รัศมีกระบี่อันแหลมคมทอปกคลุมทั่วทิศทางซ่งไป่หลางขมวดคิ้วมองหาเส้นทางหลบทว่าเคล็ดกระบี่นี้ของเยว่จิงยอดเยี่ยมยิ่งนักไร้ซึ่งหนทางหลบหนีโดยสิ้นเชิง
‘เช่นนี้ก็มีแต่ต้องต้านรับโดยตรงแล้ว’ ซ่งไป่หลางถอนหายใจ
“เยี่ยมมากการโจมตีของเซียนกระบี่น้อยไร้ซึ่งช่องโหว่ต่อให้ซ่งไป่หลางมีวิชาป้องกันแต่ไหนเลยจะป้องกันรัศมีกระบี่จากทุกทิศทางได้อย่างน้อยเขาต้องได้รับาเ็ไม่น้อยแน่”ดวงตาของรองเ้านิกายหุบเขามืดเปล่งแสงมุมปากกระตุกเป็รอยยิ้มบิดเบี้ยวชั่วร้ายมันหวังให้ซ่งไป่หลางพลาดท่าาเ็จากการต่อสู้จนไม่อาจเก็บสะสมคะแนนได้อีก
ได้ยินคำพูดของรองเ้านิกายหุบเขามืดทั้งผู้าุโจางและรองเ้านิกายบัว์ต่างหันมาสบตากันแม้ว่าจะรู้สึกเป็ห่วงซ่งไป่หลางไม่น้อยทว่ามากกว่าความกังวลกลับเป็ความรู้สึกคาดหวังรอคอยั้แ่ได้รู้จักเด็กหนุ่มผู้นี้ซ่งไป่หลางได้แสดงความมหัศจรรย์สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาต่อหน้าพวกเขานับครั้งไม่ถ้วนดังนั้นครานี้ก็เช่นกันพวกเขาต่างเฝ้ารอการลงมือของซ่งไป่หลางที่จะทำให้รอดจากการโจมตีของเยว่จิงได้
เปรี้ยง!!เสียงปะทะหนักๆดังขึ้นทำให้สีหน้าของเยว่จิงแปรเปลี่ยนไปในฉับพลันนางคิดว่าซ่งไป่หลางจะพยายามฝืนป้องกันด้วยวิชาม่านบัว์และเขาจะต้องได้รับาเ็เพราะไม่อาจป้องกันได้ทั้งหมด ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็การปะทะระหว่างกายเนื้อกับรัศมีกระบี่ร่างกายของซ่งไป่หลางราวกับหล่อหลอมขึ้นมาจากโลหะวิเศษ กระทั่งรัศมีกระบี่ของเยว่จิงที่สามารถตัดูเาผ่าศิลาก็ยังไม่สามารถสร้างาแให้กับเด็กหนุ่มได้
‘แหลมคมจริงๆ’มีเพียงซ่งไป่หลางที่ตระหนักได้ถึงความแหลมคมของรัศมีกระบี่นี้การป้องกันของเขาไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายดั่งตาเห็น หากไม่ใช่เพราะทุ่มเทใช้พลังลมปราณไปกับเคล็ดวิชากายาบัวพิสุทธิ์อย่าว่าแต่ต้านรับรัศมีกระบี่เหล่านี้เลยเพียงแค่คลื่นปะทะเล็กๆจากกระบี่ของเยว่จิงก็สามารถตัดร่างของเขาจนขาดได้แล้ว
มองเห็นร่างของซ่งไป่หลางที่ถูกปกคลุมด้วยแสงสีขาวดวงตาของผู้าุโจางก็เบิกกว้างอุทานออกมาด้วยความเหลือเชื่อ “เป็เคล็ดวิชากายาบัวพิสุทธิ์อย่างไรก็ตามมีเพียงฝึกจนถึงขั้นสูงสุดของวิชานี้เท่านั้นจึงจะสามารถปลดปล่อยเกราะกายาพิสุทธิ์ออกมาได้ไป่หลางกลับสามารถฝึกฝนมันได้รวดเร็วเพียงนี้”
ถัดจากฝ่ามือบัว์ก็เป็วิชากายาบัวพิสุทธิ์วิชาเหล่านี้เดิมทีไม่ได้มีระดับสูงจนน่าใ ทว่าเมื่อฝึกจนถึงขั้นสูงสุดแต่ละวิชาล้วนมีพลังทำลายล้างไม่ด้อยไปกว่าวิชาระดับสูงกว่ามันควรทราบว่าอัจฉริยะผู้หนึ่งต้องทุ่มเทฝึกฝนหลายปีเพื่อให้บรรลุวิชาก้าวหน้าไปในแต่ละขั้นทว่าซ่งไป่หลางได้ทลายทุกกฏเกณฑ์และฝึกฝนจนวิชาของเขาทะยานไปจนแตะถึงระดับที่เป็ตำนาน
มีเพียงซ่งไป่หลางที่รู้ว่าผู้าุโจางคิดผิดวิชากายาบัวพิสุทธิ์ของเขาเพิ่งฝึกสำเร็จเพียงขั้นแรกทว่าสาเหตุที่สามารถปลดปล่อยเกราะกายาพิสุทธิ์ออกมาได้ก็เพราะเขาได้พัฒนามันจนกลายเป็วิชาระดับ์ได้สำเร็จ!!
ต่อให้เป็วิชาระดับสูงที่ฝึกฝนจนถึงจุดสูงสุดมันก็เทียบไม่ได้แม้แต่กับขั้นแรกของวิชาระดับ์ด้วยความรู้ที่ซ่งไป่หลางได้รับจากซากวิหารบัว์รวมกับการชี้แนะของเซี่ยหยางยิ่งผสานกับศักยภาพของตัวซ่งไป่หลางเองวิชากายาบัวพิสุทธิ์ได้กลับคืนสู่ระดับที่แท้จริงของมันในที่สุด
“ป้องกันได้สำเร็จจริงๆ” เยว่จิงรู้สึกไม่อยากเชื่อในภาพที่ปรากฏตรงหน้าเดิมทีสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของเคล็ดวิชากระบี่ของนางก็คือพลังโจมตีอย่าว่าแต่ผู้ที่มีระดับต่ำกว่าต่อให้เป็ผู้มีพลังระดับขั้นสี่เที่ยงแท้หากเผชิญหน้ากับพลังโจมตีของนางก็ยากที่จะป้องกันได้โดยไม่าเ็และนางที่รู้ถึงศักยภาพของตัวเองจึงมุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์การโจมตีที่ไม่สามารถหลบหลีกได้ด้วยเหตุนี้นางเชื่อมั่นว่าแม้แต่ผู้ที่มีพลังระดับสี่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนางอย่างไรก็ตามมีคนที่มีพลังเพียงระดับสิบก่อกำเนิดสามารถป้องกันกระบี่ของนางได้โดยไม่าเ็จริงๆ
“สหายซ่งเดิมทีข้าแค่รู้สึกสนใจในตัวเ้า แต่ตอนนี้ข้ากลับรู้สึกนับถือและหวาดหวั่น” เยว่จิงแอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบา
ซ่งไป่หลางยิ้ม“ข้าเองก็นับถือเ้าเช่นกันไม่เกี่ยวกับระดับของพลังแม้แต่เจตจำนงกระบี่ของเ้าก็พัฒนาไปไกลกว่าคนรุ่นเดียวกันหลายเท่าฉายาเซียนกระบี่น้อยนั้นไม่ใช่ได้มาโดยข่าวลืออย่างแท้จริง”
เยว่จิงถอนหายใจ“ข้าเองเชื่อมั่นในเจตจำนงกระบี่ของตนเองมาโดยตลอดทว่าวันนี้เมื่อพบกับเ้าก็ทำให้ความเชื่อมั่นของข้าสั่นคลอนไม่น้อยอย่างไรก็ตามข้ายังมีความมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะได้”
“ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกัน” ซ่งไป่หลางหัวเราะ “มาเถอะ มาสู้กันต่อ”
ใบหน้าของทั้งสองคนประดับด้วยรอยยิ้มการได้เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่คู่ควรเป็ความรู้สึกที่กระตุ้นจิติญญาของทั้งคู่เป็อย่างมากทว่าก่อนที่ทั้งสองจะได้ปะทะกันอีกครั้งประสาทััของซ่งไป่หลางและเยว่จิงก็ตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่างที่กำลังใกล้เข้ามา
“นี่” เยว่จิงอุทาน
“ในที่สุดมันก็ปรากฏออกมา” ในจิติญญาของซ่งไป่หลางเซี่ยหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าแฝงด้วยความพึงพอใจ “ไม่น้อยไปกว่าที่คาดหวังเอาไว้สมบัติธาตุวารีชิ้นนี้ถึงขั้นก่อให้เกิดอสูรวารีจากจิติญญาธรรมชาติ”
แม่น้ำที่กว้างกว่าสิบจั้งบัดนี้ปรากฏคลื่นวารีซัดกระเพื่อมขึ้นลงพริบตาก็บังเกิดเป็คลื่นซัดโถมเข้าหาซ่งไป่หลางและเยว่จิงหมายจะกวาดมนุษย์ทั้งสองให้ถูกกลืนกินลงไปในแม่น้ำพร้อมๆกัน
“สัตว์ปีศาจรูปแบบจิติญญาน้ำ” เยว่จิงสีหน้าเคร่งเครียดในบรรดาสัตว์ปีศาจทั้งหมด รูปแบบจิติญญาธาตุเป็แบบที่หายากที่สุดขณะเดียวกันก็รับมือยากที่สุดด้วย
“สัตว์ปีศาจตนนี้อยู่ในระดับสองขั้นสูงสุดและไม่ห่างจากระดับสามมากแล้ว”ซ่งไป่หลางสูดหายใจ
อสูรวารีนั้นไม่มีรูปร่างแท้จริงวิธีเดียวที่จะจัดการกับมันก็คือการทำลายแก่นิญญา ทว่าการจะทำลายแก่นิญญาของมันก็นับว่ายากอย่างยิ่งควรทราบว่าเมื่อมันไม่มีรูปร่างหมายความว่ามันสามารถเคลื่อนย้ายแก่นิญญาไปยังทุกจุดของแม่น้ำได้อย่างไรก็ตามพลังการควบคุมของมันจะไม่อยู่ห่างจากแก่นิญญามากเกินไปหมายความว่าเมื่อมัน้าโจมตี แก่นิญญาของมันก็จะอยู่ไม่ไกลจากคู่ต่อสู้มากนัก
คลื่นน้ำของอสูรวารีซัดเข้าหาทั้งสองคนในคลื่นนี้ไม่เพียงเต็มไปด้วยแรงปะทะยังแฝงด้วยพลังิญญาของสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุด ยากจะรับมืออย่างยิ่ง
เยว่จิงดีดตัวถอยหลังพลางขยับกระบี่ในมือริ้วกระบี่พุ่งทะยานปะทะเข้ากับคลื่นน้ำและฉีกมันออกจากกันอย่างไรก็ตามคลื่นน้ำนั้นไร้รูปร่างและไม่สามารถตัดขาดได้เยว่จิงขมวดคิ้ววาดกระบี่อีกสามสี่ครั้งส่งพลังทำลายล้างเข้ายับยั้งทำให้คลื่นน้ำช้าลงและไม่สามารถตามนางได้ทัน
ซ่งไป่หลางกลับตรงกันข้ามเด็กหนุ่มยืนอย่างสงบนิ่งมองดูคลื่นน้ำซัดเข้ามาหาตนเองดวงตาทอประกายวาวโรจน์ไร้ซึ่งความหวาดกลัวการโจมตีที่เขากังวลน้อยที่สุดในโลกใบนี้ก็คือการโจมตีด้วยธาตุน้ำ
เคล็ดฝ่ามือบัว์
เยว่จิงอุทานด้วยความตกตะลึงนางไม่คิดว่าซ่งไป่หลางจะไม่หลบทั้งยังสวนกลับอย่างบ้าบิ่นเช่นนี้
เบื้องหน้าของซ่งไป่หลางปรากฏรูปลักษณ์ของดอกบัวเมื่อคลื่นน้ำปะทะกับดอกบัวนั้นมันก็แตกกระจายออกไปอย่างไรก็ตามดอกบัวนี้ไม่สามารถต้านทานคลื่นน้ำของสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงได้นานนัก
ภาพของดอกบัวแตกสลายไปและร่างของซ่งไป่หลางก็ถูกกลืนเข้าไปในคลื่นน้ำนั้น
‘แย่แล้วถ้าถูกลากลงไปในแม่น้ำละก็ เขาไม่รอดแน่’เยว่จิงมีสีหน้าเคร่งเครียด นางวิ่งเข้าไปหาคลื่นน้ำและพยายามจะช่วยซ่งไป่หลางทว่าเมื่อมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้านในนั้นนางก็ได้แต่หยุดนิ่งและเปิดเผยความงงงันบนใบหน้า
ซ่งไป่หลางยืนหยัดอยู่ตรงนั้นไม่เพียงไม่ได้รับความเสียหายจากพลังธาตุน้ำเขายังไม่แม้แต่ถูกแรงกระแทกของมันทำให้เสียสมดุลแม้แต่น้อย
วินาทีที่ถูกคลื่นน้ำกลืนซ่งไป่หลางก็ััได้ถึงจิติญญาของอสูรวารี
‘เป็ไปไม่ได้เ้ามีพลังิญญาวารีที่แข็งแกร่งและศักดิ์สิทธิ์ระดับนี้ได้ยังไง’เสียงนั้นฟังดูแปลกประหลาดและแฝงด้วยความตะลึงลานหวาดกลัว
“ส่งสมบัติวารีที่เ้าปกป้องมาซะ” ภายในคลื่นน้ำ ซ่งไป่หลางไม่สามารถอ้าปากพูดได้อย่างไรก็ตามสำหรับเซี่ยหยางที่สื่อสารผ่านิญญาเขาสามารถติดต่อกับอสูรวารีได้แน่นอน
รู้สึกถึงคลื่นิญญาอันแข็งแกร่งและศักดิ์สิทธิ์ของเซี่ยหยางอสูรวารีรู้สึกหวาดกลัวเป็อย่างมากแต่มันก็ไม่เต็มใจที่จะสูญเสียสมบัติธาตุวารีไปเพราะตัวมันสามารถมาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะสมบัติชิ้นนี้หากเสียไปไม่เพียงระดับพลังของมันจะลดลง การพัฒนารวมถึงสติปัญญาของมันก็จะถดถอยลงไปหลายขั้นเช่นกัน
“แม้จะต้องสูญเสียระดับพลังแต่เ้าก็ยังจะรักษาแก่นิญญาและชีวิตไว้ได้อย่างไรก็ตามในเมื่อเ้าเลือกที่จะปฏิเสธ พวกเราก็ไม่มีทางเลือก” เซี่ยหยางถอนหายใจเขาย่อมรับรู้ความรู้สึกไม่ยินยอมของฝ่ายตรงข้าม
ซ่งไป่หลางพยักหน้าเมื่อได้ฟังคำพูดของเซี่ยหยางดวงตาเฉียบคมกวาดมองไปยังจุดสีขาวที่อยู่ลึกลงไปในแม่น้ำนั่นก็คือแก่นิญญาของอสูรวารีแม้มันจะค่อนข้างเล็กแต่ด้วยประสาทััอันยอดเยี่ยม เขามองเห็นมันได้ในทันที
เคล็ดฝ่ามือบัว์
ซ่งไป่หลางซัดฝ่ามือไปที่แม่น้ำเขาััได้ถึงความตระหนกและร้อนรนของอสูรวารีก่อนที่ดอกบัวจะซัดเข้าใส่จุดสีขาวนั้นแก่นิญญาของอสูรวารีก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วยิ่งและหลบหนีไปทางต้นแม่น้ำ
“คิดหนี!?”ซ่งไป่หลางคำรามเมื่ออสูรวารีหนีไปคลื่นน้ำก็สลายไปด้วยเช่นกัน เขารีบทะยานร่างเรียบไปกับผืนน้ำดวงตาจ้องมองแก่นิญญาอย่างไม่ละสายตา
“เขาไม่เพียงไม่ได้รับอันตรายกลับยังสามารถทำให้สัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุดหลบหนีไปได้” เยว่จิงรู้สึกเหลือเชื่อมากยิ่งขึ้น
ควรทราบว่าสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุดนั้นมีเพียงผู้มีพลังขั้นเที่ยงแท้ห้าเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์รับมือได้และหากเป็ระดับเที่ยงแท้ขั้นสี่คนๆนั้นก็ต้องเป็อัจฉริยะระดับเดียวกับอสูรเพลิงจ้าวฮุยหรือว่าหลิวหลี่แห่งนิกายหมื่นดาราเท่านั้น
แม้แต่เยว่จิงสำหรับนางสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นกลางนั้นเป็สิ่งที่นางจัดการได้และต่อให้เป็ขั้นสูงส่วนใหญ่นางก็ไม่รู้สึกหวาดกลัวเพียงแต่ยากที่จะจัดการพวกมันเช่นกัน ทว่าระดับสองขั้นสูงสุดทั้งยังเป็รูปแบบจิติญญาธรรมชาติการต่อสู้กับมันในพื้นที่แม่น้ำแบบนี้เท่ากับฆ่าตัวตายเยว่จิงเชื่อว่าต่อให้เป็หลินัเีที่เป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของการประลองครั้งนี้เขาก็คงเลือกที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับมันเป็แน่
ดวงตาเยว่จิงทอประกาย“ซ่งไป่หลางผู้นี้เขาจะต้องทำให้อัจฉริยะทั้งหมดในการประลองรู้สึกประหลาดใจอย่างแน่นอน”
ขณะที่กำลังลังเลว่าจะติดตามซ่งไป่หลางไปดีหรือไม่สัญชาตญาณบางอย่างกระตุ้นให้เยว่จิงรู้สึกถึงอันตราย นางรีบทะยานร่างหลบเข้าไปยังพุ่มไม้ใกล้ๆด้วยพลังิญญาที่หลงเหลืออยู่จากการโจมตีของสัตว์ปีศาจขั้นสามกลิ่นอายของนางถูกปกปิดเอาไว้อย่างสมบูรณ์
“เป็กลิ่นอายของสัตว์ปีศาจที่ทรงพลังนักไม่แน่ว่าเ้าเด็กจากนิกายบัว์นั่นอาจตายไปแล้ว” หลังจากเยว่จิงซ่อนตัวไม่นาน ร่างหกร่างได้มุ่งหน้ามายังจุดที่นางเคยอยู่
ดวงตาของเยว่จิงหรี่ลง‘นิกายขุนเขาอัคคีจ้าวฮุย’
ผู้นำของกลุ่มนั้นคืออัจฉริยะที่ถูกกล่าวขานว่าเป็อัจฉริยะแห่งยุคของนิกายขุนเขาอัคคีและในการประลองนี้เขาก็ถูกประเมินว่าเป็รองเพียงแค่หลินัเีคนเดียวเท่านั้น
นอกจากเขาแล้วยังมีสมาชิกของนิกายขุนเขาอัคคีอีกสี่คนและอีกหนึ่งคนนั้นเยว่จิงจำได้ว่านางมาจากนิกายหุบเขามืดใบหน้าของนางมืดมนอย่างยิ่งในเวลานี้
“หยูเสี่ยตามข้อตกลงของเราข้ายินดีที่จะจัดการกับเ้าเด็กจากนิกายบัว์ให้แก่เ้าอย่างไรก็ตามมันคงไม่รอดหลังถูกโจมตีโดยสัตว์ปีศาจที่แข็งแกร่งดังนั้นข้าไม่อาจทำสิ่งใดได้อีกเห็นแก่ที่นิกายหุบเขามืดของพวกเ้าให้ความเคารพนิกายขุนเขาอัคคีอย่างดีมาเสมอข้าจึงจะช่วยให้เ้าได้คะแนนจากการประลองรอบแรกบ้างเล็กน้อยอันดับของพวกเ้าจะได้ไม่ต่ำจนเกินไปและมีโอกาสในรอบถัดไป”
ได้ยินคำพูดของจ้าวฮุยหญิงสาวจากนิกายหุบเขามืดได้แต่พยักหน้าอย่างท้อแท้นางอุตส่าห์ได้พบเจอกับพวกจ้าวฮุยโดยบังเอิญด้วยความสัมพันธ์ระหว่างนิกายจากการที่นิกายหุบเขามืดมอบบรรณาการให้กับนิกายขุนเขาอัคคีอยู่เสมอดังนั้นนิกายขุนเขาอัคคีจึงถือว่านิกายหุบเขามืดเป็บริวารของตนจ้าวฮุยจึงให้ความช่วยเหลือนางอย่างไม่ใส่ใจนัก
ด้วยพลังของจ้าวฮุยต่อให้เขาแบ่งรางวัลจากการล่าให้กับศิษย์คนอื่นๆในนิกายรวมทั้งแบ่งอีกส่วนไปให้นิกายหุบเขามืดเขาก็ยังมีอันดับที่สูงมากๆอยู่ดี
“ขอบคุณพี่จ้าว”หยูเสี่ยแห่งนิกายหุบเขามืดได้แต่ทำใจยอมรับว่านางไม่อาจแก้แค้นซ่งไป่หลางได้อีกแล้ว
การล่าของจ้าวฮุยนั้นทรงพลังและรวดเร็วอย่างมากจ้าวฮุยไม่ใส่ใจภัยอันตรายเขาเพียงแค่มองหาจุดที่สัตว์ปีศาจระดับสองอาศัยอยู่จำนวนมากแล้วเข้าไปจัดการกับพวกมันอย่างรวดเร็วภายในหนึ่งวันจ้าวฮุยสามารถทำคะแนนได้อย่างมหาศาลหากนับรวมกับคะแนนที่เขามอบให้กับหยูเสี่ยไม่แน่ว่าคะแนนของเขาอาจไล่ตามหลินัเีได้สำเร็จ
หลังจากทั้งหกคนจากไปเย่วจิงพลันสูดลมหายใจอย่างเย็นเยียบลำพังจ้าวฮุยคนเดียวก็เป็ศัตรูที่นางรับมือได้ยากลำบากมากแล้ว ศิษย์คนอื่นๆของนิกายขุนเขาอัคคียังนับได้ว่าไม่ธรรมดาอย่างยิ่งอย่างไรเสียนิกายขุนเขาอัคคีก็เป็อันดับสองเป็รองเพียงแค่นิกายหมื่นดาราเท่านั้นศิษย์อันดับสองและสามของนิกายขุนเขาอัคคีฝีมือไม่ด้อยไปกว่าอันดับหนึ่งของนิกายระดับต่ำกว่า
‘สู้กับจ้าวฮุยผู้นี้โอกาสชนะของข้ามีไม่ถึงสามส่วนยิ่งหากมันร่วมมือกับคนอื่นๆโอกาสที่ข้าจะหลบหนีรอดได้ก็น้อยเต็มทียังดีที่การต่อสู้ของเรากับซ่งไป่หลางถูกขัดขวางโดยสัตว์ปีศาจไม่เช่นนั้นพวกเราสองคนคงถูกจ้าวฮุยเล่นงานเป็แน่’
นิสัยของจ้าวฮุยนั้นเยว่จิงได้ยินมาบ้างคนผู้นี้มีนิสัยโหดร้ายและไร้ความปราณี ขณะเดียวกันก็มีความนิยมในสาวงามอย่างยิ่งเหตุผลหนึ่งที่ทำให้จ้าวฮุยช่วยเหลือหยูเสี่ยไม่ใช่แค่เพราะความสัมพันธ์ระหว่างนิกายแต่เป็เพราะหยูเสี่ยนั้นมีรูปร่างหน้าตาที่ดีด้วยหากจ้าวฮุยพบนางเข้า ด้วยหน้าตาของเยว่จิงที่งามยิ่งกว่าหยูเสี่ยสามสี่ขั้นจ้าวฮุยย่อมไม่ปล่อยให้นางจากไปโดยเรียบง่ายเป็แน่
‘ไม่รู้ว่าซ่งไป่หลางไปสร้างปัญหาอะไรเอาไว้หากเขาต้องเผชิญหน้ากับจ้าวฮุยคงจะไม่รอดแน่’ เยว่จิงได้แต่ถอนหายใจในความโชคร้ายของอีกฝ่ายหลังจากนั้นนางจึงมุ่งหน้าไปยังเส้นทางอื่นเพื่อเก็บคะแนนของตนเอง
ด้านซ่งไป่หลางหลังจากไล่ล่าอสูรวารีมาได้ระยะทางหนึ่งก็พบว่าอีกฝ่ายได้หลบหนีมาจนถึงจุดที่เป็ต้นแม่น้ำลมหายใจของซ่งไป่หลางขาด่ไปเล็กน้อยเมื่อมองเห็นน้ำตกขนาดมหึมาทอดยาวสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความสูงของมันเขามองเห็นเพียงมวลเมฆที่ปกปิดส่วนยอดของน้ำตกเอาไว้ทำให้ไม่อาจทราบได้เลยว่าน้ำตกนี้แท้จริงแล้วมีความสูงเพียงใด
แรงปะทะของสายน้ำที่ไหลรินลงมาจากน้ำตกมากพอจะบดขยี้ทุกสิ่งแม้แต่น้ำตกลมปราณระดับสามก็ยังไม่อาจเทียบได้กับระดับของน้ำตกนี้
“ไม่นึกว่าในมิติระดับนี้จะยังมีน้ำตกวิเศษขั้นรวมิญญาอยู่” น้ำเสียงของเซี่ยหยางแฝงด้วยความอัศจรรย์ใจ
“น้ำตกวิเศษขั้นรวมิญญา” ซ่งไป่หลางเอ่ยน้ำเสียงติดขัดพลังกดดันที่น้ำตกนี้แผ่ออกมาเหนือล้ำยิ่งกว่าระดับขั้นเที่ยงแท้หรือแม้แต่เหนืุ์ต่อให้เป็ผู้มีพลังระดับเหนืุ์ขั้นสุดยอดก็ยังไม่อาจยืนหยัดอยู่ภายใต้แรงของมัน
“อาจารย์ หากข้าฝึกฝนภายใต้น้ำตกนี้พลังของข้าจะพัฒนาขึ้นเหมือนกับน้ำตกลมปราณหรือไม่” ซ่งไป่หลางเอ่ยถามดวงตาเป็ประกาย
เซี่ยหยางหัวเราะ “สำหรับตอนนี้น้ำตกนี้ยังไม่มีประโยชน์สำหรับเ้าต่อให้เ้าใช้เคล็ดกายาบัวพิสุทธิ์และม่านบัว์ด้วยพลังทั้งหมดเ้าก็คงยืนหยัดได้ไม่เกินสามชั่วลมหายใจ ระยะเวลาเท่านี้ย่อมไม่มีประโยชน์ที่เ้าจะฝึกฝนหาก้าใช้ประโยชน์จากมันเ้าก็ต้องไปให้ถึงระดับเที่ยงแท้และควบคุมพลังธาตุให้ได้เสียก่อนเมื่อถึงตอนนั้นน้ำตกนี้จะกลายเป็ทรัพยากรที่ล้ำค่าสำหรับเ้า”
“สำหรับตอนนี้ อย่าเพิ่งสนใจน้ำตกวิเศษจงไปนำสมบัติวารีมาซะ มันจะต้องสร้างประโยชน์ให้กับเ้าในการประลองครั้งนี้ได้แน่”
ซ่งไป่หลางพยักหน้าไม่มีเหตุผลที่เขาจะไม่เชื่อเซี่ยหยางหลังจากอสูรวารีหลบหนีมาถึงจุดนี้มันก็ไม่สามารถไปที่ไหนได้อีกแล้วต่อให้มันเป็สัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุดแต่มันก็ไม่อาจเข้าไปภายใต้อำนาจของน้ำตกวิเศษได้ ทำได้เพียงเคลื่อนตัววนเวียนอยู่ใกล้ๆกับจุดนั้นราวกับเชื่อมั่นว่าซ่งไป่หลางจะไม่สามารถเข้าไปในอาณาเขตของส่วนต้นน้ำได้
“หากเป็กับมนุษย์ทั่วไปอาณาเขตที่อสูรวารีเข้าไปหลบอยู่ตอนนี้ก็ต้องเป็ผู้มีพลังขั้นเหนืุ์จึงจะสามารถเข้าไปใกล้มันได้ทว่าสำหรับเ้าแล้วไม่ต้องเอ่ยถึงิญญาวารีศักดิ์สิทธิ์ลำพังพลังจากโลหิตศักดิ์สิทธิ์ก็ทำให้ร่างกายของเ้าแกร่งพอจะเข้าไปได้แล้ว” เซี่ยหยางพูดอย่างสบายๆ
ซ่งไป่หลางมองไปยังตำแหน่งของอสูรวารีก่อนจะเผยรอยยิ้มเยือกเย็น“สมบัติวารีระดับเหนืุ์ครั้งนี้เ้าจะหนีข้าไปไหนได้อสูรวารี”
เด็กหนุ่มะเิพลังลมปราณใช้ท่าเท้าแปดบัวดาราทะยานร่างเข้าไปในเขตต้นน้ำการต่อสู้ในน้ำนั้นทำให้อสูรวารีได้เปรียบเป็อย่างมากทว่าสำหรับผู้ิญญาวารีศักดิ์สิทธิ์ อสูรวารีไม่สามารถนับเป็อันใดได้
ััได้ถึงการรุกรานของซ่งไป่หลางทำให้อสูรวารีรู้สึกตื่นตระหนกเป็อย่างยิ่งแม้จะปะทะกันได้เพียงชั่วครู่ทว่าสัญชาตญาณของมันได้ร้องเตือนว่ามนุษย์ตรงหน้าของมันมีความอันตรายเป็อย่างมากและทำให้มันหวาดกลัวไปจนถึงส่วนนลึกของิญญา
ไร้ซึ่งทางเลือก อสูรวารีหลอมรวมพลังิญญาเข้ากับกระแสน้ำสร้างเป็หอกวารีที่หมุนเป็เกลียวจำนวนมากก่อนจะส่งมันพุ่งเข้าโจมตีใส่ร่างของซ่งไป่หลางที่ลอยทะยานอยู่กลางอากาศ
ร่างของซ่งไป่หลางปรากฏแสงสีขาวปกคลุมกายด้วยพลังของวิชากายาบัวพิสุทธิ์หอกวารีถูกทำลายลงอย่างง่ายดายเมื่อปะทะเข้ากับร่างกายของเด็กหนุ่ม
“ส่งสมบัติวารีมาซะ” ซ่งไป่หลางคำราม
เคล็ดฝ่ามือบัว์!!