ข้างถนนสายหลักที่ขรุขระ บนเนินเขาหลายลูกที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่ถึงร้อยเมตร จู้เจียงเจียงเดินอยู่บนนี้มาค่อนวันแล้ว
นางกำลังดูว่าป่าชาผืนนี้พื้นที่ใหญ่แค่ไหน
เดินไปหนึ่งรอบ นางก็เริ่มมีแผนผุดขึ้นในใจ เพียงแต่ป่าชานี้ไม่มีคนย่างกายเข้าใกล้มาเนิ่นนาน วัชพืชพุ่มไม้เติบโตเต็มไปหมด บางส่วนถึงขั้นกดทับต้นชาจนหัก
ฤดูใบไม้ผลิเป็่เก็บเกี่ยวใบชาได้พอดี ใบชาอ่อนสีเขียวสดและรสหวาน หากทิ้งไว้จะน่าเสียดายเกินไปแล้ว
จ้องมองต้นชาที่มีเต็มูเา จู้เจียงเจียงก็ตัดสินใจเริ่มเก็บใบชา!
“เสี่ยวอวี๋ พวกเราต้องกลับกันแล้ว” จู้เจียงเจียงลงจากูเา ร้องะโเรียกพวกเด็ก ๆ ที่กำลังเล่นพวงมาลัยดอกไม้อยู่ตรงเชิงเขา “ไปเถอะ”
เผยเสี่ยวอวี๋ชอบตามนางออกจากบ้าน พวกเด็กในหมู่บ้านก็ชอบตามนางเหมือนกัน
ตอนนี้นางกลายเป็หัวโจกของเด็กในหมู่บ้านไปแล้ว
หลังจากกลับหมู่บ้าน จู้เจียงเจียงก็ไม่ได้ตรงกลับเข้าบ้าน แต่ตรงไปบ้านของสวี่เหล่าเกินทันที
หลังผ่านการสอบถาม สวี่เหล่าเกินก็บอกว่า เขาเองก็ไม่รู้ว่าป่าชาข้างถนนสายหลักเป็ของบ้านไหน ั้แ่เขาเกิดมาก็ไม่เคยได้ยินว่ามีใครเป็เ้าของป่าชาผืนนั้นมาก่อน
“แบบนี้เอง…” จู้เจียงเจียงพยักหน้า ป่าชาผืนนั้นไม่มีเ้าของก็ดี
เมื่อเชื่อมโยงกับสิ่งที่นางสังเกตได้จากบนูเาวันนี้ ป่าชาผืนนั้นมีต้นชาแก่มากมายจริง ๆ ต้นไหนที่เหี่ยวแล้วก็เกิดใหม่ ดังนั้นบนเขาตอนนี้จึงมีทั้งชาใหม่ และชาแก่
“สะใภ้เล็ก เ้าถามเื่นี้ไปทำไม?” สวี่เหล่าเกินถามนางอย่างสงสัย
เขาสังเกตมานานแล้ว นางให้ความสนใจป่าชานั่นมาตลอด แต่ป่าชาผืนนั้นไม่มีอะไรจริง ๆ ต้นชาก็เติบโตได้ไม่ดี คนตัดฟืนในหมู่บ้านยังไม่ไปที่นั่นเลย
จู้เจียงเจียงไม่ปิดบังสวี่เหล่าเกิน พูดตามตรงว่า “ปู่สวี่ ข้าอยากขอให้ทุกคนช่วยข้าจัดการป่าชานั้นหน่อย ข้ายังจะทำกับข้าวให้ทุกคนเหมือนเดิม”
ดำนาเสร็จ คนในหมู่บ้านก็ว่าง คิดว่างานนี้คงยอมมาช่วยนางแน่นอน
“จัดการป่าชา?!”
แล้วทุกคนในหมู่บ้านก็ถูกฉิ่งเก่า ๆ ของผู้ใหญ่บ้านเรียกออกมา พอได้ยินว่าจู้เจียงเจียงอยากจะจัดการป่าชา ต่างก็ใช้สายตาใมองไปที่นาง
จากนั้นก็เห็นแค่ใบหน้าท่าทางจริงจังของจู้เจียงเจียง “ใช่ ข้าจะทำชา ขายชา!”
คำนี้ยิ่งทำให้ทุกคนไม่เข้าใจกันไปใหญ่
สวีเหล่าซานขมวดคิ้ว ลูบหนวดเคราสั้นใต้คางพลางกล่าวถามนาง “ที่เ้าพูดว่าขายชา เหมือนกับเด็ดใบของผักมาขายไหม?”
ในความเข้าใจของทุกคน ต้นชาพวกนั้นนอกจากเหง้าก็คือใบ เหง้าเอามาใช้เป็ฟืน ในเมื่อนางบอกว่าจะขายชา เช่นนั้นก็มีแค่ใบพวกนั้นแล้ว
ว่าแต่จะมีคนซื้อใบไม้หรือ?
“ใช่ ต้องเด็ดใบ แต่ไม่ได้เอาใบไปขายโดยตรง ต้องผ่านกระบวนการตาก ผัด บิดเป็ต้น พูดง่าย ๆ ก็คือนำใบเขียวสดมาทำให้เป็ใบแห้ง” จู้เจียงเจียงพูดอธิบายกับทุกคน
ทุกคนได้ยินแล้วก็นิ่งงันไป
พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่าจู้เจียงเจียงกำลังพูดถึงอะไร
“สรุปแล้วก็คือ อยากให้ทุกคนร่วมด้วยช่วยกันทำชากับข้า ข้าจะหาเงินโดยการขายใบชาเ่าั้!”
กระบวนการทำชาค่อนข้างเยอะ ใช้แค่คำพูดพวกเขาคงไม่เข้าใจ เช่นนั้นนางลงมือทำโดยตรงดีกว่า รอทำชาออกมาแล้วพวกเขาก็จะเข้าใจได้เอง
“ของแบบนี้ทำเงินได้?” มีคนแสดงความสงสัย
“ข้ากลับเคยได้ยิน เหมือนมีเื่แบบนี้อยู่”
จู่ ๆ ป้าสี่หวังที่ยืนอยู่หน้าสุดของฝูงชนก็เอ่ยปากขึ้น พลางจ้องมองจู้เจียงเจียง “แต่ว่านั่นก็เป็เื่สมัยเด็กแล้ว จริงหรือเท็จ จะสำเร็จไหม ไม่มีใครรู้”
ได้ยินคำนี้ จู้เจียงเจียงก็พอรู้แล้วว่าทำไมถึงมีป่าชาผืนนั้น
บางทีก่อนหน้านี้อาจมีใครค้นพบประโยชน์ของใบชาแล้ว แต่เนื่องจากไม่ค่อยมีทักษะการทำชา หรือมีเหตุผลอื่น ๆ ทำให้ใบชาขายไม่ออก ดังนั้นป่าชาจึงถูกทิ้งร้าง
แต่ความล้มเหลวของคนคนนั้น จะไม่เกิดขึ้นบนตัวนางเด็ดขาด!
“ไม่ว่าใบชาจะทำเงินได้ไหม นั่นเป็เื่ของข้า ตอนนี้ข้าแค่อยากให้ทุกคนช่วยข้าทำงานหน่อย ผลลัพธ์สุดท้ายทั้งหมด ข้ารับผิดชอบเอง”
ยุคสมัยนี้ไม่มีการดื่มชา อยากให้ใบชาเป็ที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ ขั้นตอนนี้ต้องยากมาก ๆ
แต่การยอมแพ้ก็ไม่ใช่นิสัยของนางจู้เจียงเจียง จะสำเร็จหรือไม่ ลองดูก็รู้เอง!
“เ้าอยากหาคนทำงาน มันช่างง่ายดาย สะใภ้เล็กพูดมาคำเดียว ทุกคนต้องช่วยเหลือแน่นอน จริงไหม?” สวีเหล่าซานหันไปพูดกับทุกคน
“ใช่ สะใภ้เล็กดูแลพวกเราดี เ้าว่าทำอะไรก็ทำตามนั้น”
ตอนนี้นอกจากผู้ใหญ่บ้าน จู้เจียงเจียงก็เหมือนจะเป็คนที่พูดแล้วมีน้ำหนักที่สุดของหมู่บ้านเสี่ยวฮวงแล้ว
หมู่บ้านเสี่ยวฮวงมีผู้หญิงและเด็กอาศัยอยู่เยอะ พวกเด็กชอบนาง พวกผู้ใหญ่ก็คุยและเข้ากับนางได้ดี
ขอแค่นางเอ่ยปาก ทุกคนก็เต็มใจยอมช่วยเหลือ
เพิ่งจะผ่าน่เพาะปลูกฤดูใบไม้ผลิ ตอนที่ทุกคนในหมู่บ้านว่างงาน ตอนทีู่เาลูกใหญ่ตกอยู่ในความเงียบสงบ หมู่บ้านเสี่ยวฮวงกลับคึกคักขึ้นอีกครั้งอย่างไม่คาดฝัน
“เสี่ยวอวี๋ รีบออกมา พวกเราไปเก็บใบชากัน”
ั้แ่เช้าตรู่ หลูชุ่ยฮวาก็พาพวกเด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งมาะโเรียกอยู่หน้าบ้านตระกูลเผย
หลังจากที่จู้เจียงเจียงกระตุ้นคนทั้งหมู่บ้าน เผยเสี่ยวอวี๋และพวกเด็ก ๆ ในหมู่บ้านก็เสนอตัวขอไปเก็บใบชาด้วย
พวกเขาติดตามพวกผู้ใหญ่อยู่ด้านหลัง เก็บใบชาหลังจากถางวัชพืช ตัดต้นชาเหี่ยว หนึ่งวันคนหนึ่งก็เก็บได้แค่หนึ่งตะกร้า
“มาแล้ว”
เผยเสี่ยวอวี๋กวาดข้าวต้มในถ้วยเข้าปากอย่างรวดเร็ว รีบกินให้เสร็จ ปิดประตูไปเก็บใบชาบนเขากับทุกคน
จู้เจียงเจียงตอนนี้ยังเหมือนเมื่อก่อน ฆ่าหมูในเมืองเสร็จถึงกลับมาทำงานกับทุกคน
ความพยายามของนาง ความทุ่มเทของนาง ทุกคนในหมู่บ้านต่างก็มองเห็น
ในเวลาเดียวกับที่ทุกคนชื่นชมว่านางทำงานเก่ง ก็รู้สึกสงสารนางไปด้วยเช่นกัน อายุยังน้อยก็ต้องมาใช้ชีวิตม่าย ตอนนี้ยังทำงานเอาเป็เอาตายเพื่อเลี้ยงน้องสามี ไม่ง่ายเลยจริง ๆ
ดังนั้นตอนนางพูดขอร้องให้ช่วย คนแก่อายุเจ็ดแปดสิบในหมู่บ้านต่างก็นั่งไม่ติด
แน่นอนว่าจู้เจียงเจียงไม่มีทางยอมให้คนแก่ที่มือเท้าไม่คล่องตัวมาเสี่ยงขึ้นเขาทำงานเด็ดขาด ดังนั้นนางจึงวานเื่สานตะกร้าไม้ไผ่ให้พวกคนแก่ในหมู่บ้านทำ
หลังจากเก็บใบชาแล้วก็ต้องนำไปตากแดด การตากใบชาต้องใช้ตะกร้าไม้ไผ่ และที่ตักผงจำนวนมาก
ตอนจู้เจียงเจียงกลับมาจากในเมือง ก็เห็นคนแก่ในหมู่บ้านนั่งรวมกลุ่มอยู่ด้วยกัน คุยเล่นกันไปพลาง สานตะกร้าไปพลาง
เมื่อเห็นนางกลับมาถึง ทุกคนก็ยิ้มแป้นทักทาย
“สะใภ้เล็กกลับมาแล้วหรือ วันนี้ฆ่าหมูไปกี่ตัว?”
“สองวันนี้เถ้าแก่หนิวขายดี วันนี้ฆ่าหมูไปสองตัว เลยกลับมาช้าหน่อย ข้าจะไปทำกับข้าวเดี๋ยวนี้แหละ”
หายากที่วันหนึ่งหนิวต้งจะฆ่าหมูถึงสองตัว ดังนั้นวันนี้จู้เจียงเจียงจึงกลับมาสายหน่อย เลยเวลาข้าวเที่ยงไปเล็กน้อย
“ไม่ต้องรีบร้อน พักผ่อนก่อน อย่าเหนื่อยเกินไป” คนแก่หลายคนเ่าั้สงสารนางจับใจ ป้าสี่หวังถึงขั้นทิ้งงานในมือ ตามไปกำกับจู้เจียงเจียงให้พักผ่อน
ตื่นเช้าไปฆ่าหมูทุกวันมันเหนื่อยจริง ๆ แต่ก็ช่วยไม่ได้ ฆ่าหมูเป็รายได้เดียวของนางในตอนนี้ จะหยุดไม่ได้
อีกทั้ง่นี้ จู้เจียงเจียงก็เอาแต่รู้สึกว่าตัวเองจะตกงานอยู่ตลอดเวลา
นางไปช่วยฆ่าหมูทุกวัน หนิวต้งมองดูอยู่ข้าง ๆ ตลอด เขาใกล้จะทำเป็แล้ว
จู้เจียงเจียงต้องฉวยโอกาสก่อนที่หนิวต้งจะเอ่ยปากไล่นางออก หาเงินได้หนึ่งวันก็มีเงินเพิ่มมาอีกหนึ่งวัน นางไม่กล้าลาแม้แต่วันเดียว
แต่หากโดนไล่ออกจริง ๆ ก็คงไม่ส่งผลกระทบต่อนางมากนัก
นางจะได้ไปตั้งใจทำชา ตั้งใจขายชา นางยังต้องไปตั้งแผงขาย