บรรยากาศยามเช้าอันแสนสดใส นัมมีนอนหลับไปตั้งแต่ตอนไหนไม่มีใครรู้รู้แต่ว่าตอนนี้เขาเผลอหลับอยู่หน้าประตูบ้านเสียแล้ว แสงแดดที่ส่องเข้ามาแยงตาทำให้ซูเจินเริ่มรู้สึกตัว นางรู้สึกว่าเตียงที่นางนอนมันกว้างขึ้นจนกระทั่งพลิกตัวกลับมาอีกฝั่งจึงได้พบว่าตอนนี้อี้เถียนไม่อยู่แล้ว
"กลับไปแล้วงั้นหรอ….ทำไมไม่บอกเราเลยอ่ะ คิดจะไปก็ไปคิดจะมาก็มา เฮ้อ!!"
"ซูเจิน..ตื่นแล้วหรอ?"
"สนมลี…อืม..ตื่นแล้ว มาหาข้าแต่เช้ามีธุระอะไรหรือ?"
"ข้าจะมาชวนเจ้าไปเก็บดอกไม้น่ะ…เห็นอาเฟยบอกว่ามีดอกไม้ป่าขึ้น อยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก"
"ดอกไม้หรอ?...ก็ได้ งั้นเดี๋ยวรอข้าอาบน้ำเเต่งตัวก่อนนะ"
"ได้..งั้นเดี๋ยวข้าไปรอข้างนอกนะ" ซูเจินเห็นว่าตนกำลังตั้งท้องเลยอยากหาอะไรผ่อนคลายระบายอารมณ์ทำ นางใช้เวลาไม่นานในการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปเก็บดอกไม้กับสนมลี โดยมีนัมมีและอาเหมยที่อาสาไปช่วยเก็บอีกแรง ครั้นเมื่อมาถึงตามที่ที่อาเฟยบอก ทุกคนต่างพากันยิ้มร่าเริง มีความสุขกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า
"โอ้โห!! ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแถวนี้มีดอกไม้ด้วย"
"ใช่ มีหลากหลายสายพันธุ์เสียด้วย ซูเจิน..ข้าชอบที่นี่"
"ข้าก็ชอบ…ถ้าลูกของข้าคลอดออกมาเมื่อไหร่ ข้าจะพาเขามาที่นี่" ทั้งสองคนต่างชื่นชมดอกไม้นานาพันธุ์และช่วยกันเก็บดอกไม้มาตกแต่งที่บ้านอย่างสวยงามโดยที่ไม่รู้เลยว่าดอกไม้พวกนั้นเป็นผลงานของอี้เถียนกับอาเฟยที่ขนขึ้นมาปลูกไว้เอง แถมในตอนนี้พวกเขาก็แอบยืนดูพวกนางเก็บดอกไม้อย่างมีความสุขอีกด้วย
"องค์ชาย ที่ออกมาตั้งเเต่เช้ามืดเพราะเรื่องนี้หรือ ทรงทำทั้งหมดนี้เพื่ออะไรพะยะค่ะ?"
"เจ้าไม่เห็นหรอว่าพวกนางมีความสุขแค่ไหน ซูเจินกำลังตั้งท้องลูกของข้าอยู่ บรรยากาศที่ดีจะทำให้นางมีความสุขและเมื่อนางมีความสุขลูกของข้าก็จะมีความสุขไปด้วย เจ้าว่าจริงไหม?"
"แต่นางเพิ่งท้องได้แค่ 3 เดือนเองนะพะยะค่ะ!"
"จะท้องกี่วัน กี่เดือนข้าไม่สน ข้าขอแค่ให้นางกับลูกมีความสุข เเค่นี้ข้าก็พอใจแล้ว เรากลับกันเถอะ" เมื่อเห็นว่าแผนการทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี อี้เถียนกับอาเฟยก็รีบกลับวังทันทีเพราะพวกเขายังเหลืองานอีกหลายๆอย่างที่จะต้องทำ ทางด้านอี้เฉียนก็เร่งสืบเสาะหาอะไรบางอย่างในห้องตำรา เขาขะมักเขม้นหาตำราเล่มหนึ่งตั้งแต่เมื่อคืน
"องค์ชาย เจอแล้วพะยะค่ะ!!"
"ไหน?...ตำราปรุงยาลึกลับ! ดีมากอาฉาง!!" อี้เฉียนหนังตำราเล่มนั้นติดตัวกลับออกไปด้วย ในช่วงระยะเวลา 3 วันข้างหน้า อี้เฉียนมีออกว่าราชการเเทนอี้เหลียน เขาจึงคิดจะใช้โอกาสนี้ในการศึกษาตำรานั้นอย่างเต็มที่ เเต่ทว่า…
"นะเจ้าคะ…ข้าอยู่แต่ในวังเบื่อจะตาย ครานี้ข้าขอบอกว่าราชการกับท่านพี่ด้วยนะเจ้าคะ?"
"จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง ในเมื่อเจ้าก็รู้ดีว่าร่างกายจะไม่แข็งแรง"
"แต่ตอนนี้ข้าแข็งแรงดีแล้วเจ้าค่ะ"
"หากเจ้าแข็งแรงดีแล้ว หมายความว่าตั้งแต่นี้ ข้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องดูแลเจ้าแล้วน่ะสิ"
"ท่านพี่พูดเหมือนว่า ที่ท่านต้องมาดูแลข้า เพราะท่านทำตามหน้าที่ เช่นนั้นหรือเจ้าคะ?"
"ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้น การออกว่าราชการแต่ละครั้งใช้เวลานานในการเดินทางและเหน็ดเหนื่อยมาก ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องไปลำบากกับข้า สนมฮงเจ้าต้องเตรียมร่างกายเพื่อที่จะให้กำเนิดทายาทกับข้า ไม่ใช่หรือ?"
"อะ..อะไร..นะ..เจ้าคะ?"
"ข้าบอกว่า เจ้าต้องเตรียมตัวเพื่อที่ตั้งท้องลูกของข้าไง"
"ท่านพี่!! จริงหรือเจ้าคะ!!?"
"สนมฮง…ที่เข้ามาดูแลเจ้าเพราะอยากให้เจ้าร่างกายแข็งแรงและที่ข้าอยู่กับเจ้าทุกคืน มันยังไม่ใช่คำตอบอีกหรือไง การออกว่าราชการครั้งนี้เจ้าไม่ต้องไปหรอกอยู่เตรียมตัวตั้งท้องลูกของข้าเถิด"
"ท่านพี่!!" สนมฮงน้ำตารื้นไหลอาบแก้มโผเข้าสวมกอดอี้เฉียนด้วยความดีใจในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่อี้เฉียนยอมรับให้นางเป็นชายาพร้อมกับเปิดปากว่าอยากให้นางตั้งท้องลูกของเขา ถึงตอนนี้สนมฮงลืมสิ้นทุกอย่าง นางพยายามทำตัวให้มีความสุขไม่คิดเรื่องอะไรเพื่อรอการเตรียมตัวตั้งครรภ์ลูกของอี้เฉียนนั่นเอง
"อีก 3 วันข้าจะไปว่าราชการที่หัวเมืองใต้และคิดว่าคงจะได้เจอกับพี่ใหญ่ด้วย คงมีพูดคุยกินดื่มกันตามประสาพี่น้อง อีกหลายวันคงจะกลับ ระหว่างนี้ข้าอยากให้เจ้าดูแลตนเองและรอข้ากลับมา"
"ได้เจ้าค่ะ ข้าจะดูแลตนเอง เพื่อรอท่านพี่กลับมาเจ้าค่ะ" สนมฮงโอบกอดอี้เฉียนพร้อมกับร้องไห้ด้วยความดีใจ ในที่สุดอี้เฉียนก็ได้มองเห็นความดีและความตั้งใจที่จะเป็นผู้ให้กำเนิดทายาทแก่เขาแล้ว ในช่วงระยะเวลานั้นอี้เฉียนก็ไปหาสนมฮงไม่เคยขาดแม้เเต่คืนเดียว เขาไม่ลืมที่จะหยิบชาดอกไม้ไปให้นางดื่มเพื่อบำรุงร่างกายอีกด้วย เวลาล่วงเลยไปถึงวันที่อี้เฉียนจะต้องออกว่าราชการ สนมฮงรับหน้าที่อาสามาส่งอี้เฉียนถึงหน้าประตูเมือง
"ขอให้ท่านพี่เดินทางปลอดภัยและกลับมาข้าเร็วๆเจ้าค่ะ"
"แน่นอน…ข้าจะรีบกลับมา ไปกันเถอะอาฉาง!"
"พะยะค่ะ!" พูดจบอี้เฉียนรีบควบม้านำโด่งออกไป โดยมีอาฉางและทหารอีกสิบกว่านายควบม้าตามออกไป สนมฮงได้เเต่ยืนยิ้มมองอี้เฉียนควบม้าห่างออกไปเรื่อยๆ ด้านเสี่ยวอี้คนสนิทเห็นว่าอี้เฉียนไปไกลมากแล้วนางจึงได้กล่าวเชิญให้สนมฮงขึ้นเกี้ยวกลับวัง ครั้นเมื่อมาถึงสนมฮงก็เอาเเต่นั่งลูบท้องตนเองแล้วยิ้ม
"พระสนม เรื่องที่ท่านให้ข้าไปสืบ..คือว่า…."
"เจ้าไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ข้าไม่อยากรับรู้เรื่องของใคร" เสียงอันนุ่มนวลผิดแปลกไปจากเดิมทำให้เสี่ยวอี้รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เเววตาท่าทางที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคนนั้นมันยิ่งทำให้คนสนิทที่อยู่ด้วยกันมานานถึงกับขนลุกเลยก็ว่าได้ ถึงตอนนี้คงไม่มีคำอธิบายใดไปมากกว่าสนมฮงเชื่อในสิ่งที่อี้เฉียนพูดทุกคำและลืมทุกอย่างที่เคยสงสัยไว้ ตอนนี้สิ่งเดียวที่นางต้องทำก็คือทำให้ตัวเองมีความสุขและเตรียมพร้อมร่างกายเพื่อรอวันตั้งครรภ์ลูกของอี้เฉียนนั่นเอง