สิงเทียนนอนลง แต่เพราะหมอนใบเก่าถูกฉีกทึ้งจนขาด เขาจึงต้องใช้แขนตนเองในการรองหัวนอน ผ่านไปไม่ทันไรก็ลุกขึ้นแล้วว่า “ข้าเจ็บแขน อยากหนุนอะไรที่มันนุ่มกว่านี้”
ซิ่วอิงเสนอ “เช่นนั้นข้าจะไปนำหมอนใบใหม่มาให้ท่านเอง”
หลังหายไปครู่ใหญ่ ซิ่วอิงก็กลับมาพร้อมกับหมอนสองใบ ด้วยความที่ยังใหม่เอี่ยมและไม่เคยผ่านการใช้งาน มันจึงมีความแข็งและทำให้นอนไม่สบายตัวอยู่บ้าง สิงเทียนเริ่มไม่พอใจ ขว้างหมอนใบหนึ่งทิ้งไปในระหว่างที่ซิ่วอิงกำลังถ่ายลมปราณ
“ข้ารู้สึกไม่ดี ไม่อยากนอนแล้ว!”
“เช่นนั้นท่านนั่งก็ได้ เดี๋ยวข้าจะถ่ายลมปราณไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงรุ่งสางของอีกวันนะขอรับ หากง่วงนอนท่านจะพิงข้าก็ได้”
สิงเทียนชำเลืองตามอง “สกปรก ข้าไม่พิงเ้าหรอก ถ่ายลมปราณไป!”
“…”
ซิ่วอิงถ่ายพลังให้เขาทั้งคืน ทั้งในระหว่างที่ถ่ายก็คอยลบล้างฤทธิ์ของยานั่นไปด้วยทีละน้อยเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายผิดสังเกต
สิงเทียนดูสงบลงไปมากและเพราะสบายตัวมากกว่าปกติเขาจึงนั่งหลับทั้งอย่างนั้น ศีรษะโงนเงนด้วยความง่วง ซิ่วอิงที่ถ่ายพลังไปคอยระแวงไปก็ทำตัวไม่ถูก เขาจึงนำผ้าห่มเนื้อบางมารองที่ตักตนเองแล้วประคองสิงเทียนลงนอน อีกฝ่ายดิ้นอย่างไม่สบายตัวก่อนจะคว้าหยิบของใต้ศีรษะโยนออกจากห้องแล้วหลับอยู่บนตักของเขาต่อ
คนที่นั่งบนนั้นแอบยิ้มอยู่ลำพัง ยิ่งมองใบหน้าเด็กหนุ่มใกล้ ๆ ก็ยิ่งนึกเอ็นดู เขาหวนนึกถึงภาพมายาที่เคยเห็นในคุกมืดคราวก่อน แต่แล้วก็เผลอพูดออกมา
“เหมือนมาก เหมือนเขาในตอนนี้เลย”
ความรู้สึกที่เหมือนกับตัวเองมีลูกชายมานอนตักนี่มันช่างดีเสียจริง เขาแทบกรีดร้องออกมาเพราะพระเอกในตอนนี้ช่างเหมาะสมกับคำว่าน่ารักมากกว่าน่ากลัวเสียอีก แม้นอายุจะไม่น้อยแล้วแต่ท่าทางตอนหลับนี่อย่างกับเด็กมิมีผิด
นับว่าเป็ครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิดกับพระเอกมากขนาดนี้ เขารู้สึกภูมิใจจนพูดไม่ออกบอกไม่ถูก รู้แค่เพียงว่าชอบแบบนี้ ชอบตอนที่พระเอกหลับ ชอบเวลาที่อีกฝ่ายสงบเสงี่ยม ชอบตอนที่อีกฝ่ายงอแงเอาแต่ใจ หากเขามีลูกชายสักคนก็อยากจะให้เป็แบบสิงเทียนจริง ๆ
เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มส่องสว่าง ซิ่วอิงจึงประคองอีกฝ่ายให้ออกจากตักตนเอง วางศีรษะลงที่เตียงอย่างช้า ๆ หวังไม่ให้ใตื่นขึ้นมาเสียก่อน ทว่าสิงเทียนกลับรู้สึกตัวเร็วมาก เขารีบลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะหันมองคนบนเตียงด้วยสีหน้าสลึมสลือ
เขาถาม “เ้าจะไปไหน”
ซิ่วอิงส่ายหน้า “ข้าน้อยมิได้จะไปไหนขอรับ ข้าน้อยเพียงเมื่อยขาเท่านั้น ก็แค่..นั่งนานเกินไปหน่อยจึงอยากยืดเส้นยืดสายบ้าง ขออภัยที่ทำคุณชายตื่น”
สิงเทียนมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงรำไรจากดวงอาทิตย์ส่องกระทบใบหน้า เพราะได้รับพลังบริสุทธิ์จากซิ่วอิงมามากสีหน้าจึงดูสดใสขึ้น ดูมีชีวิตชีวาไม่ต่างจากคนทั่วไป หากแต่สีปากยังคงดูซีดเซียวอยู่บ้าง ส่วนสีตาที่เดี๋ยวดำเดี๋ยวแดงก็หายไปแล้ว กลายเป็ดวงตาคมคายเช่นเดิม
สิงเทียนคีบดั้งพลางกล่าว “เช้าแล้ว ข้าจะไปเตรียมตัวออกเดินทาง”
ซิ่วอิงนั่งงง “แต่ดวงอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้าดีเลยนะขอรับ”
“ข้าไม่อยากเสียเวลามากไปกว่านี้ หากได้เจอนางเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี”
ซิ่วอิงไม่เอ่ยต่อ เขาเข้าใจความรู้สึกสิงเทียนดี คงเพราะรู้ว่าจะได้เจอเหมยลี่ เขาจึงยิ่งอยากออกเดินทางเร็ว ๆ ซิ่วอิงนั่งก้มหน้า เขากำลังรู้สึกผิดต่อพระเอกที่ได้พูดโกหกออกไปแบบนั้น แต่มานึกเสียใจตอนนี้ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว หากได้ตัดสินใจจะหนี เขาก็มีแต่ต้องหนีไปก่อนเท่านั้น
สิงเทียนโยนหมอนใส่เขา “เ้านั่งหาอะไร! ข้าบอกให้ตามมาได้ยินหรือไม่”
“เอ่อ.. ขะ ขอรับ”
สิงเทียนเดินเข้าห้องอาบน้ำ ซิ่วอิงหยุดอยู่หน้าประตูไม่กล้าเดินตามเข้าไป อีกฝ่ายกำลังปลดเปลื้องอาภรณ์ออก ผิวพรรณขาวผ่อง มวลกล้ามได้รูปดูดีราวกับภาพสลัก ซิ่วอิงหน้าร้อนฉ่า ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นเสียหน่อย หากแต่ครั้งนี้กลับรู้สึกต่างออกไปเล็กน้อย สิงเทียนเดินมาทางหน้าประตู คว้าแขนอีกฝ่ายให้เข้าไปด้านใน
“มัวยืนเซ่ออยู่ได้ มาช่วยข้าอาบน้ำสิ”
“เอ๋? ทำไมต้องเป็ข้าล่ะ คุณชายอาบเองไม่ได้รึขอรับ”
สิงเทียนตอบทันควัน “ไม่ได้”
ซิ่วอิงขมวดคิ้วนึก อาบไม่ได้บ้าอะไร มาเ้าสำออยเอาป่านนี้เนี่ยนะ คราวนั้นยังเคยอาบเองแท้ ๆ
เขาว่า “แล้วยามปกติท่านทำอย่างไร หญิงรับใช้คนอื่นเล่าขอรับ”
“พวกนั้นถูกข้ากำจัดออกจากวังหมดแล้ว นับั้แ่นั้นมาข้าก็ไม่เคยได้อาบน้ำอีกเลย”
“หา!”
ซิ่วอิงเกือบหลุดปาก ‘เชี่ย’ ออกมา เขาไม่นึกมาก่อนว่าสิงเทียนจะโหดร้ายถึงขั้นฆ่าทุกคนในตำหนักหมด มิน่าเล่า เขาถึงไม่เคยเห็นใครเดินผ่านหน้าห้องเลย จะมีก็แต่หูเซินกับนู่เฉินเท่านั้นที่แวะเวียนมารายงานสถานการณ์บ้างบางครั้ง นี่เขาอยู่ในตำหนักกับสิงเทียนแค่สองคนหรือนี่ ชักเริ่มวังเวงขึ้นมาแล้วนะ!
“ยืนทำอะไรอยู่ ถูหลังให้ข้าสิ”
“เอ่อขอรับ ข้าจะทำเดี๋ยวนี้แหละ”
ซิ่วอิงใช้ใยบวบขัดถูตามตัวอีกฝ่าย เมื่อต้องเปลี่ยนไปถูด้านหน้าเขาก็หลับตาปี๋เพราะไม่อยากเห็นภาพบาดตาบาดใจ แม้ดวงตาไม่เห็นภาพ แต่ในหัวกลับจินตนาการไปแล้วกว่าแปดพันอย่าง
ในขณะที่หลับตาลูบไล้ผิวกายของเ้านาย เขากลับรู้สึกเย็นวาบที่สันหลังเหมือนกับถูกสายตาคู่หนึ่งจดจ้องอยู่ไม่ไกล ฉับพลันนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าความรู้สึกเช่นนี้เหมือนกับตอนที่อยู่ในห้วงจิตใจเลย หลังต้นไม้นั่นและในห้องอาบน้ำนี่ เขารู้สึกเหมือนถูกจับตามองจากคนคนหนึ่ง มันช่างคล้ายคลึงกันอะไรเยี่ยงนี้
ซิ่วอิงสวมเครื่องแต่งกายให้สิงเทียนเสร็จสรรพ มัดผมอีกครั้งจนดูดีกว่าลุคเมื่อวานมากโข ขณะจัดทรงเครื่องแต่งกายก็ลอบคิดในใจ หากเหมยลี่มาเห็นว่าที่สามีในตอนนี้คงตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้นอีกคราแน่ น่าภูมิใจแทนคนทั้งตระกูลของนางจริง ๆ
สิงเทียนเหลือบมองเขาั้แ่หัวจรดเท้า เอ่ยถามเสียงเรียบ “เ้าจะไปทั้งอย่างนี้หรือ”
“ทั้งอย่างนี้?”
ซิ่วอิงก้มมองตัวเองบ้าง ก็เห็นรอยขาดและคราบเืติดอยู่เต็มเสื้อผ้า เขาว่า “คุณชายไม่ต้องสนใจข้าหรอก ข้ามีเสื้อผ้าไม่กี่ชุด พวกมันถูกท่านเผาทิ้งหมดแล้ว อย่างน้อยมันก็ยังพอกันลมได้อยู่ขอรับ แหะ ๆ”
สิงเทียนเพียงเอ่ยสั้น ๆ “ไปเปลี่ยน”
“ไม่เป็ไรขอรับ ข้า..”
“ข้าสั่งให้ไปเปลี่ยน เสื้อผ้าเก่าของข้าอยู่ในชั้นเก็บของ เลือกเอาสักชุดก็แล้วกัน”
“แต่ว่า..” ซิ่วอิงเอ่ยอย่างลำบากใจพร้อมช้อนตาขึ้นมองอีกคน
“ข้าจะรอหน้าประตู หากเ้าทำให้ข้าเสียเวลา ข้าจะตัดนิ้วเ้าเสีย”
“…”
“เร็วสิ!”
“ดะ ได้ขอรับ!”
ซิ่วอิงเดินไปยังข้างเตียง ตรงนั้นมีตู้เก็บของของสิงเทียนอยู่ ภายในเต็มไปด้วยเสื้อผ้าและของใช้ ซิ่วอิงเลือกไม่ถูกว่าควรหยิบตัวไหนดี จึงได้แต่สุ่มหยิบออกมาหนึ่งชุดอย่างฝืนใจ
เขารีบถอดชุดเดิมออกแล้วเปลี่ยนใหม่ทันที ขนาดชุดของสิงเทียนดูใหญ่ไปมาก ทั้งใหญ่จนหลวมและยาวลากพื้น แต่เขาไม่มีเวลามาคิดมาก จึงหอบชายผ้าเดินตามออกไปทั้งอย่างนั้น
สิงเทียนหันมาเห็นสภาพเช่นนั้นเข้า ก็เหมือนจะแอบหัวเราะให้คนรับใช้ทีหนึ่ง บุรุษที่หุ่นเพรียวบางราวกับสตรี กำลังหอบหิ้วชายผ้าในสภาพรีบร้อน ทั้งที่เอวก็ผูกเชือกเป็ปมอย่างลวก ๆ อีก คงเป็เพราะคำขู่ของเขาแน่ มิเช่นนั้นอีกฝ่ายจะรีบวิ่งตามออกมาในสารรูปแบบนี้หรือ
สิงเทียนหันมากล่าว “อืม เลือกได้ไม่เลว”
“ขอรับ..”