“เ้าจะทำอะไรนาง!!!”
ชายในชุดแม่ทัพและชายชุดขุนนางปรากฏตัวขึ้นชายชุดขุนนางโอบเอวหญิงชุดขาวไว้แน่นก่อนที่ชายชุดแม่ทัพจะดึงกระบี่พาดไปบนคอของหญิงสาวชุดดำตรงหน้า
“เฉินฟางหรง ข้าถามว่าเ้าจะทำอะไร”
“หึ พวกเ้านี่เอง”
“ไปซะข้าเห็นแก่มิตรภาพที่เป็สหายในวัยเด็กของเรา”
“สหายหรอ หึหึหึ น่าสมเพชพวกเ้าฆ่าสาวใช้คนสนิทของข้า บังคับพ่อข้าให้ก่อฏจนโดนฆ่าตาย เพื่อนางพวกเ้ายอมกวาดล้างตระกูลของข้าทำให้ข้าต้องโดนขายไปหอนางโลม....ทั้งที่ตระกูลของข้าช่วยเหลือตระกูลของพวกเ้ามาตลอดและตอนนี้เพื่อนาง!!! พวกเ้ายอมเอากระบี่ชี้มาทางข้า!!!!”
“ส่วนเื่หอนางโลมพวกข้าเองก็พึ่งรู้หลังจากที่เ้าหายไปพวกข้าเองก็ตามหาในวันที่พวกข้าจะรู้ข่าวเ้าก็บุกไปที่หอนางโลมทันทีแต่ก็ไม่พบเ้า พวกนางบอกว่าขายเ้าไปแล้ว.....”
“แล้วหลังจากนั้นเล่าตามหาข้าอีกหรือไม่”
“...............”
“หึ..ไม่ได้ตามใช่หรือไม่....ข้าซึ้งน้ำใจพวกเ้ายิ่งนัก...”
“ที่พวกข้าทำเพราะเ้าหาเื่รังแกซินซินก่อน ฟางหรงข้ารู้ที่พวกข้าทำมันเกินไปสำหรับเ้า”
“ทำไมกลายเป็ข้าที่ผิดอีกจางหมิ่ง....เจียอี้.....ข้าขอถาม....ที่พวกเ้าทำเพื่อนางมันคุ้มหรือไม่...”
“เพื่อนางย่อมคุ้มค่า....”
ฟางหรงที่ได้ยินคำตอบของอดีตสหายก็ยิ้มออกมาน้ำตาคลอ มองทั้งสองด้วยสายตาผิดหวัง
“พวกเ้าช่างโง่งม....รู้หรือไม่เล่านางเป็คนขายข้าให้หอนางโลมการไม่มีข้าอยู่นั่นคือสิ่งที่นางหวัง เช่นนั้นข้าจะทำให้พวกเ้าได้ทำเพื่อนางเห็นแก่ความสัมพันธ์ของพวกเรา”
ฟางหรงจับกระบี่ที่พาดอยู่ที่คอแน่นนางหลับตาลงช้า ๆ ก่อนจะกดกระบี่ลงบนลำคอของนาง เืสีแดงสดไหลออกมาเป็จำนวนมากตามด้วยร่างของฟางหรงที่ทรุดตัวลงไปนอนกับพื้นจางหมิ่งและเจียอี้มองภาพตรงหน้าตาโต จางหมิ่งทิ้งกระบี่ในมือลงด้วยความใส่วนเจียอี้เองก็ปล่อยมือจากเอวของซินซิน พวกเขาทั้งสองวิ่งไปประคองร่างของฟางหรงพยายามใช้มือห้ามเืไว้ ฟางหรงมองพวกเขาน้ำตาคลอ
“รู้สึกผิดบ้างหรือไม่เล่าพวกเ้าอย่าทำเพื่อนางจนดูโง่เขลาเลย....”
“หรงหรง เ้าบ้าไปแล้วหรือไง!!!!”
“หรงหรงข้าสั่งเ้า เ้าห้ามตาย”
ฟางหรงมองพวกเขาก่อนจะหลับตาลงอย่างอ่อนแรงนางไม่ขยับหรือหายใจอีกต่อไปแล้ว นางร้ายที่ชื่อเฉินฟางหรงได้ตายจากไปแล้ว
หยู่ถงนักแสดงสาวที่รับบทนางร้ายเฉินฟางหรงอ่านบทตรงหน้าน้ำตาคลอไม่ใช่เพราะเธอสงสารนางร้ายแต่อย่างใดแต่เป็เพราะเธอรู้สึกสมเพชตัวเองในอดีตก็เท่านั้น และใช่.... เธอคือนางร้ายเฉินฟางหรงที่มาอยู่ในร่างของดาราสาวเธอมาอยู่ในร่างนี้เกือบครึ่งปีแล้วอยู่จนรู้ว่าเธอคือนางร้ายในหนังสือนิยายเท่านั้น
“หยู่ถง ถึงเวลาเข้าฉากแล้ว”
“ค่ะ”
หยู่ถงยิ้มให้ผู้จัดการส่วนตัวของเธอแต่พอจะลุกขึ้นก็รู้สึกมึนหัวจนเห็นภาพเบลอ ก่อนทุกอย่างจะดับวูบไป.....
“ฟางหรง ฟางหรง”
เสียงเรียกของใครบางคนทำให้ฟางหรงค่อยๆ ลืมตาขึ้น
“ตื่นแล้ว มาเถอะฉัน้าร่างคืนแล้ว”
“หยู่ถง??”
“ใช่ ให้ตายสิเธอรู้ไหมว่ากว่าฉันจะหาวัดนั่นเจอลำบากแค่ไหน”
หยู่ถงเอ่ยขึ้น เธอไม่ได้โกหกในตอนแรกเธอแค่ไปไหว้ขอพรอธิษฐาน เดิมทีแค่ขอพรว่าให้ตัวเองเข้าถึงบทบาทนางร้ายในซีรีส์มากขึ้นแต่ใครจะคิดว่า คำขอพรนั้นคือให้เธอมาเป็นางร้ายในนิยายจริง ๆตอนแรกก็คิดว่ามันสนุกดี ไม่แน่อาจจะได้พระเอกหรือพระรองมาเป็สามีแต่ให้ตายเถอะเ้าพวกนั้นเอาแต่ผลักไสนาง ส่วนแม่นางเองนั่นก็น่าหยุมหัวเหลือเกินเธอเลยตั้งมั่นตามหาวัดนั้นเพื่อขอพร จนสุดท้ายก็เจอ....
“มาเถอะ เอาร่างเธอคืนไปแล้วเอาร่างฉันคืนมา”
หยู่ถงวางยันต์แผ่นสีเหลืองลงบนฝ่ามือของฟางหรงก่อนเธอจะกรีดเืของเธอลงบนยันต์
“โชคดีนะ เฉินฟางหรง....”
จวนตระกูลเฉิน
“คุณหนูฟื้นแล้ว”
“หรงหรง”
ฟางหรงลืมตาขึ้นมองไปรอบ ๆพบบิดาของเธอยืนน้ำตาคลออยู่ ฟางหรงที่เห็นเช่นนั้นก็น้ำตาคลอเช่นเดียวกันเธอลุกขึ้นวิ่งเข้าไปกอดบิดาทันที
“ท่านพ่อ ใช่ท่านจริงจริง”
“หรงหรง เด็กดี”
เทียนอี้อุ้มบุตรสาววัยห้าขวบขึ้นมาเขายิ้มให้ฟางหรงจาง ๆ เดิมทีนางนอนซมเพราะพิษไข้มาหลายวันพอเห็นเช่นนี้แล้วลูกสาวสุดที่รักของเขาคงไม่เป็อะไรแล้ว
“ท่านพ่อข้าขอโทษที่ดื้อรั้นไม่เชื่อคำท่าน”
ฟางหรงเอ่ยทั้งน้ำตาในตอนนั้นบิดานางได้กล่าวตักเตือนนางแล้วว่าอย่าได้รักบุรุษที่เขาไม่รักแต่นางเลือกที่จะเชื่อมั่นในรักแท้ และตามตื๊อจางหมิ่ง จากที่เคยสนิทกันเขากับตีตัวออกห่าง จนนางและเขาห่างกันไปพอคิดคิดดูอาจเป็นางเองที่ทำลายทุกอย่าง
“หรงหรงพ่อมีเพื่อนแนะนำให้เ้ารู้จัก”
ฟางหรงถูกอุ้มเดินออกไปนอกห้องก่อนจะเดินมาถึงลานกว้างด้านหน้าฟางหลงมองเด็กสองคนที่ยืนตรงหน้านางนางตาโตด้วยความใ
“ข้าหลี่จางหมิ่งบุตรชายแม่ทัพหลี่คารวะท่านอาจารย์”
“ข้าหานเจียอี้บุตรชายกุนซือหานคารวะท่านอาจารย์”
“...........”
เหตุใดนึกถึงตัวปัญหาตัวปัญหาก็โผล่มา.....
“เอาเถิดพ่อของพวกเ้าฝากฝังข้าให้สั่งสอนพวกเ้าเช่นสั่งสอนพวกเขาเช่นนั้นก็ทำความรู้จักกันไว้ นี่เฉินฟางหรงบุตรสาวข้ามาอยู่จวนข้าน่าจะได้เจอกันบ่อย ๆ ”
“ท่านพ่อ....ข้าเกลียดพวกเขา....”