หลังจากที่เด็กน้อยทัั้งสองกินอิ่มแล้ว หยวนจื่อเซี่ยจึงตกลงรับหนิงเจี้ยนในวัย 8 หนาว เข้ามาเป็คนสนิทข้างกายของคุณชายหยวนจื่อิ นับว่าเป็ความโชคดีอย่างที่ชาวบ้านร่ำลือกันไว้ไม่ผิด
“เ้ายินดีติดตามบุตรชายข้าหรือไม่ หนิงเจี้ยน” แววตาลึกล้ำจับจ้องไปยังใบห้นาของอีกฝ่าย แตงที่ฝืนเด็ดจากต้นย่อมไม่หวาน ดังนั้นเขาย่อมไม่จำเป็ที่จะต้องบังคับอีกฝ่าย หากไม่อยากทำก็เพียงให้เงินไปตั้งตัว หากมีฝีมือความสามารถอย่างไรก็ไม่อดตาย
“ได้หรือ…ขอรับ” น้ำเสียงฝืดคอ อย่างพยายามเค้นออกมา เพื่อตอบกลับบุคคลด้านหน้าของคนตัวเล็กกว่าช่างทำให้ผู้ที่กำลังรอฟังรับรู้ในความตั้งใจนั้น
“ว่าอย่างไร”
“ข้าน้อยยินดีขอรับ” ั์ตาเจิดจ้าเป็ประกายยามที่ได้รับคำถามย้ำกลับมา หนิงเจี้ยงเองก็ยินดีเป็อย่างยิ่ง มีบ้านให้อยู่ มีข้าวให้กินทุกมื้อ
“เช่นนั้น ก็ตามพ่อบ้านหยวนกลับจวนแล้ว จัดการตัวเองให้ดี พ่อบ้านหยวนจะเป็คนบอกกับเ้าถึงหน้าที่เอง” เอ่ยกับเด็กน้อยเสร็จจึงหันไปมองหน้าพ่อบ้านหยวนอย่างสั่งความที่มากกว่านั้น
พ่อบ้านหยวนเอง ก็มิใช่ธรรมดา มิเช่นนั้นจะเป็คนข้างกายนายท่านหยวนได้อย่างไร เมื่อนายท่านหันมา อีกฝ่ายก็รับรู้แล้วว่าควรจัดการเด็กคนนี้อย่างไร
“ขอรับ ขอบพระคุณนายท่านยิ่งนัก ข้าน้อยจะเคียงข้างคุณชาย เป็มือเป็เท้า เป็โล่ เป็กำแพงให้คุณชายไปชั่วชีวิต” ศีรษะเล็กโขกลงบนพื้นดินสามนับครั้งไม่ถ้วน ทว่าก็ไม่มีใครห้าม เด็กคนนี้เพียง้าแสดงความดีใจที่อัดอั้นอยู่ออกมา ไม่ทำให้ตนเองเจ็บก็พอ
“เก็บคำพูดของเ้าไว้ถิด เมื่อใดที่เ้าเป็ได้ ข้าหวังว่าเ้าจะมิลืมเลือนคำสัญญานั้น”
“ขอรับนายท่าน”
ขบวนเดินทางแยกออกเป็สองขบวน หนึ่งขบวนแรกกลับจวนหยวนและอีกขบวนที่มีเพียงคุณชายน้อยจื่อิ ติดตามาด้วยมารดาอย่างจื่อฮวา แและท่านน้าทั้งสองเดินทางมุ่งสู่ตลาด ศูนย์กลางเมืองหยางโจว ในรอบหลายปี
รถม้าของจวนจอดไว้ที่โรงเตี๊ยมของตระกูล เพื่อให้คุณหนูคุณชายทั้งสี่ เดินทางชมเมืองได้สะดวกยิ่งขึ้น จื่อิยิง่ตื่นตาตื่นใจไม่น้อย หยางโจวแม้จะมิใช่เมืองหลวง แต่ก็มีความเจริญยิ่งนัก
สองข้างทางไปจนสุดสายเต็มไปด้วยย่านการค้า ไม่ว่าจะเป็ โรงเตี๊ยม เหลาอาหาร ร้านขายสมุนไพร ร้านอาภรณ์หรือแม้แต่โรงประมูลที่ตั้งอยู่ตระห่านริมเส้นทาง นั้นเพราะแต่ละตระกูลต่างแข่งกันแสดงอำนาจและบารมีของตระกูล สิ่งใดที่ส่งเสริมให้กิจการของตนเองโดดเด่นได้ ย่อมไม่รีรอที่จะกระทำ
เหล่าร้านอาหารเล็กๆ ที่มีเรียงรายกันสอดแทรกไป ชวนให้ผู้คนที่เดินเข้าออกต้องแวะชื่ชมหรือจับจ่าย
นับว่าตัดสินใจถูกนัก ที่ยอมจอดเกวียนไว้ที่โรงเตี๊ยมม มิเช่นนั้นคงไปไม่ถึงไหน
เดินไปได้สักพักใหญ่ จื่อิก็เริ่มไม่สบายตัวและงอแงมารดาจึงพาไปนั่งพัก เลยสะพานหินข้ามคูน้ำขนาดใหญ่ ที่มีต้นเหมยฮวาให้พักพิง
ทอดสายตาไปไกลจะพบกับท่าเรือใหญ่ ที่มีคนพลุพพล่าน เนื่องจากเรือจากฝั่งไกลพึ่งจอดเทียบท่า หลงจู๊จากร้านค้าต่างๆ จึงแวะเวียนกันมาหาของดีกลับไป
“นั่งนิ่งๆ รู้หรือไม่ พลัดหลงไปมารดาคงสิ้นสติ” จื่อฮซาเอ่ยเตือนบุตรชายตัวน้อยที่นั่งยุกยิกไปมาตลอดทาง
ม่านผืนบางผลิ้วสะบัดไปตามแรงลมที่มีปะทะ บางครั้งก็เปิดออกเอง บางครั้งก็ถูกเปิดออกโดยเด็กน้อยเพียงหนึ่งเดียว
ทำให้คนภายนอกที่คอยมองเข้ามา ได้สอดส่งมาถึงยังใบหน้าของคนทั้งหมดที่นั่งอยู่ภายใน
“ขอรับ ข้ารู้แย้ว มารดาหายห่วงได้” พูดไปทำท่่าทางไปด้วย มืออวบที่ยกขึ้นมากอดอกตนเองไว้นั้น ยิ่งส่งเสริมให้เ้าตัว กลมเกลี้ยงมากขึ้น
คนมองก็ทำเพียงอมยิ้มน้อยๆ ให้กับความมั่นใจของเด็กสามขวบหนาวที่แม้จะเก่งกาจกกว่าเด็กวัยเดียวกัน ทว่าบางอย่างก็ยังคงต้องพัฒนาไปตามวัย
“หึ รู้ทั้งรู้ แต่ก็จะทำนะสิเ้า” จื่อฮวาใช้นิ้วเคาะไปยังปลายจมูกเล็กอย่างจำยอม
“มารดามองบุตรในแง่ร้ายเกินไป ิิเสียใจอ่า” ใบหน้าเล็กทำท่ากระซิก ราวกับเสียใจอย่างยิ่ง
“มารดาเ้ามิรักหรือ มานี่เถิด ท่านน้าทั้งสองรักเ้าแน่นอน" จากนั้นจึงขยิบตาส่งสัญญาณให้แก่กัน
เ้าตัวน้อยก็เล่นตามน้ำ โผเข้าวซบท่านน้าทันที เรียกเสียงหัวเราะให้แก่ข้ารับใช้รอบๆ ในความออดอ้อนของคุณชายน้อย
“ช่างเถิดๆ มารดามีเพียงลูกกวาดหวานๆ เท่านี้ ย่อมสู้ท่านน้าของเ้ามิได้หรอก” นางพูดพลางหยิบของขึ้นมาล่อเ้าตัวตะกละน้อยแล้วแกว่งไปมาช้าๆ
ตาเล็ก ขยายจนโต ยิ่งแวววาวเป็ประกายมากขึ้น
“หือ ยูกกวาดหรือขอรับ ิิชอบยูกกวาด”
“หืม แค่ชอบแต่เสี่ยวจูน้อย คงมิอยากกิน” จื่อฮวายังคงหยอกล้อต่อไป
“อยากกินขอรับ อิอิ แต่ว่าท่านแม่ขอรับ…” ใบหน้ากลมเอ่ยเรียกมารดา จากนั้นก็หยุดนิ่งไปพักหนึ่ง ราวกับว่ามีสิ่งใดที่ติดขัดอยู่
เหล่าข้ารับใช้ที่กำลังนั่งฟังอยู่ ต่างก็เป้นกังวลไปกับคำถามของคุณชายน้อยเป็อย่างมาก พากันไปคิดต่างๆ นาๆ
“ว่าอย่างไร ้าอันใดอีก” จื่อฮวาเอ่ยถามออกมา
“ข้า…้าเ้าตัวพิลึกนั้น ตอนขามาขอรับ” เขา้าเ้าสิ่งนั้น อยากกินมากๆ เลยละ
จื่อฮวาและคนอื่นๆ ต่างมีสีหน้างุนงง
“หืม พิลึกอันใดกัน จื่อหลิง จื่อหลิงเ้ารู้หรือไม่”
“น่าจะเป็น้ำตาลปั้นหรือไม่” จื่อหลิงตอบออกมา เพราะจำได้ว่าตอนขามา เ้าตัวเล็กจ้องมองน้ำตาลปั้นอย่างสนใจ
“ข้าเองก็มิแน่ใจเ้าค่ะ”
เมื่อเห็นว่าทุกคนมัวแต่สงสัยและวันนี้คงมิได้กินเสียที จื่อิจึงอาสาไปด้วยตนเอง จะพูดให้ถูกแล้วละก็ เขาอยากออกไปผจญภัยในโลกกว้างมากกว่า
“มารดาขอรับ ิิขอเดินไปซื้อด้วยตนเองได้หรือไม่ ิิโตแย้วนะ โตมากๆ เยย” เป็ฯครั้งแรกเลยสินะ ที่ข้าจะได้ออกไปท่องโลกกว้าง อิอิ
คิ้วสวยบนใบหน้างาม เลิกขึ้นอยากแปลกใจ ในความกระตือรือร้นของบุตรชาย
“หืม ไหวหรือ แม้แดดจะมิร้อน แต่มารดาก็ไม่รู้ว่าร้านอยู่หนใด” จื่ฮวาเอ่ยห้ามออกมา การที่นางเลือกจะนั่งพักส่วนหนึ่งก็เป็เพราะ มิได้เดินไกลๆมานานแล้ว จึงมีอาการปวดขาเล็กน้อย
“ไหวขอรับ อย่างไรวันนี้ ข้าย่อมต้องเที่ยวเล่นให้ทั่ว อ่า ม่ายใช่ๆ ย่อมต้องเป็เด็กดีขอยับ”