Dream me Tender ฝันเฟื่องเรื่องรัก

    ตอนที่ 29 จูบหวานซึ้ง

             

            แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอนที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำหอพักรวมในเวลา 6 โมงเช้าช่างแสนสงบ เสียงเชียร์บอลยามวิกาลได้เงียบลงแล้ว

            หนุ่มสกินเฮดรับรู้ได้ถึงการขยับกายไปมา คนในอ้อมกอดเริ่มรู้สึกตัวตื่นนอนแล้วนั่นเอง

            “ฮ๊าวววววว”

            เสียงหวานที่ยังคงแหบพร่าเล็กน้อยหาวยานคางจนน้ำตาเล็ด

            “อรุณสวัสดิ์ครับ เมื่อคืนหลับสบายมั้ย” เต้ถามหนุ่มคนงามที่หนุนแขนเขาต่างหมอนตลอดคืน

            “อืม ก็ดีนะ ฉันไม่ได้หลับเต็มอิ่มแบบนี้มานานแล้วล่ะ”

            “งีบต่ออีกหน่อยก็ได้ครับ ยังเช้าอยู่เลย”

            “ก็ดีเหมือนกัน กอดฉันให้แน่นๆ กว่านี้หน่อยสิ เด็กน้อย”ราชินีแสนสวยออกคำสั่ง

            “คร้าบๆ เด็กน้อยก็เด็กน้อยครับ”

            หนุ่มมหาลัยร่างกายกำยำกระชับวงแขนให้แนบสนิทกับร่างเพรียวยิ่งขึ้น มือใหญ่ดึงผ้านวมมาห่มให้คริสเบามือ

            เต้อดใจเต้นกับภาพตรงหน้าไม่ได้ เรือนร่างขาวนวลซึ่งมีร่องรอยแดงจ้ำทั่วทั้งสรรพางค์กายจากบทรักร้อนแรงเมื่อคืนยังคงนอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงของเขาหนุ่มนักกีฬาอิ่มเอมหัวใจเป็นล้นพ้นจนต้องหยิกตัวเองเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นเรื่องจริงไม่ได้กำลังฝันไปใช่มั้ย

            เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นเมื่อคริสเห็นเด็กหนุ่มผิวแทนหยิกหน้าตัวเองมือเรียวประคองใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กหนุ่มไว้

            เต้ผู้ถูกอีกฝ่ายดึงรั้งเข้าไปประกบจุมพิต หากแต่การกระทำของหนุ่มสวยในเช้าวันนี้ไม่เหมือนเดิมนอกจากจะไม่จูบดูดดื่มเหมือนทุกครั้งแล้วริมฝีปากบางยังประทับจุมพิตบนหน้าผากกว้างอย่างนุ่มนวลแทนสัมผัสอันอ่อนโยนนั้นหวานล้ำราวกับน้ำผึ้งเดือนห้าก็ไม่ปานจนเด็กหนุ่มตกตะลึงอ้าปากค้าง

            “ดูเธอทำหน้าเข้าสิ!เห็น ufo รึยังไงกัน! ฮ่าฮ่าฮ่า”ราชินีแสนสวยหัวเราะร่า

            “ก็ปกติคุณไม่เคยสัมผัสอ่อนโยนแบบนี้นี่ครับปกติร้องขอแต่จะมีเซ็กซ์รุนแรงอย่างเดียว...”

            “ก็ไม่เคยจริงแหละ ฉันไม่เคยตกหลุมรักใครหรือพลอดรักหวานๆแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต” เสียงทรงเสน่ห์กล่าว

            “แล้วทำไมคุณถึงเลือกจูบหวานซึ้งแบบนี้กับผมล่ะครับ...”เต้เอ่ยปากถามอย่างลุ้นระทึก

            “ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน”

            ใบหน้าสวยจับจ้องโครงหน้าหล่อเหลาของเด็กหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งไม่วางตา หากเปรียบเทียบกับคู่นอนนายแบบในอดีตที่ผ่านมามากมายเด็กหนุ่มคนนี้ก็ไม่ได้หล่อหุ่นดีไปกว่าคนเหล่านั้นเลยแถมคริสยังมีรสนิยมชอบผู้ชายอายุมากกว่ามาตลอด เรียกว่าเต้ห่างไกลจากสเปกเขาอยู่มาก

            แต่ทุกวันนี้คริสกลับเลือกใช้เวลากับเต้ผู้ยังเป็นเพียงเด็กมหาลัยปีหนึ่งเท่านั้นตั้งแต่เจอเด็กหนุ่มนักบาสฯ คนนี้เข้าไปภาพหนุ่มหล่อในฝันที่ตั้งมาตรฐานไว้สูงลิบลิ่วของคริสกลับตาลปัตรไปหมดจนคริสชักไม่มั่นใจแล้วสิว่าตนกำลังสูญเสียความเป็นตัวเองไปรึเปล่านะ?

            “คิดอะไรอยู่หรือครับ คุณคริส”หนุ่มมหาลัยถามขณะประกบหน้าผากของตนกับอีกฝ่ายอย่างน่าเอ็นดู

            “คิดว่าเช้านี้จะ 69, จัดเต็มสูบ หรือจะแค่ blow job ดี”

            “โธ่ วันๆ ในหัวคุณมีแต่เรื่องพรรณนี้เหรอเนี่ย”

            “เพิ่งรู้รึไง สมองฉันเต็มไปด้วย sex position แปลกๆ เต็มไปหมดเลยล่ะ ไว้คราวหน้าเรามาลองทำกันดีมั้ย”ใบหน้าสวยพรายรอยยิ้มโปรยเสน่ห์จนเด็กหนุ่มเหงื่อตก

            “คราวหน้า...แปลว่าคุณจะกลับมาหาผมอีกใช่มั้ยครับ?” เด็กหนุ่มนักกีฬาถามเว้าวอน

            “ไว้ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ ฉันจะแวะมาบ้างแล้วกัน”

            “ครับ... แล้วจะเล่าได้รึยังว่าเมื่อกี้คุณคิดอะไรอยู่ หน้าตาเคร่งเครียดขนาดนั้นไม่ใช่เรื่องเซ็กซ์แน่ๆมีอะไรเล่าให้ผมฟังได้นะครับ”

            คิ้วเรียวเลิกสูง คริสอดแปลกใจไม่ได้กับปฏิกิริยาของเด็กหนุ่มที่ดูจะสนอกสนใจกับความรู้สึกของเขาอยู่เสมอแม้นลักษณะท่าทางของเต้จะดูคล้ายคนนิสัยหยาบกร้านไม่แคร์เรื่องผู้อื่น แต่กลับใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ของเขาอยู่ตลอดจนหนุ่มคนงามเผลอใจเต้นโครมครามอีกแล้ว

            ใบหน้าสวยนั้นแดงระเรื่อดูแล้วน่ารักน่าหยอกเป็นพิเศษเต้สังเกตเห็นแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงอมยิ้มจุ๊บเหม่งอีกฝ่ายคืน

            “ไปอาบน้ำกันมั้ยครับ เดี๋ยวผมถูหลังให้นะ”

            “แค่ถูหลังฉันทำเองได้น่า ไม่ต้องลำบากเธอหรอก”ร่างเพรียวกล่าวปัดป้อง

            “แปลกจัง ปกติคุณออกจากออกคำสั่งให้ผมทำโน่นทำนี่ให้อยู่เรื่อยทีแบบนี้กลับถอยหนี...หรือว่าคุณกำลังกลัวผมอยู่กันแน่?” ใบหน้าหล่อเหลายื่นเข้าหาอีกฝ่ายเต้ยิ้มมุมปากขณะต้อนอีกฝ่ายเข้ามุมบ้าง

            “ใครกลัวเธอกันเด็กน้อย! ไปสิ จะอาบก็รีบอาบเดี๋ยวฉันยังต้องกลับไปเอาของที่คอนโดอีก”

            “คร้าบๆ ผมอุ้มไปห้องน้ำนะครับ กอดคอผมให้ดีนะ”

            ร่างบอบบางที่ขาไร้เรี่ยวแรงนั้นถูกอุ้มในท่าเจ้าหญิงไปยังห้องน้ำคริสนึกเขินชอบกลเมื่อถูกให้ความรักความทะนุถนอมอย่างถึงที่สุดปานนี้

            ตลอดเวลาที่อาบน้ำด้วยกันคริสแสดงท่าทีเอียงอายออกมาบ้างจนเต้อดแปลกใจไม่ได้ราชินีเริงรักแสนจะมั่นใจคนนั้นกลับมีมุมน่ารักซุกซ่อนอยู่ด้วยหรือนี่ เรียกว่าเขาได้เข้าใกล้คุณคริสอีกก้าวจนได้เรียนรู้ตัวตนแท้จริงภายใต้หน้ากากเย่อหยิ่งนั้นแล้วสินะ

            ทั้งสองอาบน้ำแปรงฟัน ผลัดกันแต่งตัวให้อีกฝ่ายต่อมาจึงชักชวนกันลงไปกินมื้อเช้าคืออาหารตามสั่งใต้หอพักเต้ทั้งมีความสุขทั้งดีใจที่ได้ใช้เวลากับคนที่เขาชอบ

            หนุ่มนักบาสฯ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับคนที่เขาแอบรักข้างเดือนมากขึ้นหลายอย่างคุณคริสเป็นคนกินง่ายอยู่ง่ายกว่าที่คิด ไม่ติดแบรนด์ไม่ติดหรูใดๆ ต่างจากภาพลักษณ์ที่แสดงออกภายนอกอย่างสิ้นเชิงร่างงดงามในชุดนอนตัวหลวมใหญ่ของเขาดูไปก็น่ารักเหลือเกิน ยิ่งได้เห็นร่างเพรียวในอิริยาบถแสนสบายในชีวิตประจำวันก็ยิ่งทำให้เต้ตกหลุมรักอีกฝ่ายมากขึ้นทุกทีคนอาไร๊จะทั้งสวยน่ารักและเป็นกันเองขนาดนี้ ไม่รักก็บ้าแล้ว!

            “วันนี้วันอังคาร คุณมีเวรทำกายภาพชมรมไหนครับ?”

            “เย็นนี้งั้นเหรอ... ชมรมเทควันโดน่ะ” คริสเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ

            “งั้นเย็นนี้ผมเลิกซ้อมแล้วจะแวะไปหาที่ชมรมเทควันโดนะครับ”

            “...รักฉันขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงขนาดขาดฉันไม่ได้เลยสิ” นัยน์ตาสีฟ้าใสของหนุ่มสวยลูกครึ่งมองมาประหนึ่งยิ้มเยาะ

            “รักครับ รักถึงขนาดอยากเจอทุกวันเลยล่ะถ้าคุณเลิกเร็วก็ไลน์บอกผมหน่อยนะจะได้ไม่คลาดกัน” เด็กหนุ่มกล่าว

            คริสนิ่งไปสักใหญ่ๆ ก่อนจะตอบกลับมาด้วยคำพูดที่คาดไม่ถึง

            “...ก็ได้”

            ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้ม หนุ่มนักบาสฯ พลันรู้สึกชื่นมื่นเมื่อได้เห็นใบหน้างามตรงหน้าแดงระเรื่อปฏิกิริยาแสนซื่อนี้คงไม่มีใครได้เห็นบ่อยนักแถมคุณคริสเริ่มไม่ปฏิเสธความพยายามเข้าหาของเขาอีกด้วย

            สายตาทั้งสองประสานกันแต่ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีกเด็กหนุ่มเพียงซึมซับมวลบรรยากาศเปี่ยมสุขนี้ไว้อย่างชุ่มปอดเท่าที่จะทำได้ด้วยไม่อยากให้เวลาแห่งความสุขนี้ผ่านพ้นไปเลย

            เต้ยืนส่งอีกฝ่ายระหว่างรอแท็กซี่หน้าหอพักด้วยกัน เขาย้ำนักย้ำหนาให้กดแอ๊พพลิเคชั่นเลือกแท็กซี่ที่คนขับเป็นผู้หญิงหนุ่มสวยจิ๊ปากรำคาญแต่ก็ยอมเลือกคนแท็กซี่ผู้หญิงแต่โดยดี นั่นทำให้เต้ยิ้มกว้างไม่หุบจวบจนส่งกระทั่งคุณคริสขึ้นรถไป

            เด็กหนุ่มมองตามหลังรถแท็กซี่คันนั้นไปจบลับสายตาในใจรู้สึกโหวงเหวงเศร้าสร้อยอย่างบอกไม่ถูกพลันนึกถึงสายตาของไอ้ฝันเฟื่องที่มองตามรถสปอร์ตของแฟนหนุ่มที่ขับจากไปอย่างอ้อยอิ่งเช่นกันเพื่อนตัวน้อยเองยามเมื่อพลัดพรากจากคนรักก็คงรู้สึกอ้างว้างเช่นนี้ไม่ต่างกันสินะ

            เด็กหนุ่มนักบาสฯ พ่นหัวเราะในลำคออย่างไม่เชื่อตัวเองไม่นึกเลยว่าคนอย่างเขาจะมีโมเมนต์คลั่งรักเหมือนคนอื่นทั่วไปเขาด้วย

            ในห้วงคำนึงยังคงนึกถึงเจ้าของร่างงดงามที่เพิ่งลาจากกันไม่กี่นาทีก่อนหน้าในใจเด็กหนุ่มกำยำเฝ้ารอคอยที่จะได้เจออีกฝ่ายในช่วงเย็นวันนี้

             

             

            พยากรณ์อากาศบอกว่ากรุงเทพเช้านี้ท้องฟ้าโปร่งอากาศสดใสหมิวและแนนมาถึงมหาลัยเร็วกว่าปกติพอสมควร ทั้งคู่แบ่งหูฟังบลูทูธฟังเพลงคนละข้างสองมือกุมกันแน่นกะหนุงกะหนิง

            แนนสังเกตเห็นบางอย่างจึงหยุดเดิน สะกิดแฟนสาวหันมองภาพตรงหน้า พวกเธอคลี่ยิ้มเมื่อเห็นเงาของนักศึกษาชายทั้งสองที่คุ้นเคยในร้านสะดวกซื้อกลางม.จะใครซะอีกละเพื่อนหนุ่มคู่จิ้นทั้งสองนั่นเอง

            ดรีมกับเต้เดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อพร้อมถุงก๊อบแก๊บในมือต่างนั่งหย่อนก้นบนฟุตบาทด้วยท่าทีเหนื่อยล้าทั้งสองกระดกเครื่องดื่มชูกำลังที่เพิ่งซื้อมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายทั้งคู่ดูสะโหลสะเหลขอบตาคล้ำเป็นหมีแพนด้ายิ่งกว่าเดิมทว่าใบหน้ากลับดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลชอบกล

            หนุ่มนักกีฬาส่งเครื่องดื่มเกลือแร่ให้เพื่อนตัวน้อย ดรีมรับมาจิบเพียงสองอึกก็ส่งคืนไปเต้ดื่มต่อจนหมดขวด จึงโยนทิ้งลงถังขยะอย่างแม่นยำ

            หลังจากนั่งพักสักระยะเด็กหนุ่มทั้งสองจึงลุกขึ้นจากฟุตบาทเพื่อเข้าเรียนเซคเช้าหากแต่ดรีมไม่มีแรงจะลุกหรืออย่างไรเพื่อนสกินเฮดจึงประคองร่างบางขึ้นยืนแขนใหญ่ดึงเอวบางขึ้นอย่างง่ายดาย มือหนาวางทาบบนหน้าผากบางเพื่อวัดไข้อย่างเป็นห่วงเป็นใย

            ดรีมส่ายศีรษะปฏิเสธว่าตนไม่มีไข้ ทั้งสองคุยกันสักพักขณะเดินเคียงข้างกันไปคณะตามปกติ

            สองสาวที่เฝ้าสังเกตการณ์ห่างๆ โดยตลอด รีบปรี่เข้าไปทักทันที

            “ฮายคู่จิ้น เมื่อคืนหนักไปหน่อยเหรอจ๊ะ โด๊ปกันแต่เช้าเชียว!” หมิวทักทาย แจกความสดใสเต็มแม็กซ์

            “เออ นิดหน่อยว่ะ” เต้ตอบเพลียๆ

            “ฉันกะแซวเล่นเฉยๆ พวกแกนี่ไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลยนะ”

            “ก็พวกมึงดูดิ ไอ้ฝันเฟื่องแม่งสะเงาะสะแงะกว่าเมื่อวานอีกอย่าบอกนะว่าเมื่อคืนก็จัดกับพี่เจไปน่ะ??” ไอ้เต้ถาม

            “กู...ก็ไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย บรรยากาศมันพาไปเฟร้ย!” ใบหน้าหวานแดงซ่าน

            “จะเอากันกูก็ไม่ว่าหรอกแต่ดูสังขารตัวเองด้วยแค่เดินยังจะไม่ไหวละมึงอ่ะ”

            “แล้วทีมึงกับพี่คริสละ ไหนว่าไปหาเขาที่ชมรมฟุตบอลไหงไปจบอยู่หอมึงได้วะ??” เพื่อนตัวน้อยถามกลับบ้าง

            “เรื่องมันยาว เอาเป็นว่าตกดึกเขามาหากูถึงห้องเองว่ะ”

            “ห๊า!!!”

            ดรีมหันขวับมองเพื่อน อ้าปากค้างจนขากรรไกรแทบฉีก

            “ถามจริง??” ดรีมถามซ้ำเพื่อความแน่ใจ

            “เออสิวะ”

            “ไอ้เต้! เขาชอบมึงแล้วแน่ๆไม่ชอบคงไม่มีทางกลับมาหาแบบนี้หรอก! อย่างงี้ความรักของมึงก็สมหวังแล้วสิ!” ดรีมลิงโลดดีใจแทนเพื่อนซี้ออกนอกหน้า

            “แล้วนี่มึงกับพี่คริสคบกันยังวะ อัปเดตมาเลยนะ!” สาวหมิวสัมภาษณ์

            “ปกติเวลามึงอยู่กับเขาคุยอะไรกันบ้างวะ?” ดรีมถามต่ออย่างสนอกสนใจ

            ดรีม หมิว แนน ต่างก็รุมถามเพื่อนนักบาสฯ

            “...ไม่รู้แฮะ ปกติก็ไม่ได้คุยกันมากมีเซ็กซ์กันอย่างเดียว”

            เพื่อนทั้งสามหน้าเซ็ง กับคำตอบแสนเย็นชานั้น

            “เดี๋ยวนะ แบบนี้มันไม่เรียกแฟนแล้ว... แกเป็น friend with benefit กับพี่คริสงั้นเหรอ??” สาวแนนถาม

            “ก็คงอย่างนั้นละมั้ง... เฮ้อ...”

            หนุ่มสกินเฮดถอดถอนใจไร้เรี่ยวแรง

            เต้ลองมองย้อนกลับไปนับตั้งแต่วินาทีที่เขารู้ตัวว่าได้เผลอตกหลุมรักคุณคริสหมดหัวใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอณ ที่เที่ยวด้วยซ้ำ จนต่อมาถึงกับตามสารภาพรักอีกฝ่ายต่อหน้าธารกำนัลมากมายซึ่งไม่ใช่วิถีทางที่คนนิสัยเก็บตัวรักความสันโดษแบบเขาจะพึงกระทำเลยสักนิดแต่เพื่อพิชิตใจอีกฝ่ายผู้เป็นหนุ่มเลอโฉมมีชายหนุ่มมากหน้าหลายตาปรารถนาเต้รู้ดีว่าเขาเองก็ต้องสู้ยิบตาเพื่อให้ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของอีกฝ่าย

            แม้นคุณคริสจะเอาแต่ปั่นหัวเขาเล่นอยู่เรื่อย ชอบยื่นข้อเสนอเอาแต่ใจนับครั้งไม่ถ้วนหรือจะให้เขาบริการเรื่องบนเตียงอย่างถึงใจแต่จะเงื่อนไขอะไรก็ยอมได้ทั้งนั้นเพียงเพื่อเด็กหนุ่มจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดหนุ่มสวยรูปงามที่เปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าพระอาทิตย์ผู้นี้เต้ไม่ได้รู้สึกว่าการพยายามทุ่มเททั้งหมดทั้งมวลนี้คือการฝืนความรู้สึกเลย เขากลับรู้สึกสนุกที่ได้วิ่งไล่ตามราชินีแสนสวยผู้รักการออกคำสั่งเป็นชีวิตจิตใจด้วยซ้ำ

            คงจริงอย่างที่พี่เจเคยพูดไว้คริสเป็นคนประเภทเข้าถึงได้ยากแต่เมื่อจับทางได้แล้วจะพบความน่ารักยียวนของอีกฝ่ายมากขึ้นเป็นทวีคูณร่างเพรียวผู้มีเรือนผมทองอร่ามนั้นบทจะไปไหนก็ไป บทจะมาก็มาไม่ให้สุ้มให้เสียงครั้นจะหายตัวก็อันตรธานไปอย่างไร้ร่องรอยประหนึ่งนินจา

            เป็นคนอ่อนไหวเซ็นซิทีฟกว่าที่คิดแต่ก็แข็งแกร่งในหลายครั้งงดงามอันตรายและเปราะบางกว่าที่ตาเห็นเสียจนบางครั้งเด็กหนุ่มไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าแบบไหนคือตัวตนแท้จริงของอีกฝ่ายกันแน่

            เต้ดีใจที่คุณคริสแวะมาหาบ้างเป็นครั้งคราว หรือยอมแสดงสีหน้าใสซื่อต่อหน้าเขาในบางครั้งแต่มันก็เพียงแค่นั้น

            เด็กหนุ่มไลน์ไปอีกฝ่ายก็ไม่ตอบ โทรหาก็ไม่รับ แต่อย่างน้อยเมื่อเช้าอีกฝ่ายก็ตื่นมาในอ้อมกอดของเขาจูบเขาที่หน้าผากแผ่วเบาประหนึ่งคนรัก พวกเราอาบน้ำด้วยกันแต่งตัวลงไปทานข้าวเช้าด้วยกัน...มันจะไม่เป็นการเข้าข้างตัวเองมากไปใช่มั้ยหากเต้จะคิดว่าอีกฝ่ายเองก็เริ่มมีใจให้เขาบ้างเหมือนกัน

            ...ความรักช่างสลับซับซ้อนเข้าใจยากเหลือเกิน...เด็กหนุ่มร่างสูงพร่ำบ่นกับตนเอง

            ทันใดนั้นเองเต้พลันได้ยินเสียงข้อความไลน์ดังขึ้น เขารีบคว้ามือถือเปิดอ่านในใจลึกๆ ยังมีหวังว่าคุณคริสจะติดต่อกลับมาบ้าง

            แต่แล้วใบหน้าคมสันพลันแปรเปลี่ยนเป็นเอือมระอา

            “ไอ้ฝฟ. มึงแม่งเป็นที่รักจังวะ พี่เจไลน์ฝากกูดูแลมึงอีกละเนี่ย!” เต้ชูหน้าจอไลน์ให้เพื่อนดู

            “พี่เจอ๊า! เมื่อเช้าก็ย้ำหลายรอบแล้วว่าร่างกายกูไม่เป็นไรๆ นี่ถึงขนาดส่งไลน์หามึงเลยเหรอ!น่าอายชะมัด!” คนตัวน้อยโหวกเหวกโวยวาย

            “ทะนุถนอมมึงยิ่งกว่าเจ้าหญิงอีก” ไอ้เต้พูด

            “บางครั้งก็มากไปจนกูเริ่มอายละเนี่ย!” ดรีมรู้สึกเขินละ โธ่พี่เจละก็ ยังไงเขาก็เป็นผู้ชายทั้งแท่งนะไม่ต้องประคบประหงมขนาดนี้ก็ได้!

            “เอาน่า มีคนห่วงใยก็ยังดีกว่าคนเกลียดนะมึง”

            “แล้วคู่มึงล่ะ กับพี่คริสนี่ตกลงยังไงวะ?” ดรีมถามซ้ำ

            “...ก็มีอะไรกัน เซ็กซ์มาราธอนบนเตียงตลอดสุดสัปดาห์เมื่อคืนก็กลับมาซ้ำห้องกูอีก”

            “แล้วเรื่องความสัมพันธ์ล่ะ มึงบอกสารภาพรักไปแล้วเขาตอบว่ายังไงบ้าง?”

            “เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเลย”

            “ห๊า?? หมายความว่าไง??”

            “เขาไม่ได้บอกอะไร แต่รับปากว่าจะกลับมาหากูบ้างเป็นครั้งคราวเมื่อเช้าก็จูบกูแบบหวานหยดด้วยมึง ไม่ใช่แบบที่คู่นอนเขาทำให้กันอ่ะ... แม่งเอ๊ย! ไม่รู้โว้ยยยย บางครั้งเขาก็ทำเหมือนจะให้ความหวังแต่ก็ไม่ได้เซย์เยสหรือปฏิเสธตรงๆ กู...ไม่รู้จริงๆ ว่าเขารู้สึกยังไงกับกูกันแน่...”

            หนุ่มสกินเฮดหยุดเดิน พรั่งพรูความรู้สึกสับสนอัดอั้นตันใจออกมามากมายชนิดที่ดรีมก็ไม่เคยเห็นเพื่อนตัวแสบหมดท่าให้ใครเช่นนี้มาก่อนใบหน้าคมสันนั้นเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นกับความสัมพันธ์ที่เหมือนจะไม่จีรังนี้

            ไอ้เต้คนนั้นก็มีมุมอ่อนไหวเหมือนกันแฮะ... ดรีมคิด

            “แต่มึงก็ชอบเขาใช่มั้ยล่ะ” ดรีมพูดเสียงเบาที่ได้ยินกันเพียงสองคน

            “อืม... กูชอบคุณคริสมากจริงๆ ว่ะ”

            “ถ้างั้นก็ค่อยเป็นค่อยไปดีมั้ย ถ้ามึงกับเขาเป็นคู่กันจริงยังไงก็หนีกันไม่พ้นหรอกตัวกูเองกับพี่เจก็มีเรื่องให้กลัวกังวลสารพัดนะ ไหนจะเรื่องอายุห่างกัน เขาทั้งหล่อทั้งดูดีส่วนกูเป็นแค่เด็กมหาลัยธรรมดาปอนๆ คนนึง ดูไม่มีอะไรที่เข้ากันได้เลยแต่เมื่อได้อยู่ด้วยกันเท่านั้นแหละมันเหมือนเราต่างเป็นโลกทั้งใบของกันและกันเลย

            “ก่อนที่กูกับพี่เจจะตกลงคบหากันแบบทุกวันนี้ก็มีช่วงเวลาที่ไม่เข้าใจกันบ้าง ปรับตัวหากันบ้าง กูก็สับสนปรึกษามึงตั้งเยอะตั้งแยะสารพัดใช่มั้ยล่ะไม่แน่ว่าคู่มึงกับพี่คริสก็อาจจะกำลังอยู่ช่วงปรับจูนกันแบบนี้อยู่ก็ได้...ความสัมพันธ์มันไม่มีสูตรตายตัวหรอก จะไปรีบเร่งก็ไม่ได้ลองให้โอกาสตัวเองได้เรียนรู้เติบโตไปด้วยกันอย่างช้าๆ ก็อาจจะเข้าท่าก็ได้นะ”

            เพื่อนตัวน้อยกล่าวจากประสบการณ์ส่วนตัว

            “...นี่มึงเป็นกูรูความสัมพันธ์ตั้งแต่เมื่อไรวะ ให้คำแนะนำโคตรดีเหอะไอ้ฝันเฟื่อง”

            “ไม่รู้ว้อย ก็มึงนั่นแหละแนะนำกูมาตั้งเยอะ ถึงคราวมึงมีความรักกูก็อยากเอาใจช่วยเหมือนกันแหละน่า” ใบหน้าหวานยิ้มแฉ่ง

            “ขอบใจว่ะ คำพูดมึงช่วยกูได้เยอะเลย บางทีกูอาจจะใจร้อนมากเกินไปก็ได้”

            “มันเพิ่ง 3-4 คืนที่ได้ใช้เวลาด้วยกันเองนี่ ไอ้เต้... ลองค่อยๆศึกษาดูใจกันไปก็ดีนะ ช้าๆ แต่มั่นคงย่อมดีกว่าชั่วข้ามคืนแต่ไม่จีรังนะ”

            “โอ้โห บาดนิ้วขาด ไลฟ์โค้ชมาเองเหรอวะ” ไอ้เต้แซว

            “กูอุตส่าห์พูดซาบซึ้ง มึงนี่ก็ขัดฟีลจัง” ดรีมบ่น

            “แต๊งกิ้วว่ะมึง... เชี่ย รอยดูดคอมึงเพิ่มอีกล่ะเอาเสื้อหนาวกูไปใส่เดี๋ยวนี้เลย!”

            เพื่อนนักกีฬาสังเกตเห็นร่องรอยรอบคอขาว เขาดึงเสื้อคลุม adidas สีดำออกจากกระเป๋าเป้ทันที

            “ไม่เอาว้อย เมื่อวานใส่แล้วร้อนตับแตก วันนี้จะให้ใส่อีกเพื่อ!” ดรีมปฏิเสธเสียงดังจนคนรอบข้างหันมามองเป็นตาเดียว

            “อย่ามาเถียง กูจะไม่แตะต้องตัวมึงอีกแต่ใส่เสื้อกูปิดรอยหน่อยเถอะกันผู้ชายมอง”

            “ใครจะมามอง มีแต่มึงนั่นแหละที่คิดอกุศลแบบนี้!” ดรีมดิ้นพล่านๆ

            “ทีหลังโดนรุมอย่ามาขอความช่วยเหลือจากกูอีกนะกูจะไม่ช่วยมึงแล้วจริงๆ ด้วย” เต้ทำท่าจะเก็บเสื้อหนาวลงเป้ แต่ทว่ากลับโดนมือบางดึงรั้งไว้

            “...เออๆ จะใส่ก็ได้ แต่มึงอย่าบอกว่าจะไม่ช่วยกูอีกแล้วนะกูไม่ชอบเลย...” ใบหน้าหวานมู่ทู่

            “ไอ้นิสัยคิดเล็กคิดน้อยนี่ก็เลิกซะที กูตามง้อมึงไม่ทันละเนี่ย”

            ว่าแล้วหนุ่มนักกีฬาก็สวมเสื้อคลุมผ้าร่มสีดำตัวอักษรขนาดใหญ่สีขาวแบรนด์adidas ให้แก่ร่างบอบบางตรงหน้าดรีมทำปากจู๋อยากเถียงแต่ก็ยอมให้อีกฝ่ายใส่เสื้อให้แต่โดยดีมือหนากระชับส่วนปกเสื้อเพื่อปิดร่องรอยสีกุหลาบบนซอกคอขาวท่ามกลางสายตาสุดฟินของสาววายรอบข้าง

            นัยน์ตาหนุ่มนักบาสฯ มองเพื่อนตรงหน้าด้วยแววตาเศร้าสร้อยพลางถอดถอนใจ

            “กูอยากมีโมเมนต์ใส่เสื้อหวานแหววแบบนี้กับคุณคริสบ้างว่ะ”

            “มึงก็ทำดิวะ เขาอาจจะชอบก็ได้นะ” เพื่อนตัวน้อยบอก

            “ไว้คราวหน้ากูทำแน่ ตอนนี้ก็ฝึกกับมึงไปก่อน”

            ดรีมตกตะลึงสะดุ้งโหยง

            “เชี่ย...ขนลุกสาดดด! มึงคิดอะไรกับกูปะวะไอ้เหี้ยเต้!!”ร่างบางถอยกรูดจากอีกฝ่ายทันควัน

            “จะคิดห่าไรวะกูชอบผู้หญิงโว้ย!มึงไปค้างห้องกูตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง จะมาถามอะไรเอาป่านนี้”เพื่อนซี้ขมวดคิ้วงุนงง “อีกอย่างถ้ากูเอาจริง ตูดมึงไม่เหลือรอดจนถึงทุกวันนี้หรอก!”

            “ไอ้เหี้ยเต้!!!”ขนแขนดรีมลุกชูชันเป็นหนังไก่หมดแล้ว 

            “โอ๊ยยยย จะทะเลาะอีกนานมั้ยยะผัวเมียคู่นี้ ลำไยมากกก!!!” หลังจากอดทนฟังมานาน หมิวตะโกนห้ามศึก

            สองหนุ่มคู่จิ้นและหมิวแนนเดินทางมาถึงห้องเรียนท่ามกลางเสียงหัวเราะครื้นเครงรอบตัวเพื่อนร่วมคลาสต่างรู้สึกเอ็นดูสองหนุ่มเพื่อนซี้เต้-ดรีมเป็นพิเศษอยู่ด้วยกันทีไรมีแต่เรื่องชวนจิ้นตลอดไม่เว้นแต่ละวันมวลบรรยากาศระหว่างทั้งสองคนดูเท่าไรก็ไม่เบื่อจริงๆ เป็นอาหารตาชั้นเลิศสำหรับสาววายเลย

             

    คล้ายกับเรื่องDream me Tender ฝันเฟื่องเรื่องรัก ที่คุณอ่าน