วาสเดินอย่างเชื่องช้ากลับไปที่จุดเดิมที่แยกจากบาร์น ใบหน้าของเขาตอนนี้ถูกปิดด้วยผ้าพันแผลอยู่ซีกหนึ่ง
เืที่เคยไหลชโลมไปทั่วใบหน้าได้หยุดแล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกเจ็บแทบคลั่งดังเดิม ในใจของเขาอาลัยอาวรณ์กับดวงตาที่เสียไป
วาสหยุดเดินก่อนจะถึงจุดที่แยกกับบาร์น ย่อตัวลงหลบหลังซากกำแพงบ้านที่อยู่ข้างทางตกมองตรงไปยังถนนสายหลัก
เขาไม่รู้ว่าตอนนี้บาร์นจัดการหมาป่าอีกตัวได้หรือยัง ขณะกำลังมองหาตัวบาร์นอยู่นั้น วาสก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ดังขึ้น และมันกำลังมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ
วาสเบิกตากว้างไม่รอช้าออกจากที่ซ่อนรีบตรงไปยังถนนสายหลักทันที ก่อนจะโผล่พรวดออกไป ทำให้เห็นรถตู้คอนเทรนเนอร์สองคันกำลังขับมา
บาร์นที่กำลังขับรถคันแรกอยู่นั้นเมื่อเห็นวาสในสภาพโชกเืก็หยุดรถ ก่อนจะมีชายหลายคนโผล่พรวดมาจากหลังรถพร้อมปืนหลายกระบอก ก่อนที่บาร์นจะะโถามวาสว่า
“ไอ้หมานั่นมันตามแกมาหรือเปล่า”วาสส่ายหน้า ก่อนจะตอบไม่เต็มเสียงว่า
“มันตายแล้ว”บาร์นทำหน้าโล่งใจ แต่เมื่อเห็นวาสอยู่คนเดียวก็นึกขึ้นได้จึงถามว่า
“คนอื่นละ?”
“ตายหมดแล้ว”บาร์นหน้าเสีย ก่อนจะบอกให้วาสขึ้นมานั่งข้างตนก่อนจะออกรถไปอย่างรวดเร็ว
“โดนมาหนักเหมือนกันนี้”บาร์นเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสภาพของวาส
“คุณฆ่าหมาป่าอีกตัวได้รึเปล่า?”วาสเอ่ยถามเสียงเรียบ
“ได้สิ ต้องขอบใจแกที่ยิงขามันก่อนหน้านี้แต่ก็เสียคนไป2คน”
“แล้วทำไมคุณไม่ตามมาช่วยพวกผม”วาสเอ่ยเสียงเย็น จากที่เขาคิดบาร์นน่าจะจัดการได้ไวกว่าพวกเขาพอสมควรแต่แทนที่จะมาสมทบพวกเขา กลับมุ่งหน้าไปหาอาหารโดยไม่สนใจพวกวาส บาร์นที่เห็นท่าทางของวาสก็ถอนหายใจก่อนจะเอ่ยว่า
“แกต้องเข้าใจนะไอ้หนู ฉันยังมีคนต้องดูแลอีกเยอะ เลยต้องสละส่วนน้อยเพื่อส่วนรวม”วาสไม่เอ่ยอะไรอีก หน้าเขานิ่งเฉยจนไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่
เพียงครู่เดียวพวกเขาก็ขับกลับมาท่อระบายน้ำจุดเดิมเมื่อบาร์นหยุดรถ เหล่าชายฉกรรจ์ทั้งหลายก็พุ่งออกมา ก่อนจะสอดส่องระแวดระวังรอบๆทันที
วาสลงจากกรถอย่างรวดเร็วแม้เืจะหยุดไหลแล้วแต่เขาก็เสียเืไปพอสมควร
เขากังวลว่าหากฝืนต่อไปแล้วสลบ บาร์นอาจจะฆ่าเขาทิ้งเพื่อที่จะไม่จ่ายค่าตอบแทนและยึดอาวุธของเขาไป วาสจึงเอ่ยกับบาร์นว่า
“ผมขอตัวกลับไปทำแผลด้านล่างก่อน แล้วจะตามไปเอาค่าจ้างที่หลัง”บาร์นได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า ก่อนจะถามวาสว่า
“ในกลุ่มฉันมีหมออยู่2-3คน ให้ฉันพามาให้นายไหม”วาสส่ายหน้าปฏิเสธเขาไม่สามารถไว้ใจบาร์นได้รวมถึงคนของเขาด้วย หากหมอของบาร์นอาศัย่รักษาทำร้าย เขา วาสคงยากจะป้องกันตัวเองได้
วาสกลับลงไปยังโลกเบื้องร่าง เขาไม่รอช้าเดินสับขาอย่างรวดเร็วไปยังท่อระบายน้ำหลัก จนมาถึงจุดที่ฝูงชนอยู่มากที่สุด
ผู้คนรอบข้างเมื่อเห็นวาสก็หันมามองกันอย่างสนใจ แต่เมื่อเห็นเขาในสภาพโชกเืก็พากันหน้าซีดเผือด ต่างคิดไปต่างๆนาๆว่าพวกบาร์นทำไม่สำเร็จ จนในที่สุดชายที่อยู่ใกล้วาสที่สุดก็เอ่ยถามวาสว่า
“พะ..พวกนายทำสำเร็จรึเปล่า”วาสแค่นเสียงก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นว่า
“อย่ามาถามฉัน รอถามบาร์นเอาเอง”วาสกวาดตามองไปรอบๆหาเป้าหมายของเขา ก่อนจะสบตาเขากับคนผู้หนึ่งที่กำลังมองปืนและกระเป๋าเป้ของเขาด้วยดวงตาวาวโรจน์
ปัง!
ะุปืนฝังลงบนพื้นห่างจากคนๆนั้นไม่ถึงคืบ ทำเอาเขาหน้าตาซีดเผือดทันที
“อย่าหวังจะฉวยโอกาสขโมยของฉัน!”สิ้นคำชายคนนั้นก็รีบลนลานหนีไปทันที
วาสกวาดสายตามองรอบๆอย่างรวดเร็วก่อนจะพบเป้าหมายของเขา ซึ่งคือคนผู้หนึ่งที่อยู่ในชุดคลุมโทรมๆปกปิดหน้าตามิดชิด
วาสไม่รอช้ามุ่งหน้าไปแล้วกระชากแขนคนๆนั้นให้เดินตามทันที คนในชุดคลุมสะดุ้งใร้องถามวาสเสียงหลงว่า
“เดี๋ยวๆ นายจะทำอะไรฉัน”วาสหันมามองก่อนจะเอาปืนของเขาจ่อหัวคนในชุดคลุมแล้วเอ่ยว่า
“ตามฉันมาดีๆ อย่าให้ฉันโมโห”คนในชุดคลุมปิดปากเงียบทันที ก่อนจะโดนวาสลากไป
วาสมุ่งหน้าลัดเลาะออกจากเส้นทางระบายน้ำสายหลัก เข้าไปยังมุมมืดมุมหนึ่งก่อนจะหยุดลง และผลักร่างคนในชุดคลุมเข้ากำแพง ก่อนจะกระชากผ้าคลุมให้เปิดออก
ทำให้เห็นใบหน้าภายในนั้น ซึ่งคือใบหน้าอ่อนหวานของหญิงสาวผมยาวสีดำชาวเอเชียคนหนึ่งที่มีผิวขาวดูนุ่มนิ่ม ดูรวมๆนับว่าเป็หญิงสาวที่งดงามคนหนึ่งเลยทีเดียว ดวงตาเล็กหยีแสดงท่าทางตื่นตระหนกเมื่อถูกเปิดเผยตัว ริวฝีปากเล็กๆที่แห้งจนเป็ขุยขบกันแน่น
“นายจะทำอะไรฉัน”หญิงสาวพูดขึ้นอย่างตื่นตระหนก ในยุคมืดเช่นนี้หญิงสาวหน้าตาดีเช่นเธอนับว่าหายากอย่างยิ่ง เพราะหากไม่ตายจากภัยพิบัติก็โดนฉุดไปข่มขืนจนเสียสภาพไม่ก็ถูกฆ่าตายจากอาชญากรรมต่างๆ
“เธอเป็หมอใช่มั้ย”วาสเอ่ยถามเสียงเรียบ สายตาของเขาตอนนี้เริ่มพราเลือนแล้วราวกับพร้อมจะดับลงทุกเมื่อ
“นะ..นายรู้ได้ยังไง อีกอย่างฉันยังไม่ใช่หมอ ฉันเป็แค่นักศึกษาแพทย์ปี4เท่านั้น”วาสขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดเอ่ยกระชากเสียงว่า
“ไม่ต้องสงสัยว่าฉันรู้ได้ยังไง อีกอย่างเรียนถึงตั้งปี4มันก็ไม่ต่างจากหมอเท่าไหร่หรอก ที่ฉัน้ารู้คือเธอมีอุปกรณ์การแพทย์อยู่รึเปล่า”วาสเอ่ยถามเพราะว่าเขามีอุปกรณ์ทำแผลอยู่ไม่กี่ชิ้น แถมแต่ละชิ้นย่อมไม่เพียงพอสำหรับทำแผลใหญ่ของเขา หญิงสาวทำใจดีสู้เสือก่อนจะเอ่ยว่า
“ทำไมฉันต้องบอกนายละ”วาสได้ยินเช่นนั้นก็กัดฟันกรอดแล้วเอ่ยว่า
“ถ้าเธอไม่บอกฉันจะไปป่าวประกาศว่าเธอเป็ผู้หญิงและสวยด้วย หึ!แล้วหลังจากนั้นเธอก็จะโดนฉุดไปข่มขืนก่อนจะกลายเป็ซากอยู่ที่ไหนสักแห่ง”หญิงสาวผมดำหน้าซีดเผือด
“รีบบอกมาได้แล้วว!”วาสะโก้อง ทำเอาหญิงสาวตัวสั่นสะท้านทันที ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นว่า
“ฉะ..ฉันมีกล่องทำแผลฉุกเฉินที่ซ่อนไว้อยู่”วาสพยักหน้าด้วยความพึงพอใจก่อนจะเอ่ยถามว่า
“แล้วกล่องนั้นอยู่ที่ไหน?”
หลังจากเค้นถามที่ซ่อนของจากหญิงสาว วาสก็เดินลากหญิงสาวจนมาถึงที่แห่งหนึ่ง
“ไปเอามันออกมา”วาสเอ่ยเสียงเรียบ หญิงสาวที่โดนสั่งไม่กล้ารอช้าที่ก้มลงไปในมุมมืดก่อนจะดึงอิฐผุพังก้อนใหญ่ออกมาภยในเป็หลุมเล็กๆที่มีกล่องสีขาวอยู่ วาสที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเอ่ยว่า
“ที่นี้ก็มาทำแผลให้ฉันได้แล้ว”
“หา! นายจะให้ฉันทำแผลให้นายที่นี้หรอ”
“ก็ใช่นะสิ”หญิงสาวพ่นลมหายใจก่อนจะเอ่ยว่า
“ที่นี้สกปรกมากนะ ถ้าทำแผลก็มีโอกาสติดเชื้อสูงมาก”วาสได้ยินเช่นนั้นก็ฉุกคิดได้ แถมเขารีบลงมาอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังถ้าปล่อยไปแผลเขาได้เน่าแน่แถมถ้าปล่อยไว้อาจกลายเป็ปัญหาใหญ่ได้อีก
วาสมองหน้าหญิงสาวอย่างลังเล ก่อนจะกัดฟันแล้วเอ่ยว่า
“ตามฉันมา”
เดินมาอีกครู่หนึ่งวาสก็พาหญิงสาวมาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็สถานที่ลึกลับพอสมควรเพราะที่แห่งนี้ไม่มีคนอยู่เลยแม้แต่น้อย ที่กำแพงด้านข้างมีบันไดไว้ใช้สำหรับขึ้นไป้า
วาสกวาดตามองรอบๆอย่างระมัดระวัง เมื่อพบว่าไม่มีใครอยู่ก็เอ่ยกับหญิงสาวว่า
“ตามฉันขึ้นมา”
“จะบ้าหรอ! ทำไมฉันต้องขึ้นไปด้วย ้าอันตรายจะตายไป”
“ไม่ต้องห่วง บนนี้เป็สถานที่ลับของฉัน มันปลอดภัย”หญิงสาวทำหน้าแคลงใจอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“ถ้าเธอตามมาและทำแผลให้ฉันได้ละก็ ฉันจะให้อาหารเธอ”หญิงสาวได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้าง อาหารนับเป็สิ่งมีค่าที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้ ยิ่งกว่านั้นเธอไม่ได้กินอะไรมาั้แ่เมื่อวานแล้ว
หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า วาสเห็นหญิงสาวยอมตกลงก็โล่งใจก่อนจะปีนบันไดนำขึ้นไป
้าคือสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งวาสไม่รู้ว่ามันคือที่ไหน แต่มันมีฝาท่อระบายน้ำอยู่ในห้องน้ำชั้น1ของตัวอาคาร
หญิงสาวเมื่อขึ้นมาก็มองรอบๆอย่างสนใจ เธอไม่คิดมาก่อนว่าจะมีอาคารอย่างนี้อยู่ด้วย
“ตามมาเงียบๆด้วยละ”วาสเอ่ย ก่อนจะเดินนำหญิงสาวไป ทั้งสองคนเดินขึ้นไปบันไดจนถึงชั้นบนสุดซึ่งคือชั้น5 เมื่อถึงชั้น5 วาสเดินนำหญิงสาวไปที่ห้องๆหนึ่ง ก่อนล้วงกุญแจออกจากกะเป๋าและไขเข้าไป
ภายในห้องนั้นมีเฟอนิเจอร์อยู่ครบครันทั้งเตียง โต๊ะ เก้าอี้ และเต็มไปด้วยข้าวของมากมายและที่มุมหนึ่งถูกกองไว้ด้วยอาหารแห้งจำนวนหนึ่งที่ทำเอาหญิงสาวตาลุกวาว
วาสปิดประตูก่อนจะล็อกห้องและเดินไปที่เตียงแล้วเอ่ยว่า
“มาทำแผลให้ฉันได้แล้ว”หญิงสาวละความสนใจจากรอบๆ ก่อนจะเดินมาหาวาสแล้วบอกให้เขานอนลง
ก่อนจะค่อยๆแกะผ้าพันแผลที่เขาพันไว้ลวกๆออก ก่อนจะเผยให้เห็นสภาพแผลที่น่ากลัว แม้หญิงสาวจะเป็แพทย์ฝึกหัดแต่เมื่อเห็นแผลของเขาก็ทำเอาตะลึงไปไม่น้อยเช่นกัน สภาพแผลฉกรรจ์ที่คล้ายกรงเล็บ3รอยทำให้หญิงสาวรู้ทันทีว่าวาสไปเจออะไรมา
หญิงสาวเปิดกล่องก่อนจะล้างมือจากน้ำยาภายในกล่องและทำแผลให้เขาอย่างประณีต จนมาถึงขั้นตอนสุดท้ายหญิงสาวจึงเอ่ยกับวาสว่า
“ต่อไปฉันต้องเย็บแผล แต่ฉันไม่มียาชานายจะต้องทนเอานะ”วาสได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจ ก่อนจะพยักหน้าแล้วหยิบเอาเศษผ้าใกล้ๆมากัดไว้
เมื่อหญิงสาวลงมือเย็บแผลเธอเห็นวาสจิกเล็บลงบนเตียงแน่นแต่กลับไม่เอ่ยร้องออกมาสักแอะทำเอาเธอนับถือวาสไม่น้อย
เวลาไม่กี่นาทีแต่วาสรู้สึกกับยาวนานเป็ปี ในที่สุดหญิงสาวผมดำก็สามารถทำแผลจนเสร็จ
“นายจะต้องคอหมั่นล้างแผลตลอด ฉันจะยกกล่องทำแผลให้แลกกับอาหารครึ่งหนึ่งที่นายมีอยู่ตกลงไหม?”วาสลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า หญิงสาวฉีกยิ้มอย่างยินดีก่อนจะได้ยินวาสเอ่ยว่า
“งั้นเธอก็กลับไปได้แล้ว ฉันจะพักผ่อน และเอาหาหารของเธอไปด้วยละ”วาสเอ่ยขึ้น ก่อนจะนึกขึ้นได้รีบเอ่ยต่อว่า
“และอย่าบอกใครเื่ที่นี้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าเธอ!”หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะไปกวาดอาหารครึ่งหนึ่งก่อนจะเดินไปที่ประตู
ในหัวหญิงสาวคิดถึงเื่น่ากลัวต่างๆที่อยู่ด้านล่าง ทั้งฆ่า ขโมย ข่มขืน อาชญากรรมต่างๆนาๆที่เกิดขึ้นทุกวัน ทำเอาหญิงสาวรู้สึกหวาดกลัวในทุกวินาทีที่อยู่ด้านล่าง หญิงสาวจึงกัดฟันเอ่ยในสิ่งที่วาสไม่คาดคิดว่า
“ฉันขออยู่ที่นี้ด้วยคนได้ไหม!”
“ว่าอะไรนะ! วาสถึงกับผงกหัวขึ้นมามองหญิงสาวทันที ขณะที่กำลังจะเอ่ยปฏิเสธนั้น เขาก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะอย่างหนัก ก่อนจะวูบสลบไปทันที
หญิงสาวผมดำที่เห็นวาสสลบไปต่อหน้าก็สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเดินมาดูใกล้ๆ เมื่อเห็นวาสสลบไปทั้งๆที่กำลังจะปฏิเสธนั้นก็ทำให้เธอขำเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยอย่างอารมณ์ดีว่า
“ไม่พูดอะไรถือว่านายยอมให้ฉันอยู่ที่นี้ละกันนะ”
“อืมม..”เสียงครางเบาๆดังออกมาจากปากชายหนุ่มผมดำที่นอนแผ่หลาอยู่บนเตียง
วาสลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะเห็นเพดานห้องลับที่ตนค้นพบ เขาถอนหายใจอย่างช้าๆ อย่างโล่งอก
แต่อยู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากอีกมุมหนึ่งของห้อง วาสหันขวับไปมองอย่างรวดเร็วก่อนจะเบิกตากว้างแล้วกัดฟันกรอด
วาสไม่รอช้าลุกจากเตียงก้าวฉับๆไปที่มุมห้องก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบอย่างข่มอารมณ์ว่า
“นี้เธอ! ทำไมยังอยู่ที่นี้อยู่อีก” หญิงสาวที่กำลังเคี้ยวบางอย่างอยู่ในปาก ขณะที่สายตามองออกไปนอกหน้าต่าง เมื่อโดนทักอย่างกะทันหันก็สะดุ้งสุดตัว แต่เมื่อเห็นหน้าวาสก็ทำหน้าโล่งอกก่อนเอ่ยอย่างอารมณ์ดีว่า
“ตื่นแล้วหรอ”วาสได้ยินเช่นนั้นก็แทบคลั่ง หญิงสาวตรงหน้าไม่ได้สนใจฟังคำถามเขาเลย
“ฉันถามเธอว่า ทำไมยังอยู่ที่นี้อยู่อีก!”วาสย้ำคำถามเดิมอีกครั้ง หญิงสาวหน้ามุ่ยก่อนจะเอ่ยว่า
“ก็ที่นี้ดูแล้วน่าจะปลอดภัยกว่าข้างล่างนี้นา ฉันเลยไม่อยากกลับลงไป”
“แต่ที่นี้เป็ที่ของฉัน และฉันไม่อนุญาตให้เธออยู่!”วาสเอ่ยเสียงเข้ม หญิงสาวสาวตีหน้าเคร่งก่อนจะเอ่ยอย่างไม่ยอมแพ้ว่า
“ก็แค่ขออาศัยด้วยแค่นี้เองไม่ได้รึไงเล่า! ฉันรับปากเลยจะอยู่เงียบๆไม่รบกวนนายเด็ดขาด”
“ไม่! ยังไงฉันก็ไม่ให้อยู่ ถ้าเข้าใจแล้วก็กลับไปซะ”วาสเอ่ยปากไล่อย่างไม่สนใจไยดี เื่อะไรเขาจะต้องช่วยเหลือคนที่ไม่รู้จักด้วย หญิงสาวที่เห็นวาสไล่ตนอย่างกับหมูกับหมาก็น้ำตาคลอก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นว่า
“ยังไงฉันก็ไม่ไป ต่อให้นายไล่ฉันก็จะหน้าด้านอยู่”วาสที่ได้ยินเช่นนั้นความโกรธก็พุ่งทะลักถึงขีดสุด มือข้างหนึ่งคว้าปืนจ่อเข้าที่หัวของหญิงสาวแล้วพูดเสียงเข้มว่า
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะฆ่าเธอซะ”หญิงสาวตัวสั่นเทาราวกับลูกนก แต่เมื่อคิดถึงชีวิตที่ต้องคอยอยู่อย่างหวาดผวาข้างล่างนั้นรวมถึงโลกอันแสนโหดร้ายนี้แล้ว บางทีการตายไปให้พ้นๆอาจจะดีกว่า
“เอาสิ! ฆ่าฉันเลย ถ้าจะให้ฉันกลับไปใช้ชีวิตอย่างนั้น ฉันยอมตายดีกว่า”หญิงสาวหลับตาลงทั้งๆที่ปืนจ่อหัวอยู่ราวกับปลงในชีวิต
วาสขมวดคิ้วแน่น ความจริงเขาแค่ขู่ไปอย่างนั้น เขายิงปืนที่นี้ได้ซะที่ไหน ขืนยิงเสียงปืนคงได้เรียกหมาป่าพวกนั้นมาขย้ำคอเขาถึงที่นี้แน่
“โธ่เว้ย!”วาสสบถอย่างหัวเสีย ความจริงเขาอยากจะใช้กำลังบังคับหญิงสาวให้กลับลง ยังไงหญิงสาวก็รู้ที่อยู่ของเขาแล้ว เธอคงกลับมาได้ไม่ยาก เผลอๆอาจหาเื่ปวดหัวมาให้เขามากกว่าเดิม
‘หรือจะฆ่าเงียบๆโดยไม่ใช้ปืน’ความคิดอำมหิตผุดขึ้นมาในหัว แต่ภาพหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นหลับตาทั้งๆที่น้ำตานองหน้ากลับปัดเป่าความคิดอันโเี้ของเขาซะกระเจิง
ในโลกอันแสนโหดร้ายนี้ผู้คนต่างก็เห็นแก่ตัว ยิ่งกับวาสที่เห็นแก่ตัวอยู่แล้วก็ยิ่งทวีขึ้นไปอีก จนการเป็ความเ็าไม่สนโลก ใครจะเป็จะตายยังไงเขาไม่สนขอแค่ให้เขามีชีวิตรอดจนถึงวันต่อๆไปก็พอ
วาสหันหลังขวับมุ่งหน้าเดินไปยังห้องน้ำที่อยู่ในตัวห้อง ก่อนจะผลักประตูเข้าไปและขังตัวเองอยู่ในนั้น ตอนนี้ความโกรธกำลังควบคุมเขาหากจะคิดอะไรเขาจะต้องมีสติดีๆก่อน วาสเงยหน้ามองตัวเองในกระจก ทำให้เห็นใบหน้าของตนที่ซูบเซียวลงไปมาก ใบหน้าครึ่งแถบถูกผันไว้ด้วยผ้าพันแผลอย่างสวยงามทำให้รู้ว่าผู้พันมีความสามารถพอสมควร และแล้ววาสก็คิดอย่างหนึ่งออก เขาเปิดประตูห้องน้ำออกไปอย่างรวดเร็วแล้วเดินไปหาหญิงสาว
หญิงสาวที่กำลังยืนสะอึกสะอื้นอยู่เมื่อเห็นวาสก็สะดุ้งทันที ก่อนจะทำท่าลุกลี้ลุกลนถอยหลังนไปชนกำแพง หลับตาปี๋รอรับชะตากรรม
“บอกประโยชน์ของเธอมา”
“วะ..ว่ายังไงนะ”หญิงสาวท่ได้ยินคำถามที่ไม่คาดคิดทำให้เธอเหวอเล็กน้อย
“ถ้าเธอจะอยู่ที่นี้ เธอต้องมีประโยชน์สำหรับฉันพอถึงจะอยู่ได้”หญิงสาวรู้สึกได้ถึงความหวัง ก่อนจะรีบค้นหาความสามารถตนเองในหัวก่อนจะเอ่ยกับวาสว่า
“ฉันเรียนหมอ สามารถทำแผลล้างแผล หรือรักษาโรคบางชนิดให้นายได้”
“แค่นั้นไม่พอ”วาสเอ่ยเสียงเรียบ อันที่จริงเขารู้จักหมออยู่3-4คนอยู่แล้ว สาเหตุที่เขาเลือกหญิงสาวมารักษาแผลเขาให้เพียงเพราะเขาคิดว่าเธอง่ายต่อการข่มขู่ที่สุด หญิงสาวที่ได้ยินคำพูดของวาสก็หน้าเสีย ก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า
“ฉันทำอาหารได้”
“สภาพแบบนี้จะหาวัตุดิบที่ไหนมาให้เธอทำกัน”
“ฉันทำงานบ้านได้”
“ใครว่าฉัน้าแม่บ้านกัน”
.
.
.
ความสามารถนับสิบอย่างถูกพูดออกมาจากปากของหญิงสาวซึ่งเธอหวังว่าจะมีสักอย่างที่โดนใจวาส แต่สำหรับวาสแต่ละอย่างที่เธอพูดมานั้นไร้สาระสิ้นดี
“พอแล้ว! ถ้าขืนเธอยังพูดถึงแต่ความสามารถไร้สาระของเธออีกฉันจะไล่เธอออกไปซะ”หญิงสาวได้ยินเช่นนั้นก็เหลืออดจึงเอ่ยประชดไปว่า
“งั้นก็มีแค่ร่างกายฉันแล้วละ นายอยากจะทำอะไรก็ทำตามใจชอบนายเลยละกัน”วาสที่กำลังหัวเสียก็เอ่ยไปอย่างไม่คิดว่า
“เหอะ! เื่อย่างนั้นถ้าฉันจะทำ ฉันทำตอนไหนก็ได้ไม่ต้องให้เธอมาบอกหรอก”
....
สิ้นคำทั้งสองก็เงียบไป ก่อนจะนึกถึงคำพูดตัวเอง หญิงสาวที่ได้ยินคำพูดของวาสก็หน้าซีด สองมือกระชับเสื้อผ้าของตนให้แน่นที่สุดเหงื่อเย็นไหลเต็มทั่วแผ่นหลัง
‘ฉันลืมไปได้ไงว่ากำลังอยู่ในห้องกับผู้ชายสองต่อสอง แถมยังพูดอย่างนั้นออกไปอีก’หญิงสาวคิดในใจ วาสที่กำลังตะลึงกับคำพูดของตนเมื่อสักครู่บวกกับท่าทางระวังตัวของหญิงสาวก็กระแอมเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเรียบว่า
“บอกความสามารถที่เธอคิดว่าจะมีประโยชน์สำหรับฉันมาได้แล้ว รอบนี้คิดดีๆละ ขืนเธอพูดไร้สาระมาอีกทีฉันจะไล่เธอไปซะ”หญิงสาวพยักหน้าเงียบๆไม่กล้าก่อกวนชายหนุ่มอีก
ภายในห้องตกอยู่ภายใต้ความเงียบ หญิงสาวยืนนิ่งครุ่นคิดส่วนวาสก็รอรับฟังอย่างใจเย็นก่อนจะได้ยินหญิงสาวเอ่ยมาว่า
“ฉันสามารถผสมยาพิษได้นิดหน่อย”วาสได้ยินอย่างนั้นก็ตาลุกวาว ยาพิษนั้นอาจจะใช้กับมนุษย์ได้ไม่มากเท่าไหร่ เพราะสำหรับมนุษย์แค่ลูกปืนก็เพียงพอแล้ว แต่ไม่ใช่กับพวกสัตว์อันตรายที่เขาเจอมา วาสคิดในใจถึงผลได้ผลเสียเงียบก่อนจะเอ่ยกับหญิงสาวว่า
“เธอมีตัวอย่างยาพิษอยู่รึเปล่า”หญิงสาวพยักหน้า ก่อนจะล้วงกล้องขนาดเล็กที่พกติดตัวออกมา ก่อนจะเปิดออก
ภายในบรรจุไว้ด้วยหลอดทดลองวิทยาศาสตร์10หลอดและเข็มฉีดยาอีก5เข็ม
“หลอดทดลอง10หลอดมีสารเคมี2แบบ แบบแรกสีแดงมี5หลอดเป็ะเิที่ฉันทดลองทำขึ้นมาเอง ถ้านายเขย่ามันอย่างแรงแล้วขว้างใส่เป้าหมายแรงะเิมันจะพอๆกับะเิC4เลยทีเดียว ส่วนหลอดสีฟ้าอีก5หลอดเป็ยานอนหลับชนิดรุนแรงที่สามารถล้มช้างตัวเต็มวัยได้ใน3วินาที วิธีใช้จะให้กินเข้าไปโดยตรงหรือจะใช้ขว้างใส่เป้าหมายก็แต่ แต่ต้องขว้างใส่บริเวณที่สามารถรับสารเข้าไปได้เท่านั้นเช่นจมูกหรือปากทำนองนี้ ส่วนเข็มฉีดยา5เข็มเป็ยาพิษฉับพลัน ผลของมันคือทำให้เป้าหมายเกิดอาการช็อกรุนแรง หัวใจหยุดเต้นเสียชีวิตภายใน3นาที ของพวกนี้ทั้งหมดเกิดจากการทดลองของฉันซึ่งหมายความว่านอกจากฉันไม่สามารถมีใครทำมันขึ้นมาได้อีก”หญิงสาวเชิดหน้าด้วยความภาคภูมิใจ ส่วนวาสที่ได้ยินสรรพคุณของมันก็ตาลุกวาว ของพวกนี้จำเป็ต่อการเอาชีวิตรอดของเขามาก แต่อีกใจหนึ่งเขาก็เย็นเฉียบไปทั่วทั้งตัวเผลอคิดไปว่าหากหญิงสาวนำของพวกนี้มาใช้กับเขา เขาคงตายไปไม่ต่ำกว่า10รอบ ยิ่งสาเหตุมาจากการที่เขาข่มขู่เธอไปต่างๆนาๆด้วยแล้ว
“ความสามารถนี้ของเธอน่าสนใจมาก แต่ฉันจะรู่ได้ยังไงว่าความสามารถของเธอเป็ของจริงไม่ใช่ของต้มตุ๋น”หญิงสาวขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยว่า
“ฉันสามารถแบ่งน้ำยาหลอดสีฟ้าออกมาได้นิดหน่อยให้นายไปทดลองดู แต่ผลจะน้อยลงเพราะมันมีปริมาตรนิดเดียว”วาสพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะถามต่อว่า
“แล้วเธอสามารถทำของพวกนี้อีกได้รึเปล่า”
“ถ้ามีวัตถุดิบ ฉันก็สามารถทำได้เผลอๆอาจจะได้ยาพาชนิดอื่นเพิ่มขึ้นมาอีก แต่ตอนนี้ฉันไม่มีวัตถุดิบอยู่กับตัวเลย”วาสพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะตัดสินใจแล้วพูดว่า
“ฉันจะให้เธออยู่ที่นี้ก็ได้แลกกับของพวกนี้ทั้งหมด และหากอนาคตฉันสามารถหาวัตถุดิบมาให้เธอได้เธอจะต้องทำยาพวกนี้ให้ฉันเพิ่ม”
“ไม่! ฉันจะไม่ให้ของพวกนี้นายทั้งหมด ขืนฉันให้นายหมดฉันจะเอาอะไรไว้ป้องกันตัวละ”วาสย่นหน้าอย่างหงุดหงิด ก่อนจะถอนหายใจแล้วพูดว่า
“งั้นฉันขอครึ่งหนึ่งตกลงไหม”หญิงสาวลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า วาสพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนจะยื่นมือออกไป
“ฉัน วาส แล้วเธอละชื่ออะไร”หญิงสาวยื่นมือบอบบางไปจับอย่างมั่นคงและตอบว่า
“ฉัน ไป๋ฟาง ยินดีที่ได้รู้จัก”