บทที่20.โอ้โห! ผักปราณของเหยาเหยาโตเร็วจังเลย
ตอนนี้ทุกคนยังคงอยู่ในภวังค์ของความในี่มันเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ นอกจากผักที่โตเร็วกว่าปกติอย่างมากจนน่าอัศจรรย์แล้ว ต้นอ่อนของผักที่โตเร็วพวกนี้ยังมีละอองปราณฟุ้งกระจายออกมาอีกแม้จะเพียงบางเบาแต่สำหรับคนที่ฝึกปราณเช่นท่านปู่ลู่เฉิงนั้นสามารถจับััได้ในทันที
“หื้ม เอ๋!ทำไมผักของเหยาเหยาถึงมีละอองฟุ้งๆ แถมยังมีกลิ่นหอมกระจายออกมาด้วยล่ะ หื้ม?”
ทุกคนได้แต่ฟังเหยาเหยาพูดออกมาเหมือนคนโง่งม
“หรือว่าเพราะเป็ผักปราณถึงเป็แบบนี้นะต้องใช่แน่ๆเลย” เหาเหยาเอียงคอคิด กะพริบตาปริบๆเพราะนางไม่เคยเห็นผักปราณมาก่อนว่าเป็เช่นไรเคยเห็นก็แต่พืชสมุนไพรที่ปลูกในหมู่บ้านที่เป็สมุนไพรปราณแต่ก็ไม่เห็นว่ามีละอองฟุ้งกับกลิ่นที่หอมๆ แบบนี้เลยนี่นาเหยาเหยาคิดไปก็ส่ายหัวไปอย่างงงงวยไม่เข้าใจเลย
“โอ๊ะ! จริงซี่ถามท่างปู่ดีกว่าท่างปู่เ้าก่ะ” เมื่อคิดได้ก็รีบวิ่งจรู๊ดดดมาหาท่านปู่ทันที
“วะ ว่าอย่างไรหรือเหยาเอ๋อร์”คนที่ถูกเรียกยังไม่หายใค่อยๆ ทรุดกายลงนั่งยื่นมือสั่นๆ ไปัักับผักบุ้งที่มีละอองสีขาวประกายทองฟุ้งกระจายออกมา
“ละอองๆที่สวยๆกับกลิ่นหอมๆนี่เป็เพราะว่ามันเป็ปักปราณใช่มั้ยเ้าก๊ะ” แก้มยุ้ยขยับเด้งดึ๋งไปมายามเอ่นถามและตอนที่ทุกคนได้ยินคำถามจากเหยาหยาก็ถึงกับกลั้นลมหายใจไปแล้ว
“เป็ผักปราณจริงๆหรือ”ลู่จื่อเอ่ยถามออกมาคล้ายละเมอ
“น่าอร่อยมากเลยขอรับ”ลู่หยางเห็นแล้วถึงกับหิวข้าวขึ้นมาอีกครั้งทันที
“ปะปู่ยังไม่แน่ใจนักแต่คิดว่าใช่แน่นอน” ท่านปู่ลู่เฉิงตอบพร้อมคิดทบทวนไปด้วย
เพราะนอกจากสมุนไพรยาแล้วในแผ่นดินนี้แทบไม่มีของกินอย่างอื่นที่มีพลังปราณเลย หรือถ้ามีก็เป็ผลไม้เป็ลูกท้อ์ที่หายากเหลือคณาและหากหาได้จริงๆส่วนใหญ่ก็จะไปปรากฏอยู่ที่โรงประมูล ไม่ก็ถูกส่งไปถวายในวังหลวงส่วนผักหรือผลไม้ปราณนั้นเป็เพียงเื่เล่าเมื่อนานมาแล้วว่าเคยมีปรากฏอยู่เหมือนกันแต่ผ่านมาหลายร้อยปีก็ไม่เคยทีใครเคยเห็นอีกเลย นี่จึงเป็เื่น่าตื่นใที่จู่ๆก็มีผักปราณเกิดขึ้นมาอีกครั้ง
“กิ กิเหยาเหยานึกว่าจะต้องใช้เวลาปลูกนานกว่านี้แต่เพียงวันเดียวผักปราณของเหยาเหยาก็โตเสียแล้ว”
และเมื่อได้ยินคำว่าผักปราณของเหยาเหยาออกมาจากปากจิ้มลิ้มเฟยเฟยก็แทบจะเป็ลม และทุกคนก็รีบพุ่งตัวเข้าไปหาเ้าตัวน้อยที่ส่งเสียงพูดเจื้อยแจ้วด้วยเสียงใสๆอยู่กลางสวนผักอย่างรวดเร็ว จนเหยาเหยาถึงกับสะดุ้งใทันที
“หู้ยยย เหยเหยาใหมดเลยเ้าก่ะ”มือน้อยยกขึ้นลูบอกตัวเองป้อยๆ คล้ายจะปลอบใจตนเองจนดูทั้งน่ามันเขี้ยวทั้งน่าสงสารยิ่งนัก ลู่ฮันจึงต้องยื่นมือไปลูบหลังเพื่อปลอบโยนบุตรสาวทันที
“เล่ามาเร็วเข้าหลานรักปู่อยากรู้แล้ว” ท่านปู่ถามขึ้นอย่างตื่นเต้นไปหมด
“นั้นสิพ่อก็อย่างรู้แล้วเหยาเหยา”ท่านพ่อถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เ้าบอกว่าผักปราณนี้เป็ของเ้าหรือเหยาเอ๋อร์”ท่านแม่ถามด้วยความเป็ห่วง
“น้องเล็กเก่งมากเลย” พี่ใหญ่เอ่ยชมอย่างนึกทึ่ง
“น้องเล็กเก่งที่สุดเลย”พี่รองเอ่ยชมด้วยความตื่นเต้นมากที่น้องสาวเก่งถึงขนาดมีผักปราณเป็ของตนเอง
“กิ กิ นี่เ้าก่ะ”เมื่อได้ยินทุกคนที่ทั้งดูตื่นเต้น ทั้งกังวลทั้งอยากรู้ความเป็มาที่เกิดผักปราณขึ้น เหยาเหยาจึงเสยผมหน้าม้าเปิดเหม่งน้อยของตนเองออกให้เห็นสัญลักษณ์กลีบดอกไม้สีแดงชาดสามกลีบที่เกิดขึ้นตรงหน้าผากให้ทุกคนได้เห็นกันชัดๆทันที
“นี่คือ”ลู่ฮันเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นสัญลักษณ์กลีบดอกไม่สีแดงชาดบนหน้าผากของบุตรสาว
“เมื่อเช้าของวันที่ปลูกปักเหยาเหยาตื่นมาก็มีนี่แล้วเ้าก่ะ ท่านเทพมาบอกเหยาเหยาด้วยว่าเป็สัญลักษณ์ของปะลังธาตุพะพะ พฤกษาเ้าก่ะ” ออกเสียงยากจริงๆ เลย เหยาเหยาเหนื่อยอ่า
“พะ พลังธาตุพฤกษา”ลู่ฮันที่ได้ฟังบุตรสาวพูดก็เอ่ยทวนเสียงสั่น
“นะ นี่เป็พลังธาตุพิเศษ”ท่านปู่ลู่เฉิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่น
“ท่างเทพบอกว่าเหยาเหยาจะปลูกปืชได้ทุกทู๊กกกกอย่างเลยเ้าก่ะ”
“์ช่างเมตตายิ่งนัก”
“ตอนนี้ทุกคนทั้งดีใจ ทั้งตื่นเต้นและมีความเป็กังวลอยู่บ้างด้วยพลังธาตุพฤกษาจัดอยู่ในพลังธาตุที่พิเศษที่หายากยิ่งนักน้อยคนที่จะมีและส่วนใหญ่ก็จะถูกราชสำนักดึงตัวไปเพื่อเสริมสร้างบารมีและเป็ฐานกำลังให้ตนเองนั้นเอง
“พวกเ้าอย่าพึ่งกังวลไปเอาเป็ว่าข้าจะสอนเหยาเอ๋อร์ควบคุมกระแสพลังก่อนจะได้หัดควบคุมและปกปิดพลังได้ด้วยส่วนพวกเ้าก็ต้องเร่งฝึกพลังกันโดยเร็วเข้าด้วยเล่า”
ทุกคนรีบรับคำอย่างหนักแน่นทันทีตอนนี้ท่านพ่อท่านแม่ พี่ใหญ่ พี่รองเริ่มฝึกจับกระแสพลังปราณในร่างกายแล้วและก็เป็อย่างที่คิดทุกคนมีแก่นพลังปราณจริงๆเมื่อได้ดื่มน้ำผึ้งหยกเข้าไปก็สามารถปลดผนึกแก่นพลังได้แต่ก็ยังไม่สามารถทราบได้ว่าแต่ล่ะคนนั้นมีพลังธาตุชนิดใดต้องรอให้สามารถรวมกระแสปราณแล้วปลดปล่อยพลังออกมาก่อนจึงจะรู้
ลู่ฮันตัดสินใจว่าจะต้องล้อมรั้วไม้ไผ่อีกชั้นให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันสายตาของคนภายนอกไว้หาเงินได้มากขึ้นค่อยไปหาช่างมาล้อมรั้วอิฐที่ด้านนอกอีกชั้นดีที่บ้านสกุลเซี่ยอยู่หลังสุดท้ายของหมู่บ้านผู้คนไม่พลุกพล่านจึงเงียบสงบมาก
ส่วนเหยาเหยาที่ยังไม่รับรู้ถึงความกังวลใจของทุกคนก็ยังเทียววิ่งมาดูผักที่แปลงผักแทบจะทุกชั่วยามเลยก็ว่าได้ด้วยเพราะความตื่นเต้นนั้นเอง
“ฟุดฟิดๆๆ หื้ม ห๊อมหอมหอมจังเลยยย”
“หอมมากจริงๆ เลยนะน้องเล็ก”ตอนนี้นางมีพี่ใหญ่กับพี่รองเดินตามคอยดูแลอยู่ตลอดตามที่ท่านแม่กำชับบอกเพราะเป็ห่วงนางกลัวว่าร่างกายน้อยๆนี่จะได้รับผลกระทบจากการที่มีพลังธาตุพฤกษานั้นเอง
“ใช่เ้าก่ะพี่ใหญ่พี่รอง อึก”ตอบไปทั้งยังลอบกลืนน้ำลายไป ทำไม่น่ากินแบบนี้ล่ะเ้าผัก
“ฮ่ะ ฮ่ะน้องเล็กกลืนน้ำลายขนาดนั้นอยากกินหรือ”
“เ้าก่ะ น่าอร่อยมั๊กมากเลย”
“พี่รองก็ว่าน่าอร่อยมากเลยเช่นนั้นเก็บไปให้ท่านแม่ผัดให้กินดีหรือไม่”ลู่หยางเสนอความคิดขึ้นมาเพราะเขาก็อยากจะลองกินผัดผักปราณดูสักครั้งเช่นกัน
“อื้ม ดีๆ เ้าก่ะ”เหยาเหยาและลู่จื่อพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดลู่หยางทันทีจากนั้นสามพี่น้องก็ช่วยกันเก็บผักคงซินซ่าย(ผักบุ้ง)ไปกำใหญ่และผักไป๋ซ่าย(ผักกาดขาว)ไปหนึ่งหัวซึ่งหัวใหญ่มากจนเหยาเหยาต้องใช้สองมืออุ้มเลยทีเดียวเพื่อเอาไปให้ท่านแม่ผัดให้กิน……………….