“คุณหนูเ้าคะเรากลับกันเถอะเ้าคะหากท่านอ๋องรู้จะทรงกริ้วเอาได้นะเ้าคะ” แต่คุณหนูของนางหาได้ฟังนางไม่ เพียงแค่พวกนางแอบ ออกมากันแค่สองคนก็ไม่รู้จะถูกลงโทษแบบไหนแล้ว
“ข้าหิวแล้วไปหาอะไรกินที่โรงเตี๊ยมกันปิงปิง”
ร่างของบ่าวที่กำลังบ่นถูกคนที่ถูกเรียกว่าคุณหนูดึงรั้ง ให้ตามไปที่โรงเตี๊ยมร่างระหงบอบบางใบหน้างดงามแตกต่างจากชุดที่สวมใส่นัก ผิวพรรณของนางไม่เหมือนบ่าวไพร่ทั่วไปจนทำให้ผู้คนถึงกับมองตามนางตลอดทาง ว่านางคือใครกันแน่ถึงได้หน้าตางดงามแบบนี้
แท้จริงแล้วนางคือพระธิดาของท่านอ๋องลู่หานนามว่าลู่เจียวจิง น้องสาวของรองแม่ทัพใหญ่ ท่านอ๋องน้อยลู่จิ้นฝาน ที่วันนี้แอบหนีออกมาเพื่อรอรับขบวนกลับจากทัพ ของพี่ชายที่กำลังจะกลับมาจากสนามรบ หลังจากที่จากไปนานเกือบ6ปี
นางไม่ได้เห็นพี่ชายของนางตั้งหลายปี ในวันนี้จึงถือโอกาสที่เสด็จพ่อไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ จึงแอบหนีออกมา เมื่อคิดถึงเสด็จพ่อดวงตาคู่สวยก็หม่นแสงลงก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว
นางจำได้ว่านางเป็ใครมาจากไหน นางนึกขอบพระทัยเสด็จพ่อที่เมตตาให้ความช่วยเหลือองค์หญิงนอกราชวงศ์อย่างนางทุกวัน เสด็จพ่อเสด็จแม่รวมทั้งพี่น้องของนางทุกคนถูกสังหารหมดเพราะเสด็จลุงที่เคยใจดีมาแย่งชิงบัลลังก์ จึงถูกสั่งฆ่าทั้งหมดจากคำสั่งของฮองเฮาปัจจุบันเพราะเสด็จอาทรงมีรับสั่งให้ฆ่าแต่พระโอรสแต่พระธิดาไม่ให้ฆ่าแต่ฮองเฮาทรงไม่อยากให้นางเป็หอกข้างแคร่จึงตัดไฟเสียแต่ต้นลม ให้คนมาสังหารนางด้วย
เสด็จพ่อลู่ฝาน ทรงลักลอบเข้ามาที่แคว้นเป่ยเพื่อช่วยนางออกมา แล้วปิดบังสถานะให้นางกลายเป็บุตรสาวที่ถูกเลี้ยงเอาไว้นอกเมือง จนโตแล้วถึงรับกลับวังตอนนั้นนางอายุได้8หนาว ตอนนั้นพี่ชายของนางอายุได้12หนาว อยู่กับนางได้ไม่นานก็ไปอยู่สนามรบถึง6หนาว พึ่งจะได้กลับมา ไม่รู้ว่านานขนาดนั้น เขายังจะจำนางได้หรือไม่
“คุณหนูเ้าคะขบวนทัพมาถึงแล้วเ้าคะ นั้นท่านอ๋องน้อยนี่เ้าคะ ช่างสง่างามนัก”
ลู่เจียวจิงมองท่าทีของบ่าวก็นึกขำ นางมองไปที่ขบวนทัพที่เริ่มเดินขบวนเข้ามาในเมืองอย่างยิ่งใหญ่ นางมองไปก็นึกจำพี่ชายได้ เขาดูสง่างามขึ้นอย่างที่ปิงปิงบอก ใบหน้าคมสันดูเคร่งขรึมสมกับเป็รองแม่ทัพใหญ่ ส่วนคนด้านข้างนางเดาว่าคงเป็องค์รัชทายาทใบหน้าหล่อเหลาองอาจ หากบอกว่างดงามราวกับมิใช่คน คงจะไม่แปลกดูราวกับเทพเซียนอย่างไรอย่างนั้น ลู่เจียวจิงมองตามร่างบุรุษบนหลังม้า เกือบจะทุกย่างก้าวอย่างเหมอลอย ภายใจสั่นระรัวหน้าแดงซ่าน เป็ครั้งแรกที่นางรู้สึกกับใครแบบนี้
“หลีกทางๆ อย่าขวางทางคุณหนูของข้า” เสียงดังขึ้นทำให้ลู่เจียวจิงตื่นจากภวังค์ รีบทรุดตัวลงไปดูาแของหญิงชราที่ถูกชนอย่างแรงจนเืไหลซึมออกมาชัดเจน ร่างหญิงชราถูกผลักล้มลงจนเข่าแตกเืไหลนองเต็มขา น่าจะเป็เพราะถูกหินลาดเอาตอนล้มเมื่อสักครู่
“พวกเ้าทำไมต้องผลักท่านยายแบบนี่ด้วย" เสียงหวานเอ่ยตำหนิออกมาเพราะทนไม่ไหวที่เห็นคนทำแบบนี้กันหญิงชราผู้นี้
เมื่อเห็นว่าองค์รัชทายาททรงมองมาทางนี้ สตรีที่แต่งกายงดงามในชุดสีขาวบริสุทธิ์ก็ทรุดตัวลง โดยที่ไม่กลัวว่าดินจะทำให้เปรอะเปื้อนชุดอันงดงามของนาง
“ท่านยายข้าขอโทษแทนบ่าวของข้าด้วยเ้าค่ะ ข้าไม่ดีเองที่สั่งสอนบ่าวไม่ดีชิงชิงรีบมาขอโทษท่านยายกับแม่นางท่านนี้เร็วเข้า” ชิงชิงรู้ใจคุณหนู ว่านางคิดอะไร จึงรีบคุกเข่าโขกหัวขอโทษตามที่สั่งโดยเร็ว
“บ่าวขออภัยเ้าคะท่านยาย บ่าวขออภัยด้วยเ้าคะแม่นาง”
หยางิหลงขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ส่งสายตาให้องครักษ์ไปสอบถามเื่ราวพร้อมจัดการคนที่ยืนขวางทางเดินให้เรียบร้อยก่อนจะเดินทางต่อไป
"คนของคุณหนูหวังลี่เลี่ยนบุตรีของท่านแม่ทัพหวังเชียนชนคนาเ็พะย่ะค่ะ แม่นางคนนั้นจึงเรียกร้องความเป็ธรรมให้หญิงชราพร้อมกับนำนางไปรักษาแล้วพะย่ะค่ะ"
"หึ บุตรีของแม่ทัพหวังงั้นหรือ? ไปสืบมาว่าคนที่ช่วยหญิงชราเป็ใคร หาคนไปปกป้องนางด้วยหากเดาไม่ผิด บุตรีแม่ทัพหวังไม่พอใจนางคงจะไม่ได้อยู่อย่างสงบสุข ข้าไม่อยากให้คนดีๆ ต้องมาตายเร็ว"
หยางิหลงคือคนที่รู้จักแม่ทัพหวังที่ทะเยอทะยานเป็อย่างดี บุตรีก็คงจะมีนิสัยไม่ต่างกันนัก ถึงแม้ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงแต่หูตาที่วางเอาไว้ก็มีมากมาย สตรีผู้นั้นกล้าฉีกหน้านางต่อหน้าผู้คนขนาดนั้น คืนนี้นางคงไม่รอดหากเขาไม่ช่วยเหลือนางครั้งนี้
"พะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบจัดการให้เรียบร้อยพะย่ะค่ะ"เมื่อได้รับคำสั่ง องครักษ์ก็แยกตัวออกไปทิศทางที่หญิงสาวพาหญิงชราไปหาหมอ เพื่อทำหน้าที่คุ้มครองนางตามคำสั่งองค์รัชทายาท