หอพักนักเรียนชั้นพิเศษ...
ภายในห้องโถงยามค่ำคืนในขณะที่ฟ็อกซ์กำลังคาใจกับอสูรของตนตัวแรก เพราะเดิมทีแล้วตัวเขาคิดว่ามันน่าจะฟักออกมาเป็นมังกร แต่ทำไมถึงกลับกลายมาเป็นเด็กผู้หญิงไปได้อีกทั้งยังไม่สามารแปลงเป็นมังกรได้อีกด้วย โดยมีผู้ดูแลหอเทียร่าคอยอธิบายให้ฟัง ส่วนเพื่อนๆ ของฟ็อกซ์ได้แยกตัวกันไปพักผ่อนหมดแล้ว
เหลือเพียงแค่ราเซียกับคุรุมิที่ช่วยกันดูแลเด็กสาวทั้งหาเสื้อผ้ามาสวมใส่รวมไปถึงอาหาร ทว่าสิ่งที่น่าตกใจก็คือกระเพาะของเด็กสาวตัวน้อย เพราะตอนนี้มีจานเปล่ามากกว่าสี่สิบจานโดยที่เด็กสาว ใช้เวลาในการรัปประทานไม่ถึงสามนาทีซะด้วยซ้ำไป ก่อนจะง่วงเพลียและผล็อยหลับไป
ส่วนผู้ดูแลหอเทียร่าทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำข้อมูลต่างๆ ให้ฟ็อกซ์ฟังอย่างละเอียด เริ่มตั้งแต่อสูรตนนี้เป็นสายเลือดผสมระหว่างดราโกกับแลมพีส แต่เหุตผลที่ไม่สามารเปลี่ยนร่างเป็นมังกรได้เพราะมีสายเลือดของแลมพีสเข้มข้นกว่า และนั่นก็ถือว่าเป็นปัญหาที่ใหญ่พอสมควรด้วยความที่ว่า
อสูรของฟ็อกซ์จำเป็นต้องกินเลือดเพื่อเป็นอาหารหลัก ส่วนอาหารในเผ่าเซเรนนั้นอาจช่วยพอลดทอนความหิวลงไปได้บ้างแต่ก็ไม่มากนัก เพราะคุณลักษณะเด่นของเผ่าแลมพีสก็คือการดูดเลือดของพวกเดียวกันหรือศัตรู และนำมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังของตนเอง และความสามารถของของอสูรตนนี้นับว่าน่าทึ่งอย่างมาก
โดยทั่วไปแล้วที่สายเลือดผสมเป็นที่รังเกียจของทุกเผ่าพันธุ์ นั้นก็เป็นเพราะว่าสายเลือดผสมไม่สามารถใช้พลังของเผ่าพันธุ์ได้อย่างเต็มที่ ส่วนมากจะใช้พลังได้เพียงแค่สองถึงสามส่วนเท่านั้น บางตัวที่มีความโดดเด่นก็อาจมีบ้างที่ใช้พลังได้ห้าถึงหกส่วนแต่ก็ยังไม่เป็นที่ต้องการมากนัก ซึ่งผิดกับอสูรของฟ็อกซ์ที่สามารถใช้พลังของเผ่าดราโกได้ถึงเจ็ดส่วน และเผ่าแลมพีสที่ได้สายเลือดเข้มข้นกว่าถึงเก้าส่วน
หากทั้งสองเผ่าพันธุ์ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของอสูรน้อยตนนี้ ต้องเกิดการแย่งชิงทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างแน่นอน เพราะผู้ครอบครองในเวลานี้คือฟ็อกซ์ที่เรียกได้ว่ากำลังอยู่ในช่วงก้าวแรกของการฝึกฝน หรือสรุปง่ายๆ ก็คือยังเป็นเพียงเด็กที่อ่อนแอ
ฟ็อกซ์ที่ได้ฟังข้อมูลอย่างละเอียดก็รู้สึกได้ถึงปัญหาที่กำลังจะตามมาในไม่ช้า ยิ่งมาสะดุดกับคำว่ายังเป็นเพียงเด็กที่อ่อนแอก็ถึงกับคิ้วกระตุกทันทีถึงมันจะเป็นความจริงก็เถอะนะ ก่อนจะเริ่มตั้งชื่อให้กับอสูรตนแรกของเขาว่า "เรด" ทว่าอสูรตัวน้อยกลับส่ายหน้าไม่ยอมรับชื่อนี้ เพราะเซ้นส์ในการตั้งชื่อที่สุดแสนจะห่วยของฟ็อกซ์
จนฟ็อกซ์ต้องไล่รายชื่อไปเรื่อยๆ ที่เขาพอจะจำได้ เพื่อมาตั้งชื่อให้กับอสูรน้อยของเขา แต่ก็ยังไม่เป็นที่พึงพอใจของอสูรน้อย ทำให้ฟ็อกซ์เองก็เริ่มที่จะหงุดหงิดไม่น้อยเหมือนกันผิดกับสองสาวที่แอบขำเล็กน้อย ก่อนจะฉุกคิดได้ถึงหนังดังในโลกที่เขาจากมานั่นก็คือ "ซาฟิร่า" และปรากฏว่าอสูรน้อยของเขากลับชื่นชอบชื่อนี้อย่างมาก
เมื่อได้ข้อสรุปแล้วฟ็อกซ์ ราเซีย กับคุรุมิ ต่างก็แยกย้ายไปพักผ่อน เพราะพรุ่งนี้ยังมีคาบเรียนสุดโหดรออยู่อีกเพียบ ส่วนซาฟิร่าก็มีผู้ดูแลอาสาเลี้ยงดูให้ในช่วงแรกๆ เพราะเจ้าอสูรน้อยตนนี้ยังควบคุมพลังได้ไม่คงที่ ขืนให้ฟ็อกซ์นำไปเลี้ยงเองมีหวังห้องพักคงถูกเผาวอดวายเป็นแน่
ห้อกพักส่วนตัวของฟ็อกซ์...
หลังจากที่ฟ็อกซ์ได้อาบน้ำชำระล้างตัวเรียบร้อยก็รีบขึ้นนอนพักผ่อนทันที พร้อมกับคิดถึงเหตุการณ์การต่อสู้กับสไลม์เมื่อก่อนหน้านี้ เพราะรูปแบบมนตราที่เขาใช้ตามปกติกับที่ใช้ในวันนี้มันมีรูปแบบที่แตกต่าง แต่แค่การใช้มนตราเพียงแค่ครั้งเดียวกลับทำให้พลังมานาเหือดแห้งจนมีผลกระทบร่างกายอย่างแสนสาหัส
ถือว่าเป็นบทเรียนที่คุ้มค่าไม่น้อยเพราะก่อนจะใช้งานจริงจะได้ตรึกตรองให้ดีซะก่อน อีกทั้งการใช้มนตราโจมตีแทนที่จะผนึกกับอาวุธก็นับว่ารุนแรงกว่าหลายเท่า แต่สิ่งที่เขาสงสัยที่สุดก็คือในตอนที่ประลองกับผู้อำนวยการ เธอเองก็ใช้รูปแบบมนตราเดียวกับเขาต่างกันที่ความหนาแน่นของมนตราเท่านั้น แล้วทำไมถึงบอกว่ารูปแบบมนตราที่เขาใช้นั้นผิดกันแน่นะ ก่อนจะเลิกคิดแล้วก็ผล็อยหลับไปเพราะความอ่อนเพลีย
เช้าวันต่อมา...
ฟ็อกซ์ก็ยังเข้าเรียนตามปกติพร้อมกับกลุ่มเพื่อนๆ ของเขา โดยที่จะแยกกันก็เฉพาะคาบเรียนพิเศษเท่านั้น ทว่าในคาบเรียนพิเศษของฟ็อกซ์กลับได้เรียนรู้เกี่ยวกับพื้นฐานใหม่ทั้งหมด เพราะรูปแบบมนตราที่ผู้ดูแลหอเทียร่าสอนคือการใช้มนตราให้บาลานซ์กับพลังมานาภายในร่าง
เริ่มตั้งแต่การประเมินระดับพลังมานาของด้วยการเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้เนตรมนตรา ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานในการตรวจสอบวัดระดับพลังของตนและคู่ต่อสู้ เพราะกำไลที่น็อกสวมใส่นั้นแม้จะสามารถตรวจสอบสถานะได้ก็จริง แต่ก็มีข้อจำกัดที่มากเกินไป เพราะมันตรวจสอบได้เพียงแค่พลังรบและพลังมานา
เมื่อมีพลังรบหรือพลังมานามากกว่า 999,999 ก็จะเปลี่ยนสถานะเป็น Over Limit ทันที สำหรับบุคคลระดับสูงส่วนมากจะเป็นสถานะ Over Limit แทบทั้งสิ้น
ในช่วงแรกๆ เมื่อฟ็อกซ์รู้ว่าค่าสถานะพลังรบของตัวเองคือ 3,750 ส่วนพลังมานาอยู่ที่ 750 ทำให้เขาคิดว่าระบบตรวจสอบจากกำไลนั้นค่อนข้างมั่วมาก เพราะค่าพลังรบของราเซียคือ 4,200 ส่วนพลังมานา 4,600 ทั้งที่ฝีมือของราเซียอ่อนแอกว่าเขามาก แต่พอถึงคาบเรียนวิชามนตราเลยทำให้เขาได้รู้ว่าค่าสถานะพลังรบคือรวมทุกอย่าง
แม้สภาพร่างกายและทักษะการต่อสู้ของราเซียจะอ่อนแอกว่าฟ็อกซ์ แต่ทักษะการใช้มนตราเหนือกว่าอย่างทาบไม่ติด ทั้งการโจมตีและการป้องกันที่สมบูรณ์แบบ ชนิดที่ว่าฟ็อกซ์ไม่สามารถเฉียดเข้าใกล้ราเซียได้ เพราะในทุกๆ คาบเรียนฟ็อกซ์กับราเซียจะจับคู่ซ้อมมือกันตลอด ส่วนฟ็อกซ์เองก็เริ่มเข้าใจรูปแบบการใช้มนตราเพิ่มมากขึ้น
โดยปกติฟ็อกซ์จะผนึกมนตราไว้ที่เท้าเพื่อเสริมการเคลื่อนไหว แต่อย่างราเซียกลับระเบิดมนตราเพื่อดีดตัวเข้าหาคู่ต่อสู้ และอาศัยการหักเหทิศทางด้วยมนตราจึงแทบจะไม่สิ้นเปลืองพลังมานา ส่วนการผนึกมนตราลงอาวุธจะใช้เพียงเสี้ยววิก่อนถึงตัวคู่ต่อสู้ ทำให้จับรูปแบบมนตราธาตุของอีกฝ่ายไม่ทัน
ผิดกับฟ็อกซ์ที่ชอบผนึกมนตราไว้ตลอดเวลานอกจากจะสิ้นเปลืองมานาแล้ว ยังทำให้คู่ต่อสู้ป้องกันได้ง่ายขึ้นไปอีก ทำให้เขาต้องฝึกการใช้มนตราตั้งแต่ต้นส่วนด้านทักษะการต่อสู้ถือว่าผ่าน ทว่าสภาพร่างกายก็ต้องฝึกให้แข็งแกร่งควบคู่ไปด้วยเพราะในการต่อสู้จริง ต่อให้เป็นผู้ใช้มนตราที่เก่งแต่โดนโจมตีทีเดียวจอดก็คือไร้ประโยชน์
ในทุกๆ วันฟ็อกซ์ได้ทำการดูดซับพลังมานาจากผลึกที่ได้จากสไลม์ โดยปกติทั่วไปแล้วผลึกที่ระดับสูงกว่าผู้ดูดซับสองระดับ ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองอาทิตย์ถึงจะดูดซับได้หมด แต่ฟ็อกซ์กลับใช้เวลาเพียงห้าวันก็ดูดซับได้หมดถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก ทำให้พลังมานาของฟ็อกซ์เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนมาอยู่ที่ 1,100
ทำให้ในช่วงสองวันที่ไม่มีคาบเรียนแล้วต้องไปลงดันเจี้ยน ฟ็อกซ์ต้องล่าอสูรให้ได้มากที่สุดเพื่อนำผลึกมาดูดซับมานาให้ได้มากที่สุด เพราะในชั้นเรียนพิเศษปีหนึ่งพลังมานาของนักเรียนที่น้อยที่สุดคือ 3,100 ถ้าไม่นับตัวเขาล่ะก็นะที่น้อยที่สุดคือ 1,100 และนั่นก็คือเหตุผลที่ฟ็อกซ์ใช้มนตราครั้งเดียวแล้วสลบไปนั่นเอง
หอพักนักเรียนพิเศษ...
ช่วงสายสำหรับวันหยุดของนักเรียนชั้นพิเศษ ในวันนี้เป็นวันแรกที่นักเรียนชั้นพิเศษปีหนึ่งจะต้องลงไปต่อสู้จริงภายในดันเจี้ยน ซึ่งหลังจากที่พวกเขาทุกคนรัปประทานอาหารกันเสร็จ ผู้ดูแลหอเทียร่าก็นำภารกิจมาให้สี่ใบโดยให้นักเรียนชั้นพิเศษทั้งแปดคนแยกออกเป็นสี่กลุ่ม
กลุ่มแรก ราเซีย กับ คุรุมิ กลุ่มสอง ชอร์น กับ เวลส์ กลุ่มสาม โซล กับ รากัส กลุ่มสี่ ฟ็อกซ์ กับ ลูเคีย
ซึ่งราเซียกับคุรุมินั้นไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่นักเพราะรู้จักกันดีอยู่แล้ว จะมีก็แต่โซลที่ทักท้วงเล็กน้อยและขอคู่กับชอร์นหรือฟ็อกซ์ส่วนเวลส์กับรากัสเองก็พยักหน้าเห็นด้วย แต่ผู้ดูแลหอไม่อนุญาติโดยให้เหตุผลว่ายังไงสักวันนึงถ้ามีภารกิจฉุกเฉิน ไม่ว่าใครก็ตามก็ต้องไปทำร่วมกับผู้อื่นอยู่ดีฉะนั้นควรฝึกให้คุ้นชินแต่เนิ่นๆ
ฟ็อกซ์เองก็อึดอัดไม่น้อยที่ต้องคู่กับลูเคีย เพราะเธอให้บรรยากาศเหมือนกับตัวเขาเลย เหมือนกระจกที่สะท้อนเงาของฟ็อกซ์ ทั้งสีหน้า อารมณ์ ความรู้สึก คล้ายคลึงกับเขามาก ซึ่งเป็นบรรยากาศที่น่าอึดอัดไม่น้อย แต่เขาก็ไม่ได้เลือกที่จะพูดอะไรเพราะเข้าใจในความหมายของผู้ดูแลหอเป็นอย่างดี
ไม่นานนักผู้ดูแลหอเทียร่าเมื่อจัดการเรื่องภารกิจ และการแบ่งกลุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ส่งทั้งสี่กลุ่มแยกย้ายไปยังดันเจี้ยนทั่วไปต่างๆ โดยมีกำหนดว่าเมื่อทำภารกิจเสร็จสิ้น สามารถกลับมาส่งภารกิจและไปพักผ่อนได้ทันที นอกเหนือจากนั้นข้อห้ามเพียงอย่างเดียวคือห้ามไปไกลเกินกว่าชั้น 3 เพราะอาจถึงตายได้
"เอาล่ะ!! ขอให้มีชีวิตรอดกลับมาครบทุกคนนะ" สิ้นเสียงของผู้ดูแลหอร่างของนักเรียนทั้งแปดก็ถูกเคลื่อนย้ายหายไปทันที
----------------------------------------------------------
แนะนำตัวละครปัจจุบัน
ฟ็อกซ์ เลเทีย อายุ 10 ปีเผ่า เซเรน Rank F คลาส 8
ราเซีย วิลล์คลอส อายุ 11 ปี เผ่า เซเรน Rank E คลาส 4
โซล ราคอฟ อายุ 12 ปี เผ่า เซเรน Rank F คลาส 9
ชอร์น วาร์ลอร์ด อายุ 12 ปี เผ่า เซเรน Rank F คลาส 9
คุรุมิ โซซอล อายุ 11 ปี เผ่า เซเรน Rank E คลาส 1
เวลส์ ไบรอัน อายุ 13 ปี เผ่า เซเรน Rank E คลาส 1
รากัส ไบรอัน อายุ 12 ปี เผ่า เซเรน Rank F คลาส 9
ลูเคีย วินด์ซาร์ด อายุ 12 ปี เผ่า เซเรน Rank E คลาส 1