[ไม้]
ขณะที่ผมกำลังพาร่างไร้วิญญาณของธารานั่งเรือยนต์ออกจากจุดเกิดเหตุโดยมีผมเป็นคนขับเรือยนต์ด้วยตัวเองออกมาเรื่อย ๆ นั้น หูของผมยังได้ยินเสียงของหมอเรียวตะโกนเรียกฟ้าครามด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวดดังเข้ามาในโสตประสาทของผมอยู่ตลอดเวลาซึ่งผมไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเกิดอะไรขึ้นกับฟ้าครามแต่ผมคิดว่าคงจะเกิดเหตุที่ไม่ค่อยดีนัก จึงทำให้หมอเรียวร้องไห้หนักขนาดนั้น
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ไม่ได้หันกลับไปดูเลยว่าพวกเขาอยู่ในสภาพไหนเพราะว่าสภาพของผมตอนนี้ก็แย่มากพอแล้ว ผมจึงตั้งใจขับเรือให้ห่างออกไปเรื่อย ๆเพื่อให้ถึงจุดมุ่งหมายของผม
ซึ่งตอนนี้ผมก็มั่นใจแล้วว่า เรือของผมอยู่ห่างจากเรือของลูกน้องของฟ้าครามพอสมควรแล้วผมจึงทำการดับเครื่องยนต์เรือ แล้วปล่อยให้เรือไหลตามน้ำไปเรื่อย ๆโดยที่ผมไม่ได้สนใจเลยว่าเรือของผมจะไหลไปในทิศทางใด
จากนั้นผมก็เดินเข้าไปนั่งลงข้าง ๆ ร่างที่ไร้ลมหายใจของธารา แล้วผมก็ค่อย ๆพยุงธาราขึ้นมานั่งพิงไหล่ของผม พร้อมกับวาดแขนทั้งสองข้างของผมขึ้นมาโอบกอดเขาไว้ในอ้อมแขนของผม
ผมกับธารานั่งหันหน้าออกไปทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของน่านน้ำและที่ผมต้องหันไปทิศทางนั้น เพราะผมอยากให้ธาราได้เห็นแสงอาทิตย์รับอรุณเพราะพี่ฟ้าครามเคยบอกบอกผมว่า น้องชายของเขาชอบดูพระอาทิตย์ตอนเช้ามากผมจึงอยากทำในสิ่งที่เขาชอบเพื่อเขาเป็นครั้งสุดท้าย
ขณะที่ผมกับธารากำลังนั่งรอดูพระอาทิตย์ขึ้นอยู่นั้นผมก็พูดความในใจของผมที่ค้างคามานานให้ธาราฟัง แม้ว่าเขาจะจากผมไปแล้วก็ตาม
"นายน้อย? คุณรู้ไหมว่าตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยมีแฟนเลยนะครับผมไม่เคยรักใครเลยนอกจากพ่อ แต่พอผมได้รู้จักคุณ ชีวิตของผมก็เปลี่ยนไปจากคนที่ไม่เคยมองใคร แต่ผมกลับอยากมองคุณ ผมอยากเจอคุณทุกวันเพราะผมมีความสุขมากที่มีคุณเข้ามาวุ่นวายในชีวิตของผม ทุกครั้งที่คุณสร้างปัญหาให้กับผมผมจะมีความสุขจนหุบยิ้มไม่ได้เลย จนเพื่อนร่วมงานต่างถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม ทำไมผมดูมีความสุขกว่าเมื่อก่อนจังแต่ผมไม่เคยบอกใครหรอกว่าเพราะอะไร ทำไมผมถึงมีความสุขแต่วันนี้ผมอยากบอกคุณเป็นคนแรก ผมอยากบอกคุณว่าที่ผมมีความสุขเพราะว่าผมรักคุณ...นายน้อย"
หลังจากที่ผมได้บอกความในใจของผมออกไปแล้ว ผมก็ซบหน้าของผมลงบนหัวไหล่ของธาราก่อนที่ผมจะร้องไห้ออกมาอย่างห้ามใจไม่ไหว แต่ในขณะนั้นผมก็เริ่มรู้สึกเจ็บแปล็บขึ้นมาที่หน้าอกข้างซ้ายของผมทันทีผมปวดมากจนผมต้องรัดวงแขนเข้าไปกอดธารามากขึ้นเพื่อผ่อนคลายความเจ็บ
“อ๊าก อึก”
ผมก็เริ่มหายใจติดขัดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนผมต้องอ้าปากโกยอากาศเข้าปอดจากนั้นผมก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของผมก่อนที่ผมจะหยิบกระปุกสีขาวขนาดเล็กออกมาถือไว้ในมือ
ผมก้มลงมองดูกระปุกยาในมือของผมอีกครั้งและมันคือกระปุกยาที่ผมพกไว้ติดตัวตลอดตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้เพราะผมต้องทานทุกวันและทุกครั้งที่อาการโรคหัวใจของผมกำเริบ แต่วันนี้ผมกลับรู้สึกว่าผมไม่อยากเก็บมันไว้ติดตัวอีกต่อไปแล้วเพราะผมไม่ต้องการมันอีกต่อไป
ฟิ้ว จ๋อม!!!
ในที่สุดผมก็ตัดสินใจโยนกระปุกยาทิ้งลงน้ำไป และที่ผมต้องตัดสินใจทำแบบนี้เพราะผมไม่รู้ว่าผมจะเก็บมันไว้อีกทำไม ในเมื่อผมไม่ต้องการมันอีกต่อไปแล้ว
หลังจากที่ผมได้ตัดสินใจทิ้งกระปุกยาทิ้งไปแล้ว ผมก็กระชับวงแขนของผมกอดธาราให้แน่นขึ้นแล้วผมก็พูดกับเขาว่า
"นายน้อยครับ...ผมตัดสินใจแล้วนะครับผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะไปอยู่กับคุณ คุณจะได้ไม่เหงาด้วยไงนายน้อยครับ...ผมรู้ว่าคุณไม่ชอบอากาศเย็น ๆ แบบนี้ ถ้างั้นเราลองเปลี่ยนบรรยากาศกันดีไหมครับเราลงไปนอนแช่กันนะครับเผื่อว่าบางทีที่ก้นแม่น้ำอาจจะอุ่นกว่าอยู่บนผิวน้ำก็ได้นะครับแต่นายน้อยไม่ต้องกลัวหรอกนะครับ เพราะผมจะโอบกอดคุณไว้เองครับ"
ตุ้ม!!!
ผมกอดธาราไว้แน่น ก่อนที่ผมจะพาธาราลุกขึ้นไปยืนอยู่ที่ชานเรือแล้วผมก็พาธาราทิ้งตัวลงส่งก้นแม่น้ำที่ลึกและเย็นจับขั้วหัวใจและพอร่างกายของผมโดนกระแสน้ำเย็นปะทะเข้าร่างกายผมก็รู้สึกเกร็งและไม่สามารถว่ายน้ำได้อีกเลย
แล้วผมปล่อยให้ร่างของผมกับธาราจมดึ่งลงสู่ก้นแม่น้ำในที่สุดและในเฮือกสุดท้ายของชีวิต ผมก็คลายวงแขนออกจากการกอดรัดธารา ก่อนที่ผมจะยกแขนขึ้นมาคล้องคอธาราเอาไว้แล้วผมก็ประกบปากจูบธาราเป็นครั้งสุดท้าย
จากนั้นผมก็เริ่มหูบอดจนไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกและดวงตามของผมที่กำลังจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของธาราก็ค่อย ๆ เลือนลางลงและภาพสุดท้ายที่ผมเห็นก่อนทุกอย่างจะดับลงคือ ผมเห็นธาราลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้กับผมพร้อมกับคว้าผมเข้าไปกอดไว้แนบแผ่นอกของเขาอย่างรักใคร่
หลังจากนั้นดวงตาของผมก็ดับลง...
*****
ซันด๊อก