ป๋ายไป๋อวี้: “ลู่เกอ เมื่อยามข้าโตขึ้น ข้าจะแต่งให้ท่าน ท่านห้ามลืมข้านะเ้าคะ”
หยางลู่เหอ: “ตัวก็แค่เท่านี้ แต่วาจาช่างน่าตีเสียจริงเชียวในสายตาของเสี่ยวไป๋ ลู่เกอของเ้าเป็ตาแก่ขี้ลืมหรือเยี่ยงไรหืม”
ลู่เหอกล่าว พร้อมทำสีหน้าเคร่งขรึมใส่เ้าตัวน้อยผู้ที่เพิ่งกล่าวว่าโตขึ้นตนจะมาเป็เ้าสาวของเขา
ไป๋อวี้ได้ยินเช่นนี้ ก็ร้อนรนแก้ตัวว่าตนนั้นหาได้มีเจตนากล่าวว่าลู่เกอเป็ตาแก่ไม่สองมือน้อยๆโบกปัดป่ายไปมาเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาจากผู้พี่เป็พัลวัน
หยางลู่เหอ: “ถ้าเ้าเป็เด็กดี ข้าจะรีบกลับมาหาเ้าเช่นนั้นดีหรือไม่” ลู่เหอกล่าวพร้อมวางมือบนศีรษะของเ้าตัวน้อยเบาๆ
ไป๋อวี้พยักหน้าเร็วพลันพร้อมกล่าวย้ำว่าตนนั้นเป็เด็กดีมากๆนอกจากจะยืนยันกับลู่เหอด้วยตัวเองแล้ว เ้าตัวน้อยก็ยังดึงซือซือสาวใช้ข้างกายให้มาเป็พยานยืนยันในความเป็เด็กดีของตนเองอีกด้วย
“ซือซือ บอกลู่เกอไปสิว่าข้าไม่ดื้อแม้แต่น้อย เร็วเข้า รีบๆบอกลู่เกอไปเลย” ไป๋อวี้คะยั้นคะยออีกฝ่ายให้รีบกล่าวยืนยันกับลู่เกอของนางด้วยอีกแรง
“เรียนคุณชาย คุณหนูของข้าเป็เด็กดียิ่งเ้าค่ะ! ดีมากยิ่งๆแถมวันนี้คุณหนูของบ่าวยังเลิกแอบหนีฮูหยินออกไปเล่นซนนอกจวนอีกด้วย” ซือซือกล่าวชมคุณหนูน้อยของตนเองด้วยท่าทีที่ดูภูมิอกภูมิใจเป็หนักหนา
ส่วนทางด้านลู่เหอนั้นก็จวนจะกลั้นขำไว้ไม่ไหว ก็ที่ซือซือได้กล่าวมานั้นมันจะนับเป็คำชมสำหรับเด็กดีได้เยี่ยงไรถ้าให้นับคงนับได้ว่าเป็คำให้การของพยานปากเอกในคดีหนีเที่ยวของเ้าตัวน้อยเสียมากกว่า
ลู่เหอนั้นทราบดีว่าเสี่ยวไป๋นั้นชื่นชอบการหนีออกไปเที่ยวนอกจวนเป็อย่างยิ่งซึ่งจุดหลบหนีก็คือป่าไผ่ท้ายจวนของสกุลป๋ายนั่นเอง โดยผู้สมรู้ร่วมหลบหนีก็มีเพียงเ้าตัวน้อยของเขาและซือซือลูกสมุนมือหนึ่งของนางนั่นเอง
เสี่ยวไป๋นั้นภาคภูมิใจในฝีมือการหนีเที่ยวของตนเองเป็อย่างยิ่งซึ่งตัวลู่เหอเองนั้นก็ยังไม่อยากทำลายความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ของเด็กน้อยวัยห้าหนาวนี้ด้วยความจริงที่ว่าทุกๆการกระทำของนางนั้นล้วนแล้วแต่ตกอยู่ในสายตาของบิดามาโดยตลอด
ลู่เหอยื่นมือออกไปลูบหัวเ้าตัวน้อยด้วยความเอ็นดู
‘โถ เด็กน้อยหนอเด็กน้อย เอาไว้เมื่อใดที่ข้ากลับมาจากกองทัพลู่เกอของเ้าคนนี้จะสอนการหลบหนีที่เก่งกาจให้แก่เ้าเอง’
ลู่เหอคิดเบาๆ ในใจเพียงลำพัง โดยที่เ้าตัวไม่รู้เลยว่าวันที่เขาวาดหวังไว้นั้น จะไม่มีวันมาถึง...