ครั้งแรกนางว่าจะฝึกกลั่นยาเป็การฆ่าเวลา แต่นางไม่คิดว่านางจะได้เจอค้นพบสิ่งที่ดีเช่นนี้
เปลี่ยนใจของนาง มู่เยว่ชิงวางแผนใหม่อีกครั้ง ก่อนอื่นนางถามไขมันน้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อน ในแผ่นหยกข้อมูลที่ถูกทิ้งเอาไว้นั้นไม่ได้มีบอกเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้เอาไว้ อาจจะมีบางอย่างที่คล้ายกันแต่การใช้ประโยชน์จริงๆนั้นแตกต่างกันไป
ถ้าหากไขมันน้อยไม่รู้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้นางก็จะไปค้นหาที่ห้องสมุดของนิกาย
ในห้องทึบขณะที่มู่เย่วชิงกำลังคิดอยู่นั้น จมูกของนางก็ได้กลิ่นบางสิ่งบางอย่างจากร่างกายของนาง มู่เยว่ชิงก้มหน้ามองไปที่ร่างกายของตัวเอง ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
แต่เดิมเสื้อผ้าสีฟ้าและกางเกงสีขาวตอนนี้ได้กลายเป็นสีแดงดำ สีแดงมาจากเลือดของนางเองส่วนสีดำนั้นมาจากสิ่งสกปรกที่ขับออกมาจากร่างกายของนาง
ทั้งประหลาดใจทั้งดีใจ หัวใจของนางตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อน ดูเหมือนว่านางจะไม่เจ็บตัวเปล่าในครั้งนี้...
พร้อมกันนั้นนางก็สัมผัสถึงลมปราณที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่าง ดวงตาสุกใสของนางกว้างขึ้น
นี่มัน...
ใช่แล้วนางได้เลื่อนระดับจากขั้นสามรวบรวมลมปราณไปถึงขั้นที่สี่! หากการขับของเสียของร่างกายออกเปรียบเสมือนโชคของนางแล้ว การเลื่อนระดับจากสามไปสี่ก็เหมือนพายจากสวรรค์
บางคนอาจไม่ทราบว่าในแต่ละขั้นของแต่ละระดับจะมีคอขวดขนาดใหญ่อยู่นั้นคือ จาก สามขึ้นไป สี่ หรือจาก หก ขึ้นไปเจ็ด และเก้าเพื่อขึ้นไปในระดับใหม่ การจะฝ่าคอขวดเหล่านี้ไปได้นั้นต้องใช้ทั้งเวลาและโชค มีแม้กระทั่งผู้ที่ติดอยู่ในคอขวดนี้ไปเป็นเวลาหลายปี โดยที่ไม่มีสัญญาณของความก้าวหน้าเลยก็มี
ดูเหมือนการหลอมรวมเมล็ดเปลวไฟของนางในครั้งนี้ นอกจากจะให้ความเจ็บปวดมหาศาลแล้ว ดูเหมือนยังให้โชคมหาศาลเช่นกัน...
รู้สึกขยะแขยงตัวเองมู่เยว่ชิงรีบวิ่งไปร่างตัวในห้องอาบน้ำ กลับมาที่ห้องหลังจากล้างตัวเสร็จนางสวมชุดของนิกายอีกตัวที่เตรียมไว้
เปิดม่านมองออกไปข้างนอกบ้าน แสงอาทิตย์สีส้มสาดส่องใส่ต้นไม้โดยรอบบ่งบอกถึงเวลาใกล้มืด ทำให้เกิดทิวทัศน์ที่สบายตา มู่เย่วชิงคิด: ดูเหมือนว่านางจะฝึกมาเกินครึ่งวันแล้ว
เดินเข้าไปในพื้นที่อีกครั้ง ก่อนที่นางจะได้ทำอะไรมีเสียงทักมาก่อน "เจ้านาย~ ข้าหิวแล้วทำอะไรให้ข้ากินหน่อย"
ริมฝีปากของมู่เยว่ชิงกระตุกนี่คืออะไร? ตื่นมาก็หิวเลย? หากนางไม่เคยรู้มาก่อนว่าไขมันน้อยเป็นต้นไม้ปีศาจเกรงว่านางจะนึกว่ามันเป็นหมู! ลูบไล้ตาของตัวเองดูเหมือนไขมันน้อยยังนอนไม่อิ่ม
ไม่สนใจไขมันน้อยที่ยังงัวเงียอยู่ มู่เยว่ชิงกล่าว "ไขมันน้อย ข้ามีอะไรจะถามเจ้าหน่อย"
มู่เยว่ชิงขอโทษไขมันน้อยในใจของตัวเอง ตอนนี้นางอยากรู้เกี่ยวกับสมบัติเสริมรากจิตวิญญาณของนางเสียมากกว่า เอาไว้เมื่อนางจัดการเรื่องพวกนี้เสร็จสำหรับอาหารของไขมันน้อยนางค่อยมาทำเป็นการขอโทษทีหลัง
อาจจะมองว่าแปลกที่มู่เย่วชิงเอาใจใส่ไขมันน้อยแม้กระทั่งเรื่องการกิน แต่หากคิดให้ดีๆ มู่เยว่ชิงนั้นไม่มีคนที่สามารถเรียกได้ว่าครอบครัวนอกจากไขมันน้อยแล้ว ป้าหลี่ก็ไม่ได้อยู่ในนิกาย สำหรับเย่หมิงหยูนั้นเป็นเพียงแค่เพื่อนยังไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นคนในครอบครัว นอกจากนี้ก็ไม่มีใครแล้ว
สำหรับไขมันน้อยที่ต้องอยู่กับนางไปอีกนานหรืออาจตลอดไป อาจจะโดยไม่รู้ตัวเกี่ยวกับความเหงาของตัวเอง มู่เยว่ชิงจึงดูแลไขมันน้อยเป็นอย่างดี แม้จะเป็นเช่นนี้การทำแบบนี้ไม่มีผลเสียอะไรต่อตัวนาง อีกทั้งยังมีผลดีตามมาอีกด้วย การฝึกตนนั้นนอกจากร่างกายแล้วสิ่งที่สำคัญคือ อารมณ์ ถ้าจิตใจไม่มั่นคงการฝึกฝนก็ไม่ก้าวหน้า หากจิตใจมั่นคงการฝึกก็ราบรื่น
การดูแลไขมันน้อยทำให้อารมณ์ของมู่เยว่ชิงนั้นมั่นคง จึงกล่าวได้ว่าเป็นผลดีสำหรับตัวนาง
เห็นเจ้านายไม่สนใจตัวเองไขมันน้อยเพียงแค่มุ่ยหน้าเท่านั้น ดูเหมือนว่าเรื่องที่นายอยากรู้จะเป็นเรื่องสำคัญหรือเร่งด่วนสำหรับนาง
หาวอีกครั้งก่อนที่ไขมันน้อยจะถาม "เจ้านายจะถามอะไรก็ถามมาได้เลย นอกจากข้าแล้วไม่มีผู้ใดสามารถมีความรู้มากเยอะไปกว่านี้อีก" พร้อมกันนั้นมันก็ยืดอกอย่างภูมิใจ
เห็นไขมันน้อยทำตัวน่ารักเช่นนั้นนางก็อดที่จะหยิกแก้มของเขาไม่ได้ พร้อมกันนั้นนางก็ถาม
"ไขมันน้อยเจ้ารู้จักสมบัติที่สามารถเสริมรากจิตวิญญาณได้หรือไม่?" มู่เยว่ชิงถามพร้อมกับอธิบายเรื่องที่นางผสานเมล็ดไฟและเกี่ยวกับเมล็ดไปที่ไปเสริมสร้างรากธาตุไฟของนาง
ไขมันน้อยที่ฟังนางเล่าเสร็จก็ทำหน้าครุ่นคิดอยู่พักนึง จากนั้นก็ดูเหมือนว่ามันจะคิดอะไรออก
"เจ้านายดูเหมือนว่าในความจำของข้ามันจะมีอะไรแบบนั้นอยู่ด้วย แต่สิ่งที่ท่านทำนั้นมันไม่ได้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการนี่สิ แต่ข้ามีชื่อของสิ่งที่เอาไว้ใช้สำหรับเสริมรากแต่ละธาตุอยู่..."
ขณะที่กล่าวไขมันน้อยพลางก้มหน้านับนิ้วพร้อมกับพูดพึมพำกับตัวเอง
มู่เยว่ชิงที่รอไขมันน้อยอยู่นั้นดูเหมือนจะทนความเบื่อไม่ไหว ก็เอาโต๊ะน้ำชาและเก้าอี้มาตั้งไว้พร้อมกับดื่มชารอ
ไม่นานไขมันน้อยก็เงยหน้าขึ้นมาและกล่าวกับนาง "เจ้านายสิ่งที่ท่านต้องการนั้นสำหรับโลกเบื้องล่างนั้นอาจจะหายากไปหน่อยแต่ก็ใช่ว่าไม่มี แล้วยิ่งในยุคนี้ที่ลมปราณเบาบางอาจจะแทบไม่มีเลยก็ได้ ท่านยังอยากฟังอยู่อีกไหม?" ไขมันน้อยกล่าวด้วยความไม่มั่นใจ แม้กระทั่งในยุคที่มันอยู่สิ่งของพวกนี้ก็ยังนับว่าเป็นของที่หายาก
ได้ยินไขมันน้อยกล่าวเช่นนั้น มู่เยว่ชิงเพียงยิ้มและพยักหน้า "ไม่เป็นไรแม้ว่ามันจะหายากแต่ข้าก็อยากรู้เจ้าลองพูดมา"
ไขมันน้อยพยักหน้าและกล่าว "สำหรับเมล็ดไฟที่ท่านผสานไปนั้นไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในบันทึกของข้า จริงๆแล้ว สมบัติเสริมรากนั้นมีหลายชนิดไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งของที่ตายตัว หากแต่สมบัตินั้นๆต้องผ่านเกณฑ์บางอยากที่รากจิตวิญญาณของตัวเองยอมรับก็จะสามารถใช้ได้"
"สำหรับธาตุไฟในความจำของข้านั้นคือ เปลวไฟฟินิกซ์ , ดินมรณะ , วารีสวรรค์ , หญ้ามรกต , ทองดำ ห้าอย่างที่ข้าบอกไปถือเป็นของที่หาได้ง่ายที่สุดสำหรับเวลานี้แล้ว ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเวลานี้มันจะยังเรียกชื่อเดิมอยู่อีกหรือไม่" มองไปที่เจ้านายของมันที่ฟังอยากตั้งใจไขมันน้อยสูดหายใจและกล่าวต่อ
"ส่วนสถานที่นั้น เปลวไฟฟินิกซ์ สามารถหาได้ที่หุบเขาเพลิงทมิฬ , ดินมรณะจากดินแดนแห่งความตาย , วารีสวรรค์จากน้ำตกนางฟ้า , หญ้ามรกตจากป่าอสูรมายา , ทองดำจากถ้ำปีศาจ ก็อย่างที่ข้าบอกไปชื่อที่ข้าพูดไปเป็นของเมื่อนานมาแล้วหากในเวลานี้ชื่อจะเปลี่ยนไปก็ไม่แปลก"
หลังจากฟังไขมันน้อยกล่าวจบมู่เยว่ชิงทำความเข้าใจกับข้อมูลที่พึ่งได้รับ ดูเหมือนว่าการจะรับสิ่งของพวกนี้จะไม่ง่ายอย่างที่นางคิดไว้ ของที่บรรพบุรุษของนางทิ้งไว้ดูเหมือนจะไม่มีของพวกนี้เสียด้วย เหมือนว่าเขาจะรู้อยู่แล้วว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น จึงไม่เก็บเอาไว้
มู่เยว่ชิงไม่แปลกจากเท่าใดนักหากมีไว้ให้นางหมดทุกอย่างนางก็คงจะทำอะไรไม่เป็นสักอย่างเพราะเอาแต่พึ่งคนอื่น
ที่ไขมันน้อยพูดมาเมื่อกี้นางมีความคิดอย่างนึงถ้าสมบัติสามารถแทนกันได้เช่นเมล็ดไฟของนาง ไขมันน้อยก็อาจแทนที่ หญ้ามรกตได้ใช่ไหม? ส่ายหัวไล่ความคิดของตัวเอง ไขมันน้อยเป็นครอบครัวของนาง จะให้นางทำเช่นนั้นได้อย่างไร? ไล่ตามชื่อสมบัติและสถานที่ต่างๆ มีชื่อนึงที่นางคุ้นเคย ป่าอสูรมายา ดูเหมือนว่านางจะเคยได้ยินมาจากไหน? คิดไปสักพักทันใดหน้าดวงตาของนางกว้างขึ้น
เรียกแผ่นหยกนิกายจากกระเป๋าเก็บแล้วอ่านข้อมูลอีกครั้ง หลังจากนั้นมู่เยว่ชิงจึงหัวเราะออกมา ตอนนี้นางรู้ที่อยู่ของหญ้ามรกตแล้ว ดูเหมือนว่าโชคของนางจะไม่เลวร้าย