหยิบห่อผ้า ที่เธอซ่อนกระเป๋าสะพายใบใหญ่เอาไว้ แล้วค้นเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ก่อนจะกดเปิดเครื่องแล้วถ่ายรูปบัญชีทั้งสามม้วนเก็บไว้ ชายหนุ่มที่กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก็สะดุดกับการกระทำแปลกประหลาดของหญิงสาว
“นั่นเ้าทำอะไร?”
“ก็ถ่ายรูปไว้น่ะสิ”
“ถ่ายรูป?”
เอาอีกแล้ว เธอขี้คร้านจะต้องมาอธิบายให้เขาฟังว่าอะไรเป็อะไร จึงตอบไปง่าย ๆ แค่ว่า
“ก็เหมือนวาดรูปเก็บไว้นั่นแหละ”
นับวันนางก็ยิ่งทำให้เขาประหลาดใจ พลันคิดไปเองว่าเผ่าของนางนอกจากจะมีวิชายุทธที่ร้ายกาจแล้ว ยังมีอาวุธวิเศษมากมาย หรือแท้จริงแล้วนางอาจเป็ปีศาจแปลงกายมา เมื่อค่ำเขาจึงได้ถูกวิชามารล่อลวงเอาได้
เฉินฟางเหนียงที่กดปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ไว้ใช้ในยามจำเป็ จับสังเกตว่าเขากำลังจับจ้องเธอไม่วางตา ราวกับกำลังจะจับผิดอะไรเธออีก
“ฉันไม่ใช่ภูตผีปีศาจที่เสกวิชามารอะไรหรอก ของพวกนี้มันก็เป็เพราะวิทยาการที่มันล้ำหน้าไปเรื่อย ๆ นั่นแหละ”
“วิทยาการ?”
เธอเกาหัวแกรก ๆ ทำไมยิ่งอธิบายก็ยิ่งงานเข้าขึ้นเรื่อย ๆ
“เอางี้ ่นี้มีเครื่องมืออะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นบ้างไหมล่ะ”
“เครื่องยิงหิน หอรบยิงธนู”
“เอ้อ...ก็ประมาณนั้นแหละ...เอ้านี่”
เธอตัดบทด้วยการส่งคืนม้วนบัญชีให้เขา ซึ่งก็ส่งต่อให้องครักษ์ที่สวมชุดดำหน้าห้องทันที
“เื่บัญชีลับไว้ค่อยหาทางกันใหม่ คืนนี้เ้าก็พักผ่อนเสีย วันพรุ่งนี้ในฐานะพระชายา คงมีเื่จุกจิกของพวกสตรีอีกมาก เ้าก็อย่าเผยพิรุธ พูดจาพิลึกพิลั่นเข้าล่ะ”
“ตาค้างขนาดนี้ใครจะไปหลับลง คุณนอนไปก่อนเถอะ ฉันขอคิดอะไร ๆ ต่ออีกหน่อย”
เตี๋ยเฟิงที่เหนียวตัวจากการออกไปเสี่ยงอันตรายในคืนอบอ้าว จึงเดินเข้าไปหลังม่านบังตา ก่อนจะถอดชุดดำแล้วลงไปแช่น้ำในอ่างเดียวกันกับที่เฉินฟางเหนียงลงไปก่อนหน้านี้
เหมือนโดนเอาคืน เมื่อเสียงน้ำกระฉอกจากหลังม่าน พาให้หญิงสาวใจเต้นโครมคราม ภาพเนื้อตัวเคลื่อนไหวอยู่หลังฉาก ที่แม้จะมองเห็นไม่ชัด แต่ก็ยิ่งทำให้จินตนาการโลดแล่น
ภาพอกแกร่งที่เธอเคยซุกไซ้ในเช้าวันนั้น และััอุ่นนุ่มแสนวาบหวามในความฝัน ทำให้ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา
‘บ้าจริง เฉินฟางเหนียง หยุดเดี๋ยวนี้นะ หยุดเดี๋ยวนี้ ‘เสี่ยวจ้าน’ ‘หวังอี้ป๋อ’ ‘เติ้งหลุน’ ‘หยางหยาง’ ช่วยฉันด้วย’
หญิงสาวรีบโดดไปนอนคลุมโปงบนเตียง สองมือยกขึ้นมาอุดหูกั้นเสียงที่ชวนให้จินตนาการไว้แน่น ปากก็ท่องชื่อนักแสดงหนุ่มชื่อดังทั้งหลาย หวังจะดึงความสนใจไปจากชายหนุ่มที่เปลือยกายอยู่ในอ่างน้ำหลังม่านบังตา
หลังจากสะกดจิตตัวเองด้วยรายชื่อดาาายชื่อดังทั้งเอเซีย ไม่นานเฉินฟางเหนียงก็ผล็อยหลับไป เตี๋ยเฟิงที่อาบน้ำเสร็จแล้ว มองก้อนขยุกขยุยที่ตีโป่งอยู่บนเตียง
‘หึ...นี่หรือ คนตาค้าง’
เขาลังเลอยู่พักใหญ่ว่าจะนอนตรงไหนดี จะนอนบนพื้นก็กลัวจะผิดสังเกตหากมีเหตุให้ใครเข้ามาเห็น จะนอนบนเตียงเคียงนางก็ให้นึกหวั่น ไม่รู้กลัวอะไรมากกว่ากัน ระหว่างหญิงที่เขามองว่าน่าอันตราย หรือใจตัวเองที่่นี้คอยจะเต้นรัวอยู่เรื่อย
ที่สุดก็ค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนหันหลังให้ พลางกอดอกไว้แน่น ราวกับท่านอนนั้นจะช่วยให้เขาบังคับและสั่งการร่างกายและจิตใจตัวเองไว้ได้
สายฝนที่โปรยลงมาปลายยามอิ๋น* คลายอากาศร้อนอบอ้าวให้กลายเป็หนาวเยือกขึ้นมา ผ้าห่มผืนเดียวบนเตียงที่เฉินฟางเหนียงเคยใช้คลุมโปง ร่วงหล่นลงมาที่ข้างเตียง
ร่างกายที่ััถึงความหนาวของคนทั้งสองต่างก็เรียกร้องหาความอบอุ่นจึงขยับเข้าหากันละกัน พลิกกันไปมาไม่นานจากที่นอนกันคนละฟากฝั่ง ก็กลับกลายมากอดกันกลมอยู่กลางเตียง
………………………………………
เช้าฝนพรำแบบนี้ ถ้าเป็วันหยุดเฉินฟางเหนียงจะปรนเปรอตัวเองด้วยการนอนตื่นสาย เพราะการได้นอนกอดหมอนข้างอุ่น ๆ ในวันฝนพรำคือความสุขอีกอย่างในชีวิตนอกเหนือจากการดูซีรี่ส์ยันเช้า
อ้อมแขนกระชับหมอนข้างใบใหญ่ไว้แน่น สองแก้มก็ซุกไซ้หาความอุ่นใต้หมอนแข็ง ๆ นั้น
‘แข็ง?’
เฉินฟางเหนียงลืมตาขึ้นมาก็พบว่าเธอเผลอกอดเขาอีกแล้ว แม้จะเขินอาย แต่ความอุ่นในอ้อมกอดนี้กลับยั้งมือเธอเอาไว้ไม่ให้ผลักอกแกร่งนั้นออกไป ตรงกันข้ามเธอกลับหยุดปลายนิ้วไม่ให้ซุกซนลูบไล้อกแน่นนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้
ทันใดมือแกร่งนั้นก็คว้ามือเธอไว้แน่น เมื่อเงยหน้าขึ้นไปก็สบสายตาคมเข้มที่จ้องลึกเข้ามา สองกายที่ยังกอดรัดไม่ขยับเขยื้อน ราวกับถูกสะกดไว้เมื่อสายตาประสานเชื่อม
มีเพียงเสียงหัวใจเต้นระรัว และอกที่กระเพื่อมขึ้นลงของคนทั้งคู่
-------------------------------
ยามอิ๋น (寅:yín) คือ 03.00 – 04.59 น.