บทที่ 2 เรียนก็ได้
"อ่า ทำไมถึงเวียนหัวจังแฮะ..ข้าหลับไปนานขนาดไหนแล้วนะ คงต้องรีบไปฝึกแล้วสิ"
เอียด! ตุบ ตุบ ตุบ
เฟิงเอ๋อ!!
ท่านแม่?
"เฟิงเอ๋อ เ้าตื่นแล้วสินะ เป็อย่างไรบ้าง?"ฮุยหลิงถามด้วยความเป็ห่วง
"ข้าสบายดี แต่มันสายแล้วข้าคงต้องไปฝึกแล้วหละ"
เมื่อเขาพูดจบก็เตรียมตัวออกไปทันที..
หยุดก่อน!!
"ทำไมอีกรึท่านแม่?"เขาถามด้วยความสงสัย
"เ้าไม่ต้องไปฝึกแล้วหละ"นางพูดพร้อมกับทำหน้าเป็ห่วง
ไม่ต้องฝึก!
"ทำไมหละท่านแม่?"เขาถามด้วยความสงสัยอย่างมาก
"เ้าจำไม่ได้เลยรึว่าเ้าเป็อะไร?!"นางถามด้วยความใ
"เอิม...ข้าจำได้ว่าข้าขึ้นไปบนห้องแล้วก็อาบน้ำ แล้วก็นอนนิ มีอะไรรึท่านแม่?"
"เ้าร้องว่าปวดหัวแล้วก็หมดสติไปสามวันแหนะ!"
สามวัน!!
"ใช่ แล้วเ้าก็นอนตัวร้อนอยู่บนเตียง บางครั้งเ้าก็ละเมอร้องว่าปวดหัวอีกด้วย..."นางพูดพร้อมกับทำหน้าเป็ห่วง
"เฟิงเอ๋อ แม่ว่าเ้าไม่ต้องไปฝึกยุทธแล้วหละ แม่ได้บอกพ่อไว้แล้วว่าไม่ให้เ้าฝึกยุทธ แม่ว่าเ้าไปสอบเป็จอหงวนดีกว่านะลูก ไม่งั้นก็อะไรก้ได้..."
ไม่!!
"ท่านแม่ข้ารู้ว่าข้านั้นร่างกายอ่อนแอ แต่ข้าคิดว่าถ้าเราฝึกบ่อยๆ เราก็จะแข็งแกร่งขึ้นเอง ดังนั้นข้าจะขยั่นฝึกและข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้"เขาพูดพร้อมกับยิ้มและทำหน้าใสซื่อแบบเด็กสามขวบ ทำให้ ฮุยหลิง นั้นหมดคำพูดที่จะรั้งเขาไว้เลยทีเดียว...
แต่...
"ไม่ต้องห่วงท่านแม่ ข้าดูแลตัวเองได้ ข้าไปละ"หลังจากพูดจบเขาก็รีบออกจากห้องทันทีโดยไม่ได้ฟังอะไร
เดี๋ยวก่อน!!
"เฮ้อ เด็กคนนี้นิ ถ้าข้า..."นางพูดพร้อมกับทำหน้าเศร้า
ป่าหลังตระกูล
อ่าา!!
"ในที่สุดก็ถึงสะที...ที่นี่แหละ สดชื่นและสงบที่สุดแล้ว"เขาพูดพร้อมกับยือแขนยืดขาจากนั้นเขาก็มองหาที่ที่จะฝึกวิชา
"ตรงนี่ละ น่าจะดีนะ"เขามองไปเห็นสถานที่ที่ร่มรื่นจากนั้นเข้าก็เริ่มฝึกวิชา "กายาเหล็กกล้า" ตามปกติ...แต่มันไม่ปกติ
ครึ่งชั่วยามผ่านไป
แฮก แฮก แฮก
"ทำไม...มัน..เหนื่อย.แฮก..ขนาดนี้!!"เขาพูดออกมาด้วยความเหนื่อยล้า
จากนั้นเขาก็นั้งพักอยู่ครู่หนึ่งและเริ่มรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง
"อย่าบอกนะว่า..."เขารีบตรวจสอบร่างกายตัวเองโดยใช้พลังชีลูบไปตามแขนของตัวเอง
*ชีพจรลมปราณรั่วไหล*
"ไม่จริงน่า...นี้ข้าร่างกายอ่อนแอไม่พอ แต่ประสาทสำผัสยังแย่ลงอีกรึเนีย!?" เขาบ่นตัวเองที่ปล่อยให้เื่แบบนี้เกิดขึ้นทั้งๆที่ตัวเองเป็ผู้ที่ถูกขนานนามว่า แพทย์เทวะ
"อ่าา คงเป็ตอนที่ฝืนฝึกตอนนั้นแน่เลย...เฮ้อ"
จากนั้นเขาเริ่มรักษาชีพจรลมปราณโดยการใช้พลังชีรักษาทีละจุดของรูชีพจรที่รั่วไหลอย่างช้าๆ
หลังจากนั้นสองชั่วยาม
ฟู่วว
"เหนื่อยเอาเื่แฮะ แต่ก็นะช่วยไม่ได้ละ ก็ทำตัวเองนิ ถ้าพวกแพทย์และนักปรุงยามาเห็นข้าใช้แค่พลังชีโดยไม่ใช้ยาในการรักษาชีพจรลมปราณที่รั่วไหลได้ละก็พวกมันคงงงเป็ไก่ตาแตกแน่เลย แต่ก็นะจะเอายังไงกับประสาทสำผัสของข้าดีนะ..เฮ้อ"
เค้าไม่ได้ฝึกต่อเช่นเคยแต่เค้านั้งคิดอะไรบางอย่างอย่างจริงจัง หลังจากนั้นเขาก็หาที่ดีๆและก็ไปนั้งสมาธิอยู่ตรงนั้นอย่าเงียบๆ
หนึ่งชั่วยามผ่านไป
เทียนเฟิงค่อยๆลืมตาขึ้นพรอมกับสีตาจากปกติที่เป็สีดำกลายเป็สีเหลืองเรืองแสงอ่อนๆ
ฟู่วว
เขาเริ่มมองไปรอบๆ การมองเห็นของเขาเปลื่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด การมองเห็นที่ไกลขึ้น รายละเอียดของสิ่งที่เห็น ความไวของประติกิริยาที่รู้สึก
"เฮ้อ "เนตร์" ยังรู้สึกสุดยอดเหมือนเดิม ถ้าข้าไม่เคยฝึกมาก่อนนี้คงใช้เวลานานทีเดียว"
เขามองไปรอบๆพร้อมกับยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาเดินไปรอบๆพร้อมกับใช้ "เนตร์" สำรวจรอบๆ เขาเดินมาซักระยะหนึ่งก็เจอกับลำธารขนากไม่ใหญ่มากแต่ก็ไม่เล็ก เขาเดินอยู่ไม่นานก็สังเกตเห็นหินของอีกฝั่งที่มีหินอาคมซ่อนอยู่ตลอดแนวของลำธาร
"หินอาคมทำไมมาอยู่ตรงนี้นะ?"เขาพูขึ้นมาด้วยความสงสัยเพราะจะมีอาคมอยู่ในป่าได้ยังไงถ้าไม่มีความลับ
เขาเริ่มข้ามไปยังอีกฝั่งของลำธาร
ฮือ!
แต่ในขนะนั้นเองเข้าก็หยุดอยู่ที่ข้างหน้าของหินอาคมเพราะั้แ่ที่เขาใช้ "เนตร์" มันทำให้เขามีประสาทรับรู้ที่เฉียบคมกว่าเดิมมากจนเทียบไม่ติดและเขาก็รู้สึกถึงสายตาบางอย่างจาในป่าของอีกฝั่งแต่ด้วยอาคมมันจึงทำให้เขาไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรกันแน่
*มันคืออะไร*
ก่อนหน้านั้น
"ตาเฒ่าเ้าเห็นเ้าเด็กนั้นรึเปล่า?"หญิงชราถามด้วยความสงสัย
"ทำไมรึยายเฒ่า?"ชายชราตอบด้วยความสงสัย
"ทำไมเด็กแบบนี้ถึงมาอยู่แถวนี้ได้?"เมื่อหญิงชราพูดจบนางก็มองไปยังเทียนเฟิง
"ข้าว่าเขาคงแอบออกมามั้ง"ชายชราตอบแบบไม่ค่อยสนใจ
"แล้วเ้าว่าเขาจะข้ามมาฝั่งนี้รึเปล่า?"หญิงชราถามด้วยความสงสัย
"ข้าว่าเขาคงไม่ข้ามมาหรอก"ชายชราตอบ
"แต่ข้าว่าเขาจะมานะ"นางพุดพร้อมขมวดคิวเข้าหากัน
"ทำไมละ?"ถามด้วยความสงสัย
"นั้นไงเ้าไม่เห็นรึเขาเริ่มเข้ามาใกล้ฝั่งนี้แล้ว"เมื่อหญิงชราพูดจบนางก็ชี้ไปยังเทียนเฟิง
ฮือ!
"เป็อะไรไปรึยายเฒ่า!?"ถามด้วยความสงสัย
"ข้ารู้สึกว่าเขามองมาที่เรา!"พูดอย่างใ
มองมา!
"เป็ไปไม่ได้หรอก ต่อให้เขามองผ่านอาคมนี่มาได้แต่ระดับพลังของเขาในตอนนี้ไม่มีทางที่จะมองเห็นเราหรอก"ชายชราตอบอย่างไม่เชื่อ
"คงจริงอย่างที่เ้าว่า"หญิงชราตอบ
เ้าก็แต่เลอะเลือนเท่านั้นแหละ...
ชายชราพูดด้วยเสียงเบาๆพร้อมกับหันหน้าไปทางอื่น
"เ้าว่าไงนะ!"ถามด้วยความสงสัย เพราะชายชรานั้นพูดเบาจนนางได้ยินไม่ค่อยชัด
"ขะ ข้าแค่บอกว่าเขาจะข้ามมาฝั่งนี้ทำไมแค่นั้นเอง!"ชายชรารีบตอบ
"งั้นรึ"
"ดูนั้นสิเขาเริ่มเดินมาแล้วเราจะทำไงดี?"หญิงชราถาม
"เขาเป็เด็กคงต้องทำให้เข้าสลบแล้วก็ให้ "ผู้สังเกตการณ์" พาเขาไปส่งที่บ้านละนะ"ชายชราตอบ
"อย่าทำรุนแรงละเขายังเด็กมาก"หญิงชราพูดเตือนชายชราเพราะระดับพลังของชายชราและเทียนเฟิงแตกต่างกันเกินไป
"ข้าจะพยายาม"ชายชราตอบ
อีกฝั่งหนึ่ง
*คงมีอะไรซักอย่างละมั้ง*
เขาเริ่มเดินเข้าไปไกลอีกฝั่งเรื่อยๆ...
"มันมีไว้ทำอะไรนะ?"มองผ่านอาคมด้วยความสงสัย
เขาหยิบหินธรรมดาโยนเข้าไปในอีกฝั่งของอาคม..
ฟิ่วว ตุบ ตุบ
*มันไม่ได้มีไว้ป้องกันแล้วมันมีไว้ทำไอะไรละเนี่ย ข้าไม่รู้เื่อาคมด้วยสิ*
เขาเดินข้ามอาคมไปแบบธรรมดา
เอ๋!
เมื่อข้ามมาแล้วเขาเห็นสภาพแวดล้อมที่เปลื่ยนไปอย่าฉับพลัน ข้าหน้าป่าที่เคยมีอากาศปลอดโปล่งและสดใส กลายเป็ ป่าที่หนาทึบ ต้นไม้ที่สูกกว่าปกติ และมีเถาวันขึ้นระโยงระยางเต็มไปหมด บรรยากาศก็เต็มไปด้วยควาอึดอัด และมีหมอกจางๆออกมาจากส่วนลึกของป่า...
"ที่นี้มันอะไรเนีย อาคมนั้นคงจะเป็อาคมที่สามารถบิดเบือนภาพความจริงได้สินะ"
*บรรยากาศที่นี้หนาแน่นมากร่างกายเราตอนนี้คงอยู่ที่นี้ได้ไม่นาน*
หลังจากที่เขาคิดจะเดินต่อไป..
หวืดดด
เข้ารู้สึกเวียนหัวและล้มลงไป
ฟุบ
"เฮ้ออ เกือบไปแล้วไหมละตาเฒ่า ถ้าเค้าล้มลงดินขึ้นมาจะเป็ยังไง!"หญิงชราพูดด้วยความขุ่นเคือง
"เอิมม ข้าพยายามเบามือแล้วนะ..."ชายชราพูดด้วยเสียงอ่อน
"เฮ้ออ ช่างมันเถอะว่าแต่เด็กคนนี้..ร่างกายอ่อนแอขนาดนี้ยังจะมาเดินเล่นคนเดียวอีก"
"เ้าเป็คนทำเ้าต้องรับผิดชอบในการนำเขาไปส่ง!"
แต่ว่า...
"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น!"หญิงชรายืนยันเสียงแข็ง
"ก็ได้ข้าจะไปเรียงสองคนนั้นมา.."ชายชราพูดพร้อมกับทำหน้าหมดหนทาง
ผ่านไปไม่นาน
ฟุบ ฟุบ
คารวะท่านผู้เฒ่า!!!
อือ!
"พวกเ้าสองคนมาก็ดีแล้ว พาเ้าหนูนี่ไปส่งทีสิ"ชายชราพูดพร้อมกับมองไปที่เทียนเฟิง
เ้าหนู? ทั้งสองพูดพร้อมกับมองไปที่เทียนเฟิง
"ใช่เ้าหนู พวกข้าสองคนไม่ได้รู้จักใครมากนักในตระกูล และถ้าพวกข้าออกไปก็ไม่มีใครเฝ้าที่นี้"
"พวกเ้าเป็ "ผู้สังเกตการณ์" คงจะรู้จักคนในตระกูลดีสินะ...พวกเ้าคงไม่ได้อู้งานหรอก..ใช่ไหม!"ชายชราถามพร้อมจ้องเหม็งไปที่"ผู้สังเกตการณ์"ทั้งสอง
"ขะ ขอรับ พวกเราขยั่ยทำงานดีขอรับ"ผู้สังเกตการณ์คนหนึ่งรีบตอบด้วยความรวดเร็ว
"ใช่ ใช่ขอรับ"ผู้สังเกตการณ์อีกคนพูดเสริม
"งั้นก็ดีพวกเ้าไปได้แล้วนี่มันก็ดึกแล้วเดี๋ยวพ่อแม่ของเ้าหนูนี่จะเป็ห่วงเอา"
ขอรับ!!
หมับ ฟุบ ฟุบ
หลังจากนั้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เมื่อได้ยินเสียงเคราะประตู ฮุยหลิง ก็คิดว่าเป็เทียนเฟิงแต่พอคิดอีกทีถ้าเป็เทียนเฟิงคงเปิดประตุและวิ่งเข้ามาแล้ว
นั้นใครนะ!!
พวกข้ามาส่งลูกของเ้า!
ปัง(เสียงเปิดประตู)
พวกท่าน!!
"เบาๆหน่อยพวกข้าไม่ได้อยากถูกกล่าวถึงว่าแอบมาบ้านคนอื่นยามค่ำหรอกนะ"
"ขะ ขอโทษค่ะ พอดีข้าดีใจไปหน่อย ลูกข้าละ?"ถามด้วยความเป็ห่วง
นี่ไง!
เฟิงเอ๋อ!
เมื่อนางเห็นลูกตัวเองนอนตัวซืดอยู่ก็เกิดความใอย่างมาก
หมับ
"ท่านไปเห็นเขาอยู่ที่ไหนหรอคะ"ถามด้วยความสงสัย
"พวกข้าเห็นเขานอนหมดสติอยู่ที่ป่าหลังตระกูลนะก็เลยนำเขามาส่ง"ผู้สังเกตการณ์ตอบ แบบ นี้เพราะเค้ารู้ว่าผู้เฒ่าทั้งสองคนคงไม่อยากให้ใครรู้ถึงตัวตนของพวกเข้า
"ขอบคุณพวกท่านมาก!" ฮุยหลิงรีบตอบทันที
"ไม่เป็ไรยังไงพวกเราก็เป็"ผู้สังเกตุการณ์" อยู่แล้ว"ผู้สังเกตการณ์ตอบ
"ไม่มีอะไรแล้วงั้นพวกข้าขอตัวลา"พวกเขารีบออกไปทันที
ฟุบ ฟุบ
เฟิงเอ๋อ...
วันเวลาผ่านไป...
"โอย อ่า เวียดหัวจังแฮะ มันเกออะไรขึ้นอีกละเนียข้า เดินเข้าไปในป่านั้นละก้ โอยย คิดไม่ออก.."เทียนเฟิงตื่นขึ้นมาด้วยความงง
หลังจากนั้นเขาก็ลุกออกจากเตียง แล้วก็เดินโซเซไปยังประตู
ตุบ
หลังจากเดินได้ไม่นานเขาก็ลมลงไปกับพื้น
"อะ เวียนหัวจังแฮะ "
เอียดด
เฟิงเอ๋อ!!
"ท่านพ่อ ท่านแม่"
หมับ
หลังจากที่ฮุยหลินและซือคงเปิดประตูก็เจอลูกชายของตัวเองนอนอยู่กับพื้น แล้วนางก็รีบอุ่มเขาขึ้นไปบนเตียง
"เฟิงเอ๋อเป็อย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนรึเปล่า กินยานี่ก่อน!"ฮุยหลิงรีบยื่นยาให้กับเทียนเฟิง
อึก อึก อ่า
"ข้าไม่เป็ไรแล้วท่านแม่..."
"เฟิงเอ๋อเ้าไม่ต้องไปฝึกแล้วหละ"ซือคงพูดขึ้น
"ทะ ท่านพ่อ ทำไมละ!"เทียนเฟิงถามด้วยความใ
"เฟิงเอ๋อ พ่อเข้าใจว่าเ้าอย่ากแข็งแกร่ง แต่เ้าก็รู้ดีว่าร่างกายของเ้าอ่อนแอเกินไปแถมมันไม่เหมะกันการฝึกยุทธเท่าไหร พ่อว่าเ้าไปสอบเป็จอหงวดดีกว่านะ อาจารย์ท่านนี้เขาเก่งมาก เค้าจะสอนเ้าเป็จอหงวนที่มีชื่อเสียงได้แน่นอน"เขาพูดพร้อมกับทำหน้าเป็ห่วง..
แต่ว่าท่านพ่อ....
"เฟิงเอ๋อ มันผิดที่แม่เองแหละ ที่แม่อ่อนแอเกินไปจึงทำให้เ้าเป็แบบนี้..."ฮุยหลิงพูดพร้อมทำหน้าเศร้าเสียใจอย่างมากเพราะก่อนที่เทียนเฟิงจะเกิดได้เกิดเหตุการบางอย่างที่ทำให้พลังของนางลดหายไปจนหมดแต่นางไม่ได้บอกลูกชาย
"ท่านแม่ ท่านไม่ผิดหรอก"เขาพูดพร้อมกับะโเข้าไปกอดที่แม่ของเขา
"ท่านแม่ท่านอย่าโทดตัวเองอีกเลย ถ้าไม่มีท่านข้าคงไม่มีวันนี้หรอก"เขาพูดพร้อมกับกอดแม่ของเขา
"เฟิงเอ๋อ"นางพูดด้วยเสียงเบาๆพร้อมกับกอดลูกชายอย่างอบอุ่น
"ก็ได้ข้าจะเรียนกับอาจารย์คนนั้น"พูดขึ้น
"เฟิงเอ๋อ เ้าพูดจริงงั้นรึ!!"นางพูดพร้อมกับยิ้มอย่างดีใจ
"ใช่แล้วท่านแม่ข้าจะเรียนแต่ข้าไม่สอบเป็จอหงวนหรอกนะ"
"ก็ได้ถ้าเ้าว่าอย่างนั้น"ซือคงก็พูดออกมาหลังจากเงียบอยู่นาน..
"ข้าจะไปเรียกอาจารย์มาเดี๋ยวนี้แหละหลังจากเงียบอยู่นาน"หลังจากนั้นเขาก็รีบวิ่งออกไป..
หลังจากนั้นไม่นาน
สวัสดีคุณชายเทียนเฟิง!
"สะ สวัสดีครับ!"
"ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปข้าจะมาเป็อาจารย์ของท่านจนกว่าท่านจะเรียนรู้ทุกอย่างจากข้าหมดแล้ว!"
"ขอรับ!"
"เอาหละท่านอาจารย์ตู่ข้าขอฝากลูกชายของข้าไว้กับท่านแล้วหละ เขาอาจจะยังเด็ก ถ้ามีปัญหาอะไรก็มาบอกข้าได้ทุกเมื่อเลยนะ ข้าขอตัวก่อนนะ ข้ามีหลายอย่างที่ต้องทำ ข้าได้จัดสถานที่ไว้ให้ท่านแล้วถ้าขาดเหลืออะไรขอให้ท่านบอกคนใช้ได้เลย.."ซือคงประสานมือพร้อมกับพูดอย่างนอบน้อม
"ไม่ต้องเป็ห่วงท่านผู้าุโซือคง ข้าจะสอนทุกอย่างที่ข้ามีเลยคอยดูข้าสัญญาเลยว่าเค้าจะเป็จอหงวนที่มีชื่อเสียงโด่งดังแ่นนอน"อาจารตู่พูดพร้อมกับทำท่ามั่นใจในความรู้ของตัวเอง...
ขอบคุญอาจารย์ตู่มาก!!
"เอาหละเราไปกันเถอะ"อาจารย์ตู่พูดพร้อมกับมองมาที่เทียนเฟิง..
"ขอรับ"
*แต่ข้าไม่ยอมเลิกฝึกหรอกนะ อิอิ*