เปาเฟิงชะงักไปเล็กน้อยดูเหมือนว่าเขาจะยังคงไม่สามารถทะลวงมันได้ในตอนนี้เกรงว่าคงต้องจัดการปัญหาตรงหน้าก่อนจึงจะสามารถไปต่อได้
“องค์ชาย...นี่ท่านทะลวงเข้าสู่ระดับสองแล้วรึพะยะค่ะ?’’เมื่อกู่ฉิงเฟิงสาวเท้าเข้ามาใกล้ เขาพลันััได้อย่างชัดเจนถึงกลิ่นอายที่แตกต่างจากก่อนหน้าอย่างลิบลับ
ระดับสองแห่งการฝึกตน!
แน่นอนว่าคนธรรมดาหรือแม้แต่ผู้ฝึกตนย่อมไม่อาจมองระดับการฝึกตนของผู้อื่นได้ทําได้เพียงคาดเดาจากกลิ่นอายของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงเท่านั้น
แต่กู่ฉิงเฟิงนั้นเป็แพทย์หลวงที่อยู่กับเปาเฟิงมานานดั่งผู้รับใช้ ติดสอยห้อยตาม แถมยังเป็ผู้ฝึกตนระดับหนึ่งขั้นสูงสุดอีกดังนั้นเมื่อััได้ถึงกลิ่นอายที่แตกต่างและเหนือชั้นกว่าเขาจึงประหลาดใจเป็อย่างมาก
“ใช่แล้วดูเหมือนว่าจากการที่ข้าถูกข้าศึกโจมตีจนาเ็สาหัส มันได้ทําให้ข้าเข้าใจเส้นทางแห่งการฝึกตนมากขึ้น’’คิดเอาไว้แล้วว่าต้องเจอกับคําถามนี้ เปาเฟิงจึงผงกศรีษะแน่นอนว่าหากอีกฝ่ายรู้ว่าเขาเข้าสู่ระดับสองขั้นสูงสุดแล้วอีกฝ่ายคงจะตกตะลึงเป็แน่
เป็ดั่งที่เปาเฟิงคาดกู่ฉิงเฟิงมิรู้เลยว่านอกจากเขาจะทะลวงเข้าสู่ระดับสองแล้ว ยังทะลวงหลายขั้นอีกด้วย
เหตุนี้เองกู่ฉิงเฟิงจึงร่วมแสดงความยินดีใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มและยกย่อง
“ประเสริฐ!เป็เช่นนี้ฝ่าาจะต้องยินดีแก่พระองค์เป็อย่างมากแน่นอนพะยะค่ะ!’’
ตัวเขาเฝ้ามององค์ชายมาั้แ่ยังไม่รู้ความผ่านเหตุการณ์ต่างๆจนเข้าใจนิสัยใจคอของอีกฝ่ายด้วยเหตุนี้เมื่อเห็นอีกฝ่ายฟันฝ่าอุปสรรคและแผลใจจนเติบใหญ่ได้ เขาย่อมดีใจแทนยิ่งครั้งนี้ผ่านศึกใหญ่มาได้ เขาย่อมยินดีอย่างสุดซึ้งราวกับว่าอีกฝ่ายเป็คนสําคัญของเขาไม่ปาน
“พอแล้ว!เ้าไม่ต้องยกยอข้าในเื่นี้ กล่าวมา! ทางจักรวรรดิประกายอรุณส่งผู้ใดมา?’’ถูกยกย่องต่อหน้าเยี่ยงนี้ หากเปาเฟิงไม่อายก็คงแปลก เขาจึงรีบโบกมือเข้าเื่
กู่ฉิงเฟิงก็ไม่รอช้าที่จะเล่าสถานการณ์ระหว่างนี้เขาก็อดเผยให้เห็นถึงความประหลาดใจไม่ได้ประหลาดใจจริงๆที่องค์ชายคาดการเอาไว้ได้อย่างแม่นยํา
“องค์ชายรัชทายาท’’หลังจากที่ได้ฟัง เปาเฟิงก็อุทานออกมาเบาๆคิดไม่ถึงเลยว่าคนที่ทางจักรวรรดิประกายอรุณส่งมาจะเป็ถึงครึ่งก้าวสู่เขตแดนััชีวิตและยังมีองค์ชายรัชทายาทลําดับที่สองผู้เลื่องลือนั่นอีกด้วย!
ตามการคาดการของตัวเขาคนก่อนหลังจากเอาชนะศึกครั้งนี้ไปได้โดยการส่งทัพที่รอดชีวิตกลับไปให้ทางจักรวรรดิประกายอรุณคงจะมองออกว่าพวกเขาไม่ได้อยากเป็ศัตรูด้วยอีกอย่างในสายตาของตัวเขาคนก่อน นี่มันก็แค่เื่ของเด็ก ใครๆก็มองออกซึ่งแน่นอนว่าเื่นี้เป็ไปได้ไม่มากก็น้อยที่จะเกิดขึ้น…
ทว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ!
ทางจักรวรรดิประกายอรุณได้ส่งคนมาประนีประนอมด้วย!
“แล้วองค์ชายอีกคนที่เ้ากล่าวว่าเป็ครึ่งก้าวััชีวิตล่ะมันเป็ใคร?’’ เปาเฟิงถามในสิ่งที่สงสัย ตามความทรงจําของเขาองค์ชายรัชทายาทของจักรวรรดิประกายอรุณ มีทั้งหมดแปดคนส่วนใหญ่ล้วนเข้าสู่เขตแดนััชีวิตหมดแล้ว และบางทีครั้งนี้อาจเป็มันก็ได้...
แต่ต่อมาเขาก็กระจ่าง...
“มันผู้นั้นคือองค์ชายรัทชาทายาทลําดับที่แปดพะยะค่ะ!’’ กู่ฉิงเฟิงกล่าวด้วยความกังวลเขากังวลในสิ่งนี้แหละ
“น้องเล็กของเฉินเมิ่งเฟยน่ะรึ?’’เข้าใจว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ เปาเฟิงเพียงแค่ขมวดคิ้วเบาๆ ดูเหมือนเื่ครั้งนี้จะไม่ได้ง่ายดายนักเพราะการที่อีกฝ่ายเป็น้องเล็กของศัตรูเขาอาจเป็ไปได้ว่ามันจงใจมาหาเื่เขาเป็พิเศษ
แน่นอนว่าเื่นี้อาจไม่ใช่...
ถึงอย่างนั้นเขาก็มิได้กลัวที่จะเผชิญหน้ากับน้องเล็กของเฉินเมิ่งเฟยผู้นี้!
“นําทางไป!’’
เป่าเฟิงกล่าวพลางสวมใส่อาภรพริบตา กลิ่นอายของเทพาก็กลับมา
กู่ฉิงเฟิงที่เห็นก็ใจสั่นครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกได้ถึงความแตกต่างมันราวกับว่าเทพาตรงหน้าเขานั้นได้เติบโตขึ้นอีกขั้นแล้ว
โดยไม่รอช้ากู่ฉิงเฟิงพลันออกนําทาง
…
ณเรือนรับรอง
บุรุษหนุ่มชุดเขียวมองทิวทัศรอบๆด้วยความชื่นชมใบหน้าของเขาประดับรอยยิ้มจางๆให้เห็น
ตรงกันข้ามเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่อายุไล่เลี่ยกับเปาเฟิงนั่งอย่างไม่สุขท่าทีหยิ่งยโสเกินต้านทาน
ลมหายใจต่อมา…
มันพลันผุดลุกขึ้นยืนอย่างว่องไวแล้วเดินออกจากเรือนรับรองไป
บุรุษหนุ่มชุดเขียวมิได้กล่าวอันใดเขาเพียงส่ายหัวอย่างอดมิได้ ก่อนมองไปยังทิศทางที่เด็กหนุ่มเดินไปซึ่งเต็มไปด้วยทหารชั้นยอดของอาณาจักร โดยมีแม่ทัพยืนรักษาการอยู่
“ครึ่งก้าวััชีวิต!’’ทหารชั้นยอดกว่าร้อยคนพลางกลืนนํ้าลายอย่างอดมิได้ พวกเขารู้สึกได้ถึงความกัดดันที่แผดออกมาจากร่างเด็กหนุ่มผู้นี้
เยาว์วัยเพียงนี้แต่กลับเป็ถึงครึ่งก้าวััชีวิต?
น่าสะพรึงนัก!
ขอบเขตการฝึกตนทั้งสามทุกๆระดับขั้นมีความแข็งแกร่งแตกต่างกันจุดสูงสุดของเขตแดนปลุกกายา พละกําลังจะมากมายนับพันจิน ดังนั้นเมื่อเริ่มััถึงกลิ่นอายแห่งชีวิตและปลดปล่อยมันออกมาได้บ้างแล้วย่อมเป็ที่แน่ชัดว่าความแข็งแกร่งของร่างกายและพละกําลังจะมากขึ้น
เหตุนี้เองทหารชั้นยอดทั้งหลายที่ผ่านสนามรบมานับไม่ถ้วนจึงรู้สึกหวาดหวั่นกับความลึกลํ้าทางการฝึกตนของเด็กหนุ่ม กล่าวได้ว่าต่อหน้ามันแล้วแม้พวกเขาจะอยู่ในจุดสูงสุดของระดับสาม ก็ยากนักที่จะประมือด้วยได้
“อย่าให้เด็กน้อยนี่ข่มได้!มีเพียงองค์ชายเท่านั้นที่คู่ควรให้เราก้มหัวให้!’’ ทว่าเมื่อเสียงแม่ทัพดังขึ้นจิตใจของทุกคนพลันนิ่งสงบอีกครั้ง
หลังจากที่ติดตามองค์ชายและร่วมรบด้วยกันมานานนับหลายปีเป็ส่วนหนึ่งของตํานานไร้พ่าย หัวใจของพวกเขาก็ยอมสยบแด่คนๆนี้เพียงผู้เดียว
จึงไม่มีผู้ใดอีกที่จะมีสิทธิ์พอทําให้พวกเขาเสียศักดิ์แม้จะเป็เขตแดนััชีวิตก็ตาม!
ดังนั้นแค่ครึ่งก้าวััชีวิตคนหนึ่ง...ก็อย่างได้หวัง!
แววตาของทหารชั้นยอดทั้งหลายแปรเปลี่ยนเป็แข็งกร้าวก่อนเริ่มฉายเจตนาแห่งนักรบของเทพาออกมา
ฉับพลันเด็กหนุ่มที่ดูหยิ่งยโสพลันชะงักไปแต่ก็มันก็เพียงครู่เดียว ก่อนที่เขาจะเริ่มสาวเท้าต่อ
แต่ทันใดนั้นเอง...
“เด็กน้อยเ้ามีธุระอันใดกับพวกเรา?’’ร่างใหญ่โตซึ่งเต็มไปด้วยรอยแผลแห่งาได้ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้ามันแม่ทัพก้าวเดินออกไปเขา้าแสดงให้เห็นว่าแม้จะเป็เพียงราชอาณาจักรที่มีรากฐานด้อยกว่าก็ไม่ยินยอมที่จะถูกข่มเหงโดยจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่!
ทันทีที่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นบุรุษหนุ่มชุดเขียวที่นั่งจิบชาอยู่พลันชะงักไป ก่อนยิ้มบางๆดูเหมือนว่าการมาครั้งนี้ของเขาจะได้เห็นอะไรสนุกๆเข้าแล้ว
“พวกเ้าน่ะรึ?ข้าก็แค่ี้เีรอองค์ชายไร้ค่านั่นโดยเปล่าประโยชน์ก็เท่านั้นเองดังนั้นมาเป็หุ่นไม้ไผ่ให้ข้าไล่ซ้อมหน่อยเป็อย่างไร?’’เฉินเมิ่งิหัวเราะเสียงเย็น ทําไมเขาจะไม่รู้ว่าพวกมันไม่กลัวเขาซํ้ายังกล้าข่มเขาอีกนี่นับว่าเป็เื่ที่น่าทึ่งสําหรับเขาองค์ชายรัชทายาทลําดับที่แปดแห่งจักรวรรดิประกายอรุณเป็อย่างมาก
กล่าวได้ว่าตลอด่ชีวิตของมันมันมิเคยพบเจอทหารและแม่ทัพที่หาญกล้าต่อกรกับผู้ที่มาจากจักรวรรดิใหญ่เช่นมันเลย
บอกได้ว่ามันประทับใจในความกล้าหาญของคนพวกนี้ไม่น้อย
ดังนั้นแล้วหากไม่แสดงความแข็งแกร่งให้พวกมันเป็ที่ประจักษ์...เกรงว่าคงมิได้!
“โอหังนัก!’’ทหารชั้นยอดทั้งหลายที่ได้ยินคําิ่ประมาทต่อองค์ชายพลันโกรธแทนประหนึ่งเป็ตัวเองที่โดนดูิ่ แต่พวกเขาก็รู้ดีว่าตนล้วนไม่อาจประมือกับเด็กหนุ่มผู้นี้ได้
“ย่อมได้!ข้าจะเป็คู่มือให้เ้าเองและถ้าเ้าแพ้เ้าต้องขอโทษที่ิ่ประมาทต่อองค์ชายข้า!’’เนื่องด้วยมีศักดิ์เป็ถึงแม่ทัพจวิ้นเหล่ยจึงเป็ผู้ที่โมโหที่สุดในการิ่ประมาทครั้งนี้ยิ่งเมื่อผ่านความเป็ความตายมาด้วยกัน เขาย่อมรู้สึกเคารพองค์ชายมากกว่าใครๆ
กล่าวได้ว่าความเคารพของเขานั้นตายแทนก็ยังได้!
แต่เขาก็รู้ดีว่าเด็กนี่ที่อยู่ในระดับครึ่งก้าวััชีวิตแล้วนอกจากตัวเขาก็คงยากที่จะมีผู้ใดประมือได้
ดังนั้นเขาจะเป็ตัวแทนแห่งนภาครามในการทวงคืนศักดิ์ศรีของเทพาเอง!
พริบตากลิ่นอายแห่งชีวิตพลันเอ่อทะลักออกมาจากร่างสูงใหญ่ของจวิ้นเหล่ย
สิ่งนี้คือสัญลักษณ์ของผู้ที่อยู่ในระดับครึ่งก้าวััชีวิต!
กล่าวได้ว่าพละกําลังและความแข็งแกร่งของเขาได้ก้าวเกินพันจินไปแล้ว!
เกรงว่ายามที่เขาสามารถใช้กลิ่นอายแห่งชีวิตชําระล้างร่างกายจนบริสุทธิ์ได้เขาจะเข้าสู่เขตแดนััชีวิต และถือกําเนิดใหม่อย่างแท้จริง!
ถือกําเนิดขึ้นใหม่ภายใต้ความแข็งแกร่งของเขตแดนััชีวิต!
เหตุนี้เองเมื่อจวิ้นเหล่ยปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งชีวิตออกมานั่นย่อมหมายความแล้วว่าเขาเข้าใกล้เขตแดนััชีวิตไปอีกก้าว
ทว่า!ทว่าในเวลาเดียวกันร่างของเด็กหนุ่มอายุสิบสี่ปีตรงหน้าก็ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งชีวิตที่ทรงพลังมากและลึกลํ้ากว่าออกมาเมื่อมันกระทบเข้ากับกลิ่นอายของเขาเขาพลันรู้สึกได้ถึงความแตกต่างราว์และปฐี
“เป็ไปไม่ได้….’’ทันใดนั้นจวิ้นเหล่ยพลันั์ตาเบิกกว้าง จากประสบการณ์ เขาสามารถบ่งบอกได้ทันทีว่าร่างกายของเด็กหนุ่มผู้นี้ใกล้จะชําระล้างจนบริสุทธิ์สิ้นแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้นจากกลิ่นอายแห่งการฝึกตนที่ลึกลํ้า กล่าวได้ทันทีเลยว่าความรู้และความเข้าใจด้านการฝึกตนของมัน ได้ก้าวไปยังจุดที่เขาไม่สามารถประเมินได้แล้ว!
ไม่ดีแน่!เด็กหนุ่มผู้นี้ซ่อนความแข็งแกร่งได้ลึกลํ้านัก!
แต่ก่อนที่เขาจะได้ทําอันใด…
เสียงหัวเราะเยาะของเด็กหนุ่มพลันดังขึ้น!
“เหอะๆแค่นี้เ้าถึงกับใ สมแล้วที่เป็กบจากก้นบ่อแห่งอาณาจักรเล็กๆ’’
เฉินเมิ่งิมองจวิ้นเหล่ยอย่างหยิ่งยโสแววตาฉายให้เห็นถึงความดูถูกเหยียดหยาม ก่อนจะบิดตัวพุ่งจู่โจมในทันที
เร็วมาก!
จวิ้นเหล่ยใแต่ก็ไม่กล้าประมาทจึงรีบถอยออกมาก่อนโดยหวังหาโอกาสเข้าจู่โจมตอนได้ที
ทว่าการโจมตีของเฉินเมิ่งินั้นรวดเร็วปานสายฟ้าหมัดของเด็กหนุ่มกระหนํ่าเข้าใส่ร่างจวิ้นเหล่ยจนแทบมองไม่ทันทั้งยังเต็มไปด้วยพละกําลังที่น่าสะพรึงทําให้ทหารชั้นยอดทั้งหลายที่มองดูหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ
เด็กหนุ่มผู้นี้น่ากลัวนัก!
พริบตาเสียงกระดูกแตกหักหลายซี่ก็ดังออกมาจากร่างของจวิ้นเหล่ยก่อนมีเืคําโตถูกพ่นออกมา ไม่ช้า ร่างสูงใหญ่ก็ทรุดลงไปกับพื้น
เวลาเดียวกันเฉินเมิ่งิก็หยุดมือลงพร้อมกล่าว
“เ้าแพ้แล้ว…’’
เขาเองก็มีศักดิ์ศรีของผู้ฝึกตนเช่นกันต่อหน้าศัตรูที่พ่ายแพ้แล้ว แม้จะเป็เพียงมดปลวกเขาก็ไม่คิดที่จะซํ้าเติมหรือลงไปเสียเกียรติด้วย ไม่อย่างแล้วเกรงว่าชื่อเสียงของเขาคงจะด่างพร้อยไปอย่างไร้ค่า
“ท่านแม่ทัพ!’’ทหารชั้นยอดทั้งหลายอดไม่ได้ที่จะใและรีบเข้าไปดูอาการของจวิ้นเหล่ยอย่างรวดเร็ว
กล่าวได้ว่าพวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ของพวกเขาจะพ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว ซํ้ายังพ่ายต่อเด็กหนุ่มรุ่นเยาว์ผู้นี้อีกด้วย!
หรือว่านี่คือความต่างของจักรวรรดิใหญ่และราชอาณาจักรที่รากฐานอ่อนแอกว่า?
แต่ขณะที่พวกคิด…
นํ้าเสียงของเทพาที่พวกเขาคุ้นเคยพลันดังขึ้น!
“เด็กน้อยเ้าเองก็นับว่าพอมีความสามารถอยู่บ้างดังนั้นมาประลองกับข้าผู้นี้หน่อยเป็อย่างไร?’’