
ตอนที่105 ไอ้เพื่อนบัดซบแกตายแน่
องค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดขบเขี้ยวเคี้ยวฟันคำรามอย่างเดือดดาล อยากจะประหารพระนางลีหงษ์และองค์ชายเจ้าโป๊เชียง ให้ตายต่อหน้าคนหลายแสนคนที่มาเป็นพยานในวันนี้
"ไม่ต้องพูดมากแล้ว..ทหารเอาดาบมาข้าจะประหารมันทั้งสองคน.."
จอมกษัตริย์ตอนนี้บ้าดีเดือดคว้าดาบประจำตัวของเขาเดินดุ่มๆ ไปหน้ากำแพงเมือง ที่มีชายหญิงทั้งสองถูกมัดมือไพล่หลังคุกเข่าตรึงไว้กับพื้น เขาชักดาบออกมาตรงไปหมายฟันคอของคนทั้งสองให้ขาดในดาบเดียว เพื่อให้ทุกคนประจักษ์แก่ตา ลบล้างความอับอายที่ถูกภรรยาสุดที่รักสวมเขา
"บังอาจเจ้าจะฆ่าลูกข้า..ต่อหน้าข้าเชียวรึ! .."
เสียงก้องกังวานขององค์จอมกษัตริย์อสูรวารีหิมะดังสะท้านไปทั่ว เขาเร่งเร้าพลังกายอสูรเต็มสูบเปิดคาถา วาร์ปเข้าไปในเขตแดนอสูรวารีน้ำจืด ที่มีดวงตราอาญาประกาศิตประทับตั้งตรงเป็นเสาหมอกไอน้ำป้องกันเมือง
วาบ! ตูม!!
อ๊าาาาซ์..กรอดด! ..โอ๊กกก~"
เสียงระเบิดดังสนั่นเมื่อพลังเสาหมอกไอน้ำกระแทกใส่เป็นลำ เหมือนท่อดับเพลิงแรงดันสุง อัดจนร่างอสูรครึ่งเทพ ระดับเจ็ดของกษัตริย์อสูรวารีหิมะกระอักเลือด เงาร่างขนาดใหญ่ของเขาดับวูบลงรีบเปิดวาร์ปหายตัว ก่อนที่จะโดนพลังแรงอัดของสายน้ำอีกครั้ง
"กรอดดด! ..ไอ้เพื่อนบัดซบแกตายแน่..บังอาจทรยศแทงข้างหลังข้า.."
องค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด ที่ชักดาบเงื้อจะฟันคอองค์ชายโป๊เชียงแห่งอสูรวารีหิมะ
วาบๆ ๆ!! ..
"ชะ?! ..พวกบัดซบ..จะช่วยคนหรอ..ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก"
องค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดชะงักลงเมื่อม่านมิติที่ว่างเปล่า ข้างกายขององค์ชายโป๊เชียง เกิดบิดเบี้ยวเป็นช่องมีมือโผ่ออกมาคว้าตัวองค์ชายอสูรวารีหิมะที่นั่งคุกเข่าอยู่
มันผู้นี้เป็นอสูรพลังจิตระดับสูงธาตุทองขั้นสี่จึงฉกฉวยที่พลังเสาหมอกน้ำกระแทกอัดใส่องค์กษัตริย์อสูรวารีหิมะ เขาจึงเปิดม่านมิติมาชิงคน
"บังอาจแย่งคนต่อหน้าข้า..กรอด~"
เสียงของจอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดดังกังวานอย่างโกรธแค้น พร้อมกับเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ขึ้นเต็มสูบเช่นกัน
"คาถาดาบมังกรวารีสังหารขั้นที่สาม"
เสียงเขาร้องดังอย่างเดือดดาล ดาบในมือก็แปลงกายเป็นมังกรขนาดยักษ์สีเขียว แยกเขี้ยวพ่นน้ำกระโจนใส่คนในม่านมิติ ที่กำลังหิ้วองค์ชายโป๊เชียงหลบหนี
"หึหึ! ..คาถาพลังอัคคีมนต์ดำ"
เสียงของอสูรพลังจิตผู้นั้นแค่นเสียงขึ้นเบาๆ ก่อนที่จัดสะบัดแขนเสื้อในเสี้ยววินาที ตอบโต้การโจมตีของจอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด
พลังคาถานั้นกลายเป็นเมฆหมอกสีดำ เหมือนหลุดออกมาจากนรก ปกคลุมเป็นกรงเล็บขนาดใหญ่ ส่งพลังกดดันที่กัดกร่อนเป็นประกายสายฟ้าวูบวาบ
สะท้อนเข้าไปในดวงตาขององค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด ก่อนที่มือยักษ์ในหมอกมืดนั้นจะตะปบเข้ากับหัวมังกรสีเขียวที่พ่นน้ำออกเป็นพลังกระแทกอย่างรุนแรง
ควับ! แควกกก!
ตูม! ซ่าาาา!! วูบๆ ๆ ๆ!!
การปะทะก่อให้เกิดการระเบิดของสายน้ำกระเซ็นไปทั่ว ร่างมังกรเขียว อาวุธประจำกายของจอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดแตกสะบั้นลง พลังกรงเล็บไม่หยุดหย่อน มันกำหมัดชกต่อ กระแทกอัดพลังเข้าหา องค์กษัตริย์ที่เร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ขึ้นเป็นเกาะปิดกั้นการโจมตี
ควับ! ตูม!
"โอ๊ยย!! ..อ๊ากกกก!! "
โครมมมม!! อัก!!
เสียงระเบิดตูมดังขึ้นร่างขององค์กษัตริย์กระเด็นเหมือนว่าวขาดจากสายป่าน กระแทกกับบัลลังก์แตกสะเทือนกระอักเลือดออกมาแบบเหนือความคาดหมาย
ตูม!! วาบ!!
เสียงตูมดังสนั่นตามอีกครั้งหนึ่งเสาไอหมอกน้ำอันทรงพลัง กระแทกอัดลงกลางม่านมิติของ อสูรพลังจิตธาตุทองขั้นสี่ผู้นั้นอย่างรวดเร็ว แต่เขาปิดม่านมิติหนีได้ทันท่วงที หายวับไปกับตา
"โอ๊กกกก!! ..กรอด"
เสียงกระอักเลือดขององค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดดังมาอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะยันกายยืนขึ้นมองเห็นองค์ชายโป๊เชียง หลบหนีไปในม่านมิติได้อย่างเกินความคาดหมาย
"ระยำ..มันหนีไปได้! ..กรอดดด!! "
ทำให้ดวงตาจอมกษัตริย์แดงก่ำเป็นสีเลือด เขาตวัดข้อมือเรียกอาวุธประจำกาย เป็นดาบขนาดใหญ่ออกมาเดินตรงไปหา องค์ฮองเฮาฝ่ายซ้ายพระนางลีหงษ์
หมายจะฟันคอนางให้ขาดในทีเดียวเพื่อระบายความแค้น ที่ชายชู้ของนางหลบหนีไปได้ต่อหน้าต่อตา
วาบ!! ควับ!
"ท่านพ่อไม่อาจทำได้..อย่าฆ่าแม่ข้า.."
เสียงขององค์หญิงใหญ่สั่นเครืออย่างหวาดกลัว นางพุ่งทะยาน เข้าเอาตัวบังองค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด
เจ้าลีหมิงเคียดแค้นน้อยใจองค์ชายสิบสี่จึงหนีไปเข้าด่านเก็บตัวฝึกวิทยายุทธ์ หมายจะมาต่อยตีกับองค์ชายสิบสี่ให้หนำใจอีกครั้ง
พลังกายอสูรของนางเลื่อนระดับอย่างน่าพอใจจนถึงกายอสูรระดับเจ็ด
นางจึงออกจากด่านมาและรู้ข่าวที่น่าตกใจคือบิดากำลังจะประหารมารดาของตน หญิงสาวจึงเร่งรีบเดินทางมาขัดขวางและก็ทันเวลาพอดี
ตูม!!
"ว้ายยยย!! ..โอ๊ยยยย!! "
โครม!!
เสียงระเบิดดังสนั่นมือซ้ายขององค์กษัตริย์ องค์หญิงใหญ่กระเด็นออกไปด้วยกำลังกายอสูรระดับเทพของเขา อัดจนร่างองค์หญิเจ้าลีหมิงลุกไม่ขึ้น นางกระเสือกกระสนสุดแสนจะเจ็บปวดร้องด้วยเสียงแหบแห้งกระอักเลือดออกมาอย่างน่าตกใจ
" โอ๊กกก!! ..บิดาฟังข้าก่อน..ท่านฆ่ามารดาข้าด้วยเรื่องอันใดเห็นแก่ลูกอย่าฆ่าท่านแม่เลย..."
เสียงของนางอ้อนวอนอย่างน่าเวทนาพร้อมกับเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้เฮือกสุดท้ายคลานเข้าไปหาองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้ายหมายจะป้องกันนางด้วยชีวิต
"ลูกหญิง..หนีออกไปซะเขาฆ่าเจ้าแน่..เขารู้ความจริงว่าเจ้าไม่ใช่ลูกของเขา..ลูกรักรีบหนีไปซะก่อนที่เขาจะฆ่าเจ้าระบายความแค้น.."
เสียงฮองเฮาฝ่ายซ้ายรีบไล่องค์หญิงเจ้าลีหมิงไป เพราะนางเปิดเผยความจริงว่าหญิงสาวไม่ใช่ลูกขององค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด พระนางลีหงษ์คาดคิดว่าองค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด คงไม่ไว้ชีวิตลูกสาวของนางแน่ๆ
"เป็นไปไม่ได้ข้าเป็นลูกของท่านพ่อ..ท่านแม่พูดเรื่องอะไรกันนี่..อย่ามาโป้ปดข้า..ท่านพ่ออย่าเชื่อท่านแม่ มารดาต้องมีเรื่องจำเป็นโกหกท่านพ่อพวกเราคุยกันดีๆ เถอะ..อย่าทำเยี่ยงนี้เลย..ใครบังอาจมาใส่ร้ายท่านแม่ข้า..พวกท่านรักกันดีมาตลอดหลายร้อยปี ท่านแม่จะทำเรื่องเช่นนี้ได้เยี่ยงไร"
องค์หญิงเจ้าลีหมิงแทบจะไม่เชื่อหูตัวเองที่ได้ยิน เรื่องราวออกจากปากมารดาของตนนางคิดไปไกล คาดว่าต้องมีผู้คนใส่ร้ายด้วยหลักฐานเท็จ จนมารดาไม่อาจแก้ตัวได้ องค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด ผู้เป็นพ่อของนางจึงสั่งประหารชีวิตด้วยความเสียใจ เพราะนางย่อมรู้ดีว่าองค์จอมกษัตริย์รักนางและมารดามากเพียงใด ถ้าไม่มีหลักฐานแน่นหนาเขาคงไม่ตัดสินใจฆ่าคนที่รักและก่อสงครามอย่างบ้าบิ่นแบบนี้
"ฮ่าๆ ..จะมีใครใส่ร้ายนางได้นางต่างหากที่เป็นคนทำอุบาทว์ชาติชั่วคบชู้ ทำลายความรักของข้าตั้งแต่ต้น ข้าเห็นตำตาจะมีใครมาสร้างหลักฐานเท็จ เจ้าก็เช่นกันเจ้าไม่ใช่ลูกข้า.. "
องค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดมองหน้าองค์หญิงเจ้าลีหมิง แล้วนึกถึงองค์ชายโป๊เชียงซึ่งเป็นบิดาตัวจริงของนาง ยิ่งทำให้อารมณ์ที่คุกรุ่นในทรวงของบุรุษผู้นี้ ระเบิดออกอย่างเดือดดาลขบกรามกัดฟันกรอดๆ ในดวงตาของเขาปรากฏเส้นเลือดขยายไปทั่วม่านตาเหมือนรากไม้ แทบจะลุกโชนขึ้นเป็นไฟเผาผลาญสองแม่ลูกให้ตายไปกับตา
"นางหญิงแพศยา..ผลิตผลอันน่าอับอายของเจ้าอยู่ที่นี่ผู้หนึ่ง..ข้าจะล้างมันให้สิ้นซาก..."
เสียงขององค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดกล่าวด้วยความเคียดแค้น เพราะไม่สามารถระบายความอับอายลงบนตัวชู้รักของพระนางลีหงษ์ได้ บัดนี้เขาบ้าเลือดจนสามารถฆ่าทุกคนที่ขวางหน้าเขาได้
"ตายซะเถอะพวกสาระเลว..."
เสียงของจอมองค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดก้องกังวานบัดนี้เขาไม่ใส่ใจเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น ตวัดดาบอสูรวารีของเขาควับเข้าไปที่ร่างของสองแม่ลูกองค์หญิงเจ้าลีหมิงกอดเอาตัวนางบังมารดาไว้ด้วยร่างที่สั่นเทา ชีวิตนี้คงจบสิ้นไม่มีใครมาช่วยนางและมารดา ให้พ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชไปได้ในสถานการณ์เช่นนี้
..................................................................................................................................................................................