“คุณชายที่นี้คือชั้นหนึ่งท่านต้องกำจัดเหล่าอสูรรวมไปถึงผู้ดูแลที่นี้ทั้งหมดก่อนถึงสามารถผ่านไปชั้นที่สองได้ขอรับ”
“อสูรเหล่านี้เป็ลูกน้องของจอมมารทั้งหมดเลยหรือ”
“ไม่ใช่ขอรับ อสูรเหล่านี้เกิดจากหินอสูรเช่นเดียวกันกับอสูรที่อยู่นอกหอคอยระวังไว้ด้วยขอรับอสูรที่นี้แข็งแกร่งกว่าด้านนอกมากกว่าเท่าตัว”
“ขอบใจที่เตือนข้า” จ้าวยูร์ก้มหัวให้อีกฝ่ายด้วยความเคารพแม่ทัพเหนือแปลกใจกับท่าทีของจ้าวยูร์ เขาไม่พูดอะไรอีก เขาหลีกทางเพื่อให้จ้าวยูร์ได้เริ่มการพิชิตหอคอย
หนึ่งเดือนผ่านไป
“เขาดูเป็ยังไงบ้างแม่ทัพเงา” จอมมารมองดูลูกแก้วตรงหน้า
“เขามีทักษะดีกว่าลูกศิษย์คนอื่นๆที่ผ่านมาขอรับ”
“เ้าคิดว่าสามารถเอาชนะเขาได้หรือเปล่า”
“พูดยากขอรับ รู้สึกว่าเขายังไม่ได้แสดงความสามารถเต็มที่สักนิด”
“หือ..ยิ่งเ้าพูดแบบนี้ยิ่งทำให้ข้าคาดหวังมากขึ้นไปอีก”
“ความสามารถของเขาเป็ของจริงขอรับ”
“เื่นั้นสืบไปถึงไหนแล้ว” น้ำเสียงของจอมมารเปลี่ยนไปทันที
“ผู้ทรยศพยายามแทรกแซงหอคอยทั้งสองแห่งอยู่ขอรับ”
“หือ...พวกเขามั่นใจในอำนาจของตนเองเสียจริงเ้าว่าแบบนั้นไหมแม่ทัพเงา” น้ำเสียงไร้ความปราณีของอีกฝ่ายทำให้แม่ทัพเงาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองจอมมารผู้ดินแดนไม่ได้มาเพียงเพราะโชคช่วยเท่านั้น
“เ้ามีเวลาสองเดือนในการจัดการหอคอยแดนใต้”
“รับบัญชา!”
“ยินดีด้วยคุณชายจ้าวตอนนี้ท่านพิชิตหอคอยชั้นที่50 สำเร็จแล้ว” แม่ทัพเหนือรู้สึกทึ่งในความสามารถของอีกฝ่าย เปรียบเทียบกับกลุ่มองค์รัชทายาทแดนเหนือที่ใช้เวลานานกว่าครึ่งปีในการพิชิตหอคอยมาถึงชั้นที่50
“แม่ทัพเหนือ ข้ารู้สึกว่าความสามารถของอสูรเหล่านี้ลดลงไปมาก”
“คุณชายหมายความว่ายังไงขอรับ”
“ไม่ใช่ความสามารถของอสูรลดลงแต่เป็ความสามารถของเ้าเพิ่มขึ้นต่างหาก”
“คารวะท่านจอมมาร” จอมมารโบกมือให้อีกฝ่ายลุกขึ้นเขาเดินเข้าไปหาจ้าวยูร์
“ไหน ๆ วันนี้เ้าจัดการชั้น 50ได้แล้วไม่ถือโอกาสพักผ่อนเลยเล่า”
“ข้ายังไม่เหนื่อย”
“ต่อให้ไม่เหนื่อยร่างกายของเ้าก็้าพักั้แ่มาที่นี้เ้ายังไม่หยุดพักเลยสักวันไม่ใช่หรือ”
‘แม่ทัพเหนือไปยังชั้นที่75 จับตาดูคนกลุ่มนั้นเอาไว้แล้วมารายงานข้า’
‘รับบัญชาท่านจอมมาร’
“เหลือเวลาอีกสองเดือน เป้าหมายของเ้าคือชั้นไหน”จอมมารเดินมาจับมืออีกฝ่าย อึดใจต่อมาพวกเขาอยู่ที่ชั้นบนสุดซึ่งเป็ที่พักของจอมมารเพียงผู้เดียว
“ข้าไม่รู้”
“เ้าจะอาบน้ำหรือ”
“ท่านบอกให้ข้าพักผ่อนไม่ใช่หรือไง” จ้าวยูร์ตอบโดยที่ไม่ได้หันมามองเขาเดินหายเข้าหลังม่านไป โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องไม่วางตา
จ้าวยูร์เดินลงสระน้ำหลังจากชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อยน้ำอุ่น ๆ ทำให้ร่างกายเขารู้สึกผ่อนคลายความเมื่อยล้าหายไปเป็ปลิดทิ้ง
“เ้าดูดซับแก่นอสูรไปมากแค่ไหนกัน” จ้าวยูร์ลืมตาเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่อยู่ด้านหลังของเขาท่าทางจ้าวยูร์ทำให้จอมมารไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เขาคุกเข่าลงเชยคางอีกฝ่ายให้สูงขึ้น ใบหน้าคมก้มลงมา ริมฝีปากจ้าวยูร์ถูกเขาลิ้นอีกฝ่ายรุกล้ำเข้ามาในโพรงปากของจ้าวยูร์ในขณะที่เขายังมึนงงอยู่
จอมมารลิ้มรสความหวานจากโพรงปากนุ่ม จูบอ่อนโยนหยอกเย้ากลายเป็ดุดันตามแรงอารมณ์ของร่างกาย
“อือ...” เสียงประท้วงเล็ก ๆ ดังขึ้น มือของจ้าวยูร์คว้าหัวไหล่ของจอมมารเอาไว้ทั้งสองข้างมือจอมมารอีกข้างลูบไล้ต้นคอจ้าวยูร์ลงไปถึงหน้าอก
“อื้อออ....”
“...ยูร์” จอมมารเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแ่เบาก่อนริมฝีปากนุ่มจะถูกอีกครั้ง กลิ่นหอมของร่างกายจ้าวยูร์กระตุ้นความ้าของจอมมารจนเขาแทบควบคุมตนเองไม่อยู่แทบทุกครั้งที่อยู่ใกล้เ้าตัว
‘อย่าขัดขืนข้า’เสียงหนึ่งดังเข้ามาในหัวของจ้าวยูร์ ร่างกายเขารู้สึกถึงพลังลมปราณอันเข้มข้นกำลังหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกาย
‘ข้ารู้ว่าเ้าทำได้หลอมรวมลมปราณของข้าเข้ากับของเ้าซะ’
..จะให้ข้าใช้สมาธิตรงไหนกัน!
‘เป็ท่านไม่ใช่หรือที่ทำให้ข้ารวบรวมสมาธิไม่ได้!’ จอมมารค่อยๆ ถอดริมฝีปากออกอย่างยากลำบาก ดวงตาของเขาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาอีกฝ่ายไม่นานริมฝีปากเขาเผยรอยยิ้มกว้าง ใบหน้าที่แดงเรื่อ ขนตางอนเป็แพช่างดูน่ามองจนทำให้เขาอยากก้มลงไปััอีกครั้ง
“เป็ความผิดของข้าเอง...เ้าหลอมรวมลมปราณได้แล้ว”มือที่ยังคงวางอยู่บนร่างกายจ้าวยูร์รู้สึกถึงความร้อนภายในร่างกาย จ้าวยูร์หลับตาลงตั้งสมาธิหลอมลมปราณของจอมมารเข้ากับลมปราณของตนเองจ้าวยูร์ลืมตาขึ้น ลุกออกจากสระน้ำโดยไม่หันมามองจอมมารสักนิด
“เ้ากำลังโกรธข้า” เขาเดินตามอีกฝ่ายอย่างใจเย็น
“สิ่งที่ท่านทำข้าไม่สมควรโกรธงั้นสิ”
“ทำไมต้องโกรธด้วยข้าไม่เห็นว่ามันเสียหายตรงไหน”
“ไม่เสียหาย! ท่านมองข้าดีๆ สิ ข้าเป็ผู้ชายไม่ใช่ผู้หญิงต่อให้ท่านมีความ้าท่านต้องแยกแยะได้สิ!”
“ข้ารู้ว่าเ้าเป็ผู้ชายเ้าย้ำกับข้าหลายครั้งแล้ว”
“ท่านเพิ่งจูบผู้ชายไปนะ ท่านไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง!”
“ข้าจูบเ้า ข้าก็ตอบแทนเ้าไปแล้วไม่ใช่หรือไง”
“ตอบแทน?”มือที่กำลังสวมเสื้อผ้าอยู่หยุดชะงักหันมามองอีกฝ่ายเต็มตา
“ลมปราณของข้าเมื่อกี้ไง” จ้าวยูร์กำหมัดแน่นเขาโกรธมากจนอยากสังหารคนตรงหน้า จอมมารไม่เข้าใจว่าเขาพูดอะไรผิด สีหน้าของอีกฝ่ายยิ่งแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน
“หรือว่ามันยังไม่เพียงพอ ข้ามอบให้เ้าได้อีกนะ”จ้าวยูร์โกรธจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็คำพูดได้ เขาเดินผ่านอีกฝ่ายไปอย่างไม่ใยดีจอมมารคว้าข้อมือเขาเอาไว้
“ปล่อย!!” จ้าวยูร์สะบัดออกอย่างแรง ด้วยไม่คิดว่าจ้าวยูร์จะโกรธมากขนาดนี้เขาจึงไม่ได้ใช้แรงมากจ้าวยูร์จึงสะบัดมือหลุดออกไปได้อย่างง่ายดาย จอมมารได้แต่มองตามหลังอีกฝ่ายไป
ในเมื่อไม่สามารถระบายความโกรธที่อยู่ในใจกับจอมมารได้จ้าวยูร์จึงลงไปยังชั้นที่ 51 เริ่มจัดการเหล่าอสูรทั้งหลายด้วยความบ้าคลั่งอย่างต่อเนื่องเข้าสู่วันที่3 โดยไม่หยุดพัก
แม่ทัพเหนือมองจ้าวยูร์กำลังจำกัดผู้ดูแลชั้นที่55 ลงด้วยความรวดเร็ว เขาได้รับคำสั่งให้มาดูแลหลังจากกลับมาจากชั้นที่ 75สิ่งที่เขาเห็นคืออสูรทั้งหลายถูกจัดการชั่วพริบตา
“คุณชายจ้าวพักก่อนเถอะขอรับ ท่านไม่ได้พักมาสามวันแล้วนะ”
“ข้าไม่เป็ไร”
“แบบนี้ท่านจอม.....” แม่ทัพเหนือได้รับสายตาอันเกรี้ยวกราดของอีกฝ่ายมาเป็คำเตือนก่อนที่เขาจะพูดจบ
‘เขาเป็ยังไงบ้าง’
‘ยังโกรธอยู่เลยขอรับท่านจอมมาร...มันเกิดอะไรขึ้นขอรับ’
‘ปล่อยเขาไปดูแลเขาให้ดี’
‘รับบัญชาท่านจอมมาร’
แม่ทัพเหนือถอนหายใจออกมาเดินตามอีกฝ่ายขึ้นสู่ชั้นที่ 56 ด้วยความลำบากใจ
“ครั้งนี้ข้าทำให้เ้าโกรธอีกแล้วสินะ” จอมมารพูดกับตนเองเขาไม่สบายใจที่อีกฝ่ายโกรธเขาจนไม่ดูแลร่างกายตนเองแบบนี้
จ้าวยูร์พิชิตชั้นที่ 60 ได้ในวันที่ 5ร่างกายที่เหนื่อยล้าไม่ได้กินไม่ได้นอนตลอดหลายวันที่ผ่านมานอนแผ่หลาอยู่บนผืนหญ้า
“หายโกรธข้าแล้วหรือยัง”
“ท่านมันคนชอบฉวยโอกาส” จอมมารนั่งลงข้าง ๆ
“หากข้าขอเ้าดี ๆ เ้ายินดีให้หรือไม่”
“ไหนท่านสัญญาจะไม่ฝืนความ้าของข้าหากข้าไม่เต็มใจ”
“เ้ายั่วยวนขนาดนั้นใครเห็นคงอดใจไม่ไหว”จอมมารพูดออกมาหน้าตาเฉย
“ข้าไม่เคยคิดยั่วยวนท่าน”
“หากข้าทำอะไรผิด เ้าควรบอกข้าไม่ใช่ทำร้ายร่างกายตัวเองแบบนี้”จ้าวยูร์ดันตัวเองลุกขึ้นเดินออกจากชั้นที่ 60
“อายูร์...” จอมมารคว้าข้อมือเขาเอาไว้
“ปล่อยข้า” เสียงแหบแห้งดังขึ้นไม่แม้แต่จะหันมามองจอมมารจำต้องปล่อยมือจ้าวยูร์ไป เขาเดินตามออกไปเงียบ ๆ
เขาจึงเลือกเดินออกจากหอคอยไปพักที่เมืองด้านล่างแทนจอมมารไม่ได้ห้ามเขารอให้จ้าวยูร์เข้าพักเรียบร้อยแล้วจึงปรากฏตัวขึ้นภายในห้องทีหลัง
จ้าวยูร์นอนอยู่บนเตียงหลังจากอาบน้ำเรียบร้อยแม้เหนื่อยล้าเขาไม่สามารถข่มตาหลับลงได้
“เ้าไม่ได้กินอะไรมาหลายวันเ้าควรกินอะไรสักหน่อย..”
“...พูดกับข้าหน่อยได้หรือไม่” จอมมารไม่สบายใจที่เห็นจ้าวยูร์เงียบไปแบบนี้ความเ็ปที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนแล่นเข้าสู่หัวใจ
“...........” ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนเขายังคงยืนนิ่งอยู่หน้าเตียงอยู่แบบนั้น ลมหายใจจ้าวยูร์ดังสม่ำเสมอ จอมมารจึงขยับกายนั่งลงบนเตียงนอนเขาวางฝ่ามือลงบนหลังถ่ายลมปราณ จอมมารประคองลมปราณผสานกับลมปราณของอีกฝ่ายให้เป็หนึ่งเดียวด้วยความระมัดระวังหนึ่งชั่วโมงต่อมาจอมมารจึงออกจากห้องพักปล่อยให้จ้าวยูร์พักผ่อน
ท่ามกลางความมืดยามค่ำคืน จ้าวยูร์ลืมตาขึ้นเขาไม่รู้ว่าจอมมารถถ่ายพลังลมปราณให้เขานานแค่ไหน เขารู้สึกตัวในจังหวะที่จอมมารกำลังลุกออกจากเตียงนอนลมปราณในร่างกายเขามีพละกำลังมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่ารวมไปถึงความแข็งแกร่งด้วยเช่นกัน
“ท่านทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร...”