ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 96 สัตว์ประหลาดตัวใหม่แห่งจวนอวี้

            แม้แต่เยว่ถิงเองก็คิดไม่ถึงเลยว่า หลินเมิ้งหยาจะสามารถพูดเอาชนะแม่ของตนเองได้

            แม้คำพูดเหล่านั้นจะใช้การข่มขู่มากกว่าเหตุผลก็ตาม

            ถึงแม้ท่านแม่จะแพ้แล้ว แต่ก็มิได้หมายความว่าพวกนางจะชนะเช่นเดียวกัน

            เกรงว่าท่านแม่จะกำลังคิดหาวิธีการอื่น

            หลินเมิ้งหยาอ่านใจของเยว่ถิงออก ตบหลังมือนางเบาๆ

            “วางใจเถิด ยังมีข้าอยู่ตรงนี้ทั้งคน”

            เยว่ถิงพยักหน้าลง ขอบตาแดงก่ำ

            นางสามารถอดทนต่อความทุกข์ทรมานได้ขอเพียงได้ใช้ชีวิตกับหลินหนานเซิง นางยินดีที่จะทำทุกอย่าง

            โชคดีที่หลินเมิ้งหยาออกหน้าช่วยเหลือแทนพวกนางตอนนี้นางไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว

            “ท่านลุงเยว่ ข้าคิดว่าท่านป้าเยว่จะไม่ยอมแพ้เรื่องนี้ง่ายๆเกรงว่าท่านลุงเยว่จะต้องเป็นคนไกล่เกลี่ยแล้ว”

            ทุกครอบครัวล้วนมีปัญหา พวกนางสกุลหลินมีซ่างกวนฉิงสกุลเยว่มีฮูหยินเยว่

            เกรงว่าพวกเขาคงไม่มีทางมีชีวิตสงบสุขอีกต่อไป

            ดูเหมือนว่าวันนี้นางจะทำให้ฮูหยินเยว่ขุ่นเคืองเสียแล้ว ความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลเองก็คงได้รับผลกระทบเพราะเรื่องนี้

            “พระชายาโปรดวางใจ กระหม่อมรู้แล้วว่าผิดพลาดอะไรไปต่อจากนี้ไปจะไม่มีวันยอมปล่อยให้ฮูหยินเยว่กระทำการใดๆ ตามอำเภอใจอีก”

            หลินเมิ้งหยาพยักหน้า เมื่อเยว่ซื่อหลินให้คำสัญญาแล้วนางจึงรู้สึกสบายใจขึ้น

            แต่ในความคิดของหลินเมิ้งหยาหากเยว่ถิงยังคงอาศัยอยู่ที่จวนแห่งนี้ จะมิต่างอะไรกับระเบิดที่รอวันถอดสลัก

            ดูท่านางจะต้องรีบคิดหาวิธีทำให้พี่เยว่ถิงรีบแต่งงานออกเรือนมาให้เร็วที่สุด

            ท่านพี่ อา ท่านพี่ท่านจะรู้หรือไม่ว่าน้องสาวคนนี้กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อชีวิตแต่งงานอันแสนสุขของท่าน?

            เยว่ซื่อหลินให้คำมั่นอีกสองสามประโยค จากนั้นจึงพาคนของตนเองจากไป

            หลินเมิ้งหยา เยว่ถิงและเยว่ฉีนั่งอยู่ในเรือนเล็กเพื่อพูดคุยกันนอกจากคนสนิทของตนเองแล้ว คนอื่นๆ ล้วนมองดูอยู่ไกลๆ

            “เฮ้อ ข้ายังคงกังวลว่าท่านแม่จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หยาเอ๋อร์พวกเราจะทำสำเร็จจริงหรือ?”

            เยว่ถิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ คิ้วขมวดเข้าหากันแน่นหันมองทางหลินเมิ้งหยา

            “ถ้าข้ายังอยู่ จะไม่มีทางมีปัญหาใดๆ จริงสิ พี่เยว่ถิงช่วงนี้ท่านยังได้รับข่าวคราวจากพี่ชายอยู่หรือไม่?”

            นางครุ่นคิดทางเดียวคือต้องทำให้พี่เยว่ถิงแต่งงานออกเรือนมาให้ได้

            อีกอย่างป๋ายจื่อเคยบอกว่าอีกไม่นานท่านพี่จะกลับมายังเมืองหลวงแล้ว เมื่อถึงเวลานั้นความฝันอันแสนยาวนานจะสิ้นสุดลง

            “พี่หนานเซิงบอกว่าอีกครึ่งเดือนก็จะกลับมาที่เมืองหลวงแล้ว”

            เมื่อพูดถึงหลินหนานเซิง ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ของเยว่ถิงพลันแดงระเรื่อ

            จดหมายของนางและหลินหนานเซิงล้วนถูกแนบไปกับจดหมายของหลินมู่จือและเยว่ซื่อหลิน

            ดังนั้น พวกเขาจึงถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเพียงเล็กน้อยหาได้กล้าเอื้อนเอ่ยแสดงความคิดถึงไม่

            “อ้อ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ เช่นนั้นข้าก็เบาใจเมื่อถึงเวลานั้นข้าจะไหว้วานท่านลุงเยว่ให้ส่งข่าวบอกท่านพ่อเพื่อเร่งงานแต่งงานของพวกท่านให้เร็วขึ้น”

            ทันทีที่หลินเมิ้งหยาพูดจบ เยว่ถิงก้มหน้าลงเพราะความเขินอายท่าทางขวยเขินของนางดึงดูดสายตาของผู้คนเสียยิ่งกว่าดอกโบตั๋นสีสดงดงามทางด้านนอก

            หากพี่ชายได้แต่งงานกับหญิงสาวผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีเช่นนี้ก็นับว่าเป็นวาสนาของเขาแล้ว

            หลินเมิ้งหยาเอ่ยปลอบโยนเยว่ถิงอีกสองสามประโยคก่อนจะพาคนของตัวเองกลับจวน

            “นายหญิงเจ้าคะ ฮูหยินเยว่มีภูมิหลังเช่นไรเหตุใดนางจึงเย่อหยิ่งถึงเพียงนี้?”

            บนรถม้า ป๋ายจีขมวดคิ้วแน่นก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่สาวใช้อีกสามคนก็นึกสงสัยเช่นกัน

            “ฮูหยินเยว่เป็นสตรีจากตระกูลหนึ่ง ได้พบรักกับท่านลุงเยว่ก่อนจะแต่งงานอยู่กินกันฉันสามีภรรยา แต่นางเป็นเพื่อนเล่นกับฮองเฮาตั้งแต่ยังเด็กผู้ที่อยู่ใกล้ชาด ก็จะมีสีแดงดั่งชาด ผู้ที่อยู่ใกล้หมึก ก็จะมีสีดำดั่งหมึกพวกเจ้าลองตรองดูว่านางจะมีอุปนิสัยเช่นไร?”

            คำพูดของหลินเมิ้งหยาแก้ไขข้อสงสัยของสาวใช้ทั้งสี่อย่างกระจ่างแจ่มแจ้ง

            แม้แต่ป๋ายซูที่เพิ่งเข้ามาอยู่ด้วยกันยังพยักหน้าลงราวกับว่ารู้สึกคาดไม่ถึงกับอุปนิสัยใจคอของฮูหยินเยว่

            “พวกเจ้าอย่าได้คิดว่าท่านลุงเยว่จะเป็นคนอ่อนแอเหลาะแหละเชียวอันที่จริงเขาเพียงแค่รักและให้เกียรติฮูหยินเยว่เท่านั้น แต่หลายปีมานี้ฮูหยินเยว่เริ่มเห็นแก่ตัวมากขึ้นนางเริ่มกลืนกินอำนาจของท่านลุงเยว่ช้าๆ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อสามปีก่อนท่านลุงเยว่แต่งงานรับเอาภรรยาอนุเข้ามาอยู่ด้วยเกรงว่าเรื่องนี้จะอีกสาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ร้าวฉาน”

            ผู้หญิงสามารถกุมความรักความเอ็นดูจากฝ่ายชายอีกทั้งยังสามารถทำให้ฝ่ายชายหมุนรอบตัวเอง

            แต่สิ่งเดียวที่ไม่ควรทำคือขาดความเคารพต่อฝ่ายชาย

            มิใช่เพียงอุปนิสัยของชายสมัยโบราณเท่านั้น แม้แต่ชายหญิงสมัยปัจจุบันฝ่ายชายก็รักษาหน้าของตนเองเป็นอย่างมาก

            ยิ่งไปกว่านั้นชายคนดังกล่าวคือท่านเยว่ผู้ยิ่งใหญ่ทันทีที่รับภรรยาอนุคนนั้นเข้ามาอยู่ในจวน นางก็คลอดบุตรชายให้กับท่านเยว่

            เมื่อถึงเวลานั้น เกรงว่าตำแหน่งของฮูหยินเยว่จะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว

            ทันทีที่กลับถึงจวน พ่อบ้านเติ้งยืนรออยู่หน้าประตูนานแล้ว

            เมื่อเห็นหลินเมิ้งหยาลงจากรถม้าพ่อบ้านเติ้งรีบวิ่งเข้าไปยืนต่อหน้าพระชายาทันที

            “พระชายา กลับมาแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้จวนของเราเกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

            นางเลิกคิ้วขึ้นสูง ออกจากจวนไปไม่ถึงครึ่งวันแต่กลับเกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้นอย่างนั้นหรือ?

            “คุณหนูเจียงกับคุณหนูรองทะเลาะกับหงอวี้พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องพาพระสนมเต๋อเฟยไปต้อนรับองค์ชายเหิงที่มาเยี่ยมเยียนเมืองหลวงดังนั้นคุณหนูทั้งสามจึงทะเลาะกันจนจวนจะแตกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

            นางคิ้วขมวดเข้าหากันแน่น พอเสือออกจากถ้ำ พวกลิงจึงก่อความวุ่นวาย

            ดูท่า พวกนางจะไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้วสินะ!

            “นำทางข้าไป”

            เมื่อพระชายาออกคำสั่งพ่อบ้านเติ้งรีบพาหลินเมิ้งหยาไปยังจุดเกิดเหตุทันที

            หงอวี้ถูกส่งไปอยู่ในเรือนเล็กห่างไกลผู้คนแต่บังเอิญที่เรือนเล็กหลังนั้นอยู่ติดกับเรือนเล็กของซ่างกวนฉิงและหลินเมิ้งหวู่เพียงกำแพงกั้น

            พ่อบ้านเติ้งเอ่ยว่าหงอวี้มักจะเต้นระบำของซีฟานทุกเช้า

            เมื่อก่อนหลินเมิ้งหยาเคยดูระบำประเภทนี้อยู่บ้างดังนั้นจึงพอนึกออก ท่วงทำนองเพลงครึกครื้น อีกทั้งหงอวี้ยังหน้าตาสวยงามดังนั้นจึงเกิดเรื่องขึ้น

            เจียงหรูฉินผ่านไปเห็นเข้า แสดงสีหน้าท่าทางและส่งเสียงดูถูกก่อนจะร่วมมือกับหลินเมิ้งหวู่แล้วว่ากล่าวหงอวี้

            หงอวี้หาใช่คนที่จะถูกรังแกได้ง่ายๆอีกทั้งนางยังไม่อาจยอมปล่อยให้ผู้อื่นดูถูก

            ดังนั้นนางจึงตอบโต้หลินเมิ้งหวู่และเจียงหรูฉินก่อนจะเริ่มลงไม้ลงมือกันและเกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายเช่นนี้ขึ้น

            เมื่อเดินมาถึงเรือนเล็กเสียงกรีดร้องโวยวายของทั้งสามดังเข้ามาในหู

            หลินเมิ้งหยาได้เห็นพวกนางอยู่รวมกันเป็นกระจุกเดียวผมเผ้ายุ่งเหยิง ไร้ซึ่งความสง่างาม

            “ทั้งหมดหยุดเดี๋ยวนี้! บังอาจก่อความวุ่นวายในจวนไม่อยากมีชีวิตแล้วอย่างนั้นหรือ!”

            เสียงเย็นชาพลันดังขึ้น จากนั้นเหล่าผอจื่อจึงปรี่ตัวเข้าไปจับร่างพวกนางไว้

            กว่าจะจับตัวพวกนางแยกออกจากกันนั้นไม่ง่ายเลยสายตาเย็นชาพลันจับจ้องไปทางใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ของทั้งสาม

            นางรู้อยู่แล้วว่าการมาของหงอวี้จะสร้างปัญหา

            “ตกลงพวกเจ้าเคยได้รับการอบรมสั่งสอนมาหรือไม่? ที่นี่คือจวนอวี้ หาใช่สถานที่ที่พวกเจ้าจะสามารถตบตีก่อความวุ่นวายตามใจอยากได้ไม่!ต่อจากนี้ไป หากใครกล้าก่อความวุ่นวายเช่นนี้อีก จงไสหัวออกไปจากจวนอวี้ให้หมด”

            หลินเมิ้งหยาเป็นผู้กุมอำนาจในจวน เหล่าข้าทาสบริวารล้วนฟังคำสั่งจากนางเพียงผู้เดียว

            ดังนั้น แม้ทั้งสามจะไม่อยากยอมรับแต่ก็มิอาจส่งเสียงทัดทานขึ้นมากได้

            “คุณหนูเจียง ข้าเคารพเจ้าในฐานะแขก ดังนั้นจึงพยายามอดทนเสมอมาแต่คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะทำตัวประหนึ่งคนไม่ได้รับการสั่งสอนเช่นนี้ข้าจะรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ทั้งหมดให้แก่บิดาของท่านรับรู้ตามความจริง”

            น้ำเสียงเย็นชาทำให้เจียงหรูฉินมิอาจต่อกร

            ทำได้เพียงหงุดหงิดในใจ ไร้ซึ่งคนคอยช่วยเหลือ

            หากท่านพ่อรู้เรื่องนี้เข้าท่านจะต้องไม่มีวันยอมปล่อยให้นางอยู่ที่จวนแห่งนี้ต่อ ยิ่งไปกว่านั้นท่านป้าเองก็มิได้เอ็นดูนางเหมือนอย่างแต่ก่อนอีกแล้ว

            “เมิ้งหวู่ แม้เจ้าจะเป็นน้องสาวของข้าแต่เจ้ากลับทำลายหน้าตาของสกุลหลินจนหมดสิ้น ตอนเข้าวัง เจ้าตบตีมีเรื่องกับชายารองขององค์ชายแปดจนถูกหัวเราะเยาะไม่พอแต่เจ้าทำให้ตระกูลของเราต้องอับอาย ข้าที่เป็นพี่สาวไม่อาจทนได้อีกต่อไปเรื่องนี้ข้าจะรายงานต่อผู้อาวุโสของตระกูลด้วยตนเอง”

            ผู้อาวุโสที่หลินเมิ้งหยากำลังพูดถึงหาใช่ซ่างกวนฉิง

            สกุลหลินของพวกนาง แม้ท่านพ่อจะเป็นผู้นำตระกูลแต่ถึงกระนั้นก็ยังมีผู้เฒ่าเก่าแก่ที่คอยดูแลจัดการเรื่องราวของภายในตระกูลอยู่

            ทันทีที่ได้ยินว่าเรื่องนี้จะถูกส่งต่อไปยังผู้อาวุโสของตระกูลสีหน้าของหลินเมิ้งหวู่พลันขาวซีด

            สุดท้าย หลินเมิ้งหยาหยุดยืนด้านหน้าหงอวี้

            ใบหน้างดงามเย็นชาลงเล็กน้อย ขณะที่ทุกคนคาดไม่ถึงมือเรียวเล็กพลันตบเข้าที่ใบหน้าของผู้หญิงคนนั้น

            “เจ้ากล้าตบข้า!”

            ดวงตาของหงอวี้เหลือกโตขึ้น สายตาอำมหิตจ้องมองหลินเมิ้งหยาแต่สิ่งที่นางได้รับคือการถูกตบหน้าซ้ำอีกครั้ง

            “ตบเจ้าก็ถูกแล้ว เหตุใดจึงไม่มองสถานะของตนเองให้ดีเจ้าบังอาจพูดกับพระชายาเช่นนี้อย่างนั้นหรือ เข้ามาจับตัวนางไว้แล้วตบนางยี่สิบครั้ง”

            ป๋ายซ่าวผู้ร้อนแรงรู้ใจหลินเมิ้งหยาเป็นอย่างดี

            ขยับเท้าขึ้นมาข้างหน้า ผอจื่อสองสามคนจับตัวหงอวี้ที่กำลังโกรธเกรี้ยวเอาไว้

            “พวกเจ้า! พวกเจ้ากล้าหรือ!ข้าคือคนที่ฮ่องเต้หมิงมอบให้กับท่านอ๋อง หากพวกเจ้าตบข้าก็มิต่างอะไรจากตบหน้าซีฟาน”

            เสียงแผดร้องของหงอวี้ดังขึ้นดวงตาทั้งสองข้างเผยให้เห็นความหวาดกลัว

            ทว่าหลินเมิ้งหยากลับหยักยิ้ม นัยน์ตาเจือความเย็นชา จ้องมองใบหน้าของนางเขม็ง

            “ตบหน้าซีฟาน? เจ้าเป็นองค์หญิงหรือเชื้อพระวงศ์อย่างนั้นหรือ?ข้ามิเคยรู้เลยว่าใบหน้าของซีฟานจะอยู่บนหน้าของผู้หญิงคนหนึ่ง จงจำเอาไว้เจ้าเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่งที่ซีฟานส่งมอบให้ต้าจิ้นที่ต้าจิ้นแห่งนี้หาได้มีใครเห็นค่าเจ้าไม่”

            หลินเมิ้งหยามิไว้หน้านางเลยแม้แต่น้อย

            ทว่าสีหน้าของหงอวี้พลันขาวซีด ริมฝีปากขบแน่น นางมิกล้าส่งเสียงใดๆออกมาอีก

            นางเข้าใจแล้วว่าหลินเมิ้งหยากำลังเชือดไก่ให้ลิงดูเหตุเพราะนางมิอาจทำเช่นนั้นกับหญิงสาวทั้งสองคนนั้นได้

            มีเพียงตนเองเท่านั้นที่นางจะระบายอารมณ์ออกมาได้

            นางทำได้เพียงต้องยอมรับชะตากรรมเท่านั้น

            “ตบ!”

            ป๋ายสาวออกคำสั่ง ผอจื่อนำกระดานไม้ไผ่เข้ามาตบใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ของหงอวี้

            เสียงตบที่เจ็บปวดจนถึงกระดูกดังขึ้นใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ของหงอวี้บวมแดงขึ้นมา

            ส่วนคู่กรณีของนางอย่างเจียงหรูฉินและหลินเมิ้งหวู่ยืนมองด้วยใบหน้าไม่สู้ดีนัก

            หากพวกนางก่อความวุ่นวายอีกครั้งเกรงว่าคนที่โดนตบจะต้องเป็นตนเองอย่างแน่นอน

    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199