ตอนที่ 21 การตื่นขึ้นของพลัง
ผ่านไปสามวันนอกจากเวลาในการทานอาหารหลินเฟยก็จะขลุกอยู่กับจิวหลินฝึกซ้อมกระบวนท่าวิชาสวาทอย่างต่อเนื่องในระหว่างนี้ข่าวของหลินเฟยที่ผู้าุโสองซุนม่อหลงรับเขาเป็ศิษย์หลักก็กระจายออกไปทั่วทั้งสำนักโลหิตั
สร้างความตื่นตะลึงแก่ผู้ที่ได้รับฟังเป็อย่างมากด้วยผู้าุโสองนั้นหลังจากเซียงอี้เหยียนแล้วก็ไม่รับศิษย์หลักคนใดเพิ่มอีกเลยจึงเป็เื่ที่แปลกมากที่อยู่ๆจะรับศิษย์สายนอกธรรมดาๆคนหนึ่งเข้าเป็ศิษย์หลัก
“คุณชายเ้าคะ ผู้าุโส่งคนมารับคุณชายเ้าคะ" จิวหลินเดินเข้ามาในห้องกล่าวกับหลินเฟยด้วยท่าทีเอียงอายผิวพรรณขาวผ่องของนางดูเปล่งปลั่งมากขึ้นกว่าเดิมมาก
นางพบว่าแม้เขาจะมีอะไรกับนางไปแล้วแต่เขาก็ยังไม่ได้ดูเบื่อนางเลยแม้แต่น้อย กลับมองนางด้วยสายตาที่อบอุ่นอ่อนโยนมากขึ้นเสียด้วยซ้ำ
ทำให้จิตใจของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกปิติยินดีข้ารับใช้ที่แสนจะต่ำต้อยอย่างนางกลับถูกปฏิบัติด้วยความอบอุ่นอ่อนโยน เพียงเท่านี้ก็ทำให้นางยอมพลีทั้งกายและใจให้กับหลินเฟยด้วยใจจริงแล้ว
“อา เข้าใจแล้ว”
หลินเฟยดึงจิวหลินมากอดพร้อมกับหยอกล้อกับนางอีกเล็กน้อยก่อนจะออกจากตำหนักไปกับหน่วยชุดดำที่ถูกส่งมาจากผู้าุโสอง หลินเฟยจดจำเส้นทางต่างๆที่เดินผ่านไว้อย่างรวดเร็วคงไม่ดีนักถ้าจะต้องให้อาจารย์ส่งคนมาคอยรับส่งเขาตลอดแบบนี้
“คารวะท่านอาจารย์”
หลินเฟยทำความเคารพอาจารย์ของเขาทันทีที่มาถึงตำหนักยาหลัก
ตลอดทางมีศิษย์จำนวนไม่น้อยที่มองเขามาด้วยสาตาชื่นชมการที่เขาได้เป็ศิษย์หลักของผู้าุโสองนั้นทำให้สถานะของเขาตอนนี้แทบจะไม่ต่างจากผู้าุโศิษย์สายนอกคนหนึ่งเลยอาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ
“เป็ยังไงบ้างเ้าชอบที่พักของเ้าหรือไม่” ผู้าุโสองกล่าวยิ้มๆ
“ชอบมากเลยขอรับที่พักนั้นสะดวกสบายอย่างมากและยังมีกลิ่นไอฟ้าดินที่เข้มข้นด้วยขอรับ” หลินเฟยยิ้มตอบไปเช่นกัน
“ดีๆ เ้าพอใจก็ดีแล้ว ดูเหมือนตบะของเ้าก่อนหน้านี้เ้าจะจงใจเก็บซ่อนไว้สินะ”
แน่นอนว่าหลังจากเหตุการณ์ที่เซียงอี้เหยียนโจมตีใส่หลินเฟยจนสลบไปหลังจากนั้นก็ได้กลับมารายงานเื่ตบะของหลินเฟยที่น่าตื่นตะลึงอย่างมากหากเทียบกับคนในวัยเดียวกับเขา
“...ข้ามีความจำเป็ขอรับ ข้าไม่อยากให้ผู้คนมองข้าเป็ตัวประหลาดมากนัก” หลินเฟยยิ้มเจื่อนๆออกมา
“นั่นสินะอายุเพียงสิบหกย่างสิบเจ็ดกลับมีพลังปราณกำเนิดขั้นสูงสุดแม้แต่ข้าเองยามอายุเท่าเ้าแม้จะถูกเรียกว่าอัจฉริยะ แต่หากเทียบกับเ้ายังไม่นับเป็อันใดได้ ฮ่าๆ” ซุนม่อหลงกล่าวอย่างอารมณ์ดี
“เอาละเมื่อเ้าพักฟื้นเสร็จแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องเรียนรู้ ข้าในฐานะอาจารย์ข้ามองดูแล้วว่าเพลงดาบของเ้านั้นเหมือนจะมีทิศทางเป็ของตัวเองอยู่แล้วคงไม่จำเป็เท่าใด เมื่อเป็เช่นนั้นก็เหลือเพียงอย่างเดียวคือการปรุงยา
...ข้ารู้มาว่าเ้านั้นได้ศึกษาพืชสมุนไพรมาบ้างแล้ว แต่ตำราที่เ้าได้เรียนรู้นั้นยังมีพืชพันธ์น้อยกว่าตำราของตำหนักแห่งนี้หลายเท่านี่คือตำราที่ว่า เ้าลองเอาไปศึกษาดู แรกเริ่มให้เน้นไปที่สมุนไพรที่ใช้ปรุงออกมาเป็โอสถระดับหนึ่งเมื่อเข้าใจแล้วให้กลับมาที่นี่ข้าจะได้สอนเ้าปรุงยา” ซุนม่อหลงยื่นตำราเล่มหนาเกือบสิบนิ้วให้กับหลินเฟย
“ข้าจะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวังขอรับ” หลินเฟยรับตำรามาก่อนจะกล่าวลาอาจารย์ของเขาเพื่อกลับไปศึกษาตำราที่ตำหนักของเขาทันที
หลินเฟยเดินกลับตำหนักของเขาด้วยความยินดีเขาคิดว่าจะกลับไปฝึกซ้อมบรรเลงเพลงสวาทกับจิวหลินสักเล็กน้อยก่อนจะเริ่มศึกษาตำราสมุนไพร
เพียงแค่คิดถึงร่างอันขาวผุดผ่องเป็ยองใยพร้อมกับเสียงครางกระเส่าของนางแล้วเขาก็แทบจะอดทนรอให้กลับถึงตำหนักแทบไม่ไหว ใบหน้าของหลินเฟยตอนนี้นอกจากรอยยิ้มแล้วก็แทบจะมีน้ำลายไหลออกมาตลอดเวลาแต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงร้องเรียกขัดจังหวะความคิดเขาขึ้นมาเสียก่อน
"ตาย!"
เสียงของบุรุษในชุดคลุมดำคำรามพร้อมกับแสงกระบี่ในมือสาดออกกลายเป็สิงโตขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่หลินเฟยด้วยความรวดเร็ว
"หึ!"
หลินเฟยแค่นเสียงเย็นแม้จะไม่ได้ตั้งตัวแต่เมื่อะเิพลังปราณออกตั้งรับจึงรู้ว่าพลังตบะของอีกฝ่ายอยู่ในขั้นปราณยุทธขาวระดับต่ำ
แม้จะเป็ปราณยุทธขาวเช่นเดียวกับเซียงอี้เหยียนแต่พลังของชายชุดดำนี้อยู่เพียงขั้นต้นเท่านั้นหลินเฟยจึงพอคลายกังวลไปได้บ้าง
ตูม!
ดาบปราบพยัคฆ์ถูกเรียกออกมาพร้อมกับฟาดฟันตอบโต้สิงโตตัวใหญ่อย่างทันท่วงทีก่อนที่คลื่นพลังรูปสิงโตจะะเิออกเสียงดังสนั่นหวั่นไหว หากเป็พื้นที่ปกติคงไม่พ้นมีคนต้องได้ยินเสียงการปะทะกันนี้บ้างแล้วแต่ตำหนักของหลินเฟยนั้นพิเศษกว่าทั่วไปมาก
ด้วยความที่ไอพลังฟ้าดินเข้มข้นกว่าธรรมดามากนักมันจึงอยู่แยกออกไปติดชายเขา ไม่ใช่เพียงแค่เขาแต่ศิษย์หลักคนอื่นล้วนแต่มีตำหนักแยกกันไปตามสภาพของไอฟ้าดินที่เข้มข้น
สำนักโลหิตันั้นกว้างใหญ่อย่างมากหากดูจากตรงนี้เพียงแค่ในกำแพงชั้นในก็ล้อมรอบูเาไว้หลายร้อยลูก หากจะเดินจากอีกฝั่งไปอีกฝั่งแม้จะเป็หลินเฟยยังต้องใช้เวลานับครึ่งวัน ต้องเข้าใจด้วยว่าความเร็วของหลินเฟยนั้นไม่ธรรมดากระนั้นคงพอจินตนาการถึงความกว้างใหญ่ของมันได้
แต่ก็ใช่ว่าด้านความปลอดภัยนั้นจะย่ำแย่ เวรยามของฝ่ายดูแลความสงบนั้นจะเดินวนรอบกำแพงชั้นในตลอดเวลาแบ่งเป็สองถึงสี่ชุดชุดละกว่ายี่สิบคนสลับผลัดเปลี่ยนเดินเวรยามกันตลอด
แต่ถึงกระนั้นก็จะมี่เวลาสั้นๆหลังจากที่เวรยามเดินผ่านไปก่อนที่ชุดใหม่จะเดินวนมาถึงและแน่นอนว่าชายชุดดำต้องรู้เื่นี้เป็อย่างดีมันถึงเลือกลงมือในเวลาไม่นานที่เวรยามได้ผ่านไป
ย่าห์!
ชายชุดดำะเิพลังออกมันไม่ได้ชะงักแม้แต่น้อยเมื่อเห็นวิชาของมันถูกป้องกันไว้อย่างง่ายดาย มันฉวยหยิบสิ่งของในกระเป๋าก่อนจะโยนไปทางหลินเฟยด้วยความรวดเร็ว
ปุ้ง!
เสียงของวัตถุทรงกลมขนาดทำกำปั้นะเิออกพร้อมกับควันสีม่วงกระจายออกไปรอบบริเวณโดยทันที
"ควันพิษ? แย่แล้ว!"
หลินเฟยกัดฟันกระตุ้นผลึกธาตุลมในตัวกระจายพลังปราณออกไปโดยรอบขับไล่ควันพิษอย่างต่อเนื่อง แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่สามารถขับไล่กลุ่มควันขนาดใหญ่ได้หมดในทันที ยังมีบางส่วนที่หลุดรอดแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว
"หึ"
ดวงตาของชายชุดดำปรากฎความยินดีพิษที่มันใช้ในครั้งนี้นับว่ารุนแรงอยู่มาก เมื่อเห็นว่าหลินเฟยโดนพิษเข้าไปแน่ๆแล้วจึงหมุนกายจากไปด้วยความรวดเร็ว
"อัก!"
หลินเฟยกระอักโลหิตออกมากองใหญ่ หากสังเกตดูจะพบว่าโลหิตที่พ่นออกมานั้นลายเป็สีม่วงเข้มอย่างน่ากลัว
"นี่มันพิษอะไร..."
หลินเฟยกุมหน้าอกด้วยความเ็ปร่างกายปวดแสบวดร้อนไปทั่วทั้งตัว เขาคิดจะกลับไปหาอาจารย์แต่ด้วยระยะทางที่ค่อนข้างไกลแล้วเขากลัวว่าจะต้องตกตายเสียก่อนเป็แน่
ด้วยร่างกายที่ร้อนระอุแม้จะคล้ายกับครั้งที่เขาได้รับพลังสายเืแต่ครั้งนี้นอกจากความร้อนยังเต็มไปด้วยความทรมานเหมือนมีเข็มนับหมื่นแสนกำลังทิ่มแทงไปพร้อมๆกันด้วย
หลินเฟยฝืนทนความเ็ปโคจรพลังลมปราณหวนท้า์รอบแล้วรอบเลาพร้อมกับพุ่งตัวเองไปยังน้ำตกทางด้านหลังตำหนักก่อนจะนั่งขัดสมาธิบนก้อนหินใหญ่ให้สายน้ำอันเย็นเฉียบช่วยผ่อนคลายความเ็ป
อึก!
หลินเฟยฉวยหยิบโอสถวิเศษทั้งสามของอาจารย์ออกมาตบเข้าปากไปพร้อมกัน ด้วยหวังว่าจะมีโอสถวิเศษสักเม็ดที่สามารถช่วยให้เขาพ้นจากวิกฤตภายในครั้งนี้ได้
ครืนน!
เสียงไอพลังฟ้าดินตลบอบอวลร่างกายของหลินเฟยราวกับหลุมดำไร้ก้นดูดซับไอฟ้าดินเข้าไปอย่างบ้าคลั่งในชนิดที่ว่าครั้งก่อนๆไม่อาจเทียบ
เสียงกร๊อบแกร๊บดังลั่นกระดูกที่แข็งแกร่งไม่ต่างจากัน้อยของหลินเฟยราวกับจะปริแตกออกเป็เสี่ยงๆจากการฝืนรับพลังฟ้าดินเข้าไปภายในในปริมาณที่มากมายมหาศาลอย่างรวดเร็ว
กรอด!
หลินเฟยขบฟันแน่นจนเืไหลย้อนออกมาทางมุมปากดวงตาสีแดงหม่นเปล่งประกายเจิดจ้าวินาทีความเป็ความตายจากความทรมานจากพิษและยังเพิ่มพลังฟ้าดินที่บีบอัดลงมาอย่างบ้าคลั่งจนเหมือนร่างกายกำลังถูกบดขยี้นั้นเอง
โลหิตภายในร่างกายของหลินเฟยพลันเดือดพล่านโลหิตทั้งหมดราวกับกลายเป็ร่างจำแลงของันับพันหมื่นพุ่งเข้าเขมือบกลืนกินพิษร้ายในร่างกายอย่างตื่อเนื่อง
แม้จะเต็มไปด้วยความทรมานแต่ในห้วงสำนึกของหลินเฟยกลับปรากฎแสงสว่างวาบผ่านพร้อมกับเสียงอันเก่าแก่โบราณดังขึ้นก้องกังวานอยู่ภายในสมองของเขา
"ั์หาญต้านฟ้าสรรพสิ่งใต้หล้าต้องยอมจำนน"
ปากของหลินเฟยขยับตามเสียงในห้วงสำนึกอย่างแ่เบา
"คืนร่างเผ่าพันธ์..."
สิ้นเสียงของหลินเฟยิัของเขาค่อยๆกลายเป็เกล็ดสีทองอร่ามรอบดวงตาขวาของเขาปรากฎเกล็ดัสีทองก่อรูปกลายเป็หน้ากากที่มีเพียงแค่ดวงตาขวาของั ลึกลงไปในดวงตาราวกับมีเปลวเพลิง์อันร้อนแรงแผดเผาอยู่ตลอดเวลา
ร่างกายและกระดูกแข็งแกร่งไม่ต่างจากเหล็กกล้านอกจากนั้นยังมีหางและปีกสีทองงอกออกมาดูน่าเกรงขาม
เพียงเท่านั้นหลินเฟยราวกับหลุดพ้นออกจากความทุกข์ทรมานร่างกายพลันเบาหวิวพลังในร่างกายแข็งแกร่งมากกว่าเดิมไม่น้อยกว่าสองเท่า
พิษร้ายในร่างกายยามนี้ถูกหลอมรวมเข้ากับสายเือันทรงพลังและถูกลบล้างกลายเป็เพิ่มพลังตบะให้กับหลินเฟยไปอีกขั้น
บูม!
เสียงของการทะลวงขั้นสู่ปราณยุทธขาวของหลินเฟยดังก้องภายในหัวของเขาและยังไม่มีท่าทีจะหยุดยั้งไอพลังฟ้าดินถูกดูดซับอย่างบ้าคลั่ง
อีกทั้งโอสถวิเศษทั้งสามที่เต็มไปด้วยสรรพคุณเพิ่มพลังตบะอย่างมหาศาลก็ยังเพียงแค่เริ่มต้นการดูดซับเท่านั้น
หลินเฟยโครจรลมปราณหวนท้า์อย่างบ้าคลั่งด้วยร่างกายครึ่งัในตอนนี้ความเข้าใจในเคล็ดวิชานี้กับก้าวล้ำหน้าขึ้นอย่างมากหลังจากที่พัฒนาไปอย่างเชื่อช้าในเวลาเกือบหกเดือนที่ผ่านมา
พลังตบะที่แผ่ออกเพื่อตรวจจับััสิ่งต่างๆในตอนนี้กว้างไกลขึ้นหลายร้อยเมตร หากเป็เช่นนี้หลินเฟยคาดว่าอีกไม่นานเขาจะสามารถบรรลุขอบเขตวิชาขั้นแรกของลมหวนท้า์ได้แล้ว
ก่อนหน้านี้เล็กน้อยอีกด้านหนึ่งของกำแพงชั้นในส่วนที่เป็ที่ตั้งของตระกูลเจียน
"เป็ยังไงบ้าง" เจียนเหินเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบกลิ่นไออันทรงพลังทำให้ชายชุดดำที่มาใหม่ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"เรียบร้อยขอรับมันโดนพิษกระชากใจของอสูรแมงมุมพันปีเข้าไปแล้วต่อให้ผู้าุโสองจะเชี่ยวชาญการปรุงยามากเพียงใดก็ยากที่จะรอดไปได้ขอรับหากแม้รอดไปได้ก็ต้องไม่ต่างจากคนพิการแน่นอนขอรับ" มันกล่าวขึ้นด้วยความนอบน้อม
"ดี นี่คือรางวัลของเ้า"
ฟุบ!
อ้ากก!
มีดสั้นสีทองพุ่งแหวกอากาศทะลุหน้าอกซ้ายของมันทำลายขั้วหัวใจของมันจนแหลกเละไปในชั่วพริบตาด้วยพลังตบะของมันทำให้ยังพอมีพลังชีวิตหลงเหลือพอที่จะได้กรีดร้องออกมาได้คำหนึ่ง ก่อนจะล้มลงขาดใจตายไปในทันที
เพียงกระบวนท่าธรรมดาๆเพียงเท่านั้นกลับดับชีวิตของผู้ที่อยู่ขั้นปราณยุทธระดับต้นได้อย่างง่ายดายบ่งบอกถึงระดับพลังที่ไม่ธรรมดาของผู้าุโห้าเจียนเหินได้เป็อย่างดี
"เอาร่างมันไปทำลาย"
"ขอรับ"
ข้ารับใช้ในชุดที่เหมือนกับมือสังหารของมันเพียงแต่ไม่ได้ปิดบังใบหน้านำร่างไร้วิญญานของมือสังหารที่ตกตายออกไปทันที
"หึหึ กวงเย่ว์บุตรกิเลนของเ้านับว่ารู้จักซ่อนตัวนักเพียงข้าเผลอไปเล็กน้อยกลับโดดเด่นขึ้นมาได้ถึงเพียงนี้...เ้าจะรู้สึกเช่นไรหากรู้ว่าบุตรอันเป็ที่รักของเ้าตกตายด้วยฝีมือของข้า ฮ่าๆ"
มันหัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์ดีดวงตาเผยประกายคมกล้าพร้อมกับจิตสังหารที่พวยพุ่งเมื่อเอ่ยถึงหลินกวงเย่ว์
วูบบ!
ร่างกายของหลินเฟยเปล่งแสงสีทองอร่ามดูดซับพลังฟ้าดินเข้าไปอย่างตื่นเนื่อง สามชั่วยามผ่านพ้นไปแล้วในตอนนี้จากหลากหลายปัจจัยทำให้ตบะของเขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"ขอบเขตปราณยุทธขาวช่างเหนือล้ำกว่าปราณกำเนิดมากนักราวกับร่างกายกำลังปรับเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล.."
หลินเฟยยิ้มน้อยๆออกมาเขารู้สึกสบายตัวอย่างมากในตอนนี้หลังจากดูดดซับโอสถวิเศษทั้งสาม พลังตบะในร่างกายของเขาก็ทะลวงไปถึงขั้นปราณยุทธขาวขั้นที่สาม
แต่การที่จะเติมเต็มมันได้แม้หลินเฟยจะดูดซับผลึกอสูรระดับกลางที่มีอยู่ไปทั้งหมดแต่ก็ไม่สามารถขยับผ่านไปถึงขั้นสามระดับสูงได้
พลังตบะในร่างกายของเขานั้นมากมายกว่าผู้อื่นไม่รู้กี่เท่ายิ่งทะลวงผ่านขั้นสุดท้ายของแต่ละระดับมาได้ยิ่งเห็นถึงความแตกต่าง ทะเลลมปราณในร่างก่อนหน้าเปรียบเสมือนปากอ่าวแต่ตอนนี้กลับแผ่ขยายกว้างไกลไปสุดลูกหูลูกตา
หากหลินเฟยในยามนี้หากต้องตั้งรับการโจมตีของเซียงอีเหยียนคงไม่ใช่ทำได้เพียงป้องกันแต่อาจจะถึงขั้นตอบโต้ได้บ้างแล้ว! หลินเฟยอมยิ้มน้อยๆเท่านี้เขาก็มีความกล้ามากพอที่จะพูดหยอกล้อกับศิษย์พี่คนสวยของเขาได้มากขึ้นโดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกทุบตี
หัวสมองที่แสนจะชาญฉลาดของเขาอดที่จะจินตนาการถึงภาพของศิษย์พี่คนสวยของเขากระเง้ากระงอดอยู่ภายในอ้อมกอดแกร่งของเขาด้วยใบหน้าเย้ายวน ใบหน้าที่สวยงามราวกับเทพธิดานั้นเพียงแค่คิดความเป็ชายของเขามันก็พลันตื่นตัวขึ้นมาเสียแล้ว
"ข้าจะทำให้ท่านมาเป็สตรีของข้าให้ได้ ฮี่ๆ"
หลินเฟยหัวเราะคิกคักอย่างชั่วร้ายก่อนจะมองซ้ายมองขวาไอแห้งๆออกมาสองครั้งปรับสีหน้ากลับไปเรียบเฉยดังเดิม
.
.
.