" สรุปคือเมื่อคืนนายเหมพาผมบินมาทิ้งไว้ที่บ้านคุณนง"
" ไม่ใช่เมื่อคืนหรอกค่ะเพิ่งเมื่อเช้านี้เองแถมไม่ได้เอามาทิ้งไว้ที่บ้านนงนะคะเธอเอามาทิ้งไว้ที่สนามหญ้าของโรงเรียนโน่นเห็นว่าเอาเครื่องลงจอดง่ายยายบัวเป็คนไปแบกใส่รถอีแต๋นมาก็ทุลักทุเลกันพอตัวเลยค่ะคุณหนูไม่รู้สึกตัวเลยเหรอคะ" นงพะงาถามเพราะตอนที่ไปรับมาหลานสาวเธอก็ไม่ได้ถนอมชายหนุ่มเลยสักนิดพาถูลู่ถูกังมาตลอดทาง
ภาคินส่ายหน้าเมื่อคืนเขาคงจะเมามากเพราะเขาไม่รู้สึกตัวเลยตลอดการเดินทางเพิ่งจะมารู้สึกตัวเอาเมื่อไม่กี่นาทีมานี่เอง โชคดีขนาดไหนที่คนพาเขามาคือเหมวัตถ้าเป็ผู้ร้ายเขาก็คงโดนฆ่าหมกป่าไปแล้วแต่คิดอีกทีคงเป็โชคดีของเหมวัตมากกว่าเพราะถ้าเขารู้สึกตัวคงได้มีการวางมวยกันบ้างโทษฐานที่ทำอะไรไม่ปรึกษา
" แล้วนี่นายเหมบอกหรือเปล่าครับว่าจะมารับผมกลับเมื่อไหร่"
" ก็จนกว่าคุณหนูจะทำใจเื่คุณนาได้นั่นแหละค่ะ นงเข้าใจแล้วก็เห็นใจคุณหนูนะคะกับเื่ของคุณนาแต่นงไม่เห็นด้วยเลยค่ะที่คุณหนูจะยอมทิ้งอนาคตที่เหลืออยู่เพราะเธอ"
" ผมทำใจไม่ได้"
ภาคินถอนหายใจแล้วยอมรับออกมาอย่างง่ายๆ กับนงพะงาเขาไม่มีอะไรต้องปิดบัง นงพะงาเลี้ยงเขามาั้แ่เด็กสนิทกับเขายิ่งกว่าแม่แท้ๆ ที่สำคัญนงพะงาเองก็รู้จักนารายามานานพอๆ กับเขา
เขากับนารายาเรียนด้วยกันมาั้แ่ชั้นประถมแต่เพิ่งตกลงคบกันแบบคนรักเมื่อตอนที่เขาและเธอเรียนจบชั้นมัธยมปลายซึ่งนงพะงาเองก็รู้เื่ของเขามาโดยตลอดเพราะเขามักจะเก็บเอาเื่ของหญิงสาวมาเล่าให้ฟังบ่อยๆ จนกระทั่งเขาเรียนจบมหาวิทยาลัยและมีโครงการที่จะบินไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศนั่นแหละนงพะงาถึงได้ขอลากลับมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่เหลือที่บ้านเกิดซึ่งเป็่จังหวะเดียวกันกับที่เขาเริ่มห่างกับนารายาด้วยระยะทาง ตัวเขาเองมั่นคงแต่เธอไม่!
พอคิดถึงหญิงสาวแววตาของชายหนุ่มก็สลดวูบลงรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรแล่นขึ้นมาจุกที่อกของเขาทันที
" ก็หัดยอมรับความจริงให้ได้สิ ผู้หญิงมีคนเดียวในโลกหรือไงทำอย่างกับเมาเหมือนหมาทุกวันแล้วผู้หญิงเขาจะหันกลับมามองอย่างนั้นแหละ แค่นี้ก็คิดไม่ได้เห็นรีบร้อนพากันมาั้แ่เช้านึกว่ามีเื่อะไรที่แท้ก็โดนผู้หญิงทิ้ง"
เสียงต่อว่าดังแทรกขึ้นมาจากชานพักบันไดทำให้ชายหนุ่มเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเขาไม่ได้อยู่กับนงพะงาตามลำพัง
" ยายบัว!"
เสียงเรียกชื่อหนักๆ เป็เชิงตำหนิดังมาจากคนที่เป็ย่าส่วนคนที่ถูกดุทำเพียงยักไหล่แล้วยกแก้วน้ำส้มคั้นพร้อมกับไข่ต้มที่ตนเตรียมไว้มาวางไว้ให้ตรงหน้าของภาคินแล้วหันกลับเดินลงบันไดหายไปจากวงสนทนาโดยที่ไม่ได้กวนประสาทอะไรเขาอีก
" คุณหนูอย่าถือสายายบัวเลยนะคะ ยายบัวเป็คนปากร้ายแต่จริงๆ แล้วก็เป็เด็กที่จิตใจดี"
ภาคินยิ้มให้ผู้าุโอย่างไม่ถือสา...
เอาเป็ว่าคราวนี้เขาจะยอมยกโทษให้ไปก่อนถือซะว่าหายกันกับเื่ที่เธอยอมไปรับเขามาเมื่อเช้าก็แล้วกัน...
......
เสียงเอ็ดตะโรเฮฮาคลอเคล้าไปกับเสียงหัวเราะบางครั้งก็เป็เสียงหยอกเย้ากันสลับกับเสียงดังแป๊กๆ ที่ดังขึ้นเป็ระยะเรียกให้คนที่เอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้องมาั้แ่่บ่ายต้องเดินออกมาดู
ที่ลานกว้างหน้าบ้านเต็มไปด้วยกลุ่มเด็กชายหญิงที่อายุไล่เลี่ยกันไป ที่โตหน่อยเขาก็กะเอาว่าไม่น่าเกินยี่สิบปีกำลังล้อมวงเหมือนเล่นอะไรกันอยู่สักอย่าง พอเขาเห็นเ้าลูกกลมๆ ที่ถูกสานขึ้นมาจากหวายเขาก็เข้าใจถึงที่มาของเสียงดังแป๊กๆ ที่ได้ยิน
ตะกร้อ...
เด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะโตกว่าเขาเพื่อนในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงฟุตบอลที่ศีรษะมีผ้าขาวม้าผืนใหญ่โพกเอาไว้กำลังวาดลวดลายการเดาะตะกร้ออยู่อย่างชำนาญ
ภาคินยืนมองการวาดลวดลายของเด็กหนุ่มอย่างพอใจแล้วพลันสายตาก็ไปสะดุดอยู่ที่อะไรบางอย่างเมื่อลมพัดวูบมาจนเสื้อสีขาวของเด็กหนุ่มแนบชิดติดกับลำตัวจนทำให้เห็นก้อนเนื้อนูนๆ ที่ยื่นเด่นออกมา เขากระพริบตาแล้วจ้องมองไปที่เด็กหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง
" เฮ้ย! นั่นมันยายบัวแล้งหลานคุณนง!"
แล้วพอหญิงสาวเริ่มยกขาขึ้นเดาะตะกร้ออีกครั้งภาคินก็ก้าวยาวๆ ลงบันไดตรงไปหาหญิงสาวทันที
" บัว!"
เสียงเรียกชื่ออย่างใทำให้ทั้งวงหยุดชะงักพากันหันมามองทางต้นเสียงเป็ตาเดียว
ภาคินไม่ได้สนใจกับสายตาคู่อื่นเขาสนใจอยู่กับสายตาคู่เดียวเท่านั้นและตอนนี้เ้าของสายตาก็กำลังมองเขาอยู่อย่างแปลกใจเช่นเดียวกัน ครู่เดียวเ้าของชื่อก็หันไปโบกมือทำสัญญาณให้คนอื่นเล่นต่อส่วนตัวเองเดินเลี่ยงออกมาหาชายหนุ่มที่ยืนกอดอกหน้าบึ้งมองกันอยู่
" มีอะไร" หญิงสาวถามออกไปห้วนๆ
" กำลังทำอะไรอยู่" เสียงดุๆ ถามกลับมา
" ก็เล่นตะกร้อไง" นลินตอบออกไปแล้วแอบสงสัยว่าเขาตาบอดหรืออย่างไรกันถึงไม่เห็นว่าเธอกำลังทำอะไร
" รู้แล้วว่าเล่นตะกร้อ อายุเท่าไหร่แล้ว"
" ยี่สิบสอง"
ภาคินชะงักไปกับคำตอบเขาคาดไม่ถึงว่าหญิงสาวจะบรรลุนิติภาวะมาหลายปีแล้วเขานึกว่าเธอเป็เด็กสาวแรกรุ่นอายุแค่สิบเจ็ดสิบแปด
" จะดูบัตรประชาชนไหม" นลินถามเมื่อจับสีหน้าและท่าทางของชายหนุ่มออก
" มีด้วยเหรอ" ภาคินเลิกคิ้วถามกลับ
" อ้าว! ที่เรียกออกมานี่เพราะกะจะหาเื่กันใช่ไหม! ถึงหน้าฉันจะดูเหมือนเด็กดอยแต่ฉันก็เป็คนไทยถูกต้องตามกฎหมายเหมือนๆ กับคุณนั่นแหละ! " นลินเท้าเอวหมับตอบกลับอย่างเอาเื่
" ขอโทษแค่ล้อเล่น"
อีกครั้งที่คำขอโทษของชายหนุ่มทำให้คนที่กำลังอารมณ์กรุ่นๆ อยู่ผ่อนแรงโทสะลง
" แล้วตกลงเรียกฉันออกมามีอะไร"
ภาคินกระแอมแล้วพูดขึ้นอย่างเป็การเป็งาน
" รู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองไม่ใช่เด็กๆ แล้วเที่ยวไปยกแข้งยกขาโชว์หนุ่มๆ แบบนั้นไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ"
" รู้สึกอะไร? " นลินถามอย่างสงสัย
" ก็..." ภาคินพูดแล้วลดสายตามองไปที่กางเกงบอลขากว้างของหญิงสาว เท่านั้นนลินก็เข้าใจความหมายของชายหนุ่ม
" คุณห่วงเื่นี้ใช่ไหม"
นลินไม่ถามเปล่าแต่เล่นถกขากางเกงขึ้นจนเห็นซับในสีดำสนิทที่แนบชิดไปกับเรียวขาซึ่งเป็กางเกงชนิดเดียวกันกับพวกที่นิยมออกกำลังกายใส่กันแต่คนมองไม่ทันตั้งตัวเลยเผลออุทานลั่นตามนิสัยหัวโบราณของตัวเอง
" เฮ้ย! ทำบ้าอะไรของคุณเป็สาวเป็แส้ไม่อายบ้างหรือไง! "
" ไม่อาย" นลินเชิดหน้าตอบกลับให้ภาคินต้องอึ้งอีกครั้ง
" นี่คุณจะบอกอะไรให้นะต่อให้ฉันแก้ผ้าหมดแล้วไปยืนเตะตะกร้อเหยงๆ มันก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกไอ้พวกนั้นมันแก้ผ้าเล่นน้ำกับฉันมาั้แ่เด็กจนตอนนี้ไม่มีใครเห็นฉันเป็ผู้หญิงกันแล้วด้วยซ้ำ"
" มันไม่เหมือนกันนั่นคุณยังเด็กแต่ตอนนี้คุณโตแล้วคุณจะไปคิดแบบนั้นไม่ได้แล้วคุณแน่ใจได้ยังไงว่ามันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น"
" หรือคุณเห็นฉันแล้วเกิดอารมณ์ล่ะ"
อีกครั้งที่หญิงสาวทำให้ภาคินต้องอึ้งเขามองสภาพคนตรงหน้าที่หน้ามันเยิ้มแถมสภาพยังไม่ต่างอะไรกับเด็กผู้ชายซนๆ เขาก็เริ่มเห็นด้วยแล้วว่าสภาพของหญิงสาวห่างไกลจากคำว่าทำให้เกิดอารมณ์อย่างว่าจริงๆ แล้วพอหญิงสาวแกล้งขยิบตาส่งจูบมาให้เขาก็ก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัวแล้วแทบจะวิ่งกลับเข้าห้องไปทันทีให้คนที่แก่นแก้วเกินผู้หญิงได้แต่ยืนหัวเราะตามหลังและนั่นก็เป็ครั้งเดียวที่เขาออกมาพูดคุยกับหญิงสาวเพราะหลังจากนั้นนลินก็ไม่เห็นเขาออกมาจากห้องอีกเลย...