ตอนที่ 14 ตรวจค้นบ้านพัก
หลังโทรสอบถามจนได้ทราบว่าบ้านพักของเหอจวินอยู่เขตเทียนหูซาน หลินเยี่ยจึงขับรถคันเดิมออกไปโดยทันที
ระหว่างทางพบเจอตำรวจหลายคนเตรียมการเฝ้าระวัง ราวกับเมืองหยุนเฉิงจะเกิดเื่ใหญ่ขึ้น
เขาขับรถผ่านไม่กี่ด่านจนมาถึงถนนชิงเหนียนหลู่ พบว่ามีรถหลายคันกำลังขับตามมา
ริมฝีปากของเขายกขึ้น ขับรถเลี้ยงอ้อมไป สุดท้ายหยุดรถบนถนนในซอยเล็กเปลี่ยวด้านหลังสวนสาธารณะ
ทันทีที่ลงจากรถ ชายชุดดำกว่าสิบคนเข้ามาปิดล้อมโดยทันที
หนึ่งในชายชุดดำที่เป็หัวหน้ารีบเดินเข้าหาตัวหลินเยี่ยรวดเร็ว มือนั้นยื่นออกพร้อมกล่าวคำ “ส่งของคืนมาเดี๋ยวนี้”
“ของอะไร?” แววตาหลินเยี่ยเย็นะเื เขากวาดตามองกลุ่มชายชุดดำร่วมสิบตรงหน้า
เขาทราบอยู่แล้ว เพียงแต่ถามออกไปอย่างนั้น
ไม่บอกยังทราบ ว่ากลุ่มคนเหล่านี้มาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร
“แผ่นหยกที่แกหยิบไปจากโกดังแห่งนั้น” ชายชุดดำเผยหมัดกำแน่น เผยให้เห็นว่าพร้อมใช้กำลังแย่งชิง
“โอ้ ของนั่นอยู่กับฉันจริงด้วยสิ” หลินเยี่ยทราบอยู่แล้ว ว่าคนพวกนี้มาเพื่อทวงวงแหวนหยก์กลับคืน
ปุบปับเมืองหยุนเมิงมีตำรวจตั้งด่านมากมาย มันสมควรเกี่ยวข้องกับชายชุดดำและวงแหวนหยก์
“แต่จากที่มากันไม่กี่คน คิดแย่งชิงของคืนจากฉิน เหมือนว่าจะไม่พอนะ” หลินเยี่ยกล่าวคำจบจึงหันกายกลับคิดจากไป
“คิดว่าหนีรอดหรือยังไง”
เสียงชายชุดดำคำรามออกพร้อมปล่อยหมัด
หลินเยี่ยหันกลับมอง พลังเย็นะเืพร้อมความกระหายเื มันเปรียบดังปลายศรที่ผู้อื่นไม่อาจพบเห็น กลุ่มชายชุดดำตอนนี้ยืนตัวแข็งทื่อไม่ไหวติง
คนกลุ่มนี้ไม่ใช่ขลาดเขลา เพียงแต่สายตาและพลังของชายตรงหน้าโเี้ชนิดไม่เคยพบเจอมาก่อน กล่าวว่าชวนสะพรึงกว่าอสูรร้ายก็ไม่ผิด
ความกลัวที่ก่อเกิดในใจ กลายเป็ทำพวกเขาสูญเสียความสามารถต่อสู้
หากจะทำได้ ก็เพียงมองแผ่นหลังหลินเยี่ยเดินออกไปไกลห่าง หาได้มีความคิดหาญกล้าขวางทางเอาไว้ไม่
จนกระทั่งเฉิงหย่งตามมาถึง กลุ่มชายชุดดำราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์
“ได้มาหรือไม่?” เฉิงหย่งเร่งรีบเข้าไปสอบถาม
"ไม่ครับ"
หัวหน้ากลุ่มชายชุดดำกลืนน้ำลายอึกใหญ่ กำปั้นที่ยกค้างไว้ค่อยคลายออก “ลูกพี่ หลินเยี่ยคนนี้น่ากลัวเกินไป”
แม้เป็ตอนนี้ ความหวาดกลัวยังคงตกค้างในใจเขา
“อะไรที่น่ากลัว?” พบเห็นว่ายังไม่ได้วงแหวนหยก์ สายตาเฉิงหย่งเปี่ยมด้วยความโกรธเกรี้ยวและมุ่งร้าย
“หลินเยี่ย... ชายคนนั้นไม่ใช่คน...”
"ไม่ใช่คนแล้วเป็ผีหรือยังไง?"
“ความหมายของผมคือไม่ใช่คนปกติทั่วไป สายตานั่นราวกับสังหารผู้คนนับไม่ถ้วน พวกเราเปรียบดังมดปลวกที่รอถูกบดขยี้...”
“ไร้ประโยชน์เสียจริง!” เฉิงหย่งไม่มีความอดทนมากพอจะฟังเื่ราวไร้สาระ ตอนนี้จึงโบกมือตอบรับอย่างหัวเสีย “ไสหัวไป!”
"ครับ... ครับ..."
กลุ่มชายชุดดำเร่งรีบถอนตัวด้วยความตื่นใ ก่อนจากไปพวกเขายังมองทิศทางที่หลินเยี่ยหายตัวไป
พบเห็นท่าทีขลาดเขลาของลูกน้อง เฉิงหย่งรับรู้ได้ถึงความรุนแรงของปัญหา ตอนนี้เร่งร้อนนำโทรศัพท์ออกมาต่อสาย
“ผู้าุโ พบเจอสมบัติชิ้นนั้นแล้วครับ”
“ใช่ครับ อยู่ในมือของชายนามหลินเยี่ยครับ”
“ครับ ใช่ครับ”
“ชายคนนั้นรับมือได้ยาก...”
“รับทราบครับ ผมจะรีบติดต่อยอดฝีมือของเมืองหยุนเฉิงโดยทันที!”
พูดคุยโทรศัพท์เรียบร้อย เขารีบต่อสายไปยังอีกปลายทาง
......
ตอนนี้หลินเยี่ยขับรถมาถึงบ้านพักในเขตเทียนหูซานแล้ว เพียงไม่นานก็พบเจอบ้านพักของเหอจวินพร้อมบุกเข้าไป
ทางด้านเหอจวินเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ตอนนี้กำลังนั่งเช็ดผมที่เปียกชุ่มในห้องรับแขก
แต่แล้วเมื่อเงยหน้ากลับได้พบหลินเยี่ยปรากฏตรงหน้า ทำเอาเธอเผยสีหน้าแปรเปลี่ยนร้องะโออกมา
“นี่คุณเข้ามาได้ยังไง?” เหอจวินขมวดคิ้ว น้ำเสียงเผยความร้อนรนเอ่ยคำถาม
แม้ถามไปแล้ว เธอยังอดไม่ได้ที่จะหันมองประตูและหน้าต่างที่ล็อคอยู่
ทั้งหมดลงกลอนไว้เป็อย่างดีจากภายนอก แต่แล้วทำไมหลินเยี่ยถึงยังเข้ามาได้?
และทำไมถึงไร้เสียงใดปรากฏ?
“สถานที่แบบนี้ คิดเข้าออกไม่ใช่เื่ยากแม้สักนิด” หลินเยี่ยตอบคำพร้อมหันมองทางบันได
เพราะเขาปีนขึ้นตามผนังด้านนอกบ้าน เข้าผ่านทางชั้นที่สอง และค่อยเดินบันไดลงมา
"นั่งก่อน!"
เหอจวินชี้ไปยังโซฟาฝั่งตรงข้าม น้ำเสียงเข้มงวดกล่าวออก "ต่อไปก่อนจะมาห้องฉันต้องเคาะประตูก่อน"
"เข้าใจแล้วครับ!"
หลินเยี่ยนั่งลงฝั่งตรงข้ามเหอจวิน หยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบชาพลางกล่าวบอก "เมื่อครู่ตอนที่ผมเข้ามา พบว่าตอนนี้คุณกำลังถูกคนจับตามองอยู่”
ก่อนจะมาที่ห้องรับแขก เขาได้ตรวจสอบทั้งภายในและภายนอกของบ้านพักอย่างละเอียด และพบความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหลายจุด
“ถูกจับตามอง?” ได้ยินถ้อยคำ เหอจวินตื่นตัวเร่งร้อนกวาดตาสำรวจมอง
“ไม่ใช่ในห้องนี้ แต่อยู่นอกบ้านพักของคุณ...”
“ที่ตรงไหน?”
“ใต้หลอดไฟ้าของประตูใหญ่ รวมถึงขอบ้าหน้าต่างมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ที่ละตัว...”
“ขอฉันไปดู” โดยไม่รอหลินเยี่ยกล่าวจบ เหอจวินเร่งรีบออกไป
และก็พบจริง ไม่นานเธอได้พบกล้องรูเข็มสองตัวในตำแนห่งที่หลินเยี่ยแจ้งบอก
กล้งอตัวหนึ่งยึดติดกับหลอดไฟ้าจนแทบเป็หนึ่งเดียวกัน อีกตัวอยู่มุม้าของขอบหน้าต่าง หากไม่ตั้งใจเพ่งมองก็ยากพบเห็น
กล้องรูเข็มทั้งสองตัวมีขนาดเล็กมาก มันถูกซ่อนไว้อย่างดี และไม่รู้ว่าถูกคนติดตั้งตั้งไว้ั้แ่เมื่อไหร่
โชคดีที่หลินเยี่ยพบเจอ หากไม่แล้วความเคลื่อนไหวของเธอที่บ้านมีแต่ถูกจับตามองต่อไปเรื่อย
เธอเข้าไปถอดกล้องขนาดเล็กทั้งสองนำกลับห้องนั่งเล่น “คุณพูดถูก มีกล้องซ่อนเอาไว้จริง”
“ฝุ่น้ามีไม่มาก ร่องรอยยังชัดเจน หมายถึงเพิ่งติดตั้งได้ไม่นาน” หลินเยี่ยชี้บอกกล้องทั้งสองตัวพร้อมกล่าวข้อคิดเห็น
“สายตาคุณหลักแหลมเกินไปแล้ว เพิ่งมาถึงกลับรู้ตัวว่านอกบ้านของฉันมีกล้องแอบบันทึกภาพ” เหอจวินวางกล้องน้อยลงตรงหน้า พร้อมอดไม่ได้ที่จะกล่าวคำชม
กล่าวตามตรง ได้ตัวหลินเยี่ยมาเป็บอดี้การ์ดครั้งนี้ ถือว่าเธอเลือกคนได้ถูกต้อง
ผู้ชายตรงหน้าไม่เพียงแต่แข็งแรง แต่ยังสังเกตขนาดทำเธอนึกทึ่ง มันแสดงถึงความระมัดระวังและรอบคอบ
“ในเมื่อคุณเลือกผมทำงานนี้ ผมก็ต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของคุณ ทุกย่างก้าวต้องระวังให้ครบถ้วน” หลินเยี่ยกล่าวคำจบจึงจิบชาไปอีกอึกหนึ่ง
“คุณคิดว่าภายในบ้านและนอกบ้านนี้มีอุปกรณ์แอบบันทึกอื่นอยู่อีกหรือไม่?”
“เื่นี้จำเป็ต้องตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้งครับ” สิ้นคำ หลินเยี่ยลุกขึ้นพร้อมเดินมุ่งไปยังชั้นสอง
ก่อนหน้านี้เขาตรวจสอบรอบนอกตัวบ้านและโถงชั้นแรกแล้ว แต่พื้นที่ส่วนตัวยังจำเป็ต้องตรวจสอบโดยละเอียด
หลังสำรวจตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บไวน์ และส่วนอื่นในห้อง ขณะกำลังจะเปิดตู้เสื้อผ้าอีกตู้หนึ่งในห้องนอนของเหอจวิน เสียงเธอพลันห้ามไว้ “ตู้นั้นเปิดไม่ได้”
“เป็ความลับเหรอครับ?”
หลินเยี่ยไม่คิดใส่ใจ มือยื่นไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้าโดยไม่ลังเล
ด้านในเป็ชุดชั้นในผู้หญิง ทุกรูปแบบและหลากหลายยี่ห้อ ทั้งยังมีกลิ่นหอม
หลินเยี่ยจับจ้องชุดเหล่านี้อยู่นาน สุดท้ายหันไปกล่าวกับเหอจวิน “ท่านประธาน ผมไม่ได้มีเจตนาทำคุณไม่พอใจ แต่เื่ความปลอดภัยจำเป็ต้องรอบคอบ”
"งั้นคุณก็รีบหน่อยแล้วกัน"
สีหน้าของเหอจวินดูเขินอาย แสร้งทําเป็ว่าไม่รู้สึกอะไรขณะยืนอยู่ข้างหลัง
พบเห็นหลินเยี่ยใช้มือััชุดชั้นในพลิกไปมา ในใจเธออดไม่ได้ที่จะเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้น